ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 624 ราชาสวรรค์หรือจักรพรรดิสวรรค์?
ครึ่งวันให้หลัง เนื่องจากฐานะและตำแหน่งของหลี่เต้านั้นน่าตกตะลึงยิ่ง ดังนั้นเพียงแค่เวลาผ่านไปครึ่งวัน ข่าวเกี่ยวกับหลี่เต้าก็ถูกรายงานขึ้นไปตามลำดับจนถึงเกาะใหญ่แล้ว เกาะสีทะเลเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นหมู่เกาะ และยังเป็นที่ประทับของราชาสวรรค์แห่งแคว้นหมู่เกาะอีกด้วย
ณ ใจกลางของเกาะสีทะเล มีกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ที่นี่เรียกว่า จวนราชาสวรรค์
“ฝ่าบาท!”
เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้ดังขึ้น ร่างในอาภรณ์หลวมกว้างรีบเร่งผ่านระเบียงทางเดินยาว มาหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง หน้าประตูบานนี้มีองครักษ์สองนายนั่งคุกเข่าอยู่สองข้าง ข้างกายมีดาบยาววางอยู่ พอผู้มาเยือนเห็นองครักษ์ทั้งสอง เขาก็รีบนั่งคุกเข่าลงกับพื้น แล้วก้มหน้าเอ่ยว่า “มีเรื่องสำคัญขอเข้าพบองค์ราชา”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น องครักษ์นายหนึ่งก็เหลือบมองก่อนจะลุกขึ้นยืน เขาเลื่อนประตูด้านข้างไปทางขวา แล้วเดินเข้าไป หลังจากผ่านประตูหลายบาน องครักษ์ก็มาถึงห้องโถงใหญ่ในที่สุด เมื่อเดินเข้าไป สิ่งแรกที่เขาเห็นคือแท่นสูง บนนั้นมีบุรุษผู้หนึ่งสวมชุดเกราะสีแดงนั่งคุกเข่าอยู่ด้วยท่วงท่าองอาจผ่าเผย ส่วนด้านล่างของแท่นนั้น ทั้งทางซ้ายและขวามีเหล่าขุนนางเฉพาะกิจแห่งแคว้นหมู่เกาะนั่งคุกเข่าอยู่
บุรุษบนแท่นสูงนั้นไม่ใช่ผู้ใดอื่น เขาคือผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดของแคว้นหมู่เกาะในปัจจุบัน ราชาสวรรค์ ‘โอดะ ชินกะ’ เมื่อองครักษ์เข้ามา เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดทันที แต่ไปกระซิบบอกความบางอย่างกับองครักษ์ที่อยู่สองข้างประตู จากนั้นองครักษ์ผู้นั้นก็ลุกขึ้นเดินอ้อมไปกระซิบรายงานข้างหูของโอดะ ชินกะ
เมื่อฟังจบ ดวงตาของโอดะ ชินกะ ก็พลันเปล่งประกายขึ้นมา
แปะๆๆ!
เสียงปรบมือที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันนี้ได้ขัดจังหวะเสียงพูดคุยในห้องให้เงียบลง
ทุกคนต่างหันไปมองโอดะ ชินกะ โดยสัญชาตญาณ โอดะ ชินกะ มองไปทางองครักษ์แล้วเอ่ยว่า “พาเขาเข้ามา”
“พะยะค่ะ!”
องครักษ์รู้สึกตื่นเต้นที่โอดะ ชินกะ พูดกับตน พยักหน้ารับคำ หลังองครักษ์จากไป ผู้คนที่เหลือในท้องพระโรงก็ต่างมองมาด้วยความสงสัย
“องค์ราชามีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือพะยะค่ะ?”
โอดะ ชินกะ ตอบด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “รอสักครู่เดียวพวกเจ้าก็จะรู้”
ไม่นานนัก องครักษ์ผู้นั้นก็พาคนหนึ่งมาถึงท้องพระโรง เมื่อเห็นสภาพภายในท้องพระโรง ผู้มาเยือนก็คุกเข่าลงโดยสัญชาตญาณ พลางก้มศีรษะคำนับ “โองาวะจากเกาะประมงน้อย ขอคำนับองค์ราชาและท่านผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย”
โอดะ ชินกะ หรี่ตามองพลางเอ่ยว่า “ข่าวที่เจ้านำมาเป็นความจริงหรือไม่?”
