ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 352 กระแสคลื่นสัตว์อสูร
ในป่าทึบแห่งหนึ่งของเขาหมื่นลี้ กองกำลังหนึ่งกำลังเดินทางอยู่ในป่าลึก กองกำลังนี้แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีดำยาวปกปิดร่างกายอย่างมิดชิด อีกกลุ่มหนึ่งสวมชุดหนังสัตว์ดูดุร้ายและป่าเถื่อน คนเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่น พวกเขาคือคนตระกูลอู่และกองทัพสิบทิศที่ร่วมกันวางแผน ยามนี้พวกเขากำลังนำสิ่งของจากหมู่บ้านสายฟ้าและหมู่บ้านสายลมเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง
“พวกกองทัพสิบทิศ ราชันกู่เกราะทองนั้นสามารถมอบให้พวกเจ้าได้ แต่พวกเจ้าอย่าลืมสิ่งที่สัญญาไว้กับตระกูลอู่ของพวกเรา”
ขณะเดินทางผู้นำตระกูลอู่เอ่ยขึ้นอย่างเคร่งขรึม หัวหน้ากองทัพสิบทิศหันมาตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “พวกท่านวางใจได้ ต่างก็อยู่ในเขาหมื่นลี้เหมือนกันแล้วพวกเราจะกลับคำได้อย่างไร”
“ฮึ่ม” ผู้นำตระกูลอู่แค่นเสียงเบา “ชื่อเสียงอันเลวร้ายของกองทัพสิบทิศพวกเจ้านั้นไม่ใช่แค่เล็กน้อย สรุปคือพวกเจ้าจงจำไว้ให้ดี หากฝั่งพวกเจ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น พวกเราตระกูลอู่จะไม่ปล่อยพวกเจ้าไปง่ายๆ”
หัวหน้ากองทัพสิบทิศโบกมือ “พอเถอะ ข้าเข้าใจแล้ว”
ในขณะนั้นเอง หัวหน้ากองทัพสิบทิศดูเหมือนจะสังเกตเห็นบางสิ่ง จึงพลันยกมือขึ้นมา เมื่อเห็นดังนั้นกองกำลังทั้งหมดก็หยุดลงในทันที ผู้นำตระกูลอู่ขมวดคิ้วกำลังจะถาม “เงียบ!”
หัวหน้ากองทัพสิบทิศตวาดเสียงดังแล้วก้มตัวลงแนบหูกับพื้น ครู่ต่อมาสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที เขาลุกขึ้นและสั่งการ “ทุกคนรวมตัวกัน เตรียมพร้อมรับมือ!”
ภาพนี้ทำให้คนตระกูลอู่ที่อยู่ด้านข้างรู้สึกงุนงง แต่ในขณะนั้นเองแผ่นดินก็เกิดแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย และเมื่อเวลาผ่านไปการสั่นสะเทือนก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สามารถได้ยินเสียงคำรามดังแว่วมา ทันใดนั้นสีหน้าของผู้นำตระกูลอู่ก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน “ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือทันที!”
ไม่นานคนตระกูลอู่และกองทัพสิบทิศก็ได้วางสิ่งของที่พวกเขาคุ้มกันไว้ตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย สายตาของพวกเขากวาดมองไปยังป่าทึบโดยรอบ หลังจากนั้นพวกเขาก็เห็นกลุ่มฝุ่นควันตลบไปทั่วป่าทางทิศเหนือ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังทวีความรุนแรง
“โฮก!”
ทันใดนั้น หลังจากได้ยินเสียงคำรามดังขึ้น ก็เห็นหมูป่ายักษ์ตัวหนึ่งสูงกว่าหกฉื่อวิ่งพุ่งออกมาจากกลุ่มฝุ่นควัน และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น จากนั้นสัตว์นานาชนิดหลากหลายขนาดทั้งกินเนื้อและกินพืช ต่างพากันวิ่งพุ่งออกมาจากกลุ่มฝุ่นควัน เมื่อเห็นภาพนี้ในหัวของคนตระกูลอู่และกองทัพสิบทิศต่างมีคำหนึ่งแวบขึ้นมา “คลื่นสัตว์!”
