ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 538 การสารภาพรัก
ขณะที่หลี่เต้ากำลังสนทนากับหลี่ชิงเอ๋อร์อยู่นั้น จู่ ๆ เงาร่างหนึ่งวิ่งเข้ามาในลานอย่างรีบร้อน เมื่อเห็นทั้งสองคน ผู้มาเยือนก็ประสานมือคำนับพลางกล่าวว่า “สตรีศักดิ์สิทธิ์ ท่านใต้เท้า มีแขกมาขอพบที่หน้าประตูเจ้าค่ะ”
ผู้มาเยือนไม่ใช่ใครอื่น นางคือไฉ่อี องครักษ์หญิงที่เคยติดตามหลี่ชิงเอ๋อร์ตอนอยู่ที่สำนักปราบสวรรค์ เนื่องจากจวนอูอันกงยังไม่มีสาวใช้ พวกนางจึงต้องทำหน้าที่เป็นสาวใช้ไปก่อนชั่วคราว
“แขกมาเยี่ยมหรือ?” หลี่เต้าเงยหน้าถาม “ได้บอกหรือไม่ว่าเป็นใคร?”
ไฉ่อีตอบ “บอกเจ้าค่ะ พวกเขาบอกว่ามาจากตระกูลเถีย ผู้นำเป็นสตรีที่งดงามผู้หนึ่ง”
“ตระกูลเถีย?”
หลี่ชิงเอ๋อร์ลูบคางแล้วหันไปถามด้วยความประหลาดใจ
“พี่! คงไม่ใช่เถียซานเหนียงกระมัง”
หลี่เต้าถาม “ทำไม? เจ้ารู้จักหรือ?”
“รู้จักสิ แน่นอนว่าข้ารู้จัก ขาสนิทกับซานเหนียงมากเชียวละ”
“เจาสนิทกับซานเหนียงด้วยหรือ?”
น้องสาวของเขาสนิทสนมกับองค์หญิงหมิงเยว่ และตอนนี้ก็ยังสนิทกับเถียซานเหนียงด้วยอีก ทำไมตอนเด็ก ๆ เขาถึงไม่รู้เรื่องนี้นะ หากรู้ตั้งแตี่ตอนนั้น… เฮ้อ…
“ไม่ใช่แค่สนิทธรรมดา ซานเหนียงกับหมิงเยว่ต่างก็เป็นสหายสนิทของข้า พวกเราเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก อีกอย่างข้าได้รู้จักกับซานเหนียงก่อน แล้วถึงได้มารู้จักกับหมิงเยว่ในภายหลัง เพียงแต่หลังจากที่ข้าออกจากบ้านไปสำนัก พวกเราก็ติดต่อกันทางจดหมายเป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งข้าเข้าร่วมสำนักปราบสวรรค์ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย”
หลี่ชิงเอ๋อร์มองหน้าหลี่เต้าด้วยดวงตายเป็นประกายพลางเอ่ยว่า “พี่ชาย ท่านคงไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับซานเหนียงด้วยกระมัง”
เมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของน้องสาวตัวแสบ หลี่เต้าจึงได้แต่กล่าวอย่างจนใจ “ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก”
“งั้นก็ใกล้แล้วสินะ?”
