ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 396 บรรลุธรรมเป็นบรรพบุรุษ
“มาแล้วก็นั่งลงกันเถอะ”
หลังจากที่ทุกคนนั่งลงแล้ว หลี่เต้าก็มองไปที่โจวเซิงและเฉินโหยว “ในช่วงที่ข้าปิดด่าน สถานการณ์ดินแดนทางใต้เป็นอย่างไรบ้าง?”
โจวเซิงลุกขึ้นกล่าวว่า “ท่านผู้ว่าการ ทุกอย่างในเมืองเทียนหนานเป็นปกติดี”
เฉินโหยวเองก็ลุกขึ้นกล่าวเช่นกัน “หลังจากที่กำจัดอาชญากรทั้งหมดไปแล้ว ตอนนี้พื้นที่อื่นกำลังพัฒนาอย่างมั่นคง”
หลี่เต้าถาม “สถานการณ์ของพวกสำนักศึกษาตอนนี้เป็นอย่างไร?”
เฉินโหยวตอบ “ขณะนี้ทุกอย่างก็มั่นคงลงแล้ว”
หลี่เต้าพยักหน้า อีกไม่นานเขาจะอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าการดินแดนทางใต้ได้ครบสามปีแล้ว ตามพระราชโองการเดิม เมื่อครบกำหนดสามปีทางราชสำนักจะส่งคนมาตรวจสอบ เมื่อเทียบกับสถานการณ์ดินแดนทางใต้เมื่อสามปีก่อน สิ่งที่เขาทำก็น่าจะถือว่านำเอาไปอวดได้
หลี่เต้าเงยหน้าขึ้นมองทุกคน “แม้ว่าตอนนี้ทุกอย่างจะเรียบร้อยดี แต่พวกเจ้าก็ไม่ควรผ่อนคลายมากเกินไป ต้องรักษาสภาพนี้ไว้”
พูดจบเขาก็หยิบกระดาษที่เขียนวิชาฝึกร่างกายทั้งหมดออกมาจากอกเสื้อ เขาเหลือบมองไปทางจางเมิ่งและคนอื่นๆ
“ในช่วงที่ข้าปิดด่านนั้น ข้าได้คิดค้นวิชากำลังภายในพิเศษขึ้นมา พวกเจ้าเอาไปฝึกฝนเอง พร้อมกับมอบให้กองทัพฝูถูด้วย”
หืม?
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนต่างเผยสีหน้าสงสัยใคร่รู้ออกมา คิดค้นวิชากำลังภายในเองหรือ?
จางเมิ่งก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับกระดาษที่หลี่เต้าส่งมาให้แล้วมองดู ทันใดนั้นเขาก็ถูกดึงดูดด้วยเนื้อหาทันที จางเมิ่งเงยหน้าขึ้น “หัวหน้า นี่มันทำไมไม่…”
เหมือนว่าหลี่เต้าจะเดาความคิดของจางเมิ่งได้ เขาจึงพูดว่า “ก็อย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ วิชานี้ไม่ใช่วิชาฝึกลมปราณแบบดั้งเดิม แต่เป็นสิ่งที่ข้าสร้างมันขึ้นมาตามเงื่อนไขของตัวข้าเอง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างตะลึง สำหรับพวกเขาแล้ว การที่หลี่เต้าไม่สามารถฝึกฝนพลังปราณแท้ได้นั้น มันไม่ใช่ความลับอะไรอีกต่อไป
ทุกคนต่างรู้ว่าหลี่เต้ามีร่างกายพิเศษ และเขาก็มีวิธีเพิ่มความแข็งแกร่งที่เป็นของเขาเพียงผู้เดียวอยู่ และยังรู้อีกว่าวิธีนี้ไม่เหมาะกับพวกเขา
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือ หลี่เต้าสามารถเปลี่ยนวิธีการเพิ่มพลังพิเศษนั้นให้กลายเป็นวิชากำลังภายในได้ตามสภาพร่างกายของตน
“หัวหน้า… นี่มันล้ำค่าเกินไปแล้วนะขอรับ” จางเมิ่งพูดติดอ่างด้วยความตื่นเต้น
แม้ว่าจางเมิ่งจะไม่มีความรู้มากนัก แต่เขาก็รู้ว่าวิชากำลังภายในเช่นนี้มีคุณค่ามากเพียงใด
หลี่เต้ากล่าว “พอเถอะ ข้าให้พวกเจ้าฝึกก็ฝึกไป มีอะไรต้องเสแสร้งด้วย อีกอย่างเจ้าคงไม่คิดว่าวิชานี้ฝึกง่ายหรอกนะ”
จางเมิ่งพลันชะงักไปครู่หนึ่ง “ไม่ง่ายหรือขอรับ?”
