ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 392 สองปีครึ่ง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วดังสายน้ำ เพียงชั่วพริบตาเวลากว่าสองปีก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เมืองหลวง
ในวันนี้พร้อมกับการมาเยือนของราตรีอันมืดมิด จู่ๆ เมฆดำทะมึนก็ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าเหนือเมืองหลวง ลมกรรโชกเริ่มพัดโหมกระหน่ำไปตามท้องถนน ท่ามกลางเมฆดำเหล่านั้นบางคราวก็มีอสนีบาตแลบวาบผ่าน จากนั้นเสียงฟ้าร้องก็ดังตามมา
และในเวลานี้ ณ ตำหนักหมิงเยว่ พระราชวังต้าเฉียน
“เจ็บจัง”
ในตำหนักที่มืดสลัวพลันมีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นอย่างกะทันหัน องค์หญิงหมิงเยว่กำลังนอนราบอยู่บนเตียง
ในตอนนี้องค์หญิงหมิงเยว่ไม่ได้มีท่าทางเย็นชาสูงส่งเหมือนดังแต่ก่อน ขณะนี่นางสวมเพียงชุดชั้นในบางเบา เส้นผมยุ่งเหยิงกระจายอยู่บนหมอนหยก
ใบหน้างดงามนั้นซีดขาว ที่หน้าผากมีเหงื่อเย็นเกาะอยู่ สองมือของนางกำผ้าปูที่นอนแน่น ความสนใจทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่ท้องนูนใหญ่ของนาง
ปากของนางเปล่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าบัดนี้ทารกในท้องของนางกำลังจะคลอดออกมาแล้ว ในเวลานีนนางกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้กำเนิดทารก เนื่องจากไมอาจให้ผู้ใดล่วงรู้ถึงเรื่องทารกคนนี้ได้ ทุกอย่างจึงต้องอาศัยความพยายามของนางเพียงผู้เดียว
ในห้วงความคิด
จีหมิงเยว่เอ่ยปลอบประโลมว่า “หมิงเยว่ ออกแรงอีกหน่อย ทารกกำลังจะคลอดแล้ว”
องค์หญิงหมิงเยว่กัดริมฝีปากพลางกล่าว “เจ้าบอกว่าพวกเราทั้งสองเป็นคนเดียวกัน เหตุใดเจ้าจึงไม่สามารถช่วยข้าคลอดทารกได้”
จีหมิงเยว่กล่าวเสียงแผ่ว “ข้าเองก็อยากช่วย แต่ในตอนนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถควบคุมร่างกายได้”
ประโยคนี้ทำให้องค์หญิงหมิงเยว่ถึงกับพูดอะไรไม่ออกในทันที ไม่นานนักเสียงของจีหมิงเยว่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง “หมิงเยว่ ข้าขอแนะนำให้เจ้ารีบอีกสักหน่อย โดยทั่วไปแล้วหากทารกอยู่ในครรภ์มารดานานเกินไป มักจะเสียชีวิตได้ง่ายเพราะขาดอากาศหายใจ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าขององค์หญิงหมิงเยว่ก็พลันซีดขาวในทันที นางทนมาจนถึงเวลานี้แล้ว นางไม่อยากให้ลูกของตนเองต้องตายในท้องเลย ดังนั้นนางจึงสูดหายใจลึกแล้วเริ่มออกแรงต่อไปอีกครั้ง จากนั้นความเจ็บปวดที่แทงทะลุถึงกระดูกก็ตามมา แต่องค์หญิงหมิงเยว่กัดฟันอดทนต่อทั้งหมดนี้เอาไว้
ในเวลาเดียวกัน ณ สำนักโหรหลวง
พร้อมกับเสียงฟ้าร้องหนึ่งครั้ง โหรผู้เฒ่าในตำหนักก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทันที
หลังจากถูกปลุกให้ตื่นเขาก็ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง สีหน้าของเขาก็แข็งค้างไปในทันที
“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดพลังมังกรถึงได้ปะทุขึ้นมาเช่นนี้!”
โดยทั่วไปแล้วการปะทุของพลังมังกรนั้นหมายถึงชะตากรรมราชวงศ์ต้าเฉียนกำลังจะเปลี่ยนแปลง ดังนั้นโหรผู้เฒ่าที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติก็รีบทำการคำนวณด้วยการนับนิ้วในทันที ในไม่ช้าสีหน้าของเขาก็แข็งค้างไป
“ไม่ถูกต้อง จะมีบุตรหลานมังกรมาเกิดได้อย่างไร”
ในฐานะหัวหน้าสำนักโหรหลวงแห่งราชสำนักต้าเฉียน ทุกครั้งที่มีบุตรหลานมังกรถือกำเนิดเขาจะรู้ล่วงหน้าเพื่อทำนายดวงชะตาและอวยพรให้กับบุตรหลานมังกรที่กำลังจะเกิดหรือเกิดมาแล้ว แต่ครั้งนี้เขากลับไม่รู้เลยและไม่ได้คำนวณออกมา พอคิดถึงตรงนี้ใบหน้าของโหรผู้เฒ่าก็เปลี่ยนไป “หรือว่าจะเป็นลูกนอกสมรสของฝ่าบาท?”
