ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 222 ดูของดีอย่างหนึ่ง
บทที่ 222 ดูของดีอย่างหนึ่ง
เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยดังมาจากนอกประตู จิ่วเอ๋อร์ถึงกับชะงักงันราวกับถูกสายฟ้าฟาด นางยืนนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ไม่อาจตั้งสติได้
ในความพร่าเลือน ได้ยินนางพึมพำว่า
“เป็นเสียงหลอนหรือ?”
เหตุการณ์เช่นนี้นางเคยฝันถึงหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาก็พบว่าเป็นเพียงความฝัน
“จี๊ด ๆ!”
ในตอนนั้น หยวนเป่าวิ่งจากกรอบประตูมาหยุดตรงหน้าจิ่วเอ๋อร์ มันกระโดดโลดเต้นพลางทำท่าทางประกอบ
คงจะกำลังบอกว่า เหตุใดเจ้าถึงยังไม่เปิดประตู?
เมื่อมองดูหยวนเป่าดวงตาของจิ่วเอ๋อร์ก็สว่างวาบขึ้นทันที นางก้มตัวลงอุ้มมันขึ้นมา
แล้วก็…
โป๊ก!
“จี๊ด ๆ!”
หยวนเป่าร้องด้วยความเจ็บปวดพลางกุมศีรษะไว้
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาของจิ่วเอ๋อร์ก็สว่างวาบ
“นี่ไม่ใช่ความฝัน”
ในชั่วขณะถัดมา หยวนเป่ารู้สึกราวกับตัวเองกลายเป็นนกน้อยที่กำลังบินขึ้นไปในอากาศ
“คุณชายเจ้าคะ!”
จิ่วเอ๋อร์ร้องเรียกพลางรีบวิ่งไปที่ประตู
ตุบ!
หยวนเป่าที่ยังมึนงงล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
สายลมเย็นพัดเข้ามาในห้องพร้อมกับประตูที่เปิดออก ทำให้จิ่วเอ๋อร์ลืมตาไม่ขึ้นชั่วขณะ
ในความพร่ามัว นางเห็นร่างที่คิดถึงทั้งกลางวันกลางคืนปรากฏขึ้น
“คุณชาย ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”
ทันใดนั้น จิ่วเอ๋อร์ก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของหลี่เต้า
เมื่อหลี่เต้าได้กลิ่นหอมกรุ่นจากร่างของจิ่วเอ๋อร์เขาก็แข็งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาจะอ่อนโยนลง แล้วตบเบา ๆ ที่แผ่นหลังของนาง
ผ่านไปครู่หนึ่ง จิ่วเอ๋อร์จึงเงยหน้าขึ้นจากอ้อมอกของหลี่เต้า ดวงตาแดงก่ำพลางเอ่ยว่า
“คุณชาย ท่านไม่รู้เลยว่าข้าเป็นห่วงท่านมากเพียงใด ทุกวันข้าได้ยินเสียงร่ำไห้ดังมาจากด้านนอก ข้ากลัวนักว่าสักวันท่านจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น”
หลี่เต้าวางมือลงบนศีรษะของจิ่วเอ๋อร์แล้วลูบเบา ๆ
“เจ้าเด็กน้อย ไม่เชื่อใจคุณชายของเจ้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
จิ่วเอ๋อร์ทำหน้าน้อยใจ
“ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจคุณชาย แต่สิ่งที่คุณชายทำมันทำให้ผู้คนเป็นห่วงอยู่แล้ว”
“จี๊บ ๆ!”
“โฮ่ง ๆ!”
ในตอนนั้นเอง โม่เฉี่ยนและเสี่ยวไป๋ ก็ได้เข้ามาใกล้พลางส่งเสียงร้องเบา ๆ
แม้ว่าพวกมันจะอยู่กับหลี่เต้ามาไม่นาน แต่เพราะเลือดวิเศษทำให้พวกมันมีสัญชาตญาณอยากเข้าใกล้
เมื่อได้ยินเสียงร้องของเหยี่ยวและหมาป่า หลี่เต้าก็ยื่นมือไปลูบหัวพวกมัน
“จี๊ด ๆ!”
