ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 337 การเปลี่ยนแปลงของราชันกู่
บทที่ 337 การเปลี่ยนแปลงของราชันกู่
เหมียวอวี่มองปฏิกิริยาของเหล่าผู้อาวุโสรอบข้างด้วยสีหน้างุนงง เขาหันไปถามเสียงเบาว่า “ท่านอา เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
เหมียวหงจึงอธิบายเรื่องราวให้ฟังคร่าว ๆ
หลังจากได้ฟังคำอธิบายของเหมียวหง เหมียวอวี่ก็เข้าใจเหตุผลทั้งหมด
ที่แท้ ด้วยเหตุผลพิเศษบางประการ เมื่อกู่ถูกปรมาจารย์กู่เลี้ยงดูจนถึงระดับราชันกู่แล้ว อายุขัยของมันจะยาวนานกว่าปรมาจารย์กู่ในระดับเดียวกันมาก
จึงเกิดปรากฏการณ์ที่คนตายแต่กู่ยังมีชีวิตอยู่
ราชันกู่ที่ตระกูลเหมียวของพวกเขากล่าวถึง ล้วนมาจากปรมาจารย์กู่ระดับมหาราชาปรมาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งสิ้น
โดยทั่วไป เมื่อปรมาจารย์กู่บรรลุถึงระดับมหาราชาปรมาจารย์ หากต้องการแสดงพลังที่แท้จริงของระดับมหาราชาปรมาจารย์ ก็จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างปรมาจารย์กู่และราชันกู่
และเมื่อปรมาจารย์กู่เสียชีวิต ราชันกู่ที่เหลืออยู่เพียงลำพัง เนื่องจากไม่มีการช่วยเหลือจากปรมาจารย์กู่แล้ว พลังของมันจะลดลงทุกครั้งที่ใช้ ทว่าสามารถฟื้นฟูได้อย่างช้า ๆ ด้วยตัวเอง
ดังนั้น ราชันกู่จึงมักอยู่ในสภาวะหลับใหลที่แทบไม่มีการใช้พลังงาน และจะตื่นขึ้นเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องให้กำเนิดตัวอ่อนราชันกู่เท่านั้น จากนั้น มันก็จะกลับไปหลับใหลเพื่อฟื้นฟูสภาพที่อ่อนแอของตน
ตอนนี้ราชันกู่หยกขาวเองก็ตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอเนื่องจากการให้กำเนิดตัวอ่อนราชันกู่ เทียบเท่ากับได้รับบาดเจ็บ
การกระทำของอู๋คุนคือการบังคับให้ราชันกู่ปลุกพลังดั้งเดิมของตนในสภาวะที่บาดเจ็บ สถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ราชันกู่ในสภาพปัจจุบันแทบจะทนไม่ไหว
ถ้าพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว หากโชคดีราชันกู่อาจบาดเจ็บสาหัสและจมอยู่ในห้วงนิทราที่ไม่รู้ว่าจะนานเท่าใด แต่หากโชคร้าย ราชันกู่อาจตายเพราะหมดแรงเหมือนตัวไหมที่ปล่อยเส้นไหมจนหมด
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของตระกูลเหมียว อู๋คุนก็พูดอย่างเกรี้ยวกราดว่า “พวกเจ้าคิดว่าข้าอยากทำเช่นนี้หรือ?”
พูดตามตรง อู๋คุนก็ไม่อยากทำเช่นนี้ เพราะหากพลาดไปเพียงนิดเดียว ทุกสิ่งที่เขาวางแผนไว้ รวมถึงราชันกู่ที่เกือบได้มาครอบครอง ก็จะสูญสลายไปทั้งหมด
แต่สำหรับเขาในตอนนี้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรักษาชีวิตของตนเองไว้ก่อน จากนั้นค่อยว่ากัน
…
หลังจากที่กลิ่นอายน้ำแข็งรอบข้างเข้มข้นถึงระดับหนึ่ง ไอเย็นสีขาวก็ปรากฏขึ้นเป็นสาย ๆ โดยธรรมชาติ
เมื่อสายลมเย็นผ่านมา ก็พัดเอาไอเย็นสีขาวกระจายออก
จากนั้นรังไหมน้ำแข็งสีกระจ่างดุจผลึกใสก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางไอเย็นกลุ่มนั้น
แกร๊ก!
