ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 251 ปรมาจารย์ตายแล้ว
เมื่อเห็นสายน้ำพุ่งเข้ามาอีกครั้ง หลี่เต้าก็ไม่หลบหลีกอีกต่อไป
เขาสะบัดง้าวมังกรทมิฬฟาดลงไป ทำให้สายน้ำแตกกระจายเป็นหยดน้ำมากมาย
ขณะที่หลี่เต้าคิดว่าจบเพียงเท่านี้ เหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น
หยดน้ำเหล่านั้นไม่ได้ตกลงสู่พื้นในทันที แต่กลับพุ่งเข้าโจมตีหลี่เต้า ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างที่พุ่งเข้ามา หยดน้ำยังได้แข็งตัวกลายเป็นเข็มน้ำแข็ง
เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ครั้งนี้หลี่เต้าจึงต้องใช้ร่างกายรับการโจมตี
เมื่อปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยเห็นภาพนั้น ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายด้วยความยินดีทันใด
“กล้าใช้ร่างกายรับการโจมตีของข้า ช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียจริง”
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลับทำให้เขาตกตะลึง
เมื่อเข็มน้ำแข็งปักเข้าที่ผิวหนังรอบตัวหลี่เต้า มันกลับไม่สามารถทะลุผ่านได้ เพียงแค่กดให้ผิวหนังเป็นรอยบุ๋มเท่านั้น
“เป็นไปได้อย่างไร!”
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยแสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมา
เช่นเดียวกับศัตรูที่หลี่เต้าเคยเผชิญมาก่อน พวกเขาต่างรู้สึกตกตะลึงกับพลังกายที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปของหลี่เต้า
หลี่เต้าก้มหน้ามองลงไปครู่หนึ่ง ร่างของเขาสั่นสะท้าน ทำให้เข็มน้ำเหล่านั้นแตกกระจายทันที
หลังจากที่เข้าใจวิธีการของปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยแล้ว เขาก็รู้ว่าควรจะรับมือกับอีกฝ่ายอย่างไร
เมื่อลงถึงพื้น หลี่เต้าก็กระทืบเท้าลงอย่างแรง
ตูม!
พื้นดินรอบ ๆ เท้าของเขาในรัศมีสามจั้งยุบตัวลงด้วยพลังมหาศาล
ในชั่วขณะถัดมา ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดุจดังลูกธนูและดาวตก
ไร้เทียมทาน! ดาวพิฆาต!
ด้วยพลังแห่งการรับรู้ หลี่เต้าได้เหวี่ยงง้าวมังกรทมิฬในมือออกไปจากระยะหลายสิบจั้ง
เงาของง้าวมังกรทมิฬที่ยาวหลายสิบจั้งฟาดฟันใส่ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยอย่างรุนแรง
อีกด้านหนึ่ง ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยที่ได้สติกลับมาก็เข้าใจความตั้งใจของหลี่เต้า เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายต้องการจะโจมตีเขาในระยะประชิด
ทว่าเขาก็ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เพราะวิชากำลังภายในและพลังแห่งการรับรู้ของเขานั้นเชี่ยวชาญในการต่อกรกับผู้ที่ใช้วิถีแห่งความรุนแรงและการครอบงำ
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยระดมพลังปราณแท้ ในพริบตาเดียวรอบกายก็มีพลังปราณแท้สีฟ้าอ่อนล้อมรอบ ตามด้วยสายตาที่เพ่งมอง ปล่อยพลังสภาวะจิตออกมา
ในชั่วขณะถัดมา มีเกราะทรงครึ่งวงกลมสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นครอบรอบตัวเขาเอาไว้
ในเวลาเดียวกัน เงาของง้าวมังกรทมิฬก็ตกกระทบลงบนเกราะสีฟ้าอ่อนนั้น
หลังจากพลังสภาวะจิตทั้งสองปะทะกัน ภาพการเผชิญหน้าอย่างดุเดือดที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น
เกราะสีฟ้าอ่อนค่อย ๆ ยุบลงภายใต้แรงกระแทกอันมหาศาล แต่เมื่อยุบตัวลงถึงระดับหนึ่งก็หยุดชะงัก นี่คือปรากฏการณ์ที่พลังถูกผ่อนออก
“เจ้าหนู เจ้าถูกข้าต้านทานไว้ได้หมดแล้ว ถ้ารู้ความก็จงส่งมอบองค์ราชาของพวกเรามา”
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นหลังจากรับมือกับการโจมตีได้
“อย่างนั้นหรือ?”