ทันใดนั้นหยวนเป่าก็วิ่งเข้ามา มันกระโดดไปมาพลางส่งเสียงร้อง อุ้งเท้าเล็ก ๆ ชี้ไปที่จิ่วเอ๋อร์
เมื่อได้ยินเสียงร้องของหยวนเป่า หลี่เต้าก็มองไปที่จิ่วเอ๋อร์แล้วยักไหล่พลางยิ้มพูดว่า
“ข้าก็ห้ามนางไม่ได้”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หยวนเป่าดวงตาแข็งค้าง หูหนูทั้งสองข้างห้อยตกลงราวกับว่าบรรยากาศในตอนนี้กลายเป็นสีเทาขาวไปหมด
หลี่เต้ามองดูจิ่วเอ๋อร์ที่ยังเกาะอยู่บนตัวเขาแล้วพูดอย่างจนปัญญา
“จิ่วเอ๋อร์พวกเราเข้าไปคุยกันในห้องก่อนเถอะ”
“อืม”
จิ่วเอ๋อร์รับคำเบา ๆ ในที่สุดก็ปล่อยมือ ใบหน้ายังคงแดงระเรื่อ
ไม่นานหลังจากนั้น หลี่เต้านั่งอยู่บนเก้าอี้ จิ่วเอ๋อร์นั่งอยู่ข้าง ๆ คอยรินชาเติมถ้วยให้เต็ม
“คุณชาย ท่านกำลังจะจากไปอีกแล้วหรือเจ้าคะ?”
เมื่อได้ยินว่าหลี่เต้าจะแวะพักที่เมืองอวิ๋นฉีเพียงชั่วคราว น้ำตาของจิ่วเอ๋อร์ก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็วในเบ้าตา
ดวงตาคู่กลมโตที่เอ่อด้วยน้ำตาจ้องมองตรงไปที่หลี่เต้า ราวกับจะบอกว่าถ้าท่านพยักหน้า ข้าก็กล้าที่จะร้องไห้
“อืม…”
หลี่เต้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงกล่าวว่า
“จิ่วเอ๋อร์เจ้าไม่อยากให้ข้าจากไปจริงๆ หรือ?”
“อืม ๆ”
จิ่วเอ๋อร์พยักหน้าอย่างหนักแน่น
แม้ว่าปกติจะมีพวกหยวนเป่าคอยอยู่เป็นเพื่อน แต่สิ่งที่นางต้องการจริงๆ คือการได้อยู่เคียงข้างหลี่เต้า
“ได้”
หลี่เต้าตัดสินใจแล้วจึงกล่าวว่า
“เช่นนั้นเจ้าก็จงตามข้าไปด้วยกันเถิด”
เพราะเขานึกถึงปัญหาสำคัญขึ้นมาได้
นั่นก็คือเหตุใดเขาจึงพยายามพัฒนาตนเองอย่างหนัก
เมื่อครู่หลี่เต้าเข้าใจแล้ว การที่เขาพยายามพัฒนาตนเอง ก็เพื่อให้ความปรารถนาของเขาและผู้คนรอบข้างเป็นจริง
หากก่อนหน้านี้เขายังเป็นเพียงทหารธรรมดาก็คงไม่สะดวกที่จะพาจิ่วเอ๋อร์ไปด้วย
แต่ตอนนี้เขาคือรองแม่ทัพกองทหารเจิ้นเป่ยแห่งด่านฟู่เฟิง
พูดตามความเป็นจริง อำนาจก็มีไว้ใช้ในยามเช่นนี้มิใช่หรือ
“จริงหรือเจ้าคะ?”
ทันทีที่เสียงพูดจบลง จิ่วเอ๋อร์ที่อยู่ข้าง ๆ ก็มีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ แต่แล้วสีหน้านางก็เปลี่ยนไป พูดเสียงเบาอย่างระมัดระวังว่า
“แต่คุณชาย จิ่วเอ๋อร์จะทำให้ท่านลำบากใจหรือไม่เจ้าคะ”
“วางใจเถิด ไม่ลำบากหรอก อย่างไรเสียตอนนี้ที่นั่นก็อยู่ในการดูแลของข้าแล้ว”
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องหนึ่งในจวนแม่ทัพแห่งด่านฟู่เฟิง
“ฮัดเช้ย!”
