ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 543 ถูกหลอก
ภายใต้การนำทางของนางกำนัล เถียซานได้พาเถียซานเหนียงมาถึงเรือนพักผ่อนแห่งหนึ่ง
“คุณหนูเถีย เชิญเจ้าค่ะ”
นางกำนัลยืนอยู่ที่เชิงบันไดพลางทำท่าเชื้อเชิญให้เถียซานเหนียง
“อืม”
เถียซานเหนียงพยักหน้านางก้าวลงจากรถมาแล้วกล่าวกับเถียซานว่า “เจ้ารออยู่ที่นี่เถอะ หมิงเยว่ไม่ชอบพบปะบุรุษแปลกหน้า”
“ครับ”
จากนั้นเถียซานเหนียงก็เดินตามนางกำนัลเข้าไปในเรือนแห่งนั้น หลังจากเข้าไปด้านในแล้ว ภายใต้การนำทางของนางกำนัล ทั้งสองก็ได้มาถึงลานเรือนด้านในอย่างรวดเร็ว เมื่อมองดูลานเรือนที่ว่างเปล่า คิ้วงามของเถียซานเหนียงก็ขมวดเล็กน้อย นางหันกลับไปถามว่า “หมิงเยว่กับเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์อยู่ที่ใด”
นางกำนัลยืนนิ่งเงียบอยู่ด้านข้างไม่ยอมพูดจา ทันใดนั้นลางสังหรณ์ไม่ดีก็ผุดขึ้นมาในใจของเถียซานเหนียง
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้านั้นยังมีเสียงที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นดังมาด้วย
“ดี ๆ ๆ ไม่คิดว่าทุกอย่างจะราบรื่นเช่นนี้”
เมื่อเถียซานเหนียงหันไปมองตามเสียงนั้น นางก็เห็นผู้ที่มาได้อย่างชัดเจน องค์ชายห้า?
“ข้าเอง”
จ้าวเชียวสวมเสื้อคลุมพยัคฆ์ขาว โบกพัดกระดาษในมือพลางเอ่ยอย่างพึงพอใจ “คุณหนูเถีย นานทีเดียวที่ไม่ได้พบกัน”
เมื่อเห็นจ้าวเชียว นางกำนัลก็ผละถอยจากเถียซานเหนียงแล้วเดินไปยืนด้านหลังจ้าวเชียวแทน หลังจากนางกำนัลยืนนิ่งแล้ว ทันใดนั้นใบหน้าของนางก็บิดเบี้ยวไปมา ไม่นานก็กลายเป็นใบหน้าสตรีธรรมดาอีกคนหนึ่ง ชัดเจนว่าใบหน้าก่อนหน้านี้เป็นการปลอมแปลงของนางกำนัล เมื่อเห็นภาพตรงหน้าเช่นนี้ หัวใจของเถียซานเหนียงก็พลันจมดิ่งลง นางเอ่ยถามขึ้น “จ้าวเชียว ท่านให้คนหลอกข้ามาที่นี่เพื่ออันใด”
“เพื่ออันใด?”
จ้าวเชียวหัวเราะอย่างหยิ่งยโส “องค์ชายอย่างข้าถูกใจเจ้า จึงอยากแต่งงานกับเจ้า คุณหนูเถีย”
เถียซานเหนียงเอ่ยเสียงเย็นชา “ท่านไม่ควรมาบอกข้า ควรไปหาฝ่าบาท เรื่องนี้ต้องให้พระองค์เป็นผู้ตัดสิน”
“เหอะ!” จ้าวเชียวแค่นเสียงเบา ๆ “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ เสด็จพ่อได้ตกลงให้เจ้าแต่งงานกับรัชทายาทแล้ว”
“รู้แล้วยังกล้าทำเช่นนี้อีก ท่านไม่กลัวโดนฝ่าบาทลงโทษหรือ”
“จะลงโทษก็ลงโทษไป”
จ้าวเชียวกล่าวว่า “ตอนนี้บอกเจ้าไปก็ไม่มีความหมายแล้ว ยังไงเสียเพื่อให้ได้การสนับสนุนจากตระกูลเถียของเจ้า นับจากวันนี้เป็นต้นไปเจ้าก็คือคนของข้าผู้นี้แล้ว”
“ส่วนเรื่องที่เสด็จพ่อจะลงโทษ หรือตระกูลเถียของพวกเจ้าจะขุ่นเคือง ข้าเชื่อว่าถ้าเจ้าตั้งครรภ์ลูกของข้า สุดท้ายต่อให้พวกเขาไม่อยากยอมรับก็ต้องยอมรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นในใจเถียซานเหนียงก็พลันรู้สึกหนักอึ้ง นางไม่คิดว่าจ้าวเชียวจะวางแผนเล่นงานนางถึงเพียงนี้ แผนการของจ้าวเชียวบางทีอาจจะสำเร็จจริงๆ ก็ได้ อย่างไรเสียตามวิธีปกติของราชวงศ์แล้ว หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริง สิ่งแรกที่ต้องทำคือปิดบังเรื่องอื้อฉาว จ้าวเชียวเป็นถึงองค์ชายราชวงศ์ ก็ต้องย่อมลำเอียงเข้าข้างโดยธรรมชาติ เมื่อถึงเวลานั้นตระกูลเถียจะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างแน่นอน
