ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 378 พลังของอวัยวะภายในทั้งห้า
วันต่อมา “ฮู่ว…” หลี่เต้าถอนหายใจยาว “ในที่สุดก็ฟื้นตัวกลับมาแล้ว”
[เจ้านาย: หลี่เต้า]
[พลังกาย: 506,109]
[คุณสมบัติที่ใช้ได้: 1,256,182]
เนื่องจากต้องผ่านการแปรสภาพก่อนจึงจะเพิ่มคุณสมบัติได้ต่อ ดังนั้นคะแนนคุณสมบัติจึงถูกเก็บไว้ชั่วคราว
“ต่อไปก็ถึงการแปรสภาพครั้งที่หกแล้ว” หลี่เต้าหลับตาลงแล้วเอ่ยขึ้นในใจ “แปรสภาพ”
ชั่วขณะถัดมา ความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากภายในก็ได้ปรากฏขึ้นในร่างของเขา ในขณะนี้เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ บนผิวหนังและเนื้อ เพียงแต่รู้สึกว่าภายในร่างกายของเขาเหมือนกลายเป็นเตาหลอม แม้กระทั่งยังรู้สึกได้ว่าอวัยวะภายในร่างกายของเขากำลังละลาย
อวัยวะตันทั้งห้าและอวัยวะกลวงทั้งหกงั้นหรือ? หลี่เต้าสัมผัสได้ถึงการแปรสภาพภายในร่างกาย และก็เดาได้ทันทีว่าส่วนใดของร่างกายกำลังเกิดการแปรสภาพในครั้งนี้ ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่าอวัยวะตันและอวัยวะกลวงจะเกิดการแปรสภาพ แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะเปลี่ยนแปลงพร้อมกัน
ในความมืดมิด หลี่เต้ารู้สึกได้ว่าภายใต้พลังแห่งการแปรสภาพ อวัยวะภายในทั้งหมดของเขากำลังละลาย หลังจากที่อวัยวะภายในทั้งหมดละลายไปแล้ว โลหิตสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในร่างกายของเขา จากนั้นเขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าอวัยวะกลวงทั้งหกของเขากำลังเริ่มถูกสร้างขึ้นใหม่
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด อวัยวะภายในทั้งหกของเขาก็ถูกสร้างขึ้นใหม่เรียบร้อยแล้ว เมื่ออวัยวะภายในทั้งหกถูกสร้างขึ้นใหม่ หลี่เต้าก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของพวกมันได้อย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ผิวหนัง เนื้อ เส้นเอ็น กระดูก และเลือด ได้ผ่านการแปรสภาพมาแล้ว และคุณสมบัติของพวกมันก็เพิ่มขึ้น อวัยวะภายในทั้งห้าและหกก็ได้รับการยกระดับตามไปด้วย
ทว่าถึงแม้จะยกระดับแล้ว แต่เนื่องจากผิวหนัง เนื้อ เส้นเอ็น กระดูก และเลือด ได้ผ่านการแปรสภาพในระดับที่ลึกกว่า จึงทำให้รู้สึกถึงความไม่สอดคล้องกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหมือนกับกลุ่มที่มีประสิทธิภาพสุดยอด มาพบกับกลุ่มที่มีประสิทธิภาพสูง แม้อัจฉริยะจะไม่สนใจแต่คนธรรมดาเองจะรู้สึกไม่กลมกลืน
แต่ตอนนี้หลังจากผ่านการแปรสภาพครั้งนี้แล้ว ทั้งสองฝ่ายได้ผสานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับการก่อตัวใหม่ของอวัยวะภายในทั้งหก อวัยวะภายในทั้งห้าก็เริ่มแปรสภาพจนเสร็จสมบูรณ์
อันดับแรกคือหัวใจซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของร่างกายมนุษย์ เมื่อหัวใจก่อตัวขึ้นหลี่เต้ารู้สึกเพียงว่ามีกองไฟปะทุขึ้นภายในร่างกาย ทั้งร่างของเขาเหมือนจมอยู่ในเปลวเพลิง
อันดับที่สองคือตับ เมื่อตับก่อตัวขึ้นหลี่เต้าพบว่าไฟนี้ลุกโชนมากขึ้น แต่ในเปลวเพลิงกลับมีพลังปราณโลหิตผุดขึ้นมาหล่อเลี้ยงเขาด้วย
ต่อมาอันดับที่สามคือไต เมื่อไตปรากฏขึ้นหลี่เต้าที่กำลังรู้สึกร้อนระอุอยู่ก็ได้สัมผัสความเย็นสดชื่น
ในที่สุดเมื่อมาถึงจุดนี้ หลี่เต้าก็ค้นพบปัญหาที่อยู่ในนั้น อวัยวะภายในทั้งห้านี้ปรากฏขึ้นตามการเกิดของธาตุทั้งห้าที่สอดคล้องกับห้าอวัยวะภายใน หลังจากหัวใจ ตับ และไต ปรากฏขึ้น ปอดและม้ามที่เหลือก็ก่อตัวขึ้นใหม่ในร่างกายอย่างต่อเนื่อง
เมื่ออวัยวะภายในทั้งห้าครบถ้วน หลี่เต้าก็สัมผัสได้ถึงพลังที่เชื่อมโยงอวัยวะภายในทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตอนนี้เขารู้สึกเพียงแค่ว่าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังปราณโลหิต ในบางแง่มุมทั้งร่างของเขาเหมือนได้รับการชำระล้างให้บริสุทธิ์
เมื่ออวัยวะภายในทั้งห้าและหกก่อตัวขึ้นใหม่ หลี่เต้าก็สูดลมหายใจเฮือกแรก ในชั่วขณะถัดมาหลี่เต้าสัมผัสได้ว่ามีพลังงานที่มองไม่เห็นกำลังไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาพร้อมกับลมหายใจ ทันใดนั้นอวัยวะภายในของเขาก็เริ่มทำงาน พลังที่มองไม่เห็นนั้นพลันถูกย่อยสลายในร่างกายของเขาทันที หลี่เต้าสัมผัสได้ทันทีว่าพลังในร่างกายของเขาได้รับการเติมเต็ม
“นี่คือพลังแห่งฟ้าดินหรือ?”