“พอเถอะ เจ้าจงระวังตัวให้ดี ทางด้านซานเหนียงยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของข้า”
“เข้าใจแล้ว”
เมื่อนึกถึงสหายสนิททั้งสองที่ต่างก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพี่ชายของนาง หลี่ชิงเอ๋อร์พลันรู้สึกสนุกสนานเป็นที่สุด
การที่สตรีสองนางต้องแย่งชิงบุรุษคนเดียวกันเช่นนี้ ทั้งยังเป็นสหายสนิทของนางอีกด้วย พอคิดแล้วก็ช่างน่าตื่นเต้น
“พวกเจ้าดูถูกพี่ชายข้า รอให้เขาได้พวกเจ้ามาครอบครองและเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงเสียก่อน ค่อยดูว่าคุณหนูอย่างข้าจะหัวเราะเยาะพวกเจ้าเช่นไร”
หลังจากคิดเสร็จแล้วนางก็รีบเดินตามไป แม้จะไม่อาจเปิดเผยตัวตนได้ แต่นางก็ยังสามารถแอบดูเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ ได้
ที่ห้องโถงใหญ่จวนอูอันกง
ด้วยคำสั่งของหลี่เต้า เถียซานเหนียงจึงถูกพาเข้ามาจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว เมื่อเดินเข้ามาในห้องโถงแล้วนางก็เห็นเพียงหลี่เต้าที่กำลังนั่งอยู่บนที่นั่งประธานเพียงผู้เดียว เถียซานเหนียงพลันรู้สึกน้อยใจอย่างไร้สาเหตุ ดวงตาแดงระเรื่อขึ้นมา ในขณะที่นางต้องอยู่ในบ้านอย่างหวาดผวา บุูรุษผู้นี้กลับนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ หลี่เต้าสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเถียซานเหนียงในทันที เขาจึงเอ่ยปากถามว่า “ซานเหนียง เจ้าเผชิญเรื่องยุ่งยากอะไรหรือ”
แต่เถียซานเหนียงกลับยืนนิ่งมองเขาโดยไม่พูดจา ความน้อยใจในดวงตานั้นแทบจะล้นทะลักออกมาอยู่แล้ว หลี่เต้ามิใช่บุรุษที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของสตรี ด้วยประสบการณ์ชาติก่อนและการเคยไปเที่ยวหอนางโลมในชาตินี้ทำให้เขามีไหวพริบอยู่บ้าง ท่าทางของเถียซานเหนียงในตอนนี้ชัดเจนว่ากำลังมุ่งมาที่เขา ดังนั้นเขาจึงถามอย่างระมัดระวังว่า “ซานเหนียง เจ้ามีธุระอันใดกับข้าหรือ?”
หากเป็นสตรีที่ไม่คุ้นเคย หลี่เต้าคงไม่สนใจท่าทีของอีกฝ่าย
แต่กับเถียซานเหนียงนั้นไม่ได้ เพราะเถียซานเหนียงถือเป็นสหายสตรีที่สนิทที่สุดของเขา เมื่อได้ยินเสียงของหลี่เต้าและเห็นแววตาห่วงใยของอีกฝ่าย เถียซานเหนียงก็ไม่อาจข่มความรู้สึกในใจเอาไว้ได้อีกต่อไป นางรีบก้าวเข้าไปหาหลี่เต้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงของหลี่เต้า นางก็ซุกใบหน้าที่แดงระเรื่อเข้ากับอ้อมอกของเขาอย่างเขินอาย ภาพนี้ทำให้หลี่ชิงเอ๋อร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งของโถงใหญ่ถึงกับต้องรีบเอามือปิดปากด้วยความตกใจ กลัวว่าเสียงของตนจะไปรบกวนฉากตรงหน้าเข้า
ช่างกล้าหาญเหลือเกิน!
นี่คือคำประเมินของหลี่ชิงเอ๋อร์ที่มีต่อเถียซานเหนียง ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโชคดีที่ได้แอบดูอยู่ข้าง ๆ เช่นนี้ ไม่อย่างนั้นนางคงพลาดฉากอันน่าตื่นเต้นนี้ไปแล้ว ทางด้านหลี่เต้าหลังจากตกใจไปชั่วครู่เขาก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากทั้งสองคนใกล้ชิดกันอย่างยิ่ง เพียงแคสูดจมูกเบา ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนตามธรรมชาติของเถียซานเหนียง กลิ่นนั้นไม่แรงไม่อ่อนจนเกินไป แต่ทำให้เขารู้สึกหลงใหล ถึงอย่างไรเขาก็เป็นบุรุษปกติย่อมมีสัญชาตญาณตามธรรมชาติอยู่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้สัมผัสถึงรูปร่างอันงดงามไร้ที่ติของเถียซานเหนียงเช่นนี้
ทันใดนั้นเสียงของเถียซานเหนียงก็ดังขึ้นจากอ้อมอกของหลี่เต้า
