ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 166 สละอายุขัยร้อยปี
บทที่ 166 สละอายุขัยร้อยปี
สามชั่วยามผ่านไป
เซินเชียนซานเบี่ยงตัวหลบเงาง้าวที่พุ่งเข้ามาอีกครั้งได้สำเร็จ ตอนนี้ไม่เพียงแต่สีหน้าของเขาจะชาไปหมด แม้แต่หัวใจก็ชาด้วย เพราะว่าปีศาจตรงหน้านี้ต่อสู้มาสามชั่วยามแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าจะหยุดพักเลย ราวกับเรี่ยวแรงไม่มีวันหมด จนถึงตอนนี้พลังในการโจมตีก็ยังไม่ลดลงแม้แต่น้อย สามารถรักษาระดับคงที่ไว้ได้
ในทางกลับกัน ตัวเขาเองต้องรวบรวมสมาธิในการหลบหลีก บางครั้งยังต้องรวบรวมพลังปราณแท้มาต้านทาน เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขาสูญเสียพลังปราณแท้ไปมากแล้ว
หลังจากผ่านไปอีกหนึ่งก้านธูป ทันใดนั้น เซินเชียนซานก็พบว่าหลี่เต้าหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ เมื่อเห็นเช่นนั้น ในใจเขาก็เกิดความหวังขึ้นมา หรือว่าอีกฝ่ายจะหมดแรงแล้ว! แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมอง กลับพบว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มบาง ๆ มองมาที่เขา
หลี่เต้ามองเซินเชียนซานพลางเอ่ยอย่างจริงจัง “ขอบคุณท่านมากนะ ตาแก่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซินเชียนซานก็มีสีหน้างุนงง แต่ไม่นานก็เข้าใจ
หลี่เต้ายืดเส้นยืดสายเล็กน้อย แล้วพูดต่อ “ขอบคุณที่สอนข้าเรื่องสภาวะจิต และขอบคุณที่ช่วยฝึกฝนข้า จนข้าได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เหล่านี้จนชำนาญ ดังนั้น ต่อจากนี้ข้าจะใช้พลังทั้งหมดเพื่อขอบคุณการช่วยเหลือของท่าน”
เซินเชียนซาน “???” ในใจของเซินเชียนซานตอนนี้ปั่นป่วนราวกับคลื่นทะเลพลิกกลับ นี่มันหมายความว่าอย่างไร? ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ที่ต่อสู้กันมานานขนาดนั้น อีกฝ่ายแค่ซ้อมเล่นกับเขาเท่านั้นหรือ และตั้งแต่แรกเริ่มอีกฝ่ายก็ไม่ได้ใช้พลังเต็มที่เลย?
เซินเชียนซานข่มความไม่สบายใจลง เอ่ยเสียงทุ้ม “เจ้าหนู เจ้ากำลังแสร้งทำอยู่หรือ เจ้าทำให้ข้ากลัวไม่ได้หรอก การต่อสู้ติดต่อกันถึงสามชั่วยาม ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะยังมีพลังเหลืออยู่”
หลี่เต้าถือง้าวด้วยมือเดียว ยิ้มบางพลางกล่าวว่า “มีพลังเหลืออยู่หรือไม่ ลองดูก็รู้”
แววตาของเซินเชียนซานแปรปรวนไม่แน่นอน ถึงกับไม่แน่ใจขึ้นมาชั่วขณะ จากพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย พลังก็ยังไม่ฟื้นคืน อ่อนแอกว่าตอนแรกมาก พลังสภาวะจิตที่เขาเพิ่งลองไปก็เช่นกัน แม้จะเพิ่มขึ้นมาแต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายพูดคำโอ้อวดเช่นนั้นได้ ดังนั้นปัญหามันอยู่ที่ใดกันแน่
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เซินเชียนซานก็ขบฟันตัดสินใจ เขาไม่เชื่อในคำพูดเมื่อครู่ของอีกฝ่าย ต้องเป็นการจงใจขู่ให้เขากลัวแน่ ๆ อีกฝ่ายใช้พลังมาสามชั่วยาม ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่เขาจะลงมือ โอกาสไม่มาถึงสองหน เมื่อพลาดไปแล้วก็ไม่มีวันกลับมา
เมื่อตัดสินใจแล้ว เซินเชียนซานก็ไม่ลังเลอีก เลือกที่จะลงมือทันที
“เจ้าหนู เลิกแสร้งทำได้แล้ว ข้าอายุร้อยกว่าปีไม่ได้อยู่มาเปล่า ๆ เจ้าอาจหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกข้าไม่ได้หรอก” เมื่อพูดจบ เขาก็พุ่งเข้าหาหลี่เต้าพร้อมกับเงื้อดาบ
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เต้าจึงกำง้าวมังกรทมิฬไว้แน่น เมื่ออีกฝ่ายไม่เชื่อ เขาก็ได้แต่ต้องใช้ความจริงพิสูจน์เสียแล้ว หลี่เต้ามองเห็นเซินเชียนซานที่กำลังพุ่งเข้ามาปะทะ จึงกำง้าวทั้งสองมือแน่น
ปลดปล่อย!