หลี่เต้าหรี่ตาลง แล้วเหวี่ยงง้าวออกไปอีกครั้งโดยไม่ลังเล
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยก็ใช้วิธีเดิมรับมือกับการโจมตีครั้งนี้ พร้อมกับเอ่ยว่า
“ไร้ประโยชน์”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลี่เต้าก็ดูเหมือนจะค้นพบบางสิ่ง รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นมา
จากนั้น การโจมตีต่อเนื่องก็พุ่งเข้าใส่ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ย
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอันดุดันและรุนแรงของหลี่เต้า ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยรู้ดีว่าไม่อาจต้านรับด้วยกำลังได้ จึงได้แต่เดินพลังวิเศษและพลังสภาวะต่อไปเพื่อป้องกันตัว
ผลก็คือ หลังจากรับมือไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยที่แต่เดิมมั่นใจในชัยชนะ สุดท้ายจิตใจก็เริ่มปั่นป่วน
เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าคู่ต่อสู้จะใช้พลังสภาวะอย่างไม่ยั้งมือเช่นนี้
เขาคิดว่าในฐานะฝ่ายป้องกัน หากประลองด้วยการประลองพลัง เขาย่อมเอาชนะอีกฝ่ายได้โดยง่าย จากนั้นค่อยโต้กลับในภายหลัง
แต่ในยามนี้กลับกลายเป็นว่า การโจมตีของอีกฝ่ายยังคงอยู่ในสภาวะที่ทำให้เขาต้องป้องกันตัวอยู่ตลอด ไม่มีโอกาสโต้กลับเลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน ตัวเขาเองก็ต้องรักษาระดับพลังวิเศษและพลังสภาวะจิตเพื่อปกป้องตนเองอย่างต่อเนื่อง จนบัดนี้พลังในร่างถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว
หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าไม่ช้าก็เร็ว การป้องกันของเขาต้องถูกอีกฝ่ายทำลายลงแน่
เมื่อคิดได้ดังนั้น ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยก็เข้าใจว่าตนเองไม่อาจนั่งรอความตายได้อีกต่อไป จำต้องเลือกโจมตีก่อน
เสียงดังสนั่น
ในที่สุด ภายใต้การโจมตีของหลี่เต้า เกราะสีฟ้าอ่อนนั้นก็แตกกระจาย ไม่อาจคงอยู่ต่อไปได้
ขณะเดียวกัน เงาของง้าวมังกรทมิฬก็ฟาดฟันลงมาตามจังหวะ
ตูม!
ร่างของปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยถูกเงาดำกลืนหายไปในพริบตา
“ปรมาจารย์!”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นที่แขนทั้งสองข้างพิการก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ขณะเดียวกัน ผู้คนที่ยืนดูอยู่โดยรอบ รวมไปถึงจินโม่และคนอื่น ๆ ต่างก็ยืนตะลึงงัน ไม่อยากเชื่อว่าผู้แข็งแกร่งระดับปรมาจารย์ของเผ่าลั่วอวิ๋นจะจบชีวิตลงเช่นนี้
ในยามที่ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นและคนอื่น ๆ กำลังสิ้นหวัง หลี่เต้ากลับขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตายังคงจับจ้องไปยังจุดที่ถูกง้าวมังกรทมิฬฟาดลงไป
ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะสิ่งอื่นใด แต่เป็นเพราะเขาไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
เขาไม่เชื่อว่าจะมีผู้ใดในโลกนี้หลบหนีการตัดสินของระบบได้ ดังนั้นปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยจึงยังไม่ตาย
ในตอนนั้นเอง เงาดำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางฝุ่นควัน
ชั่วขณะถัดมา เงาดำนั้นพลันพุ่งออกมาจากกลุ่มฝุ่นควันด้วยความเร็วสูง
ฉึก!
