ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 539 เปิดเผยตัวตน
หลี่เต้าไม่ใช่คนใจโลเล ชอบก็คือชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ยิ่งไปกว่านั้นเถียซานเหนียงยังเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน ซึ่งในโลกที่คล้ายกับยุคโบราณเช่นต้าเฉียนนี้ ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง เมื่อเถียซานเหนียงได้ยินคำตอบของหลี่เต้า ในหัวของนางก็พลันว่างเปล่าไปหมด อารมณ์ความรู้สึกพลุ่งพล่านจนไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร นางได้แต่กอดหลี่เต้าเอาไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม
ทั้งสองคนกอดกันอยู่เช่นนั้นครู่หนึ่ง จนกระทั่งเถียซานเหนียงสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ใบหน้างามพลันแดงระเรื่อขึ้นมา นางผลักตัวหลี่เต้าออกอย่างแรงทันทีแล้วเบือนหน้าหนี ไม่กล้าให้เขาเห็นสีหน้าของตน ส่วนหลี่เต้าเองก็รู้สึกได้เช่นกัน แต่สีหน้าของเขาไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะนี่ก็ถือเป็นปฏิกิริยาปกติ หรืออาจเป็นเพราะชีวิตในอดีตที่เคยเป็นคุณชายเสเพล ทำให้เขาไม่แสดงท่าทีเก้อเขินเหมือนชายหนุ่มไร้เดียงสาออกมา หลังจากผ่านไปสักพักหลี่เต้าก็เป็นฝ่ายปรับอารมณ์ได้ก่อน เขาจึงเอ่ยถามว่า “ซานเหนียง เหตุใดจู่ ๆ เจ้าถึง…”
คำพูดที่เหลือเขาไม่ได้เอ่ยออกมา เพราะสำหรับเถียซานเหนียงที่เป็นสตรีแล้ว คำพูดนั้นดูจะตรงเกินไปเสียหน่อย แต่ข้อดีของเถียซานเหนียงก็คือนางแตกต่างจากสตรีทั่วไป เมื่อได้ตัดสินใจและแสดงออกมาแล้ว นางก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีก เถียซานเหนียงจึงเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “ท่านไม่ทราบหรือว่าหนังสือพิมพ์เมืองหลวงเขียนไว้ว่าอย่างไร?”
หลี่เต้าจึงเข้าใจขึ้นมา การมาครั้งนี้ของเถียซานเหนียงคงมีความหมายในเชิงมาถามไถ่ความผิด ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ปิดบังอะไร เล่าเรื่องการเข้าวังในวันนั้นและสิ่งที่ฮ่องเต้ตรัสให้ฟังทั้งหมด
“ที่แท้ก็เป็นเพราะฝ่าบาทจะพระราชทานสมรส”
เถียซานเหนียงเงยหน้าขึ้นพลางยิ้มบาง “พี่หลี่ ท่านไม่มีใจให้พวกนางเลยจริงๆ หรือ? องค์หญิงทั้งหลายของฝ่าบาทข้าล้วนเคยพบมาหมดแล้ว ล้วนแต่เป็นสตรีที่ชวนให้หวั่นไหวทั้งสิ้น”
หลี่เต้าส่ายหน้าตอบอย่างจริงจัง “ไม่มี”
เถียซานเหนียงเอ่ยถามต่อ “แล้วหมิงเยว่ล่ะ”
คำถามนี้ทำให้สีหน้าของหลี่เต้าชะงักไป ชั่วขณะนั้นเถียซานเหนียงสังเกตเห็นสีหน้าของหลี่เต้าได้ทันที ในใจพลันรู้สึกขมขื่นเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมรับมันได้
นางเอ่ยว่า “ความงามของหมิงเยว่นั้น แม้แต่สตรีด้วยกันเองอย่างข้าก็ยังรู้สึกหวั่นไหว การที่พี่หลี่ชอบนางก็เป็นเรื่องปกติ”
