ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 274 ร่างกายพิเศษ
เมื่อได้ยินคำพูดของจีหมิงเยว่ องค์หญิงหมิงเยว่ก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
นางเข้าใจได้ว่าการฝึกบำเพ็ญเป็นเรื่องดีสำหรับนาง เพราะการฝึกบำเพ็ญสามารถเพิ่มพลังได้ ดังนั้นหากเจอกับอันตรายเช่นเดียวกับครั้งก่อน นางก็จะสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง
แต่ที่บอกว่าเพื่อสิ่งที่อยู่ในท้องนั้น… นางไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีใครที่การฝึกบำเพ็ญสามารถส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้
ทันใดนั้น องค์หญิงหมิงเยว่ก็นึกถึงคำถามที่ทำให้นางสับสนมานาน นางจึงเอ่ยถามในใจว่า
“ข้ามีคำถามสุดท้ายอีกหนึ่งข้อ เจ้าจะตอบได้หรือไม่”
จีหมิงเยว่ค่อย ๆ กล่าวว่า
“เห็นแก่ที่เจ้าพยายามฝึกบำเพ็ญอย่างหนักในช่วงนี้ เจ้าถามมาเถิด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น องค์หญิงหมิงเยว่จึงเอ่ยปากถามทันที
“ตามหลักการแล้ว ในวันเกิดของข้า แม้ว่าองครักษ์ส่วนใหญ่จะถูกส่งไปดูแลความเรียบร้อยในงานเลี้ยง แต่ภายในตำหนักหมิงเยว่ก็ควรมีองครักษ์อีกไม่น้อย เขาเข้ามาในวังได้อย่างไร ทำไมองครักษ์เหล่านั้นไม่ได้ขัดขวางเขา มีบางสิ่งที่เจ้าไม่ได้บอกข้าใช่หรือไม่”
“หืม?”
แม้จะมีเพียงเสียงเดียวดังขึ้นในความคิด แต่องค์หญิงหมิงเยว่สามารถรู้สึกได้ว่า หากจีหมิงเยว่มีสีหน้า ในตอนนี้สีหน้าของนางคงจะเป็นความประหลาดใจ
เมื่อเห็นว่าจีหมิงเยว่ไม่ได้พูดอะไรเป็นเวลานาน องค์หญิงหมิงเยว่จึงสูดลมหายใจลึกและถามอย่างระมัดระวังว่า
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าใช่หรือไม่”
“ใช่”
ครั้งนี้จีหมิงเยว่ไม่ลังเลอีกต่อไป นางเอ่ยปากยอมรับมันอย่างเด็ดขาด
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่แน่วแน่ นั้น องค์หญิงหมิงเยว่พลันมีสีหน้าซับซ้อน จึงเอ่ยถามอีกว่า
“เพราะเหตุใดกัน?”
“ปัญหาตรงนี้ค่อนข้างซับซ้อน…”
“ถ้าเช่นนั้นก็พูดให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย”
ในตอนนี้ องค์หญิงหมิงเยว่พลันรู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายได้เปรียบในการสนทนากับจีหมิงเยว่เป็นครั้งแรก ในใจยังมีความรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
สำหรับคำถามนี้นั้น อันที่จริง นางก็พอจะเดาคำตอบได้อยู่ แต่ที่ไม่ได้พูดออกมา ก็เพราะไม่อยากทำลายบรรยากาศระหว่างทั้งสองคน ถึงอย่างไรพวกนางก็เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ตอนนี้นางตระหนักได้แล้ว ดังนั้นจึงตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้ให้จบไปเลย
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะบอกเจ้า”
จีหมิงเยว่เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเย้ายวนและซับซ้อนว่า
“ทั้งหมดนี้ต้องเริ่มอธิบายจากร่างกายพิเศษที่ติดตัวพวกเรามาตั้งแต่เกิด…”
ในช่วงเวลาต่อมา จีหมิงเยว่ก็เริ่มอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อองค์หญิงหมิงเยว่ฟังคำอธิบายของจีหมิงเยว่จบ สายตาของนางก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ
เมื่อได้สติกลับมา องค์หญิงหมิงเยว่จึงค่อย ๆ กล่าวว่า
“เจ้าหมายความว่า เจ้าเกิดมาเพราะตอบสนองต่อร่างกายพิเศษที่พวกเรามีอยู่”
“อืม”
จีหมิงเยว่เอ่ยต่อ
“คืนวันเกิดของเจ้าและข้าในตอนนั้น ก็คือเวลาที่ร่างกายพิเศษของเราทั้งสองตื่นขึ้น”
“แล้วทำไมถึงส่งผลกระทบต่อพวกองครักษ์เหล่านั้นล่ะ?”
