ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 104 คิดว่าข้าจะยืนรอให้เจ้าลงมือเป็นครั้งที่สองหรือ?
- Home
- ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ
- บทที่ 104 คิดว่าข้าจะยืนรอให้เจ้าลงมือเป็นครั้งที่สองหรือ?
บทที่ 104 คิดว่าข้าจะยืนรอให้เจ้าลงมือเป็นครั้งที่สองหรือ?
ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนอีกคนสีหน้าไม่สู้ดีนัก “หรือว่าจะเกิดปัญหาที่ฝ่ายสอดแนม?”
แต่ไม่นานทั้งสองก็กลับมาสงบสติอารมณ์ได้
“ช่างเถอะ จัดการคนพวกนี้ให้เรียบร้อยก่อน ค่อยกลับไปหาคนมาชำระบัญชี”
“ไม่มีร่องรอยการปล่อยพลังลมปราณ อย่างมากก็แค่ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนไม่จำเป็นต้องกลัว”
“ใครจะลงมือ?”
“ข้าเอง”
ทันทีที่พูดจบ ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนคนหนึ่งก็ลงมือโจมตีหลี่เต้าเป็นคนแรก
“ฝ่ามือโรยรา!” สมแล้วที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียน วรยุทธ์ของเขารวดเร็วปานสายลม
ภายในพริบตาเดียวร่างก็อันตรธานไป ปรากฏเบื้องหน้าหลี่เต้าโดยไร้ซึ่งสุ้มเสียง
เพียงเห็นฝ่ามือของเขาเคลื่อนไหวพร้อมกับพลังปราณสีเหลืองที่หมุนวนเป็นเกลียว แรงกดดันอันหนักหน่วงถาโถมราวพายุคลั่ง!
ปัง! ฝ่ามืออันหนักหน่วงพุ่งกระแทกเข้าใส่หน้าอกของหลี่เต้าเต็มแรง
เมื่อภาพนั้นปรากฏแก่สายตา ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนผู้นั้นพลันเผยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
แค่ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนเท่านั้น ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงใด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียน ก็ยังคงเป็นเพียงมด ที่สามารถบดขยี้ได้ด้วยฝ่ามือเดียว
ทว่าไม่นาน เขากลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
เหตุใดกัน? ทั้งที่อีกฝ่ายรับฝ่ามือของเขาไปเต็มแรงแล้ว ไฉนลมปราณของเขายังคงแน่นิ่งไร้ซึ่งความสั่นคลอน?
ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความอ่อนแอแม้เพียงเศษเสี้ยว!
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ก็สบเข้ากับสายตาที่เหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม
“เจ้าออกแรงมากกว่านี้ก็ได้ ข้ายังรับไหว” หลี่เต้าปัดฝุ่นที่หน้าอกพลางเอ่ยเบา ๆ
“บัดซบ!” ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนที่อยู่ตรงหน้าโมโหขึ้นมาทันที แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงรับฝ่ามือของเขาไปแล้วไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ แต่แค่ท่าทางแบบนี้เขาก็ทนไม่ได้แล้ว
“เจ้า!!…”
เพี๊ยะ! ก่อนที่เขาจะทันได้ลงมือ ฝ่ามือหนึ่งก็ฟาดลงบนใบหน้าของเขาเสียก่อน
ภายใต้ฝ่ามือที่เปี่ยมด้วยพลังน่าสะพรึงกลัวนี้ พลังปราณในร่างของผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนผู้นี้ก็ถูกปลดปล่อยออกมาปกป้องเขาโดยสัญชาตญาณ
ภายในพริบตาที่ฝ่ามือนั้นปะทะเข้ากับพลังปราณเซียนเทียน พลังปราณเซียนเทียนอันสูงส่งกลับเกิดการเปลี่ยนรูป แม้จะสามารถสกัดกั้นและกรองพลังฝ่ามือส่วนใหญ่ออกไปได้ ทว่าพลังที่เหลือยังคงแฝงอานุภาพมหาศาล ฟาดลงบนใบหน้าของผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนอย่างไม่ปรานี
เพียงชั่วอึดใจ ร่างของเขาก็พลันหมุนคว้างกลางอากาศ หมุนวนหลายสิบรอบดุจใบไม้ที่ถูกพายุซัดหอบ
และเมื่อร่างนั้นร่วงกระแทกพื้น เสียง “ตุ้บ!” ก็ดังก้องไปทั่ว ร่างนั้นคุกเข่าลงตรงหน้าหลี่เต้าอย่างพอดิบพอดี!
เมื่อมองดูอีกครั้ง ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาบวมเป่งจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ทวารทั้งเจ็ดต่างมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นสาย สภาพน่าเวทนาอย่างถึงที่สุด
หลี่เต้ากวาดตามองผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนที่บัดนี้สติเลือนรางเต็มที ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเบา ๆ
เอ่ยด้วยนํ้าเสียงเย็นชา “เจ้ายังคิดว่าข้าจะยืนรอให้เจ้าลงมือเป็นครั้งที่สองจริง ๆ หรือ?”
