ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 250 ปรมาจารย์ปรากฏตัว
เมื่อได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลัง ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นและองครักษ์ของเขาต่างหันกลับไปมองโดยสัญชาตญาณ
ผลปรากฏว่า พวกเขาเห็นกองกำลังทหารม้าในชุดเกราะหนักสีดำมาปรากฏตัวอยู่หน้ากระโจมของเขาตั้งแต่เมื่อใดก็สุดรู้
ผู้นำของกองกำลังนั้นเด่นชัดที่สุด สวมชุดเกราะ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความองอาจ ในมือถือง้าวยาวที่เปรอะเปื้อนด้วยโลหิต
สายตาของเขากวาดมองผ่านคนเหล่านั้นไปยังด้านล่างกระโจม เห็นทหารในลานกำลังต่อสู้อย่างห้าวหาญ แต่กลับไม่มีใครสามารถบุกขึ้นมาได้
ทหารม้าในชุดเกราะหนักเหล่านั้น ราวกับว่าเป็นภูเขาลูกใหญ่ขวางกั้นเส้นทางที่ทหารของเขาจะเข้ามาช่วยเหลือ
“พวก พวกเจ้าเป็นใคร!”
ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นมองสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว เข้าใจว่าตนไม่อาจหนีรอดได้อีก จึงข่มความหวาดกลัวในใจไว้แล้วเอ่ยถามไปทางหลี่เต้า
“พวกข้าเป็นใครรึ?”
หลี่เต้ายิ้มบาง ก่อนค่อย ๆ เอ่ยว่า “กองทัพฝูถูแห่งต้าเฉียน”
“ต้าเฉียน!”
เมื่อได้ยินสองคำนี้ ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นก็เบิกตากว้าง พึมพาว่า
“เหตุใดจึงเป็นพวกเจ้าได้ พวกเจ้าทำไมถึง…”
ในตอนนั้นเอง ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นพลันนึกถึงคำที่จินโม่เคยเตือนเขาเมื่อไม่นานมานี้ ให้ระวังการโต้กลับของต้าเฉียน ตอนนั้นเขายังไม่ใส่ใจ ใครจะคิดว่ากรรมจะตามสนองเร็วถึงเพียงนี้
พวกเขายังไม่ทันได้ตั้งตัว อีกฝ่ายก็บุกมาถึงตรงหน้าเสียแล้ว
เมื่อมาถึงจุดนี้ ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นที่ยังไม่ยอมแพ้จึงถามขึ้นว่า
“เหตุใดจึงต้องเป็นพวกเราเผ่าลั่วอวิ๋น แล้วเผ่าถ่ามู่เล่า เผ่าเลี่ยหั่วล่ะ”
หลี่เต้ามองดูราชาเผ่าลั่วอวิ๋นที่มีสีหน้าไม่ยอมรับ จึงบอกตามตรง
“ใครบอกเจ้าว่าต้าเฉียนมีเป้าหมายแค่พวกเจ้าเผ่าลั่วอวิ๋นเท่านั้น”
“หรือว่า…”
ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นคิดไม่ถึงว่า ครั้งนี้ต้าเฉียนจะใช้วิธีการที่เด็ดขาดเช่นนี้ ทั้งที่ทุกปีที่ผ่านมา พวกเขาก็เคยล่วงเกินต้าเฉียนมาไม่น้อย แต่เหตุใดครั้งนี้จึงรุนแรงถึงเพียงนี้
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ เขาก็นึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง
นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่าด่านฟู่เฟิง มันคงไม่ใช่แค่กันชนระหว่างต้าเฉียนกับพวกเขาชนเผ่าเป่ยหมานเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นแบ่งขีดจำกัดของต้าเฉียนด้วย
เมื่อคิดเข้าใจถึงจุดนี้แล้ว ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นก็มีสีหน้าเคร่งเครียด หากรู้เช่นนี้แต่แรก เขาคงไม่โลภในผลประโยชน์เพียงน้อยนิด แล้วไปสนับสนุนเผ่าถ่ามู่จนต้องมาลงเอยเช่นนี้
“แล้วเหตุใดพวกเจ้าจึงปรากฏตัวเร็วเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่มีผู้ใดแจ้งข่าวแก่พวกเรา และเหตุใดพวกเจ้าจึงปรากฏตัวในราชสำนักของข้าอย่างกะทันหัน”
ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นเงยหน้าขึ้นถามคำถามสุดท้ายที่อยู่ในใจ
“นั่นก็เพราะว่า เป้าหมายแรกของพวกเราคือราชสำนักของเจ้า”
เมื่อพูดจบ หลี่เต้าก็พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับรู้สึกถึงบางสิ่ง
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปทางด้านหลังกระโจมของราชาแห่งเผ่าลั่วอวิ๋น
ที่นั่นมียอดเขาลูกหนึ่ง ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิด
“ในที่สุดก็มาแล้ว” หลี่เต้าพึมพา
ราวกับว่าเขากำลังรอคอยบางสิ่งอยู่ที่นี่มาตลอด
“จางเมิ่ง!”