โองาวะก้มหน้าตอบ “เรียนองค์ราชา เป็นความจริงพะยะค่ะ”
“อีกทั้งเจ้าเมืองซานไหแห่งต้าเฉียน เหยียนซื่อไห ก่อกบฏและต้องการเข้าร่วมกับแคว้นหมู่เกาะของเรา อีกทั้งยังจับตัวกงขั้นหนึ่งของต้าเฉียนมาด้วยพะยะค่ะ”
“ขณะนี้พวกเขาอยู่บนเกาะประมงน้อย หากองค์ราชามีรับสั่ง ข้าจะนำพวกเขามาเข้าเฝ้าในทันที”
เมื่อได้ยินคำพูดของโองาวะ ผู้คนที่อยู่ในที่นั้นก็ต่างตกตะลึง ขุนนางกงขั้นหนึ่งแห่งต้าเฉียน!
แม้ว่าพวกเขาจะร่วมมือกันสร้างแคว้นหมู่เกาะและต่อต้านต้าเฉียนมาโดยตลอด แต่ความจริงแล้วในฐานะศัตรู พวกเขากลับเข้าใจต้าเฉียนมากยิ่งกว่า มิเช่นนั้นแล้ว พวกเขาคงไม่เรียนรู้ทุกแง่มุมของต้าเฉียนเป็นแน่
ดังนั้นพวกเขจึงรู้ดีว่ากงขั้นหนึ่งแห่งต้าเฉียนมีสถานะเช่นไร พูดง่ายๆ ก็คือ หากจะเปรียบเทียบกันแล้ว แม้แต่องค์ราชาที่ประทับอยู่บนแท่นสูงของพวกเขาก็ยังมีสถานะด้อยกว่ากงขั้นหนึ่งแห่งต้าเฉียน ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคารพ เพียงแต่เมื่อเทียบขนาดของแคว้นหมู่เกาะกับต้าเฉียนแล้ว มันก็เป็นเช่นนั้น เมื่อเผชิญกับโชคหล่นทับเช่นนี้ โอดะ ชินกะ ก็ไม่ได้ลำพองใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่นานมานี้ เขาเพิ่งส่งคนไปสร้างพันธมิตรกับต้าเฉียน
“พวกเจ้าแน่ใจหรือว่าไม่มีปัญหาใดๆ?”
โองาวะส่ายหน้า “องค์ราชา ผู้คนมากมายต่างเห็นภาพที่เหยียนซื่อไหลักพาตัวกงท่านนั้น จะไม่มีปัญหาใดแน่นอนพะยะค่ะ”
องค์ราชาโอดะ ชินกะ นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นเจ้าร่วมพาพวกเขามาเถิด หากเรื่องนี้เป็นความจริง โองาวะ ข้าจะจดจำความดีความชอบของเจ้าไว้”
“ขอบพระทัยองค์ราชา!”
โองาวะมีสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดี ไม่คิดว่าเพียงแค่นำความมาทูล องค์ราชาก็จะจดจำชื่อของเขาได้ กลับไปคงต้องได้ไปอวดผู้อื่นเสียหน่อย
หลังโองาวะจากไป ในท้องพระโรงก็เริ่มมีการถกเถียงกันขึ้นอย่างรวดเร็ว มีคนผู้หนึ่งเอ่ยปากว่า “องค์ราชา การกระทำเช่นนี้จะไม่มีปัญหาหรือพะยะค่ะ พวกเราเพิ่งจะส่งคนไปเจรจาพันธมิตรกับต้าเฉียน”
ยังไม่ทันที่โอดะ ชินกะ จะเอ่ยปาก ทันใดนั้นก็มีผู้คัดค้านขึ้นมาว่า “พันธมิตรแล้วอย่างไร จะให้ปล่อยปลาตัวใหญ่เช่นนี้ไปหรือ เมื่อจับได้แล้วก็ต้องเป็นของพวกเรา”
“แต่หากส่งผลกระทบต่อพันธมิตรเล่า แล้วแผนการของราชครูจะทำอย่างไร”
เมื่อมีการกล่าวถึงราชครู ทุกคนในที่นั้นก็พลันเงียบลง
ในแคว้นหมู่เกาะ นอกจากองค์ราชาโอดะ ชินกะ แล้ว ยังมีอีกผู้หนึ่งที่ดำรงอยู่อย่างอิสระ นั่นก็คือราชครู อีกทั้งการเป็นพันธมิตรกับต้าเฉียนก็เป็นคำสั่งของราชครูด้วย เมื่อเห็นว่าผู้ใต้บังคับบัญชาถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้น โอดะ ชินกะ จึงเอ่ยว่า “เอาละ ไม่ต้องพูดมาก ข้าได้ตัดสินใจแล้ว”
