ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 361 การเปลี่ยนแปลงของทุกคน
“เอาละ ไม่ต้องพูดเรื่องพวกนี้แล้ว”
หลี่เต้ามองไปยังฝูงสัตว์ป่าที่ถูกขังอยู่ในหุบเขาแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ถึงเวลาลงมือแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็พยักหน้าแล้วยกมือขึ้นเป่านกหวีด
ในชั่วขณะถัดมา เสียงนกหวีดยาวดังขึ้น จากนั้นที่สองฝั่งของหุบเขา ทหารกองทัพฝูถูที่ถอดเกราะหนักออกแล้วก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
พวกเขาพร้อมใจกันพุ่งเข้าไปในหุบเขา ไม่นานภายใต้การบุกของกองทัพฝูถู สัตว์ป่าในหุบเขาก็เริ่มวุ่นวาย
แต่เป้าหมายของกองทัพฝูถูคือหมาป่าเท่านั้น พวกเขาไม่แม้แต่จะมองสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ
สาเหตุที่เลือกหมาป่าเป็นเป้าหมาย ด้านหนึ่งเป็นเพราะในบรรดาสัตว์ที่เหมาะสำหรับการขี่ หมาป่าเหมาะสมที่สุดและมีระเบียบวินัยมากกว่า
อีกด้านหนึ่งนั้นเพราะหมาป่าเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูงจึงสามารถรวบรวมได้ง่าย
หมาป่าทั้งหมดในหุบเขาก็ถูกกองทัพฝูถูจับได้หมด ส่วนสัตว์ป่าที่เหลือหลังจากสวีหู่เปิดทางให้พวกมันก็วิ่งหนีไปอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากนั้นพวกหลี่เต้าก็มาถึงในหุบเขา
หลี่เต้ามองดูหมาป่าที่ถูกกองทัพฝูถูจับได้ จากนั้นก็เอ่ยถามขึ้น “รวมกับรอบนี้แล้ว จำนวนเพียงพอหรือยัง?”
เสวี่ยปิงก้าวไปข้างหน้าแล้วพยักหน้าตอบว่า “หัวหน้า ถ้ารวมเจ้าพวกนี้ด้วย พวกเราจับหมาป่าได้ทั้งหมดสองพันตัวแล้ว”
“สองพันตัว?”
หลี่เต้าพยักหน้าและกล่าวว่า แม้ว่ากองทัพฝูถูจะมีสามพันคน แต่เขาไม่อาจแบ่งกำลังออกไปทั้งหมดในคราวเดียว ต้องมีคนบางส่วนอยู่รักษาการณ์ในเมืองเทียนหนาน ดังนั้นเอาแค่นี้ก่อน
จากนั้นเขาก็ออกคำสั่งว่า “ถ้าอย่างนั้นก็พาหมาป่าพวกนี้ไปทั้งหมดเถอะ”
ครึ่งชั่วยามต่อมา
กลุ่มคนมาถึงอีกหุบเขาหนึ่งในเขาหมื่นลี้ ที่ส่วนลึกสุดของหุบเขามีรั้วที่ทำจากต้นไม้ ภายในรั้วเต็มไปด้วยหมาป่าที่จับมาจากเขาหมื่นลี้ในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา
เมื่อมองดูฝูงหมาป่าในคอก หลี่เต้าก็รู้ว่าตนเองต้องเสียเลือดเสียเนื้อแล้ว
เขามาถึงที่พักชั่วคราวที่สร้างขึ้นในหุบเขาแห่งหนึ่ง เห็นโอ่งน้ำขนาดใหญ่วางอยู่ข้างใน
เขายื่นมือข้างหนึ่งไปที่โอ่ง แล้วพลังปราณโลหิตสีแดงก็รวมตัวกันบนมือของเขาอย่างรวดเร็ว จากนั้นพลังปราณโลหิตก็ค่อยๆ ไหลเข้าสู่โอ่งน้ำภายใต้การควบคุมของหลี่เต้า
หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป น้ำที่เคยใสสะอาดก็กลายเป็นสีแดงจาง แม้กระทั่งสามารถมองเห็นผิวน้ำเป็นประกายสีทองอ่อนๆ ภายใต้แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านช่องว่างของกระท่อมไม้ได้
ในขณะนี้สีหน้าของหลี่เต้าซีดลงเล็กน้อย ดึงพลังออกไปจนหมด
“ระบบ”
[เจ้านาย: หลี่เต้า]
[พลังกาย: 32264.13 (12564.56)]
[คุณสมบัติที่ใช้ได้: 0]
เนื่องจากการเดินทางในเขาหมื่นลี้ทำให้เขาได้รับคะแนนคุณสมบัติมากถึงแปดพันกว่า และเมื่อรวมกับคะแนนคุณสมบัติก่อนหน้านี้ ก็ทำให้พลังกายของเขาทะลวงขีดจำกัดสามหมื่น
เมื่อดูจากระบบแล้ว หลี่เต้าพบว่าตนเองได้ใช้คุณสมบัติชั่วคราวออกไปถึงเกือบสองหมื่นในคราวเดียว
ยังคงเป็นความคิดเดิม โชคดีที่เป็นเพียงคุณสมบัติชั่วคราว ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ยอมสูญเสียมากขนาดนี้
ขณะคิดเขาหยิบขวดใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วเทยาลูกกลอนในขวดเข้าปากทั้งหมด
จากนั้นกระแสความร้อนก็ปรากฏขึ้นในร่างกายของเขา ซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น
ยาลูกกลอนเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลี่เต้าสั่งให้เหล่ากุ่ยใช้ยาบำรุงต่างๆ ปรุงขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้
เมื่อสีหน้าฟื้นคืนมาบ้างแล้ว หลี่เต้าก็เดินออกจากที่พักชั่วคราวนั้น หลังจากพบเสวี่ยปิงและจางเมิ่งเขาก็สั่งให้ทั้งสองยกโอ่งน้ำออกมาจากกระท่อมไม้
“ต่อไป จงป้อนยาวิเศษในโอ่งนี้ให้หมาปาทุกตัว”
เมื่อเห็นยาวิเศษจำนวนมากในโอ่ง เสวี่ยปิงและจางเมิ่งทั้งสองคนก็กลืนน้ำลาย
พวกเขาเติบโตมาถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะอาศัยยาวิเศษเหล่านี้เป็นหลัก
แต่พวกเขาเข้าใจดีว่าหมาป่าที่จับมาเหล่านั้นคือตัวเอกของงานวันนี้ พวกเขาไม่มีสิทธิ์ดื่ม
หลังจากนั้นทั้งสองก็จัดการให้ลูกน้องเริ่มป้อนยาวิเศษในโอ่งให้หมาป่าทีละอึก
แต่เมื่อเริ่มทำการป้อนยา ทุกคนกลับพบว่าไม่จำเป็นต้องบังคับอะไร เพียงแค่ได้กลิ่นยาวิเศษ หมาป่าก็ลดความระแวดระวังลง และเข้ามาดื่มยาวิเศษเองโดยที่ไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย
“หัวหน้า” ทันใดนั้นสวีหูก็พาเจ้าเสือมาเบื้องหน้าหลี่เต้าโดยไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อใด
“มีอะไรหรือ?”