ทันใดนั้น รอยแตกหลายสายได้ปรากฏขึ้นบนรังไหมน้ำแข็ง
ในชั่วขณะถัดมา รังไหมน้ำแข็งก็พลันแตกกระจาย ตามมาด้วยเงาขนาดเท่าฝ่ามือที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
เมื่อหลี่เต้ามองเห็นรูปร่างของเงานั้นชัดเจน เขาก็อดตกตะลึงไม่ได้
ราชันกู่รูปร่างเหมือนหนอนไหมสีขาวที่เคยเห็นได้หายไปแล้ว แทนที่ด้วยราชันกู่รูปร่างเหมือนผีเสื้อที่ทั้งตัวเป็นน้ำแข็งสีขาวกระจ่าง
เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ก่อนหน้านี้ ราชันกู่ในสภาพเช่นนี้ยิ่งดูงดงามมากขึ้น
แต่ความงามเป็นเรื่องรอง คราวนี้หลี่เต้าสังเกตเห็นอย่างฉับไวว่า มีพลังบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากร่างของราชันกู่ มันคล้ายกับพลังของพระภิกษุผู้แข็งแกร่งแห่งชนเผ่าเป่ยหมานที่เขาเคยพบ
“สำเร็จแล้ว!”
เมื่อมองดูรูปลักษณ์ปัจจุบันของราชันกู่หยกขาว ในใจอู๋คุนยิ่งรู้สึกมั่นใจ แต่ขณะเดียวกันก็อดรู้สึกเศร้าไม่ได้ เพราะรูปลักษณ์เช่นนี้ของราชันกู่หยกขาว อาจเป็นเพียงความงดงามชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
พอคิดถึงตรงนี้ สายตาที่เขามองไปยังหลี่เต้าก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่าย ทุกสิ่งที่เขาวางแผนไว้ในวันนี้คงจะสมบูรณ์แบบ
“โจมตี!”
เมื่อคำสั่งดังขึ้น ราชันกู่หยกขาวก็พุ่งตรงไปยังหลี่เต้าทันที
เมื่อเข้าใกล้ได้ระยะหนึ่ง ราชันกู่หยกขาวก็เริ่มพ่นเส้นใยออกจากปากอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เมื่อเส้นใยจำนวนมากถูกพ่นออกมาจากปากของมัน บนเส้นใยเหล่านั้นปรากฏชั้นของผลึกน้ำแข็ง
ผู้ที่มีสายตาดีย่อมเห็นได้ว่าการโจมตีครั้งนี้ต้องร้ายกาจกว่าครั้งก่อนอย่างแน่นอน
หลี่เต้าถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อหลบหลีกเส้นใยผลึกน้ำแข็งเหล่านี้
แต่ภาพที่น่าตกใจได้ปรากฏขึ้นตามมาอย่างรวดเร็ว
เพราะเมื่อเส้นใยพวกนั้นกระทบกับพื้น มันก็เด้งกลับมาโจมตีเขาอีกครั้ง
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เต้าก็รวบรวมพลังปราณโลหิตไว้ที่ฝ่ามือ แล้วยื่นมือไปคว้าเส้นใยผลึกน้ำแข็ง
การคว้าครั้งนี้ เขาสัมผัสได้ว่าเส้นใยทั้งหลายบาดผิวของเขาในทันที ตามมาด้วยความรู้สึกเย็นยะเยือกที่แนบติดกับแขนของเขา
เมื่อรู้สึกถึงกระแสความเย็นที่ไหลมาตามเส้นใยไม่ขาดสาย หลี่เต้าขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แตกออก!”
ภายใต้การควบคุมของเขา กล้ามเนื้อพลันสั่นสะเทือน ตามมาด้วยเส้นใยผลึกน้ำแข็งที่แตกกระจายออกเป็นชิ้น ๆ
เมื่อเขามองดูที่ฝ่ามือ ก็เห็นบาดแผลเล็ก ๆ จำนวนมากมายปรากฏขึ้นบนนั้น
นอกจากนี้ เขายังรู้สึกได้ถึงกระแสความเย็นที่รุกรานเข้าสู่ร่างกายของเขาผ่านบาดแผลอย่างไม่ขาดสาย เพียงแค่สัมผัสชั่วครู่ เขาก็พบว่าเนื้อบางส่วนที่ฝ่ามือได้ตายไปแล้วภายใต้พลังนี้
หลี่เต้ามองไปที่ราชันกู่หยกขาวแล้วคิดในใจ นี่น่าจะเป็นพลังที่แท้จริงของราชันกู่ สภาพก่อนหน้านี้นอกจากทนทานต่อการถูกทุบตีแล้วก็แทบไม่มีพลังอะไรเลย
เมื่อเห็นว่าการโจมตีครั้งแรกไม่สำเร็จ อู๋คุนก็ควบคุมราชันกู่หยกขาวอีกครั้ง
คราวนี้ราชันกู่หยกขาวไม่ได้พ่นเส้นใยออกมา แต่เริ่มกระพือปีก
ในชั่วขณะถัดมา ผงผลึกน้ำแข็งสีขาวนับไม่ถ้วนก็ลอยออกมาจากปีกของราชันกู่หยกขาว พุ่งเข้าปกคลุมหลี่เต้า
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เต้าก็กลั้นหายใจโดยทันที ไม่ต้องการสูดผงเหล่านี้เข้าไป
แม้เขาจะไม่ได้สูดผงเหล่านั้นเข้าไป แต่มันก็ร่วงหล่นลงบนร่างของเขา
ทันทีที่ผงแรกตกลงบนร่างของหลี่เต้า ผิวหนังตรงนั้นก็พลันปรากฏน้ำแข็งชั้นหนึ่งทันที ตามมาด้วยความรู้สึกว่าผิวหนังค่อย ๆ ตายลง
โชคดีที่มันเพียงแค่สัมผัสผิวหนัง ด้วยสภาพร่างกายของหลี่เต้าแล้ว เขายังสามารถทนรับได้
แต่หากสูดพวกมันเข้าไปในร่างกาย เขาคาดว่าคงจะไม่สบายตัวเป็นแน่
เมื่อมองดูผงน้ำแข็งที่โจมตีใส่ไม่หยุด หลี่เต้าพลันกระตุ้นพลังปราณโลหิตขึ้นมา
การถูกโจมตีอย่างเดียวไม่ใช่แนวทางของเขา
ตูม!