“จ้าวเชียว ข้าขอเตือนท่านอย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่าม” เถียซานเหนียงเอ่ยปาก “การกระทำเช่นนี้มีโอกาสสูงที่จะทำให้ท่านสูญเสียสิทธิในการแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาท เป้าหมายของท่านคงไม่ใช่แค่ตระกูลเถียกระมัง”
“โอกาสในการชิงตำแหน่งรัชทายาท?” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของจ้าวเชียวก็พลันกลายเป็นเย็นชาในทันที
“ข้าจะบอกความจริงให้ ที่วางแผนเล่นงานเจ้าครั้งนี้ก็เพราะเจ้าสนิทสนมกับอู่อันกงมากเกินไป”
“เป็นอู่อันกงแล้วอย่างไร เป็นผู้ว่าการดินแดนทางใต้แล้วอย่างไร ข้าเป็นถึงองค์ชาย เขามีสิทธิอันใดที่จะไม่ติดตามข้า”
“อีกอย่างทำไมเขาต้องช่วยชีวิตคนไร้ประโยชน์อย่างเจ้าสามกับเจ้าสี่กลับมาด้วย ปล่อยให้พวกมันตายที่ถังโจวไม่ดีกว่าหรือ?”
“สรุปแล้วก็เพราะเขานั่นแหละที่ทำให้โอกาสของข้าในตอนนี้ริบหรี่ลงเรื่อย ๆ”
ในสถานการณ์ปกติ จ้าวเชียวก็ไม่อยากเป็นนักเดิมพัน แต่ความเป็นจริงทำให้เขาต้องลองเสี่ยงสักครั้ง เพราะเขามีความขัดแย้งกับหลี่เต้า และหลี่เต้าก็ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้อย่างมาก อีกทั้งก่อนหน้านี้คนใต้บังคับบัญชาของเขาก็ได้ร่วมมือกับซุนเซียนโจมตีหลี่เต้าครั้งหนึ่ง
จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่ฮ่องเต้กำจัดซุนเซียน คนในราชสำนักที่เกี่ยวข้องกับเขาก็ถูกกำจัดไปด้วยไม่น้อย แน่นอนว่าประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ ฮ่องเต้ได้รู้เรื่องความขัดแยงระหว่างเขากับหลี่เต้า ภายหลังจึงเรียกตัวเขาไปดุด่าอย่างหนัก เรื่องนี้ทำให้จ้าวเชียวที่แต่เดิมก็มีสภาพจิตใจไม่ค่อยดีอยู่แล้วได้ระเบิดความโกรธออกมา จึงเป็นที่มาของการเดิมพันในวันนี้ เขาเดิมพันว่าถ้าได้ตัวเถียซานเหนียงมา ตระกูลเถียจะเข้าร่วมกับเขา
หากทำสำเร็จ การสูญเสียคนพวกนั้นไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ตรงกันข้ามกลับจะได้กำไรมหาศาลเสียด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องแพ้พนัน จ้าวเชียวก็คิดไว้แล้ว แต่เขาคิดตื้น ๆ เพราะเขาเป็นถึงองค์ชาย เดิมพันแพ้ก็ไม่ถึงกับตาย ส่วนความโกรธของฝ่าบาทนั้น เขาแค่ประจบไทเฮาในภายหลังก็พอ ส่วนเรื่องการทำให้ตระกูลเถียขุ่นเคืองก็ไม่สำคัญ เพราะคนพวกนั้นก็ไม่ได้จะสนับสนุนเขาอยู่แล้ว สรุปคือชนะได้กำไรมาก แพ้เสียน้อย ถ้าไม่เสี่ยงตอนนี้แล้วจะเสี่ยงตอนไหน
“คุณหนูเถีย หากไม่อยากได้รับความทุกข์ทรมาน เจ้าก็จงว่าง่ายอยู่ที่นี่เถิด”
จ้าวเชียวพูดพลางใช้สายตาส่งสัญญาณให้องครักษ์ที่อยู่ข้างกาย เมื่อเหล่าองครักษ์เห็นสัญญาณนั้น พวกเขาก็เดินตรงเข้าไปหาเถียซานเหนียง พอเห็นองครักษ์เดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ สีหน้าของเถียซานเหนียงก็เผยความตื่นตระหนกออกมา แต่ในตอนที่องครักษ์กำลังจะลงมือ ความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเถียซานเหนียงก็พลันเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น นางสะบัดชายกระโปรง สายน้ำพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ
จากนั้นสายน้ำพลันกลายเป็นคมบาง ๆ กวาดไปรอบทิศ พุ่งทะลุลำคอขององครักษ์หลายนายในพริบตาทันที หนึ่งในสายน้ำนั้นพุ่งตรงไปยังจ้าวเชียว
อะไรกัน!
เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี้ จ้าวเชียวและผู้คนข้างกายก็ต่างตกตะลึง ไม่ใช่ว่าคุณหนูสกุลเถียมีพรสวรรค์ด้านการค้าเหนือคนทั่วไป แต่พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์อยู่ในระดับธรรมดาหรอกหรือ?
การลงมือครั้งนี้ได้แสดงพลังขั้นสูงสุดของผู้ฝึกยุทธเซียนเทียนออกมา นี่จะเรียกว่าธรรมดาได้อย่างไร? แม้แต่ยอดฝีมือผู้โด่งดังในยุทธภพก็ยังอาจไม่ถึงขั้นนี้เลยด้วยซ้ำ
“องค์ชาย ระวัง!”
กองทหารองครักษ์ธรรมดาไม่อาจต้านทานการโจมตีด้วยความโกรธของผู้ฝึกยุทธขั้นสูงสุดได้ พ่อบ้านที่อยู่ด้านข้างได้ก้าวมาขวางหน้าจ้าวเชียวเอาไว้ ยกมือขึ้นปัดป้องการโจมตีครั้งนี้ ในขณะเดียวกัน หลังจากลงมือโจมตีแล้ว เถียซานเหนียงก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางรีบหนีออกนอกเรือนนั้นทันที หลังจากได้รับการปกป้อง จ้าวเชียวก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเถียซานเหนียงกำลังจะหลบหนีไป เขาพลันตะโกนขึ้นทันที “จับตัวนางไว้! อย่าให้นางหนีไปเด็ดขาด!”
ในใจเขาก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง โชคดีที่เถียซานเหนียงเผยพลังออกมาตั้งแต่แรก หากรอจนจับตัวนางได้แล้วค่อยลงมือ ถ้านางโจมตีเขาเช่นนี้ เกรงว่าเขาคงกลายเป็นศพในพริบตา แม้เถียซานเหนียงจะเดินเข้ามาในเรือนลึกพอสมควร แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธขั้นสูงสุดอย่างนางแล้ว การหลบหนีออกจากที่แห่งนี้ก็ใช้เวลาเพียงสิบกว่าลมหายใจเท่านั้น ทว่ายอดฝีมือรอบกายจ้าวเชียวมีมากกว่าที่นางคาดคิด
ในตอนที่นางวิ่งไปจวนจะถึงลานสุดท้ายก่อนจะพ้นจากเรือน ร่างสี่ร่างก็พลันปรากฏขึ้นจากทั้งสี่ทิศ ล้อมนางเอาไว้ตรงกลาง เถียซานเหนียงขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อยก่อนจะลงมือโจมตีอย่างเด็ดขาด แต่การโจมตีครั้งนี้กลับถูกหนึ่งในสี่คนนั้นป้องกันได้อย่างง่ายดาย
ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์!
ผู้ที่มีพลังถึงขั้นนี้ต้องเป็นระดับปรมาจารย์อย่างแน่นอน ทั้งสี่คนนี้มีพลังใกล้เคียงกัน นั่นก็หมายความว่าทั้งหมดล้วนเป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ หากนับรวมพ่อบ้านผู้นั้นด้วย ก็แสดงว่ารอบกายของจ้าวเชียวมียอดฝีมือระดับปรมาจารย์ถึงห้าคน สมกับเป็นองค์ชายที่มีภูมิหลังดีจริงๆ ในยามนั้นเอง น้ำเสียงอันเดือดดาลของจ้าวเชียวก็ดังมาแต่ไกล
“ไม่ต้องเกรงใจ! ทำลายวรยุทธของนาง หักแขนขาให้หมด แค่ไว้ชีวิตก็พอ”
ในสายตาของคนอย่างจ้าวเชียว ไม่มีคำว่าเห็นใจสตรีอยู่ในพจนานุกรม หรืออาจเป็นเพราะเขาชื่นชอบความรู้สึกในการทำลายสิ่งงดงามมากกว่า