ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 336 ตระกูลเหมียวที่น่าสงสาร
ภายใต้การควบคุมของอู่คุน ราชันกู่หยกขาวเคลื่อนมาถึงเบื้องหน้าหลี่เต้าแล้วอ้าปากทันที ในชั่วขณะถัดมาเส้นใยจำนวนมากที่ถูกย้อมด้วยพิษสีดำพลันพุ่งออกมาจากปากของมัน
เพียงชั่วพริบตาเดียว ทั้งร่างของหลี่เต้าก็ถูกเส้นใยเหล่านั้นพันรัดจนมิดดูราวกับถูกห่อหุ้มจนกลายเป็นรังไหม
“ไปตายซะ!”
ภายใต้การควบคุมของอู่คุน เส้นใยเหล่านั้นก็เริ่มหดรัดเข้าหากัน ทำท่าจะบดขยี้หลี่เต้าให้กลายเป็นเนื้อบด แต่ทันใดนั้นสีหน้าของอู่คุนก็เปลี่ยนไป
เพราะเขาพบว่าเมื่อเส้นใยหดรัดถึงระดับหนึ่งแล้ว ไม่ว่าเขาจะพยายามควบคุมอย่างไร ก็ไม่สามารถบีบให้หดรัดต่อไปได้อีก
“เป็นไปได้อย่างไร…”
เส้นใยในร่างของราชันกู่หยกขาวมีความคมยิ่งกว่าดาบวิเศษหลายเล่ม เหตุใดจึงไม่สามารถตัดร่างเลือดเนื้อธรรมดาได้? ในขณะนั้นเองอู่คุนพบว่าหลี่เต้าที่ถูกพันเป็นรังไหมเริ่มมีความเคลื่อนไหวแปลกไป อีกฝ่ายพองตัวขึ้นทีละน้อย
เปรี๊ยะ!
ทันใดนั้นเส้นใยเส้นหนึ่งก็แตกออกจากตรงกลาง และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นเส้นใยจำนวนมากก็เริ่มขาดออกจากกันจนกระทั่งสุดท้าย…
แคว่ก!
หลังจากเสียงดังหนึ่งครั้ง เส้นใยมากมายก็ปลิวกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ ร่างกายที่สมบูรณ์ของหลี่เต้าปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
หากจะพูดถึงสิ่งเดียวที่เสียหาย ก็อาจเป็นเพียงชุดลำลองที่เขาสวมใส่อยู่ เพราะเมื่อเส้นใยหดรัดเข้ามา แรงทั้งหมดนั้นได้กระทำต่อเสื้อผ้าก่อนถึงผิวหนังของหลี่เต้า ตอนนี้เสื้อผ้าท่อนบนของเขากลายเป็นเศษผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อย เผยให้เห็นร่างกายอันสมบูรณ์แบบที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้า
เมื่ออู่คุนเห็นว่าหลี่เต้าไม่เพียงดิ้นรนหลุดพ้นออกจากเส้นใยมาได้ แต่กลับไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
“เจ้าเป็นปีศาจอะไรกันแน่!” อู่คุนถามอย่างอดไม่ได้
หลี่เต้าไม่ได้พูดอะไร สายตาของเขามองไปยังราชันกู่หยกขาวที่อยู่ไม่ไกลข้างหน้า ก่อนจะเบนสายตาไปที่อู่คุน พลังทั้งหมดของปรมาจารย์กู่ส่วนใหญ่อยู่ที่กู่ ส่วนตัวปรมาจารย์กู่เองไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก ในเมื่อเป็นเช่นนั้น งั้นก็…
อู่คุนที่กำลังจะพูดอะไรต่อ จู่ๆ ก็พลันรู้สึกถึงกลิ่นอายสังหาร เขาเข้าใจในทันทีว่าหลี่เต้ากำลังจะทำอะไรจึงรู้สึกไม่ดีอย่างมาก