“เพราะการตื่นของร่างกายพิเศษส่วนหนึ่งจะทำให้เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดบางอย่าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ และในช่วงเวลาที่ร่างกายพิเศษของพวกเราตื่นขึ้น ทุกคนทั้งในตำหนักหมิงเยว่และบริเวณใกล้เคียงต่างได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์นี้”
“แล้วเขาล่ะ?”
“เขาเป็นคนที่เมาแล้วบังเอิญเดินเข้ามา ตอนนั้นผลของปรากฏการณ์แปลกประหลาดได้เสื่อมถอยลงแล้ว”
“แล้วที่เจ้าเรียกเขาว่าผู้มีพระคุณหมายความว่าอย่างไร”
จีหมิงเยว่ค่อย ๆ อธิบายว่า
“นั่นเป็นเพราะการตื่นของร่างกายพิเศษมีทั้งสำเร็จและล้มเหลว หากสำเร็จ เจ้าก็จะมีร่างกายพิเศษ แต่ถ้าล้มเหลว เจ้าก็จะเป็นคนธรรมดาเหมือนเดิม”
“ตอนที่ร่างกายพิเศษของเจ้าและข้าตื่นขึ้นในตอนนั้น ความจริงเกือบจะล้มเหลวอยู่แล้ว และหากการตื่นล้มเหลว ข้าซึ่งเป็นผู้ที่เกิดมาตามสายเลือดก็จะหายไป”
“ในช่วงเวลานั้น ข้าที่ยังไม่มีสติปัญญาสมบูรณ์ได้ดิ้นรนตามสัญชาตญาณเพราะไม่อยากหายไป และในตอนนั้นเอง เขาก็บุกเข้ามาในสภาพเมามาย และหลังจากที่เขาบุกเข้ามา ข้าก็รู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าบนตัวเขามีสิ่งที่สามารถช่วยให้ร่างกายของพวกเราตื่นรู้ได้”
“ดังนั้น…”
ก่อนที่จีหมิงเยว่จะพูดจบ เสียงแผ่วเบาขององค์หญิงหมิงเยว่ก็ดังขึ้น
“ดังนั้น เจ้าจึงยั่วยวนเขาโดยเจตนา?”
“ไม่ถือว่าเป็นการยั่วยวน เพราะตอนนั้นเขาเกิดความคิดชั่วร้ายแล้ว อีกทั้งตอนนั้นข้ายังไม่ได้ตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ ทุกอย่างเป็นเพียงสัญชาตญาณของร่างกายเท่านั้น หากจะพูดให้ถูกก็คือ ทั้งพวกเราและเขาต่างก็มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น”
องค์หญิงหมิงเยว่กัดริมฝีปากพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอายปนโกรธ
“มีแค่เจ้ากับเขา ไม่มีข้า”
แล้วยังมาพูดว่าเกิดความคิดชั่วร้ายอีก ตอนนั้นนางกำลังเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิด ยังไม่ทันได้สวมใส่อาภรณ์ก็เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นเสียแล้ว
ด้วยโฉมงามของนาง แค่เพียงเผยใบหน้าออกมาก็ยังดึงดูดสายตาที่คิดไม่ดีมากมาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสภาพของนางในตอนนั้น เมื่อเผชิญกับการโต้แย้งขององค์หญิงหมิงเยว่ จีหมิงเยว่ก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงยั่วเย้าว่า
“ข้าก็คือเจ้านั่นแหละ”
หากเพิ่งรู้จักจีหมิงเยว่ องค์หญิงหมิงเยว่คงจะโกรธการกระทำของจีหมิงเยว่อย่างมาก อาจถึงขั้นถือว่านางเป็นศัตรู
แต่ด้วยความสนิทสนมของทั้งสองในปัจจุบัน นางไม่สามารถเกลียดอีกฝ่ายได้ลงจริง ๆ อีกทั้งจีหมิงเยว่ก็ได้บอกไว้แล้วว่า หากไม่มีการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเขา นางอาจจะต้องสูญสลายไปแล้ว
เรื่องนี้ทำให้องค์หญิงหมิงเยว่ยิ่งไม่อาจตำหนิจีหมิงเยว่ได้ เพราะเพื่อความอยู่รอด ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นสัญชาตญาณของอีกฝ่ายในยามที่ยังไม่มีสติปัญญาอีกด้วย
ในตอนนั้นเอง จีหมิงเยว่พลันกล่าวขึ้นว่า
“ที่จริงแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดต่อเขามากขนาดนั้น ตรงกันข้าม หากเขายังมีชีวิตอยู่ก็ควรขอบคุณเจ้าด้วยซ้ำ”
“หืม?”