“ซานเหนียงชอบท่าน”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่ชิงเอ๋อร์ที่กำลังแอบดูอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งให้เถียซานเหนียง นางชอบคนที่พูดจาตรงไปตรงมาเช่นนี้ ส่วนทางด้านหลี่เต้านั้นเขากลับรู้สึกงุนงงไปชั่วขณะ
ในการติดต่อมีปฏิสัมพันธ์กับเถียซานเหนียง เขาเองก็รับรู้ได้ถึงความสนิทสนมและความรู้สึกบางอย่างระหว่างทั้งคู่ แต่เขาคิดว่าความรู้สึกเช่นนี้จะต้องใช้เวลาบ่มเพาะอีกสักระยะ ไม่คิดว่าจู่ ๆ เถียซานเหนียงจะเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อนเช่นนี้ ทำให้คนที่มีจิตใจสงบนิ่งอย่างหลี่เต้าถึงกับทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ เมื่อเห็นหลี่เต้าไม่ตอบในทันที เถียซานเหนียงก็รู้สึกใจหายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หากเป็นเมื่อก่อนนางก็ยังพอจะค่อย ๆ หยั่งเชิงความรู้สึกของหลี่เต้าได้
แต่ตอนนี้เมื่อได้เปิดเผยความในใจออกไปแล้ว ก็คงมีแต่ต้องรอฟังคำตอบเท่านั้น หากอยู่ในสภาวะปกติเถียซานเหนียงจะยิ่งใจเย็นเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลี่เต้านางกลับไม่สามารถสงบใจลงได้ ในใจยิ่งร้อนรนกระวนกระวาย กลัวจะได้ยินคำตอบที่ไม่ต้องการ ด้วยเหตุนี้เถียซานเหนียงจึงเริ่มเพิ่มความได้เปรียบให้ตนเอง จากนั้นก็ไม่สนว่าหลี่เต้าจะฟังอยู่หรือไม่ นางก็เริ่มพรั่งพรูพูดความรู้สึกของตนออกมาไม่หยุด
ทำให้หลี่เต้าที่เดิมทีกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมาต้องหุบปากลงและเริ่มตั้งใจฟังอย่างเงียบ ๆ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดเสียงของเถียซานเหนียงจึงค่อย ๆ เงียบลง
“พี่หลี่เต้าอาจไม่รู้ ที่จริงโหยวเอ๋อร์เด็กคนนั้นชอบท่านก่อน ส่วนซานเหนียงนั้นเพิ่งจะรู้ความรู้สึกของตนเองหลังจากที่ได้ใกล้ชิดกับท่านมากขึ้น”
“แต่ท่านไม่ต้องกังวล โหยวเอ๋อร์เป็นสาวใช้ติดตามตัวข้า หากข้าเป็นของท่าน นางก็จะเป็นของท่านด้วย”
หลังจากพูดจบเถียซานเหนียงก็ตกใจกับคำพูดอันบ้าบิ่นของตนเอง ใบหน้านางแดงระเรื่อไปหมด ส่วนหลี่ชิงเอ๋อร์ที่แอบฟังอยู่ก็ได้กินแตงจนอิ่มแล้ว
นางรู้สึกเสียดายที่ไม่มีวิธีบันทึกภาพเหตุการณ์นี้เอาไว้ ไม่อย่างนั้นวันใดวันหนึ่งในอนาคตหากได้นำภาพนี้มาให้เถียซานเหนียงดูอีกครั้ง คงจะรู้สึกสนุกยิ่งนัก อีกด้านหนึ่งอารมณ์ของหลี่เต้าจากเดิมที่ตื่นเต้นกับการสารภาพรักของซานเหนียง เมื่อฟังไปเรื่อย ๆ ก็ค่อย ๆ สงบลง จนกระทั่งเถียซานเหนียงเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมา จิตใจของเขาก็บิดม้วนขึ้นมาอีกครั้ง เขาก้มหน้ามองซานเหนียงที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยสีหน้าซับซ้อน ไม่คิดว่านางจะมีความรู้สึกต่อเขาลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ชั่วขณะนั้นเขาพลันรู้สึกงุนงงและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความรักไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เมื่อเห็นหลี่เต้าไม่มีการตอบสนองเสียนาน หัวใจของเถียซานเหนียงก็ยิ่งบีบรัดแน่น หรือว่านางรุกเร้าเขามากเกินไป ใช่แล้ว ใครก็ตามที่ถูกโจมตีก็คงจะเป็นเช่นนี้ แต่หากปล่อยไว้ทั้งอย่างนั้นนางก็ไม่ยอม นางคือเถียซานเหนียง นางจะยอมให้ตนเอง…
ในชั่วขณะถัดมา เถียซานเหนียงพลันรู้สึกว่าร่างกายนางถูกรัดแน่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน เมื่อถูกอีกฝ่ายดึงเข้าสู่อ้อมกอด
“ท่าน…”
เถียซานเหนียงเงยหน้าขึ้นมอง ในดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน
“ซานเหนียง”
“ที่จริงข้าก็ชอบเจ้าเช่นกัน”