หลังจากจามเสร็จ หยางหลินก็มองดูรายงานที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าด้วยสีหน้าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก
ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก
เห็นเฉินโหยวอุ้มรายงานกองโตเดินเข้ามา แต่เนื่องจากบนโต๊ะไม่มีที่วางแล้ว เขาจึงต้องวางมันไว้บนเก้าอี้อีกด้านหนึ่ง
เมื่อเฉินโหยวเห็นหยางหลินนั่งเหม่อ เขาจึงเอ่ยเตือนอย่างจริงจัง
“ท่านแม่ทัพหยาง รายงานเหล่านี้มีหลายฉบับที่ต้องการให้ท่านตรวจสอบโดยด่วน หวังว่าท่านจะรีบจัดการ ข้าจะรออยู่นอกห้อง เมื่อจัดการเสร็จแล้วส่งให้ข้าได้เลย”
พูดจบ เฉินโหยวก็เดินออกไปยืนรออยู่เงียบ ๆ นอกห้อง
ภายในห้อง หยางหลินที่ได้สติกลับมาแล้ว มองดูรายงานที่เพิ่งส่งมาใหม่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ กัดฟันพึมพำ
“เจ้าหนูหลี่ เจ้าช่างไม่มีน้ำใจ!”
… ยามบ่าย ฟ้าเริ่มมืด หลี่เต้าและจิ่วเอ๋อร์นั่งรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน
ในขณะที่กำลังมองจิ่วเอ๋อร์เก็บกวาดถ้วยชาม หลี่เต้าก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยเตือนว่า
“จริงสิ จิ่วเอ๋อร์หลังจากเจ้าเก็บกวาดเสร็จแล้ว ให้มาหาข้าที่ห้องด้วย”
เพล้ง!
ในชั่วขณะถัดมา ชามใบที่จิ่วเอ๋อร์ถืออยู่ก็ร่วงลงพื้น แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
จิ่วเอ๋อร์พลันหน้าแดงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ คำพูดคำจาติดขัด
“คุณชาย นี่… นี่มันเร็วเกินไปกระมัง”
“อะไรเร็วเกินไปหรือ?”
หลี่เต้าทำหน้างุนงง ลุกขึ้นยืนแล้วพูดต่อ
“เอาเป็นว่าเจ้ารีบเก็บกวาดให้เสร็จเถอะ เดี๋ยวจะให้ดูของดีอย่างหนึ่ง”
พูดจบ เขก็หมุนตัวกลับห้องไปเตรียมการ ทิ้งให้จิ่วเอ๋อร์ยืนงงอยู่ที่เดิม
ผ่านไปนาน จิ่วเอ๋อร์ถึงได้สติกลับมา
ใบหน้านางแดงผิดปกติ ในหัวตอนนี้เต็มไปด้วยคำพูดของคุณชายก่อนจากไป
ไปที่ห้องของเขา! ดูของดีอย่างหนึ่ง!
จิ่วเอ๋อร์นึกถึงหนังสือภาพขนาดเล็กที่เคยเห็นในห้องคุณชายขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อนึกถึงตรงนี้ นางก็อดที่จะครางเบา ๆ ออกมาไม่ได้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเขินอาย คิดในใจว่า ทำไมคุณชายถึงได้พูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ ไม่ให้ข้าได้เตรียมใจสักหน่อย
จิ่วเอ๋อร์ลังเลเพียงชั่วครู่ก็คิดอะไรบางอย่างออกในใจ
ดังนั้นนางจึงรีบเก็บชามตะเกียบแล้ววิ่งออกจากห้องโถง ราวกับมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบไปจัดการ
ในเวลาเดียวกัน หลังจากหลี่เต้ากลับเข้าห้อง เขาก็พลิกถ้วยชาที่คว่ำอยู่บนโต๊ะให้หงายขึ้น
จากนั้นก็ยกแขนขวาขึ้นมา แล้วกัดลงไป
ด้วยผิวหนังของเขาในตอนนี้ หากไม่ใช่อาวุธวิเศษก็ไม่อาจทำให้บาดเจ็บได้ มีเพียงฟันของเขาเท่านั้นที่พอจะกัดให้เป็นแผลได้
เมื่อรู้สึกถึงรสคาวหวานในปาก เขาก็คลายฟันออก แล้วเอาแผลที่ถูกกัดจนช้ำมาอยู่เหนือถ้วยชา
ไม่นาน เลือดวิเศษที่มีสีทองอ่อน ๆ ก็เต็มถ้วยชา
“น่าจะพอแล้ว”
หลี่เต้าพึมพำ
จุดประสงค์ที่เขากลับบ้านครั้งนี้ นอกจากมาดูจิ่วเอ๋อร์แล้ว อีกเป้าหมายหนึ่งก็คือการใช้เลือดวิเศษช่วยให้จิ่วเอ๋อร์ปรับสภาพ มอบความสามารถในการป้องกันตัวเองให้นาง
หากเป็นไปได้ เขายังหวังว่าจิ่วเอ๋อร์จะสามารถบำเพ็ญได้อีกด้วย