ในพริบตา กล้ามเนื้อแขนทั้งสองของเขาก็พองขึ้น
ไร้เทียมทาน! ดาวพิฆาต!
เขาสะบัดแขน ปราณไร้เทียมทานพันรอบตัวง้าว ในชั่วขณะถัดมา เงาของง้าวมังกรทมิฬยาวเกือบยี่สิบจั้งก็ปรากฏขึ้น แล้วกวาดเข้าใส่เซินเชียนซาน
พลังแห่งสภาวะจิตสามารถเพิ่มพลังปราณไร้เทียมทาน พลังกายก็สามารถเพิ่มพลังปราณไร้เทียมทานได้เช่นกัน ทั้งสองแขนพลังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อรวมเข้าด้วยกันก็จะสามารถแสดงพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้
เซินเชียนซานที่กำลังพุ่งเข้ามาเห็นเงายักษ์นั้น สีหน้าของเขาก็แข็งค้างไป เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าสิ่งที่หลี่เต้าพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดจะเป็นความจริง เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีที่พุ่งเข้ามานี้ เซินเชียนซานรีบรวมพลังปราณแท้เพื่อมาต้านรับอย่างรวดเร็ว
“ฟ้าดินคลั่งสังหาร!”
มันพุ่งตรงไปยังเงาของง้ายักษ์ทันที
เสียงดังสนั่น! ในชั่วขณะถัดมา ร่างหนึ่งก็ถูกปัดกระเด็นไถลไปบนพื้นดินเป็นระยะทางนับร้อยจั้ง
“แค่ก แค่ก!” เซินเชียนซานลุกขึ้นจากพื้นหิมะ ยามนี้เขาไม่ได้ดูสง่างามเหมือนตอนปรากฏตัวครั้งแรกอีกแล้ว ทั่วร่างเต็มไปด้วยฝุ่นผง มีเลือดสดไหลออกมาจากมุมปาก
ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามีเงามืดบดบังเหนือศีรษะ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าการโจมตีรอบที่สองของหลี่เต้ามาถึงตรงหน้าแล้ว เซินเชียนซานตกใจจนรีบกลิ้งหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
เสียงดังสนั่น! หอกที่ฟาดลงมาครั้งนี้ ทำให้พื้นดินแยกออกเป็นรอยแตกกว้างนับร้อยจั้ง เมื่อมองการโจมตีที่ลงมาใกล้ตัว เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผากของเซินเชียนซาน
หากเมื่อครู่โดนหอกนั้นเข้าจริง ๆ ถึงจะมีพลังปราณแท้ปกป้องร่างกายก็ตาม แต่เขาไม่ตายก็ต้องพิการแน่ เมื่อเห็นหลี่เต้ายังจะลงมืออีก เซินเชียนซานก็กัดฟันพูดว่า “เจ้าหนู เจ้าอย่าได้รังแกผู้อื่นเกินไปนัก!”