พื้นดินใต้เท้าของหลี่เต้าพลันแตกระเบิด ในพริบตาทั้งร่างของเขาก็พุ่งเข้าใส่ราชันกู่หยกขาว
ส่วนผงน้ำแข็งเหล่านั้น ภายใต้พลังปราณโลหิตที่เดือดพล่าน ทำให้ไม่มีแม้สักอันเดียวที่ตกลงบนร่างของหลี่เต้าได้
ในชั่วพริบตา หลี่เต้าก็ปรากฏตัวตรงหน้าราชันกู่หยกขาว
เมื่ออยู่ในระยะประชิด เขายิ่งรู้สึกถึงกลิ่นอายเย็นจัดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของราชันกู่หยกขาว
เกรงว่าหากพลังไม่ถึงระดับปรมาจารย์ คงไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเข้าใกล้ราชันกู่หยกขาวได้
เมื่อมองราชันกู่หยกขาวตรงหน้า หลี่เต้าไม่พูดพร่ำทำเพลง ซัดหมัดออกไปทันที
โครม!
อากาศสั่นสะเทือน ตามมาด้วยราชันกู่หยกขาวที่ถูกซัดกระเด็นออกไป
ครั้งนี้ หลี่เต้าพบว่าความรู้สึกยามหมัดกระแทกร่างราชันกู่หยกขาวแตกต่างจากครั้งก่อน
เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าราชันกู่หยกขาวนี้เปราะบางขึ้น
ถ้าพูดว่าสภาพก่อนหน้านี้ของราชันกู่หยกขาวคือพลังโจมตีต่ำแต่การป้องกันสูง
เช่นนั้น สภาพตอนนี้ก็คือพลังโจมตีสูงแต่การป้องกันต่ำ
หากเป็นสภาพเช่นก่อนหน้า หลี่เต้าอาจจะรู้สึกว่ายุ่งยากมากกว่านี้
ทว่าตอนนี้กลับง่ายขึ้นมาก
เว้นแต่ว่าความแรงในการโจมตีของราชันกู่หยกขาวจะบดขยี้เขาได้ มิเช่นนั้น ต่อให้การป้องกันของหลี่เต้าพังทลาย แต่ด้วยพลังการฟื้นฟูของเขา ก็จะสามารถฟื้นคืนกลับมาได้ในเวลาอันสั้น
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่ทนไม่ไหวก่อนก็คงจะเป็นราชันกู่หยกขาวเท่านั้น
เมื่อเวลาผ่านไป วิธีการต่อสู้แบบแลกชีวิตของหลี่เต้าก็เริ่มเกิดผล
หลังจากที่ซัดราชันกู่หยกขาวจนกระเด็นออกไปอีกครั้ง หลี่เต้าผู้มีประสาทสัมผัสไวก็ได้ยินเสียงแตกร้าวเบา ๆ
เมื่อเงยหน้ามอง เขาเห็นรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนปีกข้างหนึ่งของราชันกู่หยกขาว
เมื่อราชันกู่หยกขาวเกิดปัญหา อู๋คุนฝั่งนี้ก็รับรู้ได้ในทันที
ชั่วขณะนั้น ใบหน้าของเขาดูเลวร้ายถึงขีดสุด
“ทำไม!”
“ทำไมถึงยังสู้ไม่ได้!”
“เกิดปัญหาที่ตรงไหนกันแน่!”
ทว่าอู๋คุนมองข้ามสองเรื่องมาโดยตลอด
ประการแรกคือ ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถควบคุมราชันกู่ได้
แต่โบราณกาลมา ปรมาจารย์กู่และกู่ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งสองขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ ปรมาจารย์กู่ที่เก่งกาจเท่านั้นจึงจะสามารถดึงพลังของกู่ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ภายใต้การควบคุมของเขา ราชันกู่หยกขาวสามารถแสดงพลังได้เพียงครึ่งหนึ่งก็นับว่าดีแล้ว
ส่วนประการที่สองนั่นก็คือ หลี่เต้าไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาทั่วไป