“รวมตัวกัน ปกป้องสิ่งของให้ดี โดยทั่วไปคลื่นสัตว์จะไม่บุกโจมตีกลุ่มคนโดยง่าย” เมื่อเห็นคลื่นสัตว์ที่กำลังมุ่งหน้ามา หัวหน้ากองทัพสิบทิศก็ตะโกนกำชับ
ไม่นานคลื่นสัตว์ก็มาถึงเบื้องหน้าพวกเขา และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่หัวหน้ากองทัพสิบทิศกล่าวไว้ เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่รวมตัวกัน คลื่นสัตว์พลันแยกออกเป็นสองสาย วิ่งผ่านกลุ่มคนไปทั้งสองด้าน
เมื่อเห็นภาพนี้หัวหน้ากองทัพสิบทิศก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้ว่าพวกเขาจะล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียร แต่เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ก็ยังคงมีอันตรายอยู่บ้าง สัตว์ร้ายในเขาหมื่นลี้นั้นแตกต่างจากสัตว์ร้ายภายนอก หากเปรียบเทียบกับหมูป่ายักษ์ที่พุ่งออกมาจากฝูงสัตว์ร้ายเป็นตัวแรก ถ้าไม่มีพลังระดับเซียนเทียนเกรงว่าแม้แต่หนังของมันก็ไม่อาจทำลายได้
ขณะมองดูสัตว์ร้ายวิ่งผ่านไปทั้งสองข้าง หัวหน้ากองทัพสิบทิศหันกลับมาพูดว่า “อดทนไว้ รอให้ฝูงสัตว์ร้ายผ่านไปแล้วค่อยเดินทางต่อ”
“โฮก!”
ในตอนนั้นเอง เสือตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าหมูป่าตัวก่อนหน้าก็พุ่งออกมาจากฝูงสัตว์ร้าย ภายใต้แรงกดดันจากพลังของเสือแม้จะอยู่ในฝูงสัตว์ร้ายแต่สัตว์โดยรอบก็พากันหลีกทางให้ ทว่าเสือตัวนี้เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มคน มันกลับไม่ได้เลี่ยงทางเหมือนสัตว์ร้ายตัวอื่น แต่พุ่งเข้าหากลุ่มคนโดยตรง
สีหน้าของหัวหน้ากองทัพสิบทิศเปลี่ยนไป แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ไม่อาจปล่อยให้มันพุ่งชนสิ่งของที่กำลังคุ้มกันอยู่ได้ จึงยืนขวางไว้ด้านหน้าและเตรียมลงมือ ทว่าเมื่อเสือยักษ์วิ่งมาถึงเบื้องหน้าของหัวหน้ากองทัพสิบทิศแล้ว มันกลับกระโดดขึ้นอย่างกะทันหันและเหินข้ามศีรษะของเขาไป
ต่อมาเหตุการณ์ที่ทำให้คนตระกูลอู่และกองทัพสิบทิศงุนงงก็ปรากฏขึ้น บนหลังของเสือยักษ์นั้นมีร่างของคนผู้หนึ่งอยู่ คนผู้นั้นคลุมหน้าไว้เผยเพียงดวงตาคู่หนึ่งซ่อนอยู่ข้างใต้ และเมื่อเห็นพวกเขา คนปิดหน้าผู้นั้นยังกะพริบตาให้อีกด้วย จากนั้นคนปิดหน้าล้วงเชือกเส้นหนึ่งออกมาขว้างออกไป
บังเอิญเหลือเกินที่เชือกนั้นคล้องเข้ากับสิ่งของที่พวกเขากำลังคุ้มกันอยู่ตรงกลางพอดี เมื่อเสือยักษ์เหินข้ามศีรษะพวกเขาไปแล้ว สิ่งของที่พวกเขาคุ้มกันอยู่ก็ลอยออกไปตามเชือกด้วย
ตระกูลอู่: “???”