หลี่เต้ายิ้มบางๆ “ลองฝึกดูแล้วเจ้าจะรู้เองว่าง่ายหรือไม่”
หลังจากนั้น หลี่เต้าก็เหลือบมองไปที่โจวเซิง เฉินโหยว และคนอื่นๆ “พวกเจ้าด้วย หากพวกเจ้าอยากฝึกก็สามารถฝึกได้เช่นกัน วิชานี้เหมาะกับพวกเจ้าด้วย”
“คุณชาย แล้วพวกเราละเจ้าคะ” เมื่อเห็นหลี่เต้ามองข้ามพวกนาง จิ๋วเออร์จึงอดไม่ได้ที่จะถามเสียงเบา
“พวกเจ้านะหรือ?” หลี่เต้าส่ายหน้าพลางกล่าว “แม้พวกเจ้าจะฝึกได้ แต่ข้าแนะนำว่าไม่ควรฝึกจะดีกว่า”
“เพราะเหตุใดเจ้าคะ?”
“เว้นเสียแต่ว่า เจ้าจะอยากฝึกจนมีกล้ามเนื้อใหญ่โตเช่นนั้น”
กล่าวโดยง่ายคือ หลี่เต้าสร้างวิชาฝึกร่างกายตามเงื่อนไขที่มีอยู่ เนื่องจากเป็นวิชาที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับกองทัพฝูถู วิชาฝึกร่างกายนี้จึงเน้นเรื่องพละกำลังของร่างกาย การฝึกฝนเรียบง่ายและรุนแรง ไม่ละเอียดพอ ทำให้ลำตัวเกิดการพัฒนาอีกครั้ง
โดยสรุปแล้ว หากบุรุษฝึกฝนไปก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะบุรุษส่วนใหญ่ล้วนแสวงหาความงามจากพละกำลัง อยากมีรูปร่างแบบยิ่งฝึกยิ่งดี แต่หากสตรีฝึกฝน มันก็จะเหมือนหน้าตุ๊กตาตัวกล้ามยักษ์
เมื่อเห็นหลิวชิ่วเออร์และหญิงสาวอื่นๆ ดูผิดหวัง หลี่เต้าจึงกล่าวต่อว่า “วางใจเถิด พวกเจ้าก็จะมีเช่นกัน รอให้มีเวลา ข้าจะพัฒนาวิชาที่เหมาะกับการฝึกฝนของพวกเจ้าโดยเฉพาะ”
วิชาฝึกร่างกายนี้เพิ่งเริ่มสร้าง แม้จะไม่มีคำขอจากพวกจิ๋วเออร์ แต่เขาก็จะพัฒนาต่อไปในอนาคต เพราะการสร้างระบบการฝึกฝนเฉพาะตัวไม่ใช่แค่ตำราเพียงเล่มเดียวเท่านั้น แต่ต้องการความหลากหลายเหมือนดอกไม้ร้อยพันธุ์
วิชาฝึกลมปราณมีหลากหลายประเภท ดังนั้นวิชาฝึกร่างกายของเขาเองก็ควรจะทำได้เช่นกัน แม้กระทั่งในอนาคตหากมีโอกาส เขายังอยากลองเผยแพร่วิชาไปทั่วใต้หล้า
เพราะการบรรลุธรรมเป็นบรมครูนั้น ผู้ใดบ้างจะไม่ชอบ และหากเขาเดาไม่ผิด การเผยแพร่วิชาในโลกนี้ก็จะนับเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองด้วย
“คิกๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าคุณชายไม่มีวันลืมพวกเรา” เมื่อได้ยินว่าพวกนางก็จะได้รับของเช่นกัน จิ๋วเออร์กับหลิวชิวเออร์ก็แสดงสีหน้ายินดี
ในเวลาเดียวกัน ณ ใจกลางเทือกเขาหมื่นลี้ ในหุบเขาขนาดมหึมา เสียงเคาะและทุบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง มองลงไปจากด้านบนของหุบเขาก็จะเห็นผู้คนนับร้อยนับพันยืนอยู่ในบ่อเหมือง กำลังขุดแร่ธาตุอย่างไม่หยุดหย่อน
ในขณะเดียวกัน ยังมีคนสวมหนังสัตว์จำนวนมาก ลักษณะดูคล้ายโจรผู้ร้าย ยืนเฝ้าอยู่เหนือบ่อเหมือง คอยควบคุมพวกคนที่กำลังขุดแร่อยู่ด้านล่าง