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป ปรมาจารย์กู่จะไม่กังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อตัวเองมากนัก เพราะปรมาจารย์กู่ที่แท้จริงจะไม่มีกู่เพียงชนิดเดียวอยู่บนร่างกาย แม้จะส่งกู่ออกไปโจมตี แต่บนร่างกายก็ยังมีกู่ที่คอยปกป้องตัวเองโดยเฉพาะ
แต่ปัญหาคือ เมื่อเผชิญหน้ากับหลี่เต้าผู้สามารถปราบกู่ทั่วไปได้ กู่ธรรมดาก็ไม่สามารถปกป้องเขาได้เลย เว้นแต่ว่าเขาจะสามารถควบคุมราชันกู่ได้อีกตัวหนึ่ง
“ปกป้องข้า!” เมื่อคิดได้ดังนั้นอู่คุนก็เรียกราชันกู่หยกขาวกลับมาทันที
หลี่เต้าเคลื่อนไหวรวดเร็ว แต่ราชันกู่หยกขาวก็ไม่ช้าเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อร่างกายของกู่มีขนาดเล็ก ภายใต้การควบคุมของอู่คุนจึงยิ่งเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น
มันรีบบินมาขวางกั้นระหว่างทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นเช่นนั้นหลี่เต้าก็ขมวดคิ้วแล้วตัดสินใจยื่นมือไปคว้าราชันกู่หยกขาวทันที เขาคิดว่าอู่คุนคงจะควบคุมราชันกู่หยกขาวให้หลบหลีก แต่ไม่คาดคิดว่าราชันกู่หยกขาวจะถูกเขาจับไว้ได้
ในขณะที่หลี่เต้าทำท่าจะควบคุมราชันกู่หยกขาวไว้ในมือเดียว จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ฝ่ามือทำให้เขาปล่อยมือโดยไม่รู้ตัว เมื่อเขาก้มลงมองก็พบว่าที่ฝ่ามือมีรอยกัดเล็กๆ เพิ่มขึ้นมา
ต้องบอกว่าสมกับเป็นราชันกู่ ถึงกับสามารถกัดผิวหนังที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงของเขาได้ แต่ก็แค่กัดเข้าเล็กน้อย เพราะปากของราชันกู่ก็มีขนาดเพียงเท่านั้น บาดแผลเล็กๆ เพียงเท่านี้หากเขาไม่ทันสังเกตเห็น อาจจะหายเองไปแล้วก็ได้
ในเมื่อไม่สามารถจับโจรด้วยการจับหัวหน้าก่อนได้ ก็จำเป็นต้องจัดการทั้งสองพร้อมกัน เดิมทีเขาคิดว่าเห็นแก่ตระกูลเหมียวที่ยอมสวามิภักดิ์ จึงจะลองช่วยพวกเขารักษาราชันกู่ที่ดูหายากนี้ไว้ แต่ในเมื่อไม่สามารถทำได้ก็ช่างมันเถอะ
ดังนั้นหลี่เต้าจึงลงมืออีกครั้งโดยไม่ลังเล อีกด้านหนึ่งราชันกู่หยกขาวที่อยู่ภายใต้การควบคุมของปรมาจารย์กู่อู่คุนได้ขวางเขาไว้ทันที เมื่อเผชิญหน้ากับหลี่เต้า เส้นใยนับไม่ถ้วนพลันพุ่งเข้าใส่เขาเช่นเดียวกัน ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้พันรัดแต่กลับพุ่งเข้าใส่เขาแทน
เมื่อเห็นภาพนั้นหลี่เต้าก็หลบหลีกพลางคว้าเส้นใยทั้งหมดมาไว้ในมือ “มานี่!”
