ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 327 นัดประลอง
อู่คุนและคนอื่นๆ ไม่ได้สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนรอบข้าง
อู่คุนมองไปยังคนตระกูลเหมียวแล้วถามต่อว่า
“ข้าขอถามท่านผู้อาวุโสเหมียวหรงเพียงประโยคเดียว พวกเราคนตระกูลอู่เหล่านี้จะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันประลองได้หรือไม่”
ก่อนที่เหมียวหรงจะตอบ ได้มีคนหนึ่งเดินออกมาจากหมู่บ้านเหมียวด้านหลังเขาและพูดเสียงดังว่า
“เหมียวคุน พวกทรยศเช่นพวกเจ้าจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งขันประลองกู่ได้อย่างไร”
เหมียวคุนมองคนที่พูดแวบหนึ่ง ใบหน้าเผยรอยยิ้มเยาะหยันพลางกล่าวว่า
“ข้านึกว่าใครเสียอีก ที่แท้ก็เหมียวจ้านนี่เอง แต่เจ้าเป็นเพียงผู้แพ้ในมือข้า จะพูดถึงคุณสมบัติได้อย่างไร”
“หากคนที่ข้าผู้เคยได้อันดับหนึ่งในการแข่งขันประลองกู่อบรมมายังไม่มีคุณสมบัติ”
“แล้วคนที่เจ้าผู้ได้อันดับห้าอบรมมาจะมีคุณสมบัติได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผู้คนมากมายที่อยู่ในที่นั้นต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจ
ไม่คิดว่าเหมียวคุนจะเคยได้อันดับหนึ่งในการแข่งขันประลองกู่มาก่อน
แต่ว่าอัจฉริยะเช่นนี้ เหตุใดจึงตกต่ำมาถึงสภาพนี้ได้
ไม่นานฝั่งของเหมียวจ้านก็ให้คำตอบ
“ที่ข้าพูดว่าไม่มีคุณสมบัติไม่ได้เกี่ยวกับพลังของเจ้า”
“นับตั้งแต่ตอนนั้นที่เจ้าไม่ได้รับเลือกจากตัวอ่อนราชันกู่แล้วเกิดความคิดชั่วร้าย ต้องการจะขุดเอากู่ของผู้อื่นไปโดยใช้กำลัง เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติแล้ว”
เมื่อประโยคนี้ถูกกล่าวออกมา ทุกคนเข้าใจแล้ว ที่แท้เรื่องราวเป็นเช่นนี้
เหมียวคุนที่ด้านข้างหลังจากได้ยินคำพูดของเหมียวจ้านแล้ว ใบหน้าก็เขียวคล้ำลงราวกับถูกเปิดโปงความลับเก่าๆ
เขากัดฟันพูดว่า “ตอนนั้นข้าเป็นอันดับหนึ่งในการแข่งขันประลองกู่ ตัวอ่อนราชันกู่ควรเป็นของข้าอยู่แล้ว ข้าเพียงแค่ต้องการเอาของของข้ากลับคืนมาเท่านั้น”
เหมียวจ้านกล่าวตรงๆ ว่า “การที่ตัวอ่อนของราชันกู่เลือกใครนั้นขึ้นอยู่กับวาสนา”
“ถึงแม้ว่าเจ้าจะแย่งชิงตัวอ่อนของราชันกู่มาก็ไร้ประโยชน์ หากไม่มีวาสนาต่อกัน มันก็จะไม่ยอมรับเจ้า”
เหมียวคุนไม่ได้ตอบสนองต่อคำพูดของเหมียวจ้านอีก แต่หันไปมองเหมียวหรงอีกครั้งหนึ่ง
“ผู้อาวุโสเหมียวหรง ตัดสินใจเร็วๆ หน่อย”
“แน่นอนว่าหากพวกเจ้ากลัวว่าเด็กรุ่นหลังในหมู่บ้านของพวกเจ้าจะสู้พวกข้าที่เป็นเพียงคนถูกทอดทิ้งไม่ได้ ก็สามารถถอนคำพูดก่อนหน้านี้ได้”
“เพราะที่นี่เป็นอาณาเขตของตระกูลพวกเจ้า”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา เหมียวหรงยังไมทันได้เอ่ยปาก เด็กรุ่นหลังจากในหมู่บ้านต่างๆ ก็เริ่มไม่พอใจทีละคน
“ผู้อาวุโส ตกลงกับพวกมันเถิด ข้าสัญญาว่าจะทำให้พวกมันตายอย่างทรมาน”
“ใช่ ตกลงกับพวกมัน ให้พวกทรยศเหล่านี้ได้เห็นความร้ายกาจของตระกูลเหมียวพวกเรา”
“พวกเราทำได้!”