หลี่เต้าใช้สัญชาตญาณแทงง้าวเข้าไปกลางอกของเงาดำพอดี
ตูม!
เงาดำแตกกระจายออก น้ำมากมายกระเซ็นใส่ร่างของหลี่เต้า
“เจ้าหนู เจ้าติดกับดักเข้าแล้ว!”
ในตอนนั้นเอง เสียงของปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยก็ดังขึ้น
ตูม!
พื้นดินแตกออก ร่างหนึ่งพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินตรงหน้าหลี่เต้า
จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ย
เนื่องจากหลี่เต้ายังคงอยู่ในท่าแทงง้าว ภายใต้การจู่โจมอย่างฉับพลันของปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ย เขาจึงไม่มีเวลาหดมือกลับมาโต้ตอบ
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม ฝ่ามือทั้งสองข้างที่เรืองรองด้วยพลังปราณแท้สีฟ้าฟาดลงมาที่หน้าอกของหลี่เต้าอย่างหนัก
“ไปตายซะ! หัตถ์ผ่านที!”
ฝ่ามือคู่นั้นกระแทกเข้าที่หน้าอกของหลี่เต้าอย่างรุนแรง
ในเวลาเดียวกัน คลื่นพลังมหาศาลก็พุ่งทะลุออกมาจากแผ่นหลังของหลี่เต้า
เมื่อปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ก็รีบถอยห่างจากหลี่เต้าไปร้อยก้าวโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย แล้วจึงหยุดลง
“ฮู่ว!”
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยถอนหายใจยาว เมื่อเห็นหลี่เต้ามีเลือดสีแดงไหลซึมออกมาจากผิวหนังจำนวนมาก เขาส่งเสียงหัวเราะดังลั่นเอ่ยขึ้น
“เจ้าหนู เจ้าโดนหัตถ์ผ่านทีของข้าเข้าไปแล้ว เจ้าต้องตายแน่ ภายใต้หัตถ์ผ่านทีของข้า เลือดในร่างของเจ้าจะค่อย ๆ แยกออกจากร่าง ทำให้เจ้าตายเพราะเสียเลือด”
ในตอนนั้นเอง เมื่อผู้คนจากเผ่าลั่วอวิ๋นเห็นว่าปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยยังไม่ตาย ทั้งยังสามารถทำร้ายหลี่เต้าจนบาดเจ็บสาหัสได้ ต่างก็แสดงสีหน้ายินดี
“ตายเพราะเสียเลือด?”
ขณะที่ได้กลิ่นเลือดวิเศษลอยอวลอยู่ในอากาศ หลี่เต้าก็ก้มลงมองเลือดที่ค่อย ๆ ซึมออกมาจากรูขุมขน แล้วยิ้มบาง
เขาเงยหน้าขึ้นมองปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ย แล้วพูดอย่างเชื่องช้าว่า
“แล้วถ้าไม่ตายล่ะ?”
“ไม่ตาย?”