หลี่เต้าได้ยินดังนั้นก็เอ่ยตอบ “เรื่องเป็นตายของเจ้าและข้า จะเรียกว่ารังแกได้อย่างไร!” หลังจากนั้นเขาก็ไม่อยากเสียเวลาพูดอีก จะลงมือในทันที
จู่ ๆ เซินเชียนซานก็ลุกขึ้นจากพื้นอย่างกะทันหัน ดวงตาทั้งสองข้างดำมืด เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เป็นตายรึ? ดี งั้นวันนี้ก็ต้องดูกันว่าใครจะเป็นใครจะตาย” เขาจ้องหลี่เต้าด้วยดวงตาสีแดงก่ำ “เจ้าหนู วันนี้ต่อให้ต้องสละชีวิตครึ่งหนึ่ง ข้าก็จะให้เจ้าตายอยู่บนทุ่งหญ้านี้”
พูดจบ ก็เห็นเขาใช้นิ้วสองนิ้วรวบรวมพลังปราณแท้แล้วจิ้มลงที่หัวใจตัวเอง เสียงทุ่มต่ำดังออกมาจากปากเขา
“วิชาสละชีพ!”
ชั่วขณะถัดมา ใบหน้าของเซินเชียนซานที่แก่ชราอยู่แล้วยิ่งเหี่ยวย่นลงอย่างรวดเร็ว ผมร่วง ร่างกายค่อมงอ แต่เมื่อทุกอย่างหยุดลง จู่ ๆ ก็มีเสียงหัวใจเต้นรุนแรงดังขึ้นจากบริเวณหัวใจของเขา ทันใดนั้น พลังก็ระเบิดทะลักออกมาจากตัวเขา
ในเวลาเดียวกัน พื้นดินรอบข้างก็ทยอยแตกระแหงตามพลังที่ปลดปล่อยออกมา เมื่อเซินเชียนซานเงยหน้าขึ้น ร่างของเขาในตอนนี้ก็ผอมแห้งราวกับโครงกระดูก แทบไม่เหลือลมหายใจของคนเป็น ดูราวกับชายชราที่กำลังจะสิ้นใจ แต่กลับแผ่ไอคุกคามที่ทำให้หลี่เต้ารู้สึกหวั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เจ้าหนู” อาจเป็นเพราะความชราภาพ เสียงของเซินเชียนซานในตอนนี้แหบพร่าน่ารำคาญ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าจ้องมองมาที่หลี่เต้าพลางเอ่ยช้า ๆ “เจ้าทำให้ข้าต้องสละอายุขัยร้อยปีในคราวเดียว วันนี้เจ้าต้องตายแน่”
เสียงพูดเพิ่งจะขาดคำ เซินเชียนซานก็หายตัวไปจากที่เดิมในทันที
ด้านหลัง! หลี่เต้ารู้สึกถึงสัญญาณอันตราย สัญชาตญาณทำให้เขายกง้าวขึ้นป้องกันด้านหลัง
เสียงดังตึง! เมื่อง้าวมังกรทมิฬปะทะกับดาบวงพระจันทร์ พลังมหาศาลพุ่งออกมา
“ฟ้าดินคลั่งสังหาร!” เสียงแหบพร่าของเซินเชียนซานดังขึ้น เจตจำนงแห่งดาบระเบิดพุ่งออกมาจากดาบวงพระจันทร์ในทันที ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องสะสมพลัง พลังดาบพุ่งทะลุออกมาพร้อมกับแรงลมอันรุนแรง
เห็นดังนั้น หลี่เต้าก็รีบตอบสนองอย่างรวดเร็ว
ไร้เทียมทาน! ระบำคลั่ง!
ในชั่วพริบตาต่อมา ง้าวมังกรทมิฬหมุนควงอย่างรวดเร็วในฝ่ามือของหลี่เต้า ปราณไร้เทียมทานพันเกี่ยวพลังแห่งสภาวะจิตก่อตัวเป็นกำแพงมหึมาที่มองไม่เห็นขึ้นตรงหน้าเขา
เพียงชั่วพริบตา เจตจำนงแห่งดาบก็ปะทะเข้ากับกำแพงปราณไร้เทียมทาน ทันใดนั้น พลังแห่งสภาวะจิตทั้งสองก็เริ่มปะทะกัน ปราณไร้เทียมทานก็ได้ปะทะกับพลังปราณแท้ด้วยเช่นกัน สิ่งที่แตกต่างจากครั้งก่อนหน้านี้ก็คือ คราวนี้พลังของอีกฝ่ายกลับเริ่มได้เปรียบเหนือพลังแห่งสภาวะจิตของหลี่เต้า