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่หลี่เต้าก็ได้ยินน้ำเสียงหึงหวงในคำพูดของเถียซานเหนียง แต่ก็ช่วยไม่ได้ หากเขารู้จักเถียซานเหนียงก่อน คำตอบคงไม่เป็นเช่นนี้ แต่จะโทษใครได้เล่า ในเมื่อเขากับองค์หญิงหมิงเยว่ยังมีเรื่องราวอีกบทหนึ่ง และมันเกิดขึ้นตั้งแตี่ก่อนหน้านี้มานานแล้ว
พอคิดถึงเรื่องนี้ หลี่เตาก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงกับเถียซานเหนียง หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หลี่เต้าก็ตัดสินใจที่จะเปิดเผยตัวตนกับเถียซานเหนียงอย่างตรงไปตรงมา ท้ายที่สุดแล้วด้วยความรู้สึกระหว่างพวกเขา การปิดบังต่อไปก็คงไม่เหมาะสมเท่าใด ส่วนเรื่องที่ว่าหลังจากเปิดเผยความจริงออกไปแล้ว จะเกิด ‘เหตุไม่คาดฝัน’ อะไรขึ้นหรือไม่ หลี่เต้าก็เตรียมใจพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว
“ซานเหนียง”
เมื่อได้ยินเสียงเรียก เถียซานเหนียงก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่เต้าด้วยความสงสัย
“มีอะไรหรือพี่หลี่”
หลี่เต้ากล่าวออกไปตามตรง “อันที่จริงแล้วมีเรื่องหนึ่งที่ข้าปิดบังเจ้ามาโดยตลอด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เถียซานเหนียงก็นึกถึงเรื่องการแต่งงานระหว่างตระกูลเถียกับราชวงศ์ จึงเอ่ยออกมาเช่นกัน
“ที่จริงข้าก็มีเรื่องที่ปิดบังท่านมาตลอดเช่นกัน”
หลี่เต้าพลันชะงักไปครู่หนึ่ง หลังจากได้สติกลับมาเขาก็เอ่ยว่า “เจ้าเล่ามาก่อนเถิด”
อันที่จริงเขาก็รู้มาโดยตลอดว่าเถียซานเหนียงซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ เพียงแต่ด้วยความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ หากเถียซานเหนียงไม่เป็นฝ่ายเอ่ยปากเอง เขาก็ไม่สะดวกใจที่จะถาม จากนั้นเถียซานเหนียงก็เล่าเรื่องการแต่งงานระหว่างตระกูลเถียกับราชวงศ์ให้ฟังอย่างละเอียด
“ที่จริงแล้วตอนที่ข้าเข้าหาท่านครั้งแรก ก็เป็นเพราะข้าเห็นศักยภาพของท่าน และหวังจะพึ่งพาท่านเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานนั้น”
“แต่ระหว่างที่ได้ใกล้ชิดกัน ซานเหนียงกลับพบว่าตนเองค่อย ๆ หลงรักท่านเสียแล้ว ไม่มีความคิดที่จะใช้ประโยชน์จากพี่หลี่อีกต่อไป”
พอพูดมาถึงตอนท้าย เถียซานเหนียงก็เอ่ยเสียงเบาว่า “แต่ถ้าพี่หลี่รู้สึกลำบากใจ ซานเหนียงก็จะไม่รบกวนท่านอีก”
หลี่เต้าเอ่ยอย่างแผ่วเบา “ซานเหนียง ในใจเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เถียซานเหนียงก็รีบอธิบายทันที “มิใช่เช่นนั้น ข้าเพียงแต่เป็นห่วงว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อท่าน”
หลี่เต้าส่ายหน้า “หากเป็นก่อนหน้านี้ก็อาจจะมีผลกระทบอยู่บ้าง แต่ตอนนี้คงไม่มีแล้ว”
เถียซานเหนียงเอียงศีรษะ ใบหน้าน่ารักเต็มไปด้วยความสงสัย พอเห็นสีหน้าของนาง หลี่เต้าจึงบอกว่า “เจ้าไม่ต้องเก็บเรื่องนี้มาคิดมากหรอก”
“ไม่ว่าราชวงศ์จะใช้วิธีการใดบีบบังคับเจ้า ข้าก็มีวิธีที่จะจัดการได้ทั้งหมด เจ้าวางใจเถิด”