พร้อมกับการที่เขาใช้มือกระชากอย่างรุนแรง ราชันกู่หยกขาวก็ลอยปลิวเข้ามาหาเขาทันที ไม่นานนักราชันกู่หยกขาวก็ถูกเขาจับไว้ในอุ้งมืออีกครั้ง
คราวนี้หลี่เต้าไม่ให้โอกาสมันกัดเขาอีก ทำการบีบมือแน่นทันที ทำท่าจะบีบมันให้ตายคามือ แต่เมื่อลงมือแล้วเขาถึงได้พบว่า หลังจากจับราชันกู่หยกขาวไว้ก็รู้สึกเหมือนกำลังบีบน้ำก้อนหนึ่ง
ราชันกู่หยกขาวไหลออกมาจากง่ามนิ้วของเขาราวกับโคลนเหลว สุดท้ายก็กลับมาเป็นรูปร่างเดิม ภาพนี้ทำให้หลี่เต้าประหลาดใจอีกครั้ง ไม่คิดว่าราชันกู่จะมีความสามารถเช่นนี้ แต่พอคิดดูแล้วมันก็สมเหตุสมผล หากราชันกู่จะถูกฆ่าเอาได้ง่ายๆ มันก็คงไม่สมควรได้ชื่อว่าเป็นราชันกู่
หลี่เต้าจ้องมองราชันกู่หยกขาวพลางเอ่ยพึมพำ “ดูซิว่าเจ้าจะทนรับหมัดได้มากแค่ไหน”
ในการต่อสู้ที่ตามมาหลังจากนั้น เป้าหมายของหลี่เต้าก็ยังคงเป็นราชันกู่หยกขาว ราชันกู่หยกขาวมีกลเม็ดเดียวแต่ใช้ได้ทั่วหล้า ในปากของมันราวกับมีเส้นใยไม่รู้จบคอยสร้างความยุ่งยากให้หลี่เต้าไม่หยุดหย่อน ส่วนทางหลี่เต้านั้นกลับเรียบง่ายมาก หาโอกาสคว้าเส้นใยแล้วซัดหมัดอย่างเต็มแรงใส่ราชันกู่หยกขาวทันที ทุกครั้งที่หมัดซัดลงไป ราชันกู่หยกขาวจะกระเด็นออกไปราวกับลูกปืนใหญ่
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้พวกตระกูลเหมียวที่ยืนดูการต่อสู้อยู่ด้านข้างถึงกับตะลึงงัน โดยเฉพาะเหมียวหรง ยามนี้ในดวงตาเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ราชันกู่ที่เขาคอยเคารพบูชาอย่างนอบน้อมทุกวัน เมื่อใดกันที่จะเคยถูกคนรังแกเช่นนี้ ทว่าเขาก็ไม่อาจเอ่ยปากตำหนิอะไรได้ เพราะอีกฝ่ายก็ทำไปเพื่อช่วยเหลือพวกเขา
ตูม!
หลี่เต้าซัดหมัดออกไปสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราชันกู่หยกขาวถูกซัดกระเด็นออกไปอีกครั้ง ร่างในอากาศบิดเบี้ยวไปมาเพื่อสลัดแรงที่กระทำต่อตัวของมัน ในยามนี้อู่คุนที่อยู่ด้านข้างมีสีหน้าซีดขาว หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ
สาเหตุที่เกิดสถานการณ์เช่นนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการควบคุมราชันกู่หยกขาวเป็นเวลานานได้สูบเอาจิตวิญญาณไปมาก อีกส่วนหนึ่งคือเขาพบว่าระหว่างการต่อสู้กับหลี่เต้า ภายใต้กลิ่นอายที่มีผลต่อกู่บนร่างอีกฝ่าย ราชันกู่หยกขาวกลับได้รับผลกระทบมากขึ้นโดยสัญชาตญาณ
หากยังคงดำเนินเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องรอให้หลี่เต้าจัดการ เขาก็เกรงว่าตนเองคงจะสิ้นเปลืองจิตวิญญาณจนตายคาที่เสียก่อน พอคิดถึงตรงนี้ในใจกัดฟันแน่น “ดูเหมือนว่าจะต้องเดินไปถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว แม้ว่าการทำเช่นนี้จะต้องจ่ายราคาสูง ทำให้เขารู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่เพื่อเอาชีวิตรอดก็จำเป็นต้องทำเช่นนี้”
ทางด้านนี้ขณะที่หลี่เต้ากำลังรอให้ราชันกู่หยกขาวเข้ามาต่อสู้กับเขาต่อ จู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงกระแสลมเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นบริเวณโดยรอบ
เมื่อมองไปยังพื้นที่ที่ราชันกู่หยกขาวตกลงไปก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่มีน้ำแข็งปรากฏขึ้นเป็นชั้น และน้ำแข็งยังคงแผ่ขยายออกไปรอบๆ อย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่ลมหายใจ พื้นที่โดยรอบหลายสิบจั้งก็ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง และมันก็แผ่ขยายออกไปรอบๆ ไม่หยุด
“อู่คุน! เจ้ากล้าดีอย่างไร!”
