ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 625 ปีกของจักรพรรดิสวรรค์/มนุษย์มัจฉา
การเดินทางไปกลับรวมแล้วใช้เวลาทั้งหมดหนึ่งวัน ไม่นานนักเหยียนซื่อไหก็พาหลี่เต้านั่งเรือมุ่งหน้ามาที่เกาะสีทะเล โดยมีโองาวะเป็นผู้นำทาง ภายในห้องโดยสารเรือ โองาวะชูสาเกใสในมือขึ้นให้เหยียนซื่อไหพลางยิ้มกล่าวว่า “ท่านเหยียน มาดื่มฉลองกันเถิด รอพบองค์ราชาแล้ว ท่านก็จะได้เข้าร่วมแคว้นหมู่เกาะของพวกเราอย่างเป็นทางการ”
เหยียนซื่อไหพยักหน้ารับ ก่อนจะยกจอกสุราในมือขึ้น
แม้ภายนอกจะเป็นเช่นนั้น แต่ในใจของเขากลับไม่ได้รู้สึกอะไรกับแคว้นหมู่เกาะเลย หากไม่ใช่เพราะถูกบีบคั้น เขาจะยอมทิ้งต้าเฉียนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หลังดื่มสาเกลงไป เหยียนซื่อไหก็เหลือบมองไปยังหลี่เต้าที่ถูกมัดอยู่อีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้านิ่งสงบราวกับว่าตนเองเป็นแขกไม่ใช่เชลย เขาก็พลันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา หากไม่ใช่เพราะคนผู้นี้ เขาจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร พอคิดถึงตรงนี้ เหยียนซื่อไหก็พลันเกิดโทสะขึ้นมาเพราะฤทธิ์สุรา
เขาจึงลุกขึ้นยืนด้วยความโมโหแล้วทำท่าจะเดินเข้าไปหาหลี่เต้า หลี่เต้าสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของเหยียนซื่อไห แต่สีหน้าของเขายังคงนิ่งสงบ ไม่มีปฏิกิริยามากนัก แต่โองาวะกลับร้อนใจขึ้นมา เขารีบเข้าไปขวางเหยียนซื่อไหเอาไว้พลางกล่าวว่า “ท่านเหยียนไม่ได้นะ ก่อนจะได้พบกับองค์ราชา ท่านห้ามลงมือกับเขาเด็ดขาด”
นี่คือใบเบิกทางของเขาที่จะได้เข้าพบกับโอดะ ชินกะ หากถูกทำลายจนเสียหายไปก็คงจะแย่แน่ เหยียนซื่อไหขมวดคิ้ว “ข้าไม่ได้จะฆ่าเขา แค่ระบายอารมณ์นิดหน่อยเท่านั้น ไม่เป็นไรกระมัง”
โองาวะกล่าว “แม้แต่การระบายอารมณ์ก็ไม่ได้ เขามีประโยชน์ต่อองค์ราชา”
เมื่อเห็นว่าพูดอย่างไรเหยียนซื่อไหก็ไม่ยอมฟัง โองาวะจึงรีบกล่าวต่อว่า “เอาอย่างนี้ ตอนนี้ท่านอดทนไว้ก่อน ท่านไม่ได้อยากจะทะลวงขั้นปรมาจารย์หรอกหรือ? ถึงตอนนั้นข้าจะช่วยทูลขอทรัพยากรจากองค์ราชาให้”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหยียนซื่อไหก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอดทนเอาไว้ เหยียนซื่อไหมองไปทางหลี่เต้าแล้วแค่นเสียงเย็นชา “ฮึ เป็นขุนนางขั้นหนึ่งแล้วอย่างไร จุดจบของเจ้าก็ไม่แน่ว่าจะดีกว่าข้าหรอก”
ครึ่งวันต่อมา เรือจอดเทียบท่า หลี่เต้าถูกโองาวะและเหยียนซื่อไหพาขึ้นเกาะสีทะเล หลังจากก้าวขึ้นเกาะแล้ว หลี่เต้าก็รู้ว่านี่คือจุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ เป็นที่นี่งั้นหรือ?
