ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 138 สมาคมค้าทาส
บทที่ 138 สมาคมค้าทาส
หลังจากเข้าไปในสมาคมค้าทาส ไม่นานชายที่แต่งกายเหมือนผู้ดูแลคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา
ตู้อวี้มองไปที่ผู้ดูแลแล้วกล่าวว่า “เรียกคนมาสักหน่อย ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติของพวกเราให้ดี”
จากนั้นเขาก็หันไปมองที่หลี่เต้า “ท่านแม่ทัพให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านอยู่เล่นชั้นล่างกันเถอะ พวกเราขึ้นไปปรึกษาการที่ชั้นบนกัน”
หลี่เต้าพยักหน้าให้กับจางเมิ่งและคนอื่น ๆ แล้วหันกลับมาตอบว่า “ได้”
ภายใต้การนำทางของตู้อวี้ ทั้งสองคนก็มาถึงห้องรับรองบนชั้นสองอย่างรวดเร็ว
หลังจากจัดที่นั่งให้หลี่เต้าเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งสัญญาณตาให้กับผู้ดูแลที่เดินตามหลังมา
จากนั้นก็ยิ้มแย้มแล้วหมุนตัวไปนั่งตรงข้ามกับหลี่เต้า
ตู้อวี้หยิบกาสุรามารินใส่ถ้วยสุราตรงหน้าหลี่เต้าพร้อมกับถามเชิงหยั่งเชิงว่า “ท่านแม่ทัพมาจากแนวหน้าใช่หรือไม่?”
หลี่เต้าหยิบถ้วยสุราขึ้นมาดมแล้วดื่มรวดเดียวหมด ยิ้มเบา ๆ พลางกล่าวว่า “พวกข้าคงดูออกไม่ยากกระมัง”
ตู้อวี้หัวเราะเบา ๆ “ดูออกไม่ยากเลย ดูกก็รู้ว่าท่านเป็นแม่ทัพผู้กล้าหาญ คงจะต้องตีกองทัพต้าเฉียนแตกพ่ายยับเยิน ไม่เช่นนั้นคงจับทหารต้าเฉียนมาเป็นเชลยได้ไม่มากขนาดนี้”
หลี่เต้าหยุดชั่วครู่ แล้วย้อนถามว่า “ท่านตู้เองก็เป็นชาวต้าเฉียน แล้วไฉนจึงไม่มีความรู้สึกผูกพันกับต้าเฉียนเลยหรือ?”
“ความรู้สึก?” ตู้อวี้ส่ายหน้าพลางหัวเราะพูดว่า “ในฐานะพ่อค้า สิ่งที่ไร้ค่าที่สุดอย่างความรู้สึกควรจะทิ้งไป”
“อีกอย่าง ข้ารู้สึกว่าชาวต้าเฉียนนั้นหน้าไหว้หลังหลอกเกินไป แสร้งทำดีเกินไป และหลอกง่ายเกินไป ยังคงเป็นชาวเป่ยหมานที่ดีกว่า ตรงไปตรงมา ท่านแม่ทัพว่าจริงหรือไม่?”
หลี่เต้าพยักหน้า “อืม เจ้าพูดถูก”
ในตอนนั้น ประตูห้องรับรองก็เปิดออกอย่างกะทันหัน
เมื่อเห็นเพียงท่านผู้ดูแลเดินเข้ามา และด้านหลังของเขามีสตรีสิบกว่านางที่แต่งกายโป๊เปลือยและสวมผ้าคลุมหน้าตามมา
ผิวขาวผ่องกับรูปร่างงดงามประกอบกับการแต่งกายแบบต่างแดนนั้น ทำให้รู้สึกถึงความยั่วยวนใจอย่างยิ่ง
หลี่เต้ามองดูแวบหนึ่งแล้วก็หันสายตากลับ “ท่านตู้ นี่หมายความว่าอย่างไร?”