ก่อนที่หลี่เต้าจะได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ สีหน้าของเหมียวหรงและคนอื่นๆ จากตระกูลเหมียวก็พลันเปลี่ยนไปเสียก่อน
บทที่ 337 การเปลี่ยนแปลงของราชันกู่
เหมียวอวี่มองปฏิกิริยาของเหล่าผู้อาวุโสรอบข้างด้วยสีหน้างุนงง เขาหันไปถามเสียงเบาว่า “ท่านอา เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
เหมียวหงจึงอธิบายเรื่องราวให้ฟังคร่าวๆ หลังจากได้ฟังคำอธิบายของเหมียวหง เหมียวอวี่ก็เข้าใจเหตุผลทั้งหมด
ที่แท้ด้วยเหตุผลพิเศษบางประการ เมื่อกู่ถูกปรมาจารย์กู่เลี้ยงดูจนถึงระดับราชันกู่แล้ว อายุขัยของมันจะยาวนานกว่าปรมาจารย์กู่ในระดับเดียวกันมาก จึงเกิดปรากฏการณ์ที่คนตายแต่กู่ยังมีชีวิตอยู่ ราชันกู่ที่ตระกูลเหมียวของพวกเขากล่าวถึง ล้วนมาจากปรมาจารย์กู่ระดับมหาราชาปรมาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งสิ้น
โดยทั่วไป เมื่อปรมาจารย์กู่บรรลุถึงระดับมหาราชาปรมาจารย์ หากต้องการแสดงพลังที่แท้จริงของระดับมหาราชาปรมาจารย์ ก็จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างปรมาจารย์กู่และราชันกู่ และเมื่อปรมาจารย์กู่เสียชีวิต ราชันกู่ที่เหลืออยู่เพียงลำพังเนื่องจากไม่มีการช่วยเหลือจากปรมาจารย์กู่แล้ว พลังของมันจะลดลงทุกครั้งที่ใช้ ทว่าสามารถฟื้นฟูได้อย่างช้าๆ ด้วยตัวเอง
ดังนั้นราชันกู่จึงมักอยู่ในสภาวะหลับใหลที่แทบไม่มีการใช้พลังงาน และจะตื่นขึ้นเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องให้กำเนิดตัวอ่อนราชันกู่เท่านั้น จากนั้นมันก็จะกลับไปหลับใหลเพื่อฟื้นฟูสภาพที่อ่อนแอของตน
ตอนนี้ราชันกู่หยกขาวเองก็ตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอเนื่องจากการให้กำเนิดตัวอ่อนราชันกู่ เทียบเท่ากับได้รับบาดเจ็บ การกระทำของอู่คุนคือการบังคับให้ราชันกู่ปลุกพลังดั้งเดิมของตนในสภาวะที่บาดเจ็บ
สถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ราชันกู่ในสภาพปัจจุบันแทบจะทนไม่ไหว ถ้าพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว หากโชคดีราชันกู่อาจบาดเจ็บสาหัสและจมอยู่ในห้วงนิทราที่ไม่รู้ว่าจะนานเท่าใด แต่หากโชคร้ายราชันกู่อาจตายเพราะหมดแรงเหมือนตัวไหมที่ปล่อยเส้นไหมจนหมด
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของตระกูลเหมียว อู่คุนก็พูดอย่างเกรี้ยวกราดว่า “พวกเจ้าคิดว่าข้าอยากทำเช่นนี้หรือ?”