ทุกครั้งที่มีคนเกียจคร้าน พวกที่คล้ายโจรเหล่านี้ก็จะหยิบแส้ออกมาเฆี่ยน ส่วนคนที่ถูกเฆี่ยนนั้นแม้จะโกรธแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า พวกที่คอยเฝ้าเหล่านี้คือคนของกองทัพสิบทิศ ส่วนพวกคนที่ถูกควบคุมเหล่านั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น พวกเขาคือผู้คนที่ถูกหลี่เต้าไล่ล่าเข้ามาในเทือกเขาหมื่นลี้เมื่อสองปีครึ่งก่อน
นับตั้งแต่ถูกข่มขู่โดยยอดฝีมือระดับมหาราชาปรมาจารย์ของกองทัพสิบทิศเมื่อกว่าสองปีก่อน พวกเขาก็ถูกพามาที่นี่และเริ่มขุดแร่ทั้งวันทั้งคืน แทบไม่ได้หยุดพัก
บนปากบ่อเหมือง มีชายสองคนจากกองทัพสิบทิศกำลังนั่งดื่มสุราอยู่บนม้านั่งยาว
หนึ่งในนั้นมองคนที่กำลังขุดแร่อย่างขะมักเขม้นอยู่ด้านล่าง แล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาพลางกล่าวว่า “ข้าว่านะ รองหัวหน้าน่าจะจับคนพวกนี้มาตั้งนานแล้ว ให้ผู้บำเพ็ญเพียรขุดแร่สองปียังเร็วกว่าคนธรรมดาขุดยี่สิบปีเสียอีก ประหยัดเวลาไปได้ไม่น้อย”
อีกคนหนึ่งกล่าวว่า “เจ้าอย่าได้หยิ่งผยองนัก ในหมู่คนเหล่านี้มีผู้ที่เก่งกาจอยู่ไม่น้อย ระวังไว้ วันใดที่พวกเขาอดทนไม่ไหวแล้วอาจจะลงมือขึ้นมา”
“วางใจเถิด คนพวกนี้หวงชีวิตยิ่งกว่าพวกเรามากนัก อีกอย่างยังมีรองหัวหน้าอยู่ พวกเขาไมอาจก่อเรื่องวุ่นวายอะไรได้หรอก”
ในตอนนั้นเอง หนึ่งในสองคนดูเหมือนจะเห็นบางสิ่ง รีบตบอีกคนหนึ่งทันที
“เป็นอะไรไป”
“รองหัวหน้ามาแล้ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อีกคนหนึ่งก็สะดุ้งโหยงทันที หลังจากลุกขึ้นหันหลังกลับ ก็เห็นชายผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมสีดำปักลวดลายงดงามเดินมาจากที่ไกล เมื่อเดินมาถึงข้างกายทั้งสองคน พวกเขาก็รีบทักทายอย่างเคารพทันที “รองหัวหน้า!”
“อืม”
ชายเสื้อคลุมสีดำมองปากบ่อเหมืองแวบหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า “ช่วงนี้เก็บได้เท่าไรแล้ว”
หนึ่งในพวกเขารีบล้วงสมุดบัญชีออกมาจากอกเสื้อแล้วดูอย่างรวดเร็วก่อนจะทำการรายงาน
“รายงานรองหัวหน้า พวกเราสกัดได้ประมาณหนึ่งพันชั่งขอรับ”
“หนึ่งพันชั่งหรือ? งั้นนำมาที่นี่เถอะ”
“ขอรับ”
ไม่นานหลังจากนั้น ทหารกองทัพสิบทิศหลายคนก็หามหีบใหญ่มาตรงหน้าชายเสื้อคลุมดำ เมื่อเปิดหีบออกดู แสงสีทองอันเจิดจ้าก็สะท้อนเข้าสู่สายตาของทุกคนทันที เห็นได้ชัดว่าในหีบนั้นบรรจุแท่งทองคำกองพะเนินไว้
แร่ที่คนพวกนี้ขุดคือเหมืองทองคำนั่นเอง ชายชุดดำมองดูแวบหนึ่งแล้วพยักหน้า ยื่นมือปิดฝาหีบแล้วหันกลับมาพูดว่า “พวกเจ้าทำต่อไปเถอะ ของพวกนี้ข้าจะนำไปเอง”
“ขอรับ”
ทันทีที่ทั้งสองคนพูดจบและเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าชายเสื้อคลุมดำและหีบได้หายไปแล้ว