หลี่เต้าหันไปมองเห็นสวีหูยิ้มเขินพลางเกาศีรษะ “เจ้าเสือบอกว่า มันก็อยากดื่มน้ำพวกนั้นด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เต้าก็เอียงศีรษะมอง เห็นเจ้าเสือหมอบอยู่ด้านหลังสวีหู มันส่งเสียงครางเบาๆ ขณะจ้องมองหมาป่าดื่มยาวิเศษด้วยสายตากระหายอยาก
“หากอยากดื่ม ก็ดื่มอันนี้แล้วกัน”
พูดจบหลี่เต้าก็นำน้ำเต้าใบหนึ่งส่งออกมา นี่คือสิ่งที่พวกเสี่ยวเฮยดื่มเป็นประจำ ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่ายาวิเศษในโอ่งน้ำ
สวีหูรับน้ำเต้ามาแล้วเปิดจุกดู กลิ่นหอมที่เข้มข้นกว่ายาวิเศษในโอ่งน้ำโชยออกมา
“ขอบคุณขอรับ” สวีหูถือน้ำเต้าเดินไปหาเจ้าเสือที่อยู่ข้างๆ
เจ้าเสือดื่มยาวิเศษในน้ำเต้าหมดในคำเดียว ดื่มเสร็จแล้วยังแลบลิ้นเลียริมฝีปาก แสดงสีหน้าว่ายังอยากดื่มอีก
แต่ไม่นานนักเจ้าเสือก็ตาพรามัว ล้มลงหลับไปในทันที
“เจ้าเสือ!” เมื่อเห็นภาพนี้สวีหู่ก็รู้สึกตื่นตระหนกโดยสัญชาตญาณ
“วางใจเถิด มันเพียงแค่หลับไปเท่านั้น อีกสักพักก็จะตื่นขึ้นมา”
พูดจบหลี่เต้าก็หันกลับไปมองฝูงหมาป่า หลังจากป้อนยาวิเศษไปแล้ว พวกหมาป่าที่ดื่มยาวิเศษก็เริ่มหลับใหลไปทีละตัว เข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงและปรับสภาพที่ยาเศษมอบให้พวกมัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เจ้าเสือที่หลับไปเริ่มมีความเคลื่อนไหว
ขนบนตัวของมันเริ่มหลุดร่วง กรงเล็บก็เริ่มหลุดออก นี่คือสัญญาณว่ายาวิเศษเริ่มออกฤทธิ์แล้ว
อีกด้านหนึ่ง หมาป่าทั้งสองพันตัวก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการเดียวกันทีละตัว
หลังจากขนและกรงเล็บหลุดร่วงไปแล้ว ไม่นานขนและกรงเล็บใหม่ก็เริ่มงอกออกมา
หลังจากที่ขนและกรงเล็บของเจ้าเสืองอกกลับมาครบถ้วนแล้ว ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน ร่างกายที่เดิมก็ใหญ่โตมากอยู่แล้วกลับยิ่งสูงใหญ่ขึ้นไปอีก สีขนก็เปล่งประกายงดงามยิ่งขึ้น
เมื่อเจ้าเสือฟื้นจากการหลับใหลและลืมตาขึ้น มันเพียงแค่นอนอยู่ตรงนั้นก็มีพลังอำนาจของสัตว์ร้ายแผ่ซ่านออกมาอย่างไร้รูปแบบ
ทันใดนั้นเจ้าเสือพลันลุกขึ้นและอดไม่ได้ที่จะแผดเสียงคำรามใส่ท้องฟ้า
เสียงคำรามดังสนั่นไปทั่วหุบเขา คลื่นเสียงที่เกิดขึ้นทำให้ภูเขาสั่นสะเทือนเล็กน้อยทั้งสองด้าน มีก้อนหินเล็กๆ ร่วงหล่นลงมา
เมื่อหยุดคำราม เจ้าเสือก็จ้องมองหลี่เต้าด้วยดวงตาเสือที่เปี่ยมความรู้สึกขอบคุณ และแสดงความสนิทสนมต่อหลี่เต้า
แต่เมื่อเห็นสวีหู มันกลับเข้าไปถูไถอย่างสนิทสนมยิ่งกว่า
ก็อย่างที่เคยพูดไว้ เลือดวิเศษจะทำให้ผู้คนสนิทสนมกับหลี่เต้ามากขึ้น แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้ใช้เอง
หลังจากที่เจ้าเสือเปลี่ยนแปลงเสร็จสมบูรณ์ ไม่นานหมาป่าทั้งสองพันตัวก็เริ่มเปลี่ยนแปลงเช่นกัน
“โฮก!”
เหมือนที่หลี่เต้าเคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากการเปลี่ยนแปลง หมาป่าทุกตัวมีร่างกายใหญ่ขึ้น แม้ว่าจะไม่อาจเติบโตจนมีขนาดเท่าม้า แต่ก็ใหญ่พอที่จะใช้ขี่ได้แล้ว