พูดตามตรง อู่คุนก็ไม่อยากทำเช่นนี้ เพราะหากพลาดไปเพียงนิดเดียว ทุกสิ่งที่เขาวางแผนไว้รวมถึงราชันกู่ที่เกือบได้มาครอบครองก็จะสูญสลายไปทั้งหมด แต่สำหรับเขาในตอนนี้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรักษาชีวิตของตนเองไว้ก่อน จากนั้นค่อยว่ากัน
หลังจากที่กลิ่นอายน้ำแข็งรอบข้างเข้มข้นถึงระดับหนึ่ง ไอเย็นสีขาวก็ปรากฏขึ้นเป็นสายๆ โดยธรรมชาติเมื่อสายลมเย็นพัดผ่าน จากนั้นรังไหมน้ำแข็งสีกระจ่างดุจผลึกใสก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางไอเย็นกลุ่มนั้น
แกร๊ก!
ทันใดนั้นรอยแตกหลายสายได้ปรากฏขึ้นบนรังไหมน้ำแข็ง รังไหมน้ำแข็งก็พลันแตกกระจาย ตามมาด้วยเงาขนาดเท่าฝ่ามือที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
เมื่อหลี่เต้ามองเห็นรูปร่างของเงานั้นชัดเจน เขาก็อดตกตะลึงไม่ได้ ราชันกู่รูปร่างเหมือนหนอนไหมสีขาวที่เคยเห็นได้หายไปแล้ว แทนที่ด้วยราชันกู่รูปร่างเหมือนผีเสื้อที่ทั้งตัวเป็นน้ำแข็งสีขาวกระจ่าง เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ก่อนหน้านี้ ราชันกู่งดงามมากขึ้น
แต่ความงามเป็นเรื่องรอง คราวนี้หลี่เต้าสังเกตเห็นอย่างฉับไวว่ามีพลังบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากร่างของราชันกู่ มันคล้ายกับพลังของพระภิกษุผู้แข็งแกร่งแห่งชนเผ่าเป่ยหมานที่เขาเคยพบ
“สำเร็จแล้ว!”
เมื่อมองดูรูปลักษณ์ปัจจุบันของราชันกู่หยกขาว ในใจอู่คุนยิ่งรู้สึกมั่นใจ แต่ขณะเดียวกันก็อดรู้สึกเศร้าไม่ได้ เพราะรูปลักษณ์เช่นนี้ของราชันกู่หยกขาวอาจเป็นเพียงความงดงามชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น พอคิดถึงตรงนี้สายตาที่เขามองไปยังหลี่เต้าก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่าย ทุกสิ่งที่เขาวางแผนไว้ในวันนี้คงจะสมบูรณ์แบบ
“โจมตี!”