เหมียวหรงฟังเสียงที่ดังอยู่ข้างหู หลังเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ๆ เขาก็เอ่ยว่า
“ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายเอง ข้าก็จะอนุญาตให้พวกเจ้าเข้าร่วมการแข่งขันประลองกู่”
บนที่นั่งชมการแข่งขัน หลี่เต้ามองภาพนี้แล้วส่ายหัว
เหมียวหรงสามารถไม่ตกลงเรื่องนี้ได้แต่กลับไม่ทำ แต่คนที่ชื่อเหมียวคุนนั้นฉลาดมาก
เขาเริ่มต้นด้วยการลงมือก่อน ใช้ประโยชน์จากกฎเกณฑ์เพื่อหาช่องว่าง
หลังจากนั้นยังใช้คำว่า ‘กลัว’ เพื่อกดดันตระกูลเหมียวให้ตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบ
หากเหมียวหรงปฏิเสธ ก็ย่อมจะทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเหมียวในดินแดนใต้เสียหาย
สุดท้ายยังปลุกเร้าความโกรธของพวกคนหนุ่มในหมู่บ้านเหมียวเหล่านี้อีกด้วย
แต่วิธีนี้ใช้ได้ผลเฉพาะกับตระกูลใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงอย่างตระกูลเหมียวเท่านั้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลี่เต้าก็ค่อยๆ เบนความสนใจจากตระกูลเหมียวเหล่านี้ไปยังพวกของอู่คุน
เพราะเขาเห็นว่าพวกตระกูลเหมียวไม่ได้ทำตัววุ่นวายมากนัก กลับมีระเบียบวินัยมากกว่าคนทั่วไปเสียอีก
นั่นหมายความว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่หนึ่งในปัญหาที่ทำให้ดินแดนใต้วุ่นวาย
ในทางกลับกัน พวกคนเสื้อคลุมดำจากตระกูลอู่เหล่านี้ แทบจะเขียนคำว่า ‘ตัวร้าย’ ไว้บนใบหน้าแล้ว
ในฐานะผู้ว่าการดินแดนใต้ เขาย่อมให้ความสนใจกับคนเหล่านี้เป็นธรรมดา
ตอนนี้ยังหาที่อยู่ของสำนักปีศาจเลือดไม่พบ แต่คนเหล่านี้ที่อยู่ตรงหน้าล้วนเป็นเป้าหมายที่พร้อมอยู่แล้ว
แต่หากจะลงมือจริงๆ ก็ต้องทำเหมือนกับตอนจัดการคนตระกูลซุน คือต้องหาข้ออ้างที่เหมาะสมก่อน
ดูจากสถานการณ์ที่ตระกูลเหมียวและตระกูลอู่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ตอนนี้ เกรงว่าคนเหล่านี้จะต้องก่อเรื่องในไม่ช้า
ต่อจากนี้เขาเพียงแค่ต้องรอดูสถานการณ์เท่านั้น
เมื่อได้ยินว่าเหมียวหรงตกลง อู่คุนก็ยิ้มกว้าง โบกมือไปทางด้านหลังแล้วพูดว่า
“อู่ซิน อู่สิง อู่ไฉ พวกเจ้าสามคนไปเข้าร่วมการประลองกู่เถอะ”
“ขอรับ!”
ในไม่ช้า ร่างสามร่างก็ก้าวออกมาจากด้านหลังของอู่คุน
หลังจากถอดเสื้อคลุมสีดำออก ก็เผยให้เห็นร่างของชายสองคนและหญิงหนึ่งคน
ทั้งสามคนดูเหมือนจะมีอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี ชายสองคนมีใบหน้าธรรมดาไม่โดดเด่นนัก
ตรงกันข้ามกับหญิงสาวคนเดียวที่มีใบหน้าค่อนข้างงดงาม มีกลิ่นอายของความเป็นผู้ใหญ่ที่แตกต่างจากคนวัยเดียวกันอย่างสิ้นเชิง
ในตอนนี้ อู่คุนเหลือบมองไปที่ผู้อาวุโสเหมียวหรงแล้วเอ่ยปากว่า
“ผู้อาวุโสเหมียวหรง ท่านว่าเวลาสามวันของเทศกาลเทพกู่นั้นยาวนานเกินไปหรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเหมียวหรงก็ไม่สู้ดีนัก เขาพูดเสียงเย็นว่า
“อู่คุน เจ้าจะเล่นลูกไม้อะไรอีก!”