แต่แล้วโหรผู้เฒ่าก็ต้องส่ายหัวอย่างรวดเร็ว ในฐานะฮ่องเต้พระองค์จะมีขันทีหรือนางกำนัลคอยติดตามอยู่ข้างกายตลอดเวลา จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีช่องโหว่เช่นนี้ แล้วมันคือสถานการณ์อะไรกันแน่ หรือว่าจะเป็นบุตรขององค์ชายเหล่านั้น? แต่ดูจากระดับการปะทุของพลังมังกรแล้วไม่น่าจะใช่
โหรผู้เฒ่าส่ายหน้า “ช่างเถอะ ไม่คิดแล้ว เด็กคนนั้นตอนนี้คงยังไม่ทันเกิด ยังไม่ได้ถูกนับเข้าในห้าธาตุหกทาง รอให้เกิดแล้วก็จะรู้เอง”
ทันทีที่เสียงของโหรผู้เฒ่าเพิ่งจะขาดคำ ก็มีเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นบนท้องฟ้าเหนือเมืองหลวง
ในวังหลังมีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องไห้ของทารก
“มาแล้ว!”
เมื่อโหรผู้เฒ่าสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาก็รีบเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่างทันที
“ตาสวรรค์เปิด!”
ในชั่วขณะถัดมามีแสงวาบผ่านกลางหว่างคิ้วของโหรผู้เฒ่า จากนั้นเขาก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ในวังหลวงที่มืดสลัวเกิดการเปลี่ยนแปลง เขาเห็นเพียงบนท้องฟ้าเหนือวังหลวงมีกลุ่มวาสนาสีทองกำลังตกลงมาจากท้องฟ้า
ในโลกมนุษย์นี้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนมีวาสนาติดตัวตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้น สรรพชีวิตก็จะมีวาสนาที่สวรรค์ประทานให้ไม่มากก็น้อย วาสนาที่สวรรค์ประทานให้เหล่านี้โดยทั่วไปแล้วขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต่ก็มีข้อยกเว้นที่จะส่งผลต่อวาสนาที่สวรรค์ประทานให้ เช่นเดียวกับที่เห็นตรงหน้านี้ เนื่องจากผู้ที่เกิดมามีสายเลือดราชวงศ์ ดังนั้นแม้แต่วาสนาก็เป็นสีทองและยิ่งใหญ่กว่าคนทั่วไป
หลังจากนั้นพลันมีเสียงมังกรคำรามดังขึ้น เห็นเพียงพลังมังกรที่ปกคลุมวังหลวงอยู่นั้นได้รวมตัวกันเป็นรูปร่างขึ้น กลายเป็นมังกรทองที่มีชีวิตชีวา มังกรทองนี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด มันคือมังกรทองแห่งชะตาของต้าเฉียนนั่นเอง หลังจากที่มังกรทองแห่งชะตาได้ปรากฏตัวขึ้น เมื่อเห็นวาสนาสีทองที่ตกลงมาจากท้องฟ้า มันก็ส่งเสียงคำรามด้วยความยินดีทันที มันอ้าปากและกำลังจะบินขึ้นไปหาวาสนาสีทองนั้น เพราะมังกรทองแห่งชะตาของต้าเฉียนประกอบด้วยราชวงศ์ต้าเฉียนและโชคชะตาของแคว้นต้าเฉียน ทุกครั้งที่ราชวงศ์มีการให้กำเนิด มังกรทองแห่งชะตาของราชวงศ์ต้าเฉียนจะกินวาสนาที่สวรรค์ประทานให้เพื่อทำการเชื่อมโยงกับโชคชะตาของต้าเฉียน
วิธีนี้มีข้อดีคือ เนื่องจากมังกรทองแห่งชะตาของต้าเฉียนมีโชคชะตาของทั้งแคว้นอยู่ ดังนั้นมังกรทองแห่งชะตาก็จะได้รับการบำรุงเลี้ยง ยิ่งโชคชะตาของต้าเฉียนแข็งแกร่งเท่าใด ผลของการบำรุงเลี้ยงก็จะยิ่งแข็งแกร่งเท่านั้น แต่เงื่อนไขของการเจริญรุ่งเรืองไปด้วยกันก็คือการล่มสลายไปด้วยกันเช่นกัน
“วาสนาที่สวรรค์ประทานให้ช่างมากมายเหลือเกิน!”