เมื่อคำสั่งดังขึ้น ราชันกู่หยกขาวก็พุ่งตรงไปยังหลี่เต้าทันที เมื่อเข้าใกล้ได้ระยะหนึ่ง ราชันกู่หยกขาวก็เริ่มพ่นเส้นใยออกจากปากอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เมื่อเส้นใยจำนวนมากถูกพ่นออกมาจากปากของมัน บนเส้นใยเหล่านั้นปรากฏชั้นของผลึกน้ำแข็ง ผู้ที่มีสายตาดีย่อมเห็นได้ว่าการโจมตีครั้งนี้ต้องร้ายกาจกว่าครั้งก่อนอย่างแน่นอน
หลี่เต้าถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อหลบหลีกเส้นใยผลึกน้ำแข็งเหล่านี้ แต่ภาพที่น่าตกใจได้ปรากฏขึ้นตามมาอย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อเส้นใยพวกนั้นกระทบกับพื้น มันก็เด้งกลับมาโจมตีเขาอีกครั้ง
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เต้าก็รวบรวมพลังปราณโลหิตไว้ที่ฝ่ามือแล้วยื่นมือไปคว้าเส้นใยผลึกน้ำแข็ง การคว้าครั้งนี้เขาสัมผัสได้ว่าเส้นใยทั้งหลายบาดผิวของเขาในทันที ตามมาด้วยความรู้สึกเย็นยะเยือกที่แนบติดกับแขนของเขา เมื่อรู้สึกถึงกระแสความเย็นที่ไหลมาตามเส้นใยไม่ขาดสาย หลี่เต้าขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แตกออก!”
ภายใต้การควบคุมของเขากล้ามเนื้อพลันสั่นสะเทือน ตามมาด้วยเส้นใยผลึกน้ำแข็งที่แตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ เมื่อเขามองดูที่ฝ่ามือก็เห็นบาดแผลเล็กปรากฏขึ้นบนนั้น นอกจากนี้เขายังรู้สึกได้ถึงกระแสความเย็นที่รุกรานเข้าสู่ร่างกายของเขาผ่านบาดแผลอย่างไม่ขาดสาย เพียงแค่สัมผัสชั่วครู่เขาก็พบว่าเนื้อบางส่วนที่ฝ่ามือได้ตายไปแล้วภายใต้พลังนี้
หลี่เต้ามองไปที่ราชันกู่หยกขาวแล้วคิดในใจ “นี่น่าจะเป็นพลังที่แท้จริงของราชันกู่ สภาพก่อนหน้านี้นอกจากทนทานต่อการถูกทุบตีแล้วก็แทบไม่มีพลังอะไรเลย”
เมื่อเห็นว่าการโจมตีครั้งแรกไม่สำเร็จ อู่คุนก็ควบคุมราชันกู่หยกขาวอีกครั้ง คราวนี้ราชันกู่หยกขาวไม่ได้พ่นเส้นใยออกมาแต่เริ่มกระพือปีก ในชั่วขณะถัดมาผงผลึกน้ำแข็งสีขาวนับไม่ถ้วนก็ลอยออกมาจากปีกของราชันกู่หยกขาว พุ่งเข้าปกคลุมหลี่เต้า
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เต้าก็กลั้นหายใจโดยทันที แม้เขาจะไม่ได้สูดผงเหล่านั้นเข้าไป แต่มันก็ร่วงหล่นลงบนร่างของเขา ทันทีที่ผงแรกตกลงบนร่างของหลี่เต้า ผิวหนังตรงนั้นก็พลันปรากฏน้ำแข็งชั้นหนึ่งทันที ตามมาด้วยความรู้สึกว่าผิวหนังค่อยๆ ตายลง
โชคดีที่มันเพียงแค่สัมผัสผิวหนัง ด้วยสภาพร่างกายของหลี่เต้าแล้วเขายังสามารถทนรับได้ แต่หากสูดพวกมันเข้าไปในร่างกายเขาคาดว่าคงจะไม่สบายตัวเป็นแน่ เมื่อมองดูผงน้ำแข็งที่โจมตีใส่ไม่หยุด หลี่เต้าพลันกระตุ้นพลังปราณโลหิตขึ้นมา การถูกโจมตีอย่างเดียวไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
ตูม!