“ขอรับ”
“พาราชาเผ่าลั่วอวิ๋นไปด้วย”
“ขอรับ!”
จางเมิ่งนำคนเข้าไปใกล้ราชาเผ่าลั่วอวิ๋น
ขณะที่เขากำลังจะยื่นมือไปคว้าตัวราชาเผ่าลั่วอวิ๋น ทันใดนั้น ก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นจากความมืดในที่ไกล
เพียงพริบตาเดียว ก็เห็นเพียงเข็มใสนับไม่ถ้วนพุ่งโจมตีใส่พวกเขา
ในตอนที่จางเมิ่งและคนอื่น ๆ กำลังจะถูกโจมตี ร่างของหลี่เต้าพลันปรากฏขึ้นบังอยู่เบื้องหน้าพวกเขา
มือข้างหนึ่งของเขาเหวี่ยงหมุน ง้าวมังกรทมิฬในฝ่ามือหมุนอย่างรวดเร็ว
เมื่อปะทะกับง้าวมังกรทมิฬที่กำลังหมุน เข็มส่วนใหญ่ที่พุ่งเข้ามาโจมตีพลันแตกกระจาย
เข็มบางส่วนที่พุ่งผ่านด้านข้างปักลงพื้น ทิ้งรอยหลุมเล็กทว่าลึกไว้
หลังจากป้องกันไว้ได้ทั้งหมด ทันใดนั้นหลี่เต้าก็พบว่า ง้าวมังกรทมิฬมีความชื้นเล็กน้อย
น้ำหรือ?
ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นที่อยู่ด้านข้าง เห็นภาพนั้นก็พลันมีสีหน้ายินดี ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า
“ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ย ช่วยข้าด้วย!”
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ย?
ทันใดนั้น เสียงฝ่าอากาศก็ดังขึ้น
เห็นเพียงสายน้ำเป็นเส้นดั่งน้ำตกทอดยาวมาจากความมืดที่ไกลออกไป
พวกจางเมิ่งเห็นดังนั้นก็รีบหลบหลีก แต่สายน้ำนั้นกลับเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศ พุ่งตรงไปยังราชาเผ่าลั่วอวิ๋น
เมื่อสายน้ำพันรอบร่างของราชาเผ่าลั่วอวิ๋นแล้ว มันก็ดึงร่างของราชากลับไปในทันที ชัดเจนว่าต้องการช่วยเหลือเขา
รอดแล้ว!
ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นดีใจยิ่งนัก
แต่ในชั่วขณะถัดมา เงาของง้าวยาวขนาดมหึมาก็พุ่งฟันเข้าใส่สายน้ำเส้นนั้นอย่างกะทันหัน
โครม!