ตู้อวี้ยิ้มพลางพูดว่า “ท่านแม่ทัพเพิ่งลงจากสนามรบ คงจะมีไฟในอกที่ดับยาก ข้าจัดเตรียมคนมาช่วยดับไฟให้ท่านแม่ทัพโดยเฉพาะ พวกนางเหล่านี้ท่านเลือกตามใจชอบได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ อยากเล่นอย่างไรก็เล่นได้”
พูดจบ รอยยิ้มที่ดูใจดีบนใบหน้าของตู้อวี้ก็เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที มองไปยังหญิงสาวทั้งหลาย “อยู่ต่อหน้าท่านแม่ทัพ รีบแสดงความสามารถของพวกเจ้าเร็วเข้า”
“เจ้าค่ะ”
พวกนางดูเหมือนจะนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ น้ำเสียงสั่นเครือ เริ่มเต้นรำอยู่กับที่ แข่งกันแสดงความสามารถของตน
สีหน้าของตู้อวี้กลับมาเป็นรอยยิ้มเหมือนก่อนหน้านี้อย่างรวดเร็ว “ท่านแม่ทัพเลือกเถิด”
หลี่เต้าจิบสุราพลางถาม “สตรีพวกนี้เป็นชาวต้าเฉียนทั้งหมดหรือ?”
ตู้อวี้พยักหน้าพลางยิ้มตอบ “สตรีชาวต้าเฉียนมีผิวพรรณผุดผ่องตั้งแต่กำเนิด เป็นที่ชื่นชอบของผู้คน มีค่าในตลาดทาสมาก”
“แล้วพวกนางมาจากที่ใดกัน?”
“ที่มาของพวกนางมีหลากหลาย บางคนเกิดจากมารดาที่ถูกซื้อมา หลังคลอดก็เลี้ยงจนโตหน่อยแล้วขายต่อให้พวกเรา บางคนถูกจับมาจากดินแดนต้าเฉียน บางคนก็ถูกหลอกมา”
ตู้อวี้ชี้ไปที่หญิงสาวเหล่านั้น “ท่านแม่ทัพเลือกก่อนเถิด”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้ากวาดตามองสตรีตรงหน้า แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าผ่านผ้าคลุม แต่จากแววตาของพวกนางก็เห็นได้ว่าพวกนางหวาดกลัวการถูกเลือกยิ่งนัก
แต่เพื่อให้การแสดงสมบทบาท เขาจึงชี้สตรีสองนางอย่างไม่ใส่ใจ
“เลือกสองคนนี้ก็แล้วกัน”
ตู้อวี้ยิ้ม “สองนางที่ท่านแม่ทัพเลือกจงอยู่ที่นี่ ที่เหลือออกไปได้”
หลังจากสตรีที่เหลือออกไป ทั้งสองนางก็เดินมาอยู่ข้างกายหลี่เต้า
ก่อนที่ทั้งสองจะทันได้ลงมือ หลี่เต้าก็เอ่ยขึ้น “นวดไหล่ให้ข้าก่อนเถอะ ฆ่าคนในสนามรบมามาก ถือหอกจนไหล่เมื่อยไปหมด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของสตรีทั้งสองก็ยิ่งหวาดหวั่น แต่เมื่อเห็นตู้อวี้ที่อยู่ข้าง ๆ ก็จำต้องกลั้นความกลัวไว้แล้วเริ่มนวดคนละข้าง
ตู้อวี้เห็นสถานการณ์เช่นนั้น ก็รู้ว่าถึงเวลาต้องคุยเรื่องจริงจังแล้ว จึงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “ท่านแม่ทัพ ไม่ทราบว่าข้าจะพูดตรง ๆ ได้หรือไม่?”
“อืม พูดมาเลย”
หลี่เต้าเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พลางกล่าวขณะหลับตาพักผ่อน
“หากเช่นนั้น ขออภัยที่ข้าจะพูดตรง ๆ ข้าอยากถามท่านแม่ทัพสักคำ ทหารต้าเฉียนหลายร้อยนายในมือท่าน ท่านตั้งใจจะขายอย่างไร?”