แม้จะไม่รู้ว่าความมั่นใจของหลี่เต้ามาจากไหน แต่เถียซานเหนียงกลับเชื่อใจหลี่เต้าโดยสิ้นเชิง นางไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่ลังเลใจและคิดว่าตนเองจะต้องเสียสละเพื่อผู้อื่นเหมือนในนิยาย ในเมื่อบุรุษที่นางชื่นชอบพูดเช่นนี้นางก็เชื่อใจเขาอย่างถึงที่สุด หลังจากเปิดเผยความลับสุดท้ายต่อหน้าหลี่เต้าแล้ว เถียซานเหนียงจึงอดถามไม่ได้ว่า “แล้วพี่หลี่เล่า มีเรื่องใดปิดบังข้าอยู่หรือ”
เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์สหายสนิทระหว่างเถียซานเหนียงกับองค์หญิงหมิงเยว่แล้ว และมานึกถึงรูปลักษณ์ในอดีตของตน หลี่เต้าจึงเอ่ยว่า “หลังจากฟังแล้วเจ้าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกเกินไปนัก”
เถียซานเหนียงกล่าวอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม “พี่หลี่วางใจเถิด ซานเหนียงเคยเห็นมามากมาย ปกติแล้วไม่ค่อยตื่นตระหนกหรอก”
หลี่เต้าพยักหน้า จากนั้นเขาก็เบนสายตามองไปที่เสาตรงมุมด้านข้างของห้องโถง
“พอเถอะ ดูมานานพอแล้วกระมัง ออกมาเถิด”
หลี่ชิงเอ๋อร์ซ่อนตัวได้แนบเนียนมาก แต่ด้วยวรยุทธ์ระดับเซียนเทียนขั้นสูงสุดของนาง ก็หลอกได้แค้คนระดับปรมาจารย์เท่านั้น ในสายตาของหลี่เต้า หลี่ชิงเอ๋อร์ยืนอยู่ตรงนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการยืนอยู่ตรงหน้าเขา เพราะรู้ว่าน้องสาวของตนกลายเป็นคนชอบความสนุก อีกทั้งไม่รู้ว่าเถียซานเหนียงจะทำเช่นนี้ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร
“ยินดีด้วยนะพี่ชาย คนรักได้ครองคู่กันสักที”
ทันใดนั้นหลี่ชิงเอ๋อร์ก็ก้าวออกมาจากหลังเสาด้วยสีหน้าร่าเริง
“วาย!”
เถียซานเหนียงที่อยู่ด้านข้างสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นคนแปลกหน้าโผล่ออกมาอย่างกะทันหัน ในชั่วขณะถัดมากลิ่นอายเย็นเยียบพลันแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของนาง มีคนเห็นเข้าแล้ว! จะต้องปิดปากหรือไม่? แต่พอนึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือจวนของหลี่เต้า กลิ่นอายนั้นก็สลายไปในพริบตา หากปรากฏตัวที่นี่ได้ก็แสดงว่าได้รับอนุญาตจากพี่หลี่แล้ว นางจะทำอะไรได้
“นางเป็นใครหรือ?”
เถียซานเหนียงพยายามข่มความเขินอายเอาไว้ในใจแล้วเอ่ยปากถาม นางไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือไม่ แต่นางรู้สึกว่าหญิงสาวผู้มีรูปโฉมงดงามที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันผู้นี้ช่างคุ้นตานางเสียเหลือเกิน แต่กลับนึกไม่ออกว่าเคยพบที่ใดมาก่อน หลี่เต้าตอบว่า “นางเป็นน้องสาวข้า”
“น้องสาว?”
“น้องแท้ ๆ”
เถียซานเหนียงมีสีหน้าประหลาดใจ นางคิดไม่ถึงว่าพี่หลี่ผู้นี้จะมีน้องสาวแท้ ๆ ด้วย
หลังจากความประหลาดใจผ่านพ้นไป ในใจก็เกิดรู้สึกผิดขึ้นมา เมื่อครู่นางถึงกับคิดจะปิดปากน้องสะใภ้ในอนาคตของตนเอง แต่ต่อมาเถียซานเหนียงก็แสดงสีหน้าเขินอาย เพราะนางนึกขึ้นได้ว่าการกระทำและคำพูดของตนก่อนหน้านี้ ล้วนถูกน้องสะใภ้ในอนาคตได้ยินไปหมดแล้ว เรื่องเช่นนี้แม้แต่นางเองก็ยังรู้สึกเขินอายอย่างมาก