เกราะป้องกันแตกกระจาย สายน้ำเหล่านั้นก็ถูกฟันขาดเช่นกัน
เมื่อไร้พลังวิเศษหล่อเลี้ยง สายน้ำเหล่านั้นก็กลายเป็นเพียงน้ำธรรมดา ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นที่คิดว่าตนเองรอดแล้วถึงกับชะงักค้าง เมื่อมองรอบกายก็พบว่าถูกพาขึ้นมาอยู่ที่สูง
จากนั้น เขาก็เริ่มร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง
“อ๊ากกกกก! ช่วยด้วย!”
ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นเพิ่งจะร้องออกมา ก็พลันรู้สึกว่าลำคอถูกรัดแน่น จากนั้นก็พบว่าตนเองได้รับการช่วยเหลือ
เขาจึงเอ่ยออกมาโดยไม่ทันคิด “ขอบคุณ”
“ไม่ต้องเกรงใจ”
เมื่อได้ยินเสียงตอบ ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นก็หันไปมอง พบว่าตนเองกำลังถูกง้าวยาวเกี่ยวคอเสื้อห้อยอยู่ และคนที่ช่วยเขาก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพวกที่ต้องการจับตัวเขานั่นเอง
ราชาเผ่าลั่วอวิ๋น “…”
ในตอนนั้นเอง เส้นสายน้ำที่ขาดในอากาศก็เริ่มประสานตัวกันอย่างฉับพลัน ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีหลี่เต้าอีกครั้ง
“ช่างเป็นคนขี้ขลาด!”
หลี่เต้าใช้ง้าวยาวฟาดฟัน ส่งผลให้ร่างราชาเผ่าลั่วอวิ๋นลอยกระเด็นออกไป ร่วงลงตรงหน้าจางเมิ่งและคนอื่น ๆ พอดี จากนั้นก็ถูกกลุ่มคนล้อมเอาไว้
ทันใดนั้น หลี่เต้าก็หยิบธนูไม้เหล็กออกมาจากด้านหลังโดยไม่ลังเล
มือน้าวสายธนู ประทับลูกธนูสี่ดอกบนคันธนูไม้เหล็ก
“ไป!”
เสียงหวีดดังขึ้น
ลูกธนูพุ่งทะยานราวกับสายฟ้า ไปตามทิศทางของเส้นสายน้ำ เข้าไปในความมืด
ในตอนนั้นเอง ผู้ควบคุมน้ำที่อยู่เบื้องหลังก็ปรากฏกายขึ้นในที่สุด
เป็นชายชราผมขาวสวมชุดนักพรต ในมือถือแส้ปัดรังควาน ปรากฏตัวอยู่บนซากปรักหักพังของกระโจมหลวง
เบื้องหลังของเขา จินโม่ติดตามมาอย่างใกล้ชิด
ทว่าตอนนี้สภาพของจินโม่ไม่ค่อยดีนัก บาดแผลฉีกขาดทะลุปรากฏอยู่ที่ไหล่ขวา
ไม่ผิดไปจากที่คาด บาดแผลนั้นเกิดจากลูกธนูที่หลี่เต้ายิงออกไป
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยมองดูองค์ราชาแห่งลั่วอวิ๋นที่ถูกจับตัวไป เขาขมวดคิ้วพลางเอ่ยเสียงเย็นชา “เจ้าหนู ปล่อยองค์ราชาเดี๋ยวนี้ ข้าจะละเว้นให้เจ้าตายทั้งตัว แต่หากวันนี้พวกเจ้ากล้าทำร้ายองค์ราชาของพวกข้าแม้แต่เส้นผมเดียว ข้าจะทำให้พวกเจ้าตายไม่มีที่ฝังศพ”
“อย่างนั้นหรือ?”
หลี่เต้ายิ้มบาง พูดโดยไม่หันหลังกลับมา “จางเมิ่ง”
“ได้เลยขอรับ!”
จางเมิ่งพูดจบก็ฟันดาบยาวออกไป
ฉัวะ!
แขนที่เปื้อนเลือดข้างหนึ่งร่วงลงบนพื้น
“อ๊ากกกกก!”