หลี่เต้ากวาดสายตามองเกาะตรงหน้า
“ไปกันเถอะ ไปดูก่อนว่าตอนนี้องค์ราชากำลังบรรทมอยู่หรือไม่”
โองาวะเอ่ยปากขึ้นขณะมองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม
เมื่อทุกคนเดินทางมาถึงด้านนอกจวนราชาสวรรค์แล้ว พวกเขาก็ได้รับข่าวว่าโอดะ ชินกะ กำลังพักผ่อนอยู่ เรื่องนี้ทำให้โองาวะไม่รู้จะทำอย่างไรดี พวกเขาไม่มีที่พักบนเกาะสีทะเลแห่งนี้เลย ในตอนนั้นเอง องครักษ์นายหนึ่งได้เอ่ยขึ้นว่า “องค์ราชาได้กล่าวถึงพวกเจ้าไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นจึงได้จัดการเรื่องที่พักเอาไว้ให้พวกเจ้าเรียบร้อย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โองาวะก็มีสีหน้ายินดีขึ้นมาทันที “องค์ราชาถึงกับจัดการให้พวกเราด้วยหรือ ช่างดีเหลือเกิน”
ว่าแล้วโองาวะก็ทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น เขาหันหน้าไปทางจวนราชาสวรรค์พลางเอ่ยว่า “ขอบพระทัยองค์ราชา!”
เหยียนซื่อไหแอบดูแคลนท่าทางต่ำต้อยเช่นนั้นอยู่ในใจ
“พวกเจ้าตามข้ามา” องครักษ์เอ่ยปาก
“ขอรับๆ!”
ขณะที่โองาวะกำลังจะพาลูกน้องและหลี่เต้าตามไปด้วยกัน ในตอนนั้นเององครักษ์ก็เหลือบมองดูหลี่เต้าแล้วเอ่ยถามว่า “เขาคงเป็นขุนนางขั้นกงแห่งต้าเฉียนที่พวกเจ้าจะนำมาถวายแด่องค์ราชากระมัง”
“ใช่ขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น องครักษ์ก็เงยหน้ามองอีกครั้ง
พอเห็นรูปร่างสูงโปร่งและใบหน้าหล่อเหลาองอาจของหลี่เต้า ดวงตาขององครักษ์ก็วาบขึ้นด้วยแววอิจฉา จากนั้นเขาจึงกล่าวว่า “เขาไปกับพวกเจ้าไม่ได้”
เหยียนซื่อไหพลันขมวดคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร”
นี่เป็นของกำนัลที่จะใช้สร้างความดีความชอบ จะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด องครักษ์มองเหยียนซื่อไหแวบหนึ่งแล้วกล่าวว่า “เข้าใจผิดไป เพียงแต่เพราะปัญหาเรื่องฐานะของเขา เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เขาจึงต้องถูกส่งไปคุมขังอยู่ในคุกใต้ดินพิเศษ”
เมื่อได้ยินดังนั้น โองาวะก็ดึงแขนเหยียนซื่อไหแล้วหันไปพูดว่า “ในเมื่อเป็นคำสั่งขององค์ราชาก็ตองทำตามพระบัญชาขององค์ราชา”
สุดท้ายโองาวะ และเหยียนซื่อไหรวมถึงคนอื่นๆ ก็ถูกพาตัวไป ส่วนหลี่เต้านั้นเขาถูกองครักษ์นำตัวไปยังคุกใต้ดิน หลังจากนั้นไม่นานหลี่เต้าก็มาถึงคุกใต้ดิน คุกใต้ดินมีทั้งหมดห้าชั้น แต่ละชั้นขังนักโทษที่มีสถานะต่างกัน หลี่เต้าถูกพาตัวลงไปยังชั้นที่ห้าซึ่งอยู่ลึกที่สุด เมื่อมาถึงคุกชั้นที่ห้าแล้ว ที่นี่ก็แทบจะไม่มีนักโทษเหลืออยู่เลย
ทันใดนั้น หลี่เต้าก็ถูกดึงดูดความสนใจด้วยเงาร่างหนึ่ง สายตาของเขากระจับจ้องมองไปยังห้องขังพิเศษแห่งหนึ่ง ภายในห้องขังนั้นมีอ่างน้ำโปร่งใสขนาดมหึมาตั้งอยู่ ทว่าห้องขังไม่ใช่จุดสำคัญ จุดสำคัญคือภายในอ่างน้ำขนาดมหึมานั้น มีร่างหนึ่งกำลังว่ายวนอยู่ในนั้น นี่คือ… มนุษย์มัจฉา บนโลกใบนี้มีสิ่งนี้อยู่จริงๆ ด้วย เมื่อมองให้ชัดเจนแล้ว หลี่เต้าก็พบว่าร่างในอ่างน้ำนั้นมีลำตัวเป็นมนุษย์