พอได้ยินคำพูดนี้ หลี่เต้ารู้สึกได้ชัดว่ามือทั้งสี่บนบ่าของตนกระชับแน่นขึ้น แต่เขาไม่แสดงอาการใด ๆ เพียงกล่าวว่า “ฟังจากคำพูดเจ้า ทหารต้าเฉียนเป็นที่นิยมมากในที่ของพวกเจ้าสินะ”
ตู้อวี้ยิ้มพลางกล่าว “แน่นอน ทาสผู้ชายส่วนใหญ่กินไม่อิ่ม นุ่งห่มไม่พอ คุณภาพแย่มาก”
“แต่ทหารต้าเฉียนนั้นต่างออกไป ทหารที่สามารถรักษาการณ์ที่ชายแดนต้าเฉียนได้ล้วนมีคุณภาพดี ราคาย่อมสูงเป็นธรรมดา”
“ยิ่งไปกว่านั้น เพราะพวกเราชนเผ่าเป่ยหมานและต้าเฉียนมีความแค้นต่อกันมาหลายปี ขุนนางหลายคนชอบทรมานทหารต้าเฉียน ในตลาดทาสนี้ ผู้ใดที่มีคำว่าต้าเฉียนติดตัวล้วนมีค่าทั้งสิ้น”
หลี่เต้าลืมตาขึ้นทันทีพลางถาม “แล้วเจ้าคิดจะซื้อราคาเท่าไร?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ตู้อวี้ลังเลครู่หนึ่ง แล้วถามอย่างระแวดระวัง “หนึ่งคนหนึ่งตำลึงทองเป็นอย่างไร”
หลี่เต้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงสัย “หนึ่งคนหนึ่งตำลึงทอง?”
สีหน้าตู้อวี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย จึงกล่าว “หากไม่เหมาะสม ท่านแม่ทัพลองบอกราคามาก็ได้”
หลี่เต้าชูนิ้วขึ้นสองนิ้ว กล่าวตรง ๆ ว่า “คนละสองตำลึงทอง”
ตู้อวี้สีหน้าเปลี่ยนไปในทันที “ท่านแม่ทัพ ราคานี้ยากเกินไป ในท้องตลาดไม่มีราคานี้”
หลี่เต้ายิ้มบาง ๆ “มีเรื่องหนึ่งที่ข้าลืมบอกท่านตู้”
“เรื่องอะไรหรือ?”
“ในกลุ่มเชลยรอบนี้มีผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนอยู่ด้วยนะ”
“อะไรนะ!” ตู้อวี้สีหน้าตกตะลึง “จริงหรือ?”
หลี่เต้าพยักหน้า “อืม แค่ตันเถียนได้รับบาดเจ็บเท่านั้น แต่เป็นผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนของแท้แน่นอน”
สีหน้าตู้อวี้สว่างขึ้นทันที “เช่นนั้นท่านแม่ทัพหมายความว่าเชลยที่มีวรยุทธ์ขั้นเซียนเทียนผู้นี้ก็จะขายด้วยหรือ?”
“ห้าพันตำลึงทอง!”
“อะไรนะ?”
หลี่เต้าลุกขึ้นนั่ง กล่าวตรง ๆ ว่า “ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนผู้นี้ ข้าจะขายห้าพันตำลึงทอง”
ตู้อวี้มีสีหน้าลำบากใจทันที เอ่ยปากว่า “ห้าพันตำลึงทองแพงเกินไป ข้าตัดสินใจเองไม่ได้ ท่านแม่ทัพเห็นว่าสามพันห้าร้อยตำลึงทองเป็นอย่างไร?”
“ราคานี้ก็ดีมากแล้ว อย่างที่ท่านว่าผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนในมือท่านตันเถียนได้รับความเสียหาย ดังนั้น…”
หลี่เต้าตัดบทตู้อวี้ทันทีโดยไม่ลังเล กล่าวตรง ๆ ว่า “ห้าพันตำลึงทองก็ห้าพันตำลึงทอง”
พูดจบ เขาจ้องมองตู้อวี้แล้วพูดต่อ “เจ้าตัดสินใจเองไม่ได้ ก็ให้คนที่ตัดสินใจได้มาเจรจา”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ตู้อวี้ลังเลครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพจะรอให้ข้าไปแจ้งสักครู่ได้หรือไม่?”