องค์ราชาแห่งลั่วอวิ๋นมองแขนขวาที่ขาดของตนเองพลางร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยอง ด้วยปกติเขาเป็นคนที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม จะเคยเจอความทรมานเช่นนี้ได้อย่างไร
เมื่อเห็นภาพนี้ ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยก็โกรธจนหนวดกระดิกตาถลน ตวาดเสียงแหลม “พวกเจ้ากล้าดียังไง!”
“จางเมิ่ง!”
“ขอรับ!”
เสียงดังขึ้นอีกครั้ง
แขนอีกข้างหนึ่งลอยขึ้นกลางสายเลือดก่อนร่วงลงพื้น
หลี่เต้ามองไปทางปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ย พลางเอ่ยอย่างเชื่องช้า “มาพูดมาหนึ่งประโยค ข้าจะฟันหนึ่งที”
“ข้า…”
“ปรมาจารย์!!!”
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยเพิ่งจะเอ่ยปากโดยไม่ทันคิด ก็ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความเจ็บแค้นของราชาเผ่าลั่วอวิ๋น
เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นราชาเผ่าลั่วอวิ๋นคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าเจ็บปวด พลางเอ่ยว่า “ปรมาจารย์ ท่านอย่าได้พูดอะไรออกมาเลย”
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว ปรมาจารย์กล้าพูดจริงๆ และอีกฝ่ายก็กล้าฟันจริงๆ หากปล่อยให้ปรมาจารย์พูดต่อไป เขาไม่อาจจินตนาการได้ว่าจุดจบของตนจะเป็นเช่นไร
เมื่อได้ยินดังนั้น ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยก็พูดไม่ออก
สุดท้าย สายตาเยียบเย็นของเขาก็ตกลงบนร่างของหลี่เต้าที่ยืนนิ่งเฉย
ชั่วขณะถัดมา เขาพลันลงมือโจมตีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยกางสองมือออก สายน้ำมากมายพุ่งเข้าโจมตีหลี่เต้า
“วารีพันสาย!”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลี่เต้าก็ยกง้าวขึ้นป้องกัน
แต่ในตอนที่สายน้ำกำลังจะปะทะกับง้าว จู่ ๆ มันก็แยกออกเป็นสองสาย อ้อมผ่านง้าวแล้วโจมตีจากทั้งสองด้าน
“สำเร็จแล้ว!”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาของปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยก็เป็นประกายวาบขึ้น
แม้การเคลื่อนไหวนี้จะทำให้ผู้อื่นคาดไม่ถึง แต่เขากลับประเมินปฏิกิริยาของหลี่เต้าต่ำเกินไป
หลี่เต้าเอนตัวไปด้านหลัง หลบการโจมตีครั้งนี้ได้ทันที
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลับทำให้หลี่เต้าประหลาดใจยิ่งกว่า
สายน้ำเหล่านี้ราวกับมีชีวิต พวกมันหันกลับมาโจมตีเขาอีกครั้ง รวมตัวกันเป็นสายเดียว พุ่งแทงตรงเข้าที่หน้าอกของเขา
ดังนั้น หลี่เต้าจึงต้องหาทางหลบหลีกอีกครั้ง
ฝ่ามือตบลงบนหลังม้า ร่างทั้งร่างกระโดดลอยขึ้นสู่กลางอากาศ
ทว่า สายน้ำเหล่านั้นกลับพันรัดร่างของเขาจนมิด แล้วโจมตีเขาที่ลอยอยู่กลางอากาศอีกครั้ง
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลี่เต้าพลันนึกถึงคำพูดที่หยางหลินเคยบอกเขา
ขั้นปรมาจารย์แต่ละคนนั้นแตกต่างกัน
ดูเหมือนว่าจะแตกต่างกันจริงๆ
ในตอนนั้นเซินเชียนซานเลือกเส้นทางแห่งความแข็งแกร่งและการครอบงำ กระบวนท่าของเขาเปิดเผยและรุนแรง
แต่วิชาของปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยที่อยู่ตรงหน้านี้กลับมีความพิเศษอยู่บ้าง