สิ้นเสียง ดาบเหล็กทมิฬพลันแหวกอากาศพุ่งผ่าน
ชั่วพริบตาศีรษะของผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนก็ปลิดปลิวขึ้นไปในอากาศ เลือดสดกระเซ็นไปทั่ว ร่างไร้วิญญาณทรุดฮวบลงกับพื้นเงียบงันตลอดกาล!
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นตามมา [ฆ่าศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ : 10.36]
ตามที่หลี่เต้าคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนมีคุณสมบัติโดยรวมเริ่มต้นที่หนึ่งร้อย
นั่นหมายความว่าคนตรงหน้านี้เพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นเซียนเทียนเท่านั้น
“มิน่าล่ะ ถึงอ่อนแอขนาดนี้”
แต่ก็ยังดี เขาคนเดียวมอบคุณสมบัติเทียบเท่าทหารเป่ยหมานเกือบห้าสิบคน ถือว่าได้กำไรเล็กน้อย
หลี่เต้าเงยหน้าขึ้นมองไปยังผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนอีกคนในกลุ่มชนเผ่าเร่ร่อน ในดวงตาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
เมื่อเห็นผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนฝ่ายตนเองตายอย่างรวดเร็ว พวกชนเผ่าเร่ร่อนฝั่งตรงข้ามยังไม่ทันตั้งตัว
นี่คือผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียน ไม่ใช่ไพร่พลธรรมดา ทำไมถึงถูกสังหารได้ง่ายดายเช่นนี้
ในขณะที่พวกเขากำลังตกตะลึง หลี่เต้ากลับไม่ได้ชะงักแต่อย่างใด เขาเดินตรงไปยังกลุ่มชนเผ่าเร่ร่อนทันที
และในตอนนั้นเอง พวกเขาถึงได้รู้สึกตัว “เจ้า…”
ชนเผ่าเร่ร่อนที่อยู่ใกล้หลี่เต้ามากที่สุดตั้งท่าจะโต้กลับโดยสัญชาตญาณ แต่ทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว
ศีรษะของเขาร่วงลงพื้นพร้อมกับประกายวาววับของคมดาบ
เมื่อเผชิญหน้ากับหลี่เต้าที่มีสมรรถภาพร่างกายเหนือกว่าคนทั่วไปถึงหนึ่งร้อยหกสิบเท่า ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในที่นี้แทบไม่มีโอกาสได้ตั้งตัวก็ต้องสิ้นชีพ
“บัดซบ!” ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนที่เหลืออยู่เห็นภาพตรงหน้าแล้วดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ทั้งที่ไม่เห็นพลังปราณเซียนเทียนเลย เหตุใดอีกฝ่ายจึงสังหารพวกเขาได้ง่ายดายเช่นนี้
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายคือตัวเขา
“ข้าไม่อาจอยู่ที่นี่ได้ ต้องนำข่าวนี้กลับไปรายงาน”
ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวตัดสินใจเด็ดขาด หมุนตัวหมายหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ
ทว่าหลี่เต้าได้เฝ้ารอช่วงเวลานี้มานานแล้ว!
ในยามนี้เห็นเพียงหลี่เต้าล้วงหอกยาวออกมาจากที่ใดที่หนึ่ง
เมื่อมองดูผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนที่วิ่งออกไปได้ระยะร้อยจั้งในพริบตา เขาหรี่ตาเล็งเป้าหมาย เกร็งเอวและขา ก่อนจะขว้างหอกยาวในมือออกไปด้วยแรงมหาศาล!
หวืด! เสียงหอกยาวแหวกผ่านอากาศดั่งเสียงพายุคลั่ง พุ่งทะยานไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูง!
ณ ที่ไกลออกไป ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนที่กำลังเร่งฝีเท้าหลบหนีเหลียวมองไปเบื้องหลัง เมื่อเห็นว่าตนทิ้งระยะมาได้หลายร้อยจั้ง และปีศาจร้ายผู้นั้นไม่ได้ไล่ตามมา หัวใจที่เคยบีบคั้นพลันคลายลง
ทว่าในห้วงขณะนั้นเอง ลางสังหรณ์บางอย่างก็แล่นวาบขึ้นมา อันตรายกำลังใกล้เข้ามาและมันทวีความรุนแรงขึ้น!
ฉึก! ทันใดนั้นความเจ็บปวดอันรุนแรงก็แล่นปราดไปทั่วร่าง! หอกยาวทะลุผ่านอก แทงทะลุหัวใจออกไปอีกด้าน เลือดอุ่นร้อนไหลรินจนชุ่มโชก
ร่างไร้วิญญาณถูกแรงหอกฉุดให้ปลิดปลิวไปเบื้องหน้า ก่อนจะถูกตรึงแน่นกับพื้น!
ห่างออกไป หลี่เต้ายืนนิ่ง รัศมีอันน่าครั่นคร้ามแผ่ซ่านไปทั่ว
[ฆ่าศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ : 11.09] เสียงระบบยืนยันว่าศัตรูได้ตายแล้ว
“โชคดีที่ขว้างหอกได้อย่างแม่นยำ” หลี่เต้าปัดมือเบา ๆ สายตามองไปยังศัตรูที่เหลือซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
หลังจากนี้ก็เป็นเพียงการสังหารฝ่ายเดียวของเขาเท่านั้น