แม้จะมีเพียงเล็กน้อยแต่หลี่เต้าก็สังเกตเห็นว่าพลังที่มองไม่เห็นนั้น คล้ายกับพลังอำนาจสวรรค์ที่เฉินหยางเคยใช้มาก เพียงแต่พลังหนึ่งเต็มไปด้วยความรุนแรง ส่วนอีกพลังหนึ่งสงบกว่าเท่านั้น นอกจากนี้เฉินหยางก็สามารถควบคุมมันได้ แต่เขาทำได้เพียงสูดหายใจเข้าไปแล้วปล่อยให้ร่างกายย่อยสลายเอง
หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป ด้วยสมองที่ทำงานอย่างชัดเจนของหลี่เต้า เขาก็ได้ข้อสรุปอย่างง่ายออกมา ตอนนี้เขาสามารถอดอาหารได้แล้ว พลังที่คล้ายกับพลังอำนาจสวรรค์นั้นมีผลเพียงอย่างเดียวคือเติมเต็มพลังที่ร่างกายของเขาใช้ไป และการดูดซึมมันก็เหมือนกับการกินอาหาร
แต่แน่นอนว่านี่ง่ายกว่าการกินอาหารมาก ตราบใดที่เขายังหายใจอยู่พลังนี้ก็จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาตลอดเวลา หลังจากนั้นหลี่เต้าได้ทำการศึกษาอวัยวะภายในทั้งห้าและหกที่เปลี่ยนแปลงไป
ไม่นานนักเขาพบว่าตัวเองดูเหมือนจะสามารถควบคุมการไหลเวียนของพลังระหว่างอวัยวะภายในทั้งห้าและหกได้ หลี่เต้าแบมือออก พลังปราณโลหิตรวมตัวกันที่ฝ่ามือของเขา เมื่อความคิดของเขาเคลื่อนไหว พลังปราณโลหิตก็เริ่มบิดเบี้ยวเปลี่ยนรูปร่างวาดเป็นรูปทรงขึ้นมา กลายเป็นลูกม้าตัวเล็ก หลังจากนั้นภายใต้การควบคุมของเขา พลังปราณโลหิตก็เริ่มเปลี่ยนแปลงได้ตามใจ จะเปลี่ยนเป็นนกหรือมังกรก็ได้ ทั้งยังดูมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง
ในที่สุด หลี่เต้าก็ลุกขึ้นยืน เขาใช้พลังปราณโลหิตห่อหุ้มมือทั้งสองแล้วถูไปมา เมื่อเขาแยกมือทั้งสองออก ก็มีง้าวใหญ่จากพลังปราณโลหิตสีแดงปรากฏขึ้นในมือ หากไม่มองสีเพียงแค่ดูลวดลายมันก็เหมือนกับง้าวมังกรทมิฬไม่มีผิดเพี้ยน
แกร้ก! เมื่อหลี่เต้ายกมือขึ้นแล้วฟาดลงมา พื้นก็พลันแตกกระจาย แต่ง้าวมังกรทมิฬสีเลือดยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ดูเหมือนว่ามันแข็งแกร่งไม่น้อย นี่เป็นการหลอมเลือดสร้างอาวุธหรือ?