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยหัวเราะเยาะ
“นอกเสียจากเจ้ามีความสามารถเก็บน้ำที่หกแล้วกลับคืนมาได้”
“ข้าไม่รู้ว่าจะเก็บน้ำที่หกแล้วกลับคืนมาได้หรือไม่ แต่การเก็บเลือดกลับคืนมานั้น ลองดูได้”
หลี่เต้าเผยรอยยิ้มบาง
ในชั่วขณะถัดมา ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เลือดที่ไหลออกมาจากรูขุมขนบนร่างของหลี่เต้าเริ่มไหลย้อนกลับ
เพียงไม่กี่ลมหายใจผ่านไป เลือดที่ไหลออกมาเมื่อครู่ก็ไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างกายผ่านรูขุมขน
สาเหตุที่สามารถทำเช่นนี้ได้ เป็นเพราะเมื่อพลังกายแข็งแกร่งขึ้น หลี่เต้าก็สามารถใช้จิตใจควบคุมเลือดวิเศษได้
เขาสามารถป้องกันไม่ให้เลือดไหลออกเมื่อได้รับบาดเจ็บได้ตั้งแต่แรกเริ่ม
และครั้งล่าสุด หลังจากที่มีพลังกายถึงห้าพันแต้ม เขาก็พบว่าตนเองสามารถควบคุมเลือดวิเศษได้ในระยะใกล้ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
ก่อนหน้านี้เขารู้สึกว่าความสามารถนี้ไร้ประโยชน์ แต่ตอนนี้กลับพบว่ามันมีประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง
แน่นอนว่าด้วยพลังกายในปัจจุบันของเขา แม้จะสูญเสียเลือดวิเศษไปบางส่วนก็ไม่ถึงกับเสียชีวิต เพียงแต่จะอ่อนแรงลงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาแข็งแกร่งกว่าตอนที่ต่อสู้กับเซินเชียนซานถึงสองเท่า
ไม่ไกลออกไป เมื่อปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยเห็นภาพนี้ก็แสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมา
“เป็นไปไม่ได้!”
หลี่เต้าจ้องมองปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ย พูดขึ้นช้า ๆ
“ข้าไม่มีทางตาย ดังนั้น คนที่จะตายต่อจากนี้ก็คือเจ้า”
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ในชั่วพริบตา หลี่เต้าก็พุ่งเข้ามาตรงหน้าเขาด้วยพลังกาย
คราวนี้หลี่เต้าไม่ได้ใช้พลังสภาวะจิต แต่ใช้พลังกายโดยตรงในการเหวี่ยงง้าวมังกรทมิฬเข้าสังหารปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ย
“จงปกป้องข้า!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยก็รีบกางโล่พลังขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ลังเล
“ไร้เทียมทาน! ตัดหัว!”
การโจมตีครั้งนี้ ง้าวมังกรทมิฬได้พุ่งทะลุผ่านโล่พลัง พุ่งตรงไปที่ใบหน้าของปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ย
ภายใต้พลังอันแข็งแกร่งของหลี่เต้า ปลายง้าวได้ดันทะลุผ่านโล่เข้ามาจนเหลือระยะห่างจากใบหน้าปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยเพียงหนึ่งชุ่น
อีกนิดเดียวก็จะทะลุผ่านโล่ป้องกันเข้าโจมตีปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยได้แล้ว
เมื่อเห็นภาพนี้ ในตอนแรกปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยก็ตื่นตระหนก แต่พอเห็นว่าสามารถป้องกันไว้ได้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในตอนนั้นเอง หลี่เต้าก็ผุดรอยยิ้มบาง ๆ ขึ้นมา
ปลดปล่อย!
ในชั่วขณะถัดมา กล้ามเนื้อทั้งสองแขนของหลี่เต้าพองขึ้น พลังที่อัดแน่นอยู่ในง้าวมังกรทมิฬพลันทะลักออกมา
“พังทลาย!”
ครั้งนี้ง้าวมังกรทมิฬพุ่งทะลุผ่านระยะหนึ่งชุ่นสุดท้ายนั้นได้ทันที แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งสำคัญคือด้วยระยะเพียงหนึ่งชุ่น ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยไม่มีเวลาตั้งตัวรับมือเลย
ตูม!
ง้าวพุ่งแทงออกไป คลื่นพลังทะลวงออกไปไกลถึงร้อยจั้ง
เมื่อคลื่นพลังสลายไป ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยที่อยู่เบื้องหน้าหลี่เต้ายยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่กลับขาดสิ่งหนึ่งไป
ขาดศีรษะที่เคยอยู่บนบ่า