จีหมิงเยว่อธิบาย
“เพราะว่า แม้ตอนนั้นเขาจะไม่ได้ทำลายความบริสุทธิ์ของเจ้า แต่เพียงแค่เรื่องเมาสุราและบุกรุกวังหลังก็เป็นโทษถึงตายแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ที่ที่เขาบุกรุกไม่ใช่สถานที่ธรรมดา แต่เป็นตำหนักหมิงเยว่ของเจ้า ด้วยความรักที่ฮ่องเต้มีต่อเจ้า การฆ่าเขาสักร้อยครั้งก็ยังไม่พอ”
“อีกทั้งการทำลายความบริสุทธิ์ของเจ้าควรได้รับโทษประหารทั้งตระกูล แต่ภายใต้การขอร้องของเจ้า โทษจึงเหลือเพียงการประหารเขาคนเดียว นั่นยังไม่ถือว่าดีกับเขาแล้วหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าได้ขอร้องเพื่อเขาแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องรู้สึกผิดต่อเขา”
“สุดท้าย ยังมีประเด็นสำคัญที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาควรขอบคุณพวกเราอย่างสุดซึ้ง นั่นก็คือเจ้าตัวน้อยในท้องของพวกเรา ที่ทำให้เขาไม่ต้องจบลงด้วยการไร้ทายาทสืบสกุล”
เมื่อได้ยินคำว่าไร้ทายาทสืบสกุล ใบหน้างดงามประณีตขององค์หญิงหมิงเยว่ก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ในขณะเดียวกัน สำหรับคำอธิบายที่จีหมิงเยว่มอบให้ ในใจของนางก็เห็นด้วยมากขึ้นหลายส่วน แต่การยอมรับคำอธิบายของจีหมิงเยว่ ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้จะสามารถปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ได้
เพราะไม่ว่าจะมองจากแง่มุมไหน นางก็ดูเหมือนจะเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ติดอยู่ตรงกลาง พอคิดถึงตรงนี้ องค์หญิงหมิงเยว่จึงกล่าวในใจทันที
“จีหมิงเยว่ เจ้าห้ามปิดบังความจริงเช่นนี้จากข้าอีกต่อไป”
“วางใจเถิด นอกจากเรื่องนี้ ก็ไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังเจ้าอีกแล้ว”
ทันใดนั้น องค์หญิงหมิงเยว่ก็นึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมา
“เอ่อ แล้วทำไมเจ้าถึงรู้เรื่องมากมายที่ข้าไม่รู้? เจ้ากับข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ควรมีสถานการณ์ที่เจ้ารู้แต่ข้าไม่รู้มิใช่หรือ”
จีหมิงเยว่กล่าวว่า
“เรื่องเหล่านี้ข้ารู้โดยสัญชาตญาณตั้งแต่ตอนที่ตื่นมาในร่างพิเศษแล้ว”
องค์หญิงหมิงเยว่พึมพำว่า
“ร่างพิเศษมหัศจรรย์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
“มหัศจรรย์ขนาดนี้แหละ รอให้ร่างพิเศษของเจ้าตื่นอย่างสมบูรณ์ เจ้าก็จะพบสิ่งที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่านี้”
“ตื่นอย่างสมบูรณ์หรือ”
“เรื่องเหล่านี้ต้องรอให้วิชากำลังภายในของเจ้าเพิ่มขึ้นก่อน เจ้าถึงจะเข้าใจได้”
“ข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังหลอกข้าอีกแล้ว”
“ถึงจะหลอกเจ้า ก็เพื่อประโยชน์ของเจ้าเอง”