อู่คุนส่ายหน้า “ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าการรอสามวันนั้นช้าเกินไป”
“อย่างไรเสีย การแข่งขันประลองกู่ก็เป็นเพียงการประลองกู่เท่านั้น ถ้าเช่นนั้นเรามาทำแบบนี้กันดีกว่า”
“ข้าจะส่งพวกเขาสามคนนี้ ส่วนพวกท่านก็สามารถเลือกคนสามคนจากหมู่บ้านของพวกท่าน”
“พวกเราจะได้จบเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ตัดสินแพ้ชนะด้วยการชนะสองในสามรอบเป็นอย่างไร”
“หากพวกท่านชนะ พวกเราก็จะจากไปทันที และไม่รบกวนเทศกาลเทพกู่ของพวกท่านที่จะดำเนินต่อไป ดีหรือไม่”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของเหมียวหรงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย คำพูดของอู่คุนนั้นถือเป็นความคิดที่ดีสำหรับพวกเขาจริงๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับพวกตระกูลอู่ที่เจ้าเล่ห์เหล่านี้ ย่อมเป็นการดีที่จะจัดการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
สุดท้ายเหมียวหรงก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้ากล่าวว่า
“ได้ ข้ายอมรับวิธีของเจ้า พวกเราจะส่งคนฝ่ายละสามคน ชนะสองในสามรอบนับเป็นผู้ชนะ”
ในตอนนั้นเอง อู่คุนพลันเผยรอยยิ้มบางพลางกล่าวต่อว่า
“เช่นนั้นผู้อาวุโสเหมียวหรง ในเมื่อเป็นการประลองกู่ สมควรจะมีเดิมพันสักหน่อยไม่ใช่หรือ”
“เดิมพัน?” เหมียวหรงเงยหน้าขึ้นถามว่า “เจ้าต้องการเดิมพันอะไร?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่คุนก็ยิ้มเล็กน้อย
“ข้าได้ยินว่าการประลองกู่ครั้งนี้ พวกเจ้าได้นำตัวอ่อนราชันกู่ออกมาอีกครั้งเป็นข้อยกเว้น”
“เช่นนั้นการใช้ตัวอ่อนราชันกู่เป็นเดิมพันคงไม่มีปัญหากระมัง”
“เจ้าช่างกล้าคิด!” เหมียวจ้านพูดขึ้นทันทีว่า
“หากคนของพวกเจ้าชนะก็จะได้ตัวอ่อนราชันกู่ไปเลย แล้วถ้าคนของพวกเราชนะล่ะ จะได้อะไร?”
“พวกเจ้ากลัวว่าพวกเราจะชนะหรือ?”
“อย่าใช้กลยุทธ์ยั่วยุกับข้า การกระทำเช่นนี้ของเจ้าไม่ยุติธรรมต่อผู้เข้าร่วมการประลองกู่คนอื่นๆ เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะสามารถเสนอเดิมพันที่มีค่าเทียบเท่ากันได้”
เดิมพันที่มีค่าเทียบเท่ากัน… อู่คุนเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นกล่าวอย่างกะทันหัน
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะยอมรับข้อเรียกร้องของเจ้า ข้าจะเอาของรางวัลออกมาด้วย หากพวกเจ้าชนะ ข้าก็จะมอบของรางวัลนี้ให้พวกเจ้า”
“พวกเจ้าจะเอาของรางวัลอะไรมา…” เมื่อเหมียวจ้านกำลังจะเอ่ยปากว่าต้องเอาของรางวัลที่มีค่าเทียบเท่ากับตัวอ่อนราชันกู่มาเป็นอย่างน้อย ก็เห็นว่าในมือของอู่คุนมีกู่ปรากฏขึ้นมาแล้ว
เมื่อเห็นรูปร่างของกู่นั้น ไม่เพียงแค่เหมียวจ้าน แม้แต่เหมียวหรงและผู้คนจำนวนมากในหมู่บ้านเหมียวต่างก็ม่านตาหดเล็กลง
สายตาจับจ้องไปที่กู่ในมือของอู่คุนอย่างไม่วางตา
อู่คุนมองกู่ในมือแล้วพูดอย่างเชื่องช้า “แม้ว่ามันจะเป็นเพียงกู่ขั้นแปด แต่คุณค่าของมันน่าจะเทียบเท่ากับตัวอ่อนราชันกู่แล้วกระมัง”
กู่ขั้นแปด? ผู้คนมากมายบนอัฒจันทร์ได้ยินคำพูดนี้แล้วต่างขมวดคิ้ว
คุณค่าของตัวอ่อนราชันกู่นั้นเหนือกว่ากู่ขั้นเก้าทั่วไปเสียอีก กู่ขั้นแปดธรรมดามันมีอะไรที่จะ…
ทันใดนั้นก็มีคนร้องอุทานขึ้นมา
“สวรรค์! นั่นคือกู่อายุขัยขั้นแปด!”
กู่อายุขัย!