“หากสามารถสร้างพันธมิตรกับต้าเฉียนได้สำเร็จ การช่วยเหลือกงผู้นี้ก็ถือเป็นการตามน้ำไปเท่านั้น”
“แต่หากไม่สำเร็จ…”
“ก็ใช้เขาเป็นข้อต่อรองเพื่อแลกผลประโยชน์จากต้าเฉียนแทน”
“ขุนนางขั้นกงผู้หนึ่งคงมีค่าไม่น้อยทีเดียว”
หลังจากนั้น โอดะ ชินกะ ก็พูดคุยกับทุกคนอีกสองสามประโยค แล้วจึงจากไป โอดะ ชินกะ เดินไปตามจวนราชาสวรรค์ ในที่สุดก็มาถึงห้องหนึ่งที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน
“ท่านราชครู ข้าขอเข้าพบ!” โอดะ ชินกะ ยืนอยู่นอกห้องพลางเอ่ยขึ้น
“องค์ราชาหรือ เช่นนั้นก็เข้ามาเถิด” เสียงแผ่วเบาดังออกมาจากในห้อง
โอดะ ชินกะ พยักหน้าแล้วผลักประตูเข้าไป ไม่นานนักเขาก็เห็นบุรุษผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่บนตั่งนุ่ม เมื่อมองเห็นโฉมหน้าของบุรุษผู้นั้นได้ชัดเจน โอดะ ชินกะ ก็เอ่ยขึ้นว่า “ท่านราชครู ดูเหมือนว่าวรยุทธของท่านจะก้าวหน้าขึ้นอีกแล้ว”
ชายหนุ่มผู้นั้นมีใบหน้าหล่อเหลา ดูแล้วก็มีอายุอยู่ราวขวบยี่สิบต้นๆ แต่โอดะ ชินกะ รู้ดีว่าราชครูผู้นี้มิได้มีอายุเพียงเท่านั้น เพราะในอดีตเขาเติบโตขึ้นมาภายใต้การดูแลของอีกฝ่าย ชายหนุ่มเงยหน้าถาม “องค์ราชาเสด็จมาวันนี้ด้วยเรื่องใดหรือ”
จากนั้นโอดะ ชินกะ ก็ได้เอ่ยเล่าถึงเรื่องที่เขาประสบมาก่อนหน้านี้ หลังจากเล่าจบ โอดะ ชินกะ ก็กล่าวว่า “ข้าอยากถามราชครูว่าเรื่องนี้จะมีปัญหาใดหรือไม่”
“พูดถึงขุนนางขั้นกงที่ถูกจับตัวมาหรือ?”
ใบหน้าอันสงบนิ่งของราชครูปรากฏแววประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “สิ่งที่องค์ราชาต้องการถามคงเป็นเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อแผนการของพวกเราหรือไม่กระมัง”
“อืม”
ราชครูส่ายหน้า “อันที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะมีผลกระทบหรือไม่ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว”
“หมายความว่าอย่างไร”
“หมายความว่าไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร องค์ราชาก็ตองออกจากเกาะสีทะเล เพื่อก้าวลงไปบนผืนแผ่นดินใหญ่นั้นอยู่ดี”
ราชครูกล่าวอย่างจริงจัง “มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น องค์ราชาถึงจะก้าวผ่านขั้นสำคัญที่สุดไปได้”
“การเปลี่ยนจากการเป็นราชาสู่การเป็นจักรพรรดิ”
“การนี้คือป้ายผ่านทางสู่เหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง”
“หากไร้ซึ่งป้ายผ่านทางนี้ ทุกสิ่งที่ทำมาก็สูญเปล่า”
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของโอดะ ชินกะ ก็หรี่ลง ก่อนเขาจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ข้าต้องทำสำเร็จให้ได้”
“เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะลบคำว่าราชาออกจากราชาสวรรค์”
“และให้ทุกคนเรียกข้าว่า…”
“จักรพรรดิสวรรค์!”