พื้นดินใต้เท้าของหลี่เต้าพลันแตกระเบิด ในพริบตาทั้งร่างของเขาก็พุ่งเข้าใส่ราชันกู่หยกขาว ส่วนผงน้ำแข็งเหล่านั้นภายใต้พลังปราณโลหิตที่เดือดพล่าน ทำให้ไม่มีแม้สักอันเดียวที่ตกลงบนร่างของหลี่เต้าได้
ในชั่วพริบตา หลี่เต้าก็ปรากฏตัวตรงหน้าราชันกู่หยกขาว เมื่ออยู่ในระยะประชิดเขายิ่งรู้สึกถึงกลิ่นอายเย็นจัดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของราชันกู่หยกขาว เกรงว่าหากพลังไม่ถึงระดับปรมาจารย์คงไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเข้าใกล้ราชันกู่หยกขาวได้
เมื่อมองราชันกู่หยกขาวตรงหน้า หลี่เต้าไม่พูดพร่ำทำเพลงซัดหมัดออกไปทันที
โครม!
อากาศสั่นสะเทือนตามมาด้วยราชันกู่หยกขาวที่ถูกซัดกระเด็นออกไป ครั้งนี้หลี่เต้าพบว่าความรู้สึกยามหมัดกระแทกร่างราชันกู่หยกขาวแตกต่างจากครั้งก่อน เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าราชันกู่หยกขาวนี้เปราะบางขึ้น
ถ้าพูดว่าสภาพก่อนหน้านี้ของราชันกู่หยกขาวคือพลังโจมตีต่ำแต่การป้องกันสูง เช่นนั้นสภาพตอนนี้ก็คือพลังโจมตีสูงแต่การป้องกันต่ำ หากเป็นสภาพเช่นก่อนหน้าหลี่เต้าอาจจะรู้สึกว่ายุ่งยากมากกว่านี้ ทว่าตอนนี้กลับง่ายขึ้นมาก
เว้นแต่ว่าความแรงในการโจมตีของราชันกู่หยกขาวจะบดขยี้เขาได้ มิเช่นนั้นต่อให้การป้องกันของหลี่เต้าพังทลาย แต่ด้วยพลังการฟื้นฟูของเขาก็จะสามารถฟื้นคืนกลับมาได้ในเวลาอันสั้น ท้ายที่สุดแล้วผู้ที่ทนไม่ไหวก่อนก็คงจะเป็นราชันกู่หยกขาวเท่านั้น
เมื่อเวลาผ่านไป วิธีการต่อสู้แบบแลกชีวิตของหลี่เต้าก็เริ่มเกิดผล หลังจากที่ซัดราชันกู่หยกขาวจนกระเด็นออกไปอีกครั้ง หลี่เต้าผู้มีประสาทสัมผัสไวก็ได้ยินเสียงแตกร้าวเบาๆ เมื่อเงยหน้ามองเขาเห็นรอยแตกร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนปีกข้างหนึ่งของราชันกู่หยกขาว
เมื่อราชันกู่หยกขาวเกิดปัญหา อู่คุนฝั่งนี้ก็รับรู้ได้ในทันที ชั่วขณะนั้นใบหน้าของเขาดูเลวร้ายถึงขีดสุด
“ทำไมถึงยังสู้ไม่ได้! เกิดปัญหาที่ตรงไหนกันแน่!”
ทว่าอู่คุนมองข้ามสองเรื่องมาโดยตลอด ประการแรกคือไม่ใช่ว่าใครก็สามารถควบคุมราชันกู่ได้ แต่โบราณกาลมาปรมาจารย์กู่และกู่ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งสองขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ ปรมาจารย์กู่ที่เก่งกาจเท่านั้นจึงจะสามารถดึงพลังของกู่ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ภายใต้การควบคุมของเขาราชันกู่หยกขาวสามารถแสดงพลังได้เพียงครึ่งหนึ่งก็นับว่าดีแล้ว ส่วนประการที่สองนั่นก็คือหลี่เต้าไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาทั่วไป