เมื่อเปิดตาสวรรค์และมองเห็นวาสนาที่สวรรค์ประทานให้อย่างชัดเจนแล้ว โหรผู้เฒ่าก็อุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว เขามาที่สำนักโหรหลวงและดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักโหรหลวงมาแล้วกว่าสองร้อยปี ในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น เขาได้เห็นวาสนาที่สวรรค์ประทานให้แก่ผู้คนของราชวงศ์ต้าเฉียนมามากมาย แต่จากที่เขาเคยเห็นมา วาสนาที่สวรรค์ประทานให้ตรงหน้านี้นับว่ายิ่งใหญ่ที่สุด แม้จะกล่าวว่าโชคชะตาของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง แต่หากมีพื้นฐานที่ดีมาตั้งแต่ต้น การพัฒนาในภายหลังก็ย่อมราบรื่นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ที่ได้รับวาสนาเป็นของขวัญคือราชวงศ์ด้วยแล้วนั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นการเพิ่มพูนทวีคูณอย่างมหาศาล ตราบใดที่ไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่โตในภายหลัง ก็อาจกล่าวได้ว่าชีวิตจะราบรื่นอย่างแน่นอน
“หรือว่าต้าเฉียนกำลังจะให้กำเนิดมหาราชผู้ยิ่งใหญ่อีกพระองค์หนึ่ง?”
ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นในใจของโหรผู้เฒ่า จู่ๆ สถานการณ์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง เห็นได้ชัดว่าในขณะที่มังกรทองแห่งโชคชะตาของต้าเฉียนกำลังจะกลืนกินวาสนาอันเป็นของขวัญจากสวรรค์นั้น ทันใดนั้นได้มีแสงสีขาวนวลสายหนึ่งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจากวังหลังของต้าเฉียน และเมื่อแสงสีขาวนวลนั้นมาถึงท้องฟ้า มันก็ราวกับรับรู้ได้ถึงบางสิ่ง จู่ๆ ก็พุ่งตรงไปยังมังกรทองแห่งโชคชะตาของต้าเฉียน
อีกด้านหนึ่ง มังกรทองแห่งโชคชะตาของต้าเฉียนมองดูวาสนาอันเป็นของขวัญจากสวรรค์ตรงหน้าแล้วงับเข้าไปในคำเดียว ในชั่วขณะถัดมาแสงสีขาวสายหนึ่งพลันวาบผ่านเบื้องหน้าของมัน ส่งผลให้มันงับพลาดเป้าไป ทันใดนั้นมันก็ชะงักค้าง สิ่งใดกันที่กล้าแย่งอาหารจากปากมังกรของมัน เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นเพียงแสงสีขาวที่บัดนี้กลายเป็นสัตว์ตัวเล็กตัวหนึ่ง กำลังพันรอบกลุ่มวาสนาที่สวรรค์ประทานมา
เหมือนว่าเจ้าสัตว์ตัวเล็กจะสังเกตเห็นสายตาของมังกร หางของมันจึงกวาดเอาวาสนาที่สวรรค์ประทานเก็บไว้ในลักษณะที่แสดงความเป็นเจ้าของ มังกรโชคชะตาโกรธจัด มันคำรามออกมาเสียงหนึ่งแล้วพุ่งตรงไปยังสัตว์ตัวเล็กสีขาว เมื่อเผชิญหน้ากับมังกรโชคชะตาที่ดุร้ายและมีขนาดใหญ่กว่าตนเองเป็นร้อยเท่า เจ้าสัตว์ตัวเล็กนั้นกลับไม่แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย พอเห็นว่ามังกรโชคชะตากำลังจะอ้าปากเอาสัตว์ตัวเล็กเข้าไป
“โฮก!”
หางของสัตว์ตัวเล็กก็ปล่อยกลุ่มวาสนาที่สวรรค์ประทานให้ออกไปอย่างกะทันหันแล้วสะบัดตัวหนี ในชั่วขณะถัดมาหางนั้นก็กลายเป็นสิ่งนุ่มนิ่มฟาดเข้าใส่มังกรโชคชะตา เมื่อเห็นเช่นนั้นมังกรโชคชะตาก็แสดงสีหน้าเหยียดหยามออกมา ด้วยการโจมตีเช่นนี้ไม่คู่ควรแม้แต่จะทำให้มันรู้สึกคัน แต่ในชั่วขณะถัดมาร่างมังกรทองแห่งโชคชะตากลับถูกฟาดกระเด็นออกไปทั้งตัว
หากมองในภาพช้า แม้กระทั่งในอากาศยังสามารถมองเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวผิดรูปรวมถึงดวงตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อได้