กองทัพสิบทิศ: “!!!”
จนกระทั่งเสือยักษ์วิ่งออกไปพร้อมกับฝูงสัตว์ได้ระยะหนึ่ง คนตระกูลอู่และกองทัพสิบทิศจึงค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา “เกิดอะไรขึ้น!” ทั้งสองฝ่ายไม่มีทางคิดได้เลยว่าจะมีคนซ่อนตัวอยู่ในฝูงสัตว์และใช้กลอุบายเช่นนี้กับพวกเขา
ในตอนนี้หัวหน้ากองทัพสิบทิศมีสีหน้าดำทะมึน เขาตบศีรษะลูกน้องที่ยังคงเหม่อลอยอยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า “พวกไม่ได้เรื่อง! ยังยืนเหม่ออยู่ทำไม รีบไล่ตามไปเดี๋ยวนี้! หากราชันกู่เกราะทองหายไป ต่อให้เจ้าและข้ามีชีวิตสิบชีวิตก็ไม่พอให้เสียหรอก” จากนั้นสายตาของเขาก็มองไปยังผู้นำตระกูลอู่ “รวมถึงพวกเจ้าด้วย หากราชันกู่เกราะทองเกิดปัญหา สิ่งที่พวกเจ้าต้องการก็อย่าหวังจะได้รับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของผู้นำตระกูลอู่ก็เขียวคล้ำไปทั้งหน้า แต่ก็พูดอะไรไม่ออก เพราะอย่างไรพวกเขาก็เป็นผู้คุมตัวราชันกู่เกราะทอง หากเกิดปัญหาพวกเขาก็ต้องรับผิดชอบด้วย “ยังยืนเหม่ออยู่ทำไม ไล่ตามสิ!”
ดังนั้นกลุ่มคนที่เดิมทีพยายามหลบเลี่ยงฝูงสัตว์ จึงได้เริ่มไล่ตามฝูงสัตว์ไปในทันที
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่คนสวมหน้ากากนำสิ่งของไปแล้ว เขาก็กระโดดกลับขึ้นไปบนหลังเสือยักษ์ พร้อมกับดึงสิ่งของจากเชือกมาไว้ในอ้อมอกของตน คนสวมหน้ากากใช้วิธีการที่ชำนาญเปิดมันออกอย่างง่ายดาย หลังจากเปิดผ้าหลายชั้นออก หีบใบหนึ่งก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา
เมื่อเปิดหีบออก เขาเห็นกล่องประณีตที่ทำจากทองคำล้วนวางอยู่ข้างใน เขาหยิบกล่องออกมาเปิดดูเห็นแมลงสีทองวาววับตัวหนึ่งนอนอยู่ข้างใน ดูเหมือนมันกำลังหลับใหล
“น่าจะเป็นมันไม่ผิดแน่” หลังจากยืนยันแล้วเขาก็ปิดกล่อง
ในตอนนั้นเองเสียงสบถด่าทอพลันดังขึ้นจากด้านหลัง พอเขาหันไปมองก็เห็นผู้คนมากมายไล่ตามฝูงสัตว์มา เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้นคนสวมหน้ากากก็ตบเสือยักษ์ “เจ้าเสือ วิ่งเร็วๆ อย่าให้พวกมันตามทัน”
เสือยักษ์ส่งเสียงคำราม ชั่วขณะถัดมาสัตว์ป่าในฝูงสัตว์ตรงหน้าก็แยกออกเป็นทางหนึ่ง เสือยักษ์เร่งความเร็วพุ่งตรงออกไปตามเส้นทางนั้น กลุ่มคนก็ได้แต่สบถด่าทอพลางเร่งความเร็วตามไปสุดกำลัง