ดูเหมือนว่าภายใต้ผลการเกื้อหนุนกันของอวัยวะภายในทั้งห้า พลังปราณโลหิตของเขาจะมีพลังเพิ่มขึ้น และมีความสามารถในการแปรสภาพเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังจากนั้นหลี่เต้าก็ปล่อยมือและปักง้าวที่ทำจากพลังปราณโลหิตลงบนพื้น
เดิมทีพลังปราณโลหิตเมื่อแยกออกจากร่างกายของเขาแล้วจะสลายไปโดยธรรมชาติ แต่ตอนนี้มันสามารถแยกออกจากร่างกายของเขาได้แล้ว หากทำได้ถึงขั้นนี้วิธีการใช้พลังปราณโลหิตของเขาก็จะมีมากขึ้น ไม่สามารถเทียบกับก่อนหน้านี้ได้แล้ว ในตอนนั้นเองจู่ๆ หลี่เต้าก็นึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมา
อวัยวะภายในทั้งห้าเป็นตัวแทนของธาตุทั้งห้า การเกื้อหนุนกันนั้นเป็นไปได้แล้ว การข่มกันล่ะ?
พอคิดมาถึงตรงนี้หลี่เต้าก็ลงมือปฏิบัติทันที เมื่อพลังนั้นหมุนเวียน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่ร่างกายของเขา แต่เป็นพลังปราณโลหิตที่รวมตัวอยู่ในมือของเขา เห็นได้ชัดว่าพลังปราณโลหิตที่เดิมทีสงบนิ่งนั้นเหมือนกับมีน้ำมันราดลงบนกองไฟ เดือดพล่านขึ้นมาในทันที
พลังปราณโลหิตไม่ได้ง่ายต่อการควบคุมเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป หรือพูดอีกอย่างคือแทบจะควบคุมไม่ได้เลย หลี่เต้ามองดูพลังปราณโลหิตบนฝ่ามือ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความรุนแรงจากมัน “ฮึ่ม”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลี่เต้าก็ควบคุมพลังปราณโลหิตนี้ให้เล็กลงเล็กจนกำได้ด้วยมือเดียว ในชั่วขณะถัดมาเขาก็กำมันไว้ในฝ่ามือ ทันใดนั้นความเจ็บแปลบก็ปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือ เมื่อกางฝ่ามือออกดูพลังปราณโลหิตอันรุนแรงได้หายไปแล้ว และผิวหนังบนฝ่ามือของเขาก็หายไปหนึ่งชั้นเช่นกัน เพียงชั่วพริบตาบาดแผลเล็กน้อยนี้ก็หายสนิทอีกครั้ง
“พลังทำลายล้างนี้ช่างร้ายกาจยิ่งนัก”
หากการหมุนเวียนอย่างเกื้อหนุนกันระหว่างอวัยวะภายในทั้งห้า ได้นำมาซึ่งพลังปราณโลหิตที่เปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวา เช่นนั้นการหมุนเวียนอย่างกดข่มกันระหว่างอวัยวะภายในทั้งห้าก็นำมาซึ่งพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้หลี่เต้าก็มองไปยังง้าวมังกรทมิฬสีเลือดที่ประกอบขึ้นจากพลังปราณโลหิตซึ่งยังปักอยู่ข้างๆ หลังจากดึงมันกลับมาไว้ในมืออีกครั้ง พร้อมกับความคิดของเขาเพียงแวบเดียว ง้าวมังกรทมิฬสีเลือดที่เดิมยังอยู่ในสภาพดีพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงทันที ปรากฏสภาพที่กำลังแตกสลาย ในเวลาเดียวกันกระแสอันตรายก็แผ่ออกมาจากง้าวมังกรทมิฬสีเลือดด้วย
เหตุการณ์นี้ทำให้หลี่เต้าตกใจ เขาหยุดพฤติกรรมบ้าบิ่นของตนเองทันที หากง้าวมังกรทมิฬสีเลือดระเบิดออกมาด้วยพลังที่แฝงอยู่ในพลังปราณโลหิตของเขา จวนผู้ว่าการคงจะเดือดร้อนแน่
หลังจากสลายง้าวมังกรทมิฬสีเลือดสำเร็จ หลี่เต้าก็นึกถึงการโจมตีครั้งสุดท้ายของเฉินหยางที่สามารถผ่าภูเขาแยกทะเลได้ ตอนนี้เมื่อนึกถึงการโจมตีครั้งนั้น หลี่เต้าก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง หากไม่ใช่เพราะพลังการฟื้นฟูอันน่าตกใจของเขา คงได้ตายไปนานแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้หลี่เต้าก็เอ่ยพึมพำกับตัวเอง “ไม่รู้ว่าพลังอำนาจสวรรค์กับพลังนี้ พลังไหนจะแข็งแกร่งกว่ากัน”
[1] อวัยวะตันทั้งห้า และอวัยวะกลวงทั้งหก: ห้าอวัยวะตัน (Zang) ได้แก่ หัวใจ, ตับ, ม้าม, ปอด และไต ส่วนหกอวัยวะกลวง (Fu) ได้แก่ กระเพาะอาหาร, ลำไส้เล็ก, ลำไส้ใหญ่, ถุงน้ำดี, กระเพาะปัสสาวะ และช่องท้อง (ซานเจียว)