“ไปเถอะ อย่ามารบกวนความสุขของข้า”
พูดจบ หลี่เต้าก็หลับตาลงพิงตัวไปด้านหลัง เพลิดเพลินกับการปรนนิบัติของหญิงสาวสองคนข้างกาย
“เช่นนั้นรบกวนท่านแม่ทัพรอสักครู่” ตู้อวี้พูดจบก็รีบลุกเดินออกไป
ก่อนจะออกไปยังกำชับผู้ดูแลที่อยู่หน้าประตูว่า “เจ้ารออยู่หน้าประตูคอยรับใช้ท่านแม่ทัพ อย่าได้บุกรุกเข้าไปเป็นอันขาด”
ดังนั้น ในห้องรับรองอันกว้างใหญ่จึงเหลือเพียงหลี่เต้ากับหญิงสาวสองคนเท่านั้น
“ออกแรงหน่อย” หลี่เต้าเอ่ยปากขึ้นทันที
หญิงสาวทั้งสองได้ยินเสียง ไม่พูดอะไร ออกแรงนวดต่อไป
ผ่านไปสักพักก็มีเสียงกรนเบา ๆ ดังขึ้น
หญิงสาวสองคนมือสั่นเล็กน้อย ค่อย ๆ หยุดการเคลื่อนไหว
ทั้งสองเงยหน้าขึ้นสบตากัน มองเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวในดวงตาของอีกฝ่าย
จากนั้น หญิงสาวทั้งสองใช้มือข้างหนึ่งนวดต่อไปเบา ๆ ส่วนมืออีกข้างต่างดึงปิ่นเรียวยาวออกจากมวยผม
ในชั่วขณะถัดมา ทั้งสองราวกับนัดหมายกันไว้ก่อน พร้อมใจกันลงมือพุ่งปิ่นในมือแทงไปที่ลำคอของหลี่เต้า
แต่แล้วสตรีทั้งสองก็ต้องตะลึง
พวกนางพบว่าเมื่อปิ่นปักลงบนลำคอของอีกฝ่ายกลับไม่สามารถแทงทะลุได้ ซ้ำยังทำให้ปิ่นงอเสียอีก
และในขณะนั้นเอง ภาพที่ทำให้สตรีทั้งสองหวาดกลัวก็ปรากฏขึ้น หลี่เต้าค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองปิ่นในมือของทั้งสองแล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าคิดจะทำอะไร?”
เมื่อถูกจับได้ ดวงตาของสตรีทั้งสองฉายแววหวาดกลัว แต่แล้วก็รีบเปลี่ยนเป็นแววตาที่ตัดสินใจแน่วแน่
“พวกเป่ยหมานสารเลว!! ต่อให้ข้าต้องกลายเป็นผี ก็จะไม่ปล่อยพวกเจ้าไปเป็นอันขาด”
หนึ่งในนั้นร้องตะโกนออกมา จากนั้นทั้งสองก็พร้อมใจกันเอาปิ่นปักผมแทงเข้าที่ลำคอของตน
เมื่อไม่สามารถสังหารชาวเป่ยหมานตรงหน้าได้ พวกนางก็เลือกที่จะฆ่าตัวตายเสีย เพราะหากยังมีชีวิตอยู่ พวกนางคงต้องทนทุกข์ทรมานยิ่งกว่าความตาย
แต่ยังไม่ทันที่ปิ่นปักผมจะแทงถึงคอ มือของพวกนางก็พลันรู้สึกเบาโหวง ปิ่นปักผมถูกแย่งไปเสียแล้ว
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าปิ่นปักผมถูกชาวเป่ยหมานผู้นั้นแย่งไป
หลี่เต้าบีบมือทั้งสองเข้าหากัน ปิ่นปักผมก็กลายเป็นลูกกลมเหล็กเล็ก ๆ
“ตุ้บ!”
ลูกกลมเหล็กตกกระทบพื้นราวกับตกกระทบลงบนหัวใจของหญิงทั้งสอง
พวกนางนั่งอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าหวาดกลัว ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เมื่อฆ่าตัวตายไม่ได้ เช่นนั้นชะตากรรมต่อจากนี้ของพวกนาง…
หลี่เต้าพลันยิ้มบาง ๆ “พอเถอะ ดูพวกเจ้าตกใจกันเสียขนาดนี้”
หญิงคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นจ้องหลี่เต้าด้วยสายตาดุดัน กัดฟันพูดว่า “เจ้าเป่ยหมานชั่วช้า เจ้าอย่าคิดว่าพวกข้ากลัวเจ้าจริง ๆ จะฆ่าจะเชือดก็ตามใจ อย่ามาแสร้งทำเป็นใจดี ข้าไม่หลงกลอุบายของเจ้าหรอก”
อาจเพราะถึงคราวหมดหนทาง นางจึงเริ่มปล่อยวางทุกอย่างเสียแล้ว
ส่วนหญิงสาวอีกคนแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ก็จ้องมองหลี่เต้าด้วยสายตาดุดัน
ในตอนนั้น หลี่เต้าก็ลุกขึ้นอย่างกะทันหัน
“กรี๊ด!”
ในชั่วขณะถัดมา หญิงสาวทั้งสองตกใจจนต้องกอดกันแน่น