ท่อนบนเป็นร่างมนุษย์ส่วนท่อนล่างเป็นหางปลา และยิ่งไปกว่านั้น นางยังเป็นมนุษย์มัจฉาเพศหญิง ในขณะนั้นเมื่อมีคนมาปรากฏตัวขึ้นที่คุกชั้นห้าอย่างกะทันหัน มนุษย์มัจฉาก็หันหน้ามามองหลี่เต้าโดยสัญชาตญาณ สายตาของทั้งคู่สบประสานกัน เมื่อได้เห็นโฉมหน้าของมนุษย์มัจฉาอย่างชัดเจนแล้ว ความคิดแรกของหลี่เต้าคือรู้สึกตะลึงในความงาม โฉมหน้าของมนุษย์มัจฉานั้นงดงามเป็นพิเศษ ในความทรงจำของเขามีเพียงซานเหนียงและองค์หญิงหมิงเยว่เท่านั้นที่จะเทียบความงามกับนางได้
อาจเป็นเพราะความแตกต่างทางเผ่าพันธุ์ มนุษย์มัจฉาจึงมีเสน่ห์แปลกตาที่แตกต่างจากสตรีทั่วไป ภายใต้สายตาที่จ้องมองอย่างกล้าหาญของหลี่เต้า มนุษย์มัจฉาเลือกที่จะหลบเลี่ยงไป นางพลันพลิกตัวอย่างงดงามแล้วซ่อนตัวไปอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของอ่างน้ำ ภายใต้การนำขององครักษ์ผู้นั้น หลี่เต้าถูกพาตัวไปยังห้องขังแห่งหนึ่ง บังเอิญอยู่ตรงข้ามกับห้องขังของมนุษย์มัจฉาพอดี พอมองผ่านซี่กรงไป เขาก็สามารถมองเห็นทุกสิ่งในอ่างน้ำได้อย่างชัดเจน และมนุษย์มัจฉาผู้นั้นก็สามารถมองเห็นเขาได้เช่นกัน
“หากไม่อยากลำบาก ก็จงอยู่ที่นี่อย่างสงบและรอองค์ราชาเรียกพบ หวังว่าจะไม่สร้างปัญหาให้พวกเราและอย่าสร้างปัญหาให้ตัวท่านเองด้วย” องครักษ์เอ่ยเตือนหลังจากส่งหลี่เต้าเข้าห้องขัง เนื่องจากปัญหาเรื่องสถานะ องครักษ์และผู้คุมจึงไม่สามารถปฏิบัติต่อหลี่เต้าเหมือนกับนักโทษทั่วไปได้ หลี่เต้าเมินเฉยต่อทุกคนโดยสิ้นเชิง เขาเดินไปที่เตียงในห้องขังและนอนลง ไม่สนใจผู้คนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าหลี่เต้าไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ องครักษ์ก็ไม่ทำอะไรเกินเลย เขาทำเพียงแค่โบกมือทักทายผู้คุมแล้วจากไป
พวกผู้คุมมองดูหลี่เต้าอย่างระมัดระวังอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจากไปเช่นกัน ในไม่ช้าห้องขังชั้นที่ห้าก็เหลือเพียงแค่หลี่เต้าและมนุษย์มัจฉา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แล้ว หลี่เต้าก็พึมพำกับตัวเองว่า
“ไม่รู้ว่าทางนั้นเตรียมการไปถึงไหนแล้ว”
เหตุผลที่ว่าทำไมหลี่เต้าจึงไม่ลงมือทันทีนะหรือ?
ก็เป็นเพราะเกาะต่างๆ ในแคว้นหมู่เกาะนั้นกระจายตัวเกินไป ส่งผลให้ผู้คนในหมู่เกาะต่างอยู่อย่างกระจายตัว
การจะจับพวกมันทั้งหมดในคราวเดียวนั้น อาศัยเพียงพละกำลังของเขาคนเดียวยังไม่เพียงพอ เขาต้องการความช่วยเหลือจากกองทัพหมาป่าผู่ถูในการกวาดล้าง มิเช่นนั้นหากเป็นเพียงแค่เกาะสีทะเล ตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นเกาะเขาก็คงไม่ปรานีแล้ว ตามการคาดการณ์ของเขา สิ่งที่ซานเหนียงจัดเตรียมไว้ก็คงจะมาถึงในไม่ช้า อย่างมากก็แค่ต้องรออีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ขณะที่หลี่เต้ากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น มนุษย์มัจฉาในอ่างน้ำก็แอบใช้สายตามองสำรวจหลี่เต้า
ในแววตาของนางเต็มไปด้วยความระแวง ความอยากรู้อยากเห็น และแฝงไว้ด้วยความเกลียดชังเล็กน้อย