ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 631 ราชครูปรากฏตัว
ในเผ่ามนุษย์มัจฉานั้นมีส่วนน้อยที่เป็นสตรีรูปร่างเหมือนอวี้หลิง ส่วนใหญ่แล้วเป็นบุตร แม้จะมีลักษณะของมนุษย์ แต่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ใกล้เคียงกับมนุษย์เท่ากับนางเงือก พวกเขาล้านมีลักษณะของปลา แล้วแต่มากหรือน้อย แต่สตรีมนุษย์มัจฉาเหล่านี้ล้วนแต่แข็งแรงบึกบึนกันทั้งสิ้น เมื่อเห็นมนุษย์มัจฉาเหล่านี้ก็ทำให้หลี่เต้านึกถึงเผ่าเงือกในการ์ตูนชาติก่อน ซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกัน
เสียงของแม่ทัพมนุษย์มัจฉานั้นกังวานใส ดังเข้าสู่โสตประสาทของโอดะ ชินกะ และคนอื่นๆ บนแท่นสูงได้อย่างชัดเจน เมื่อเผชิญหน้ากับการข่มขู่ของเผ่ามนุษย์มัจฉา โอดะ ชินกะ ก็ก้าวไปที่หน้าอ่างน้ำ แล้วยกมือตบลงบนนั้น อ่างน้ำที่สั่นสะเทือนทำให้อวี้หลิงถอยห่างจากจุดที่โอดะ ชินกะ สัมผัสโดยสัญชาตญาณ และขดตัวอยู่ที่มุมหนึ่ง เขาตะโกนเสียงดังว่า “หากต้องการช่วยราชินีของพวกเจ้า ก็จงขึ้นมาบนบกแล้วช่วยเอาเองสิ”
“อย่า…”
อวี้หลิงร้องตะโกนออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้
แม้ว่านางจะขี้ขลาด แต่การปล่อยให้เผ่าของตนเดินเข้ามาในกับดักที่พวกมนุษย์วางไว้นั้นนางทำไม่ได้
“หุบปาก!”
โอดะ ชินกะ ตวาดใส่อวี้หลิงในอ่างน้ำด้วยน้ำเสียงเย็นชา อวี้หลิงพลันสะดุ้งตกใจ หางปลาสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว อีกด้านหนึ่ง เมื่อแม่ทัพมนุษย์มัจฉาเห็นราชินีของตนถูกปฏิบัติด้วยเช่นนี้ ความโกรธในดวงตาก็พลันลุกโชนขึ้นมา แน่นอนว่านางก็ไม่ใช่คนโง่ หากอวี้หลิงยังมองเห็นอันตรายบนฝั่ง นางก็ยิ่งมองออกว่าพวกมนุษย์ชั่วช้าเหล่านี้ตั้งใจล่อให้พวกนางขึ้นฝั่ง แล้วนางจะพาคนในเผ่าไปติดกับได้อย่างไร แม่ทัพมนุษย์มัจฉาจ้องมองโอดะ ชินกะ บนแท่นสูงอย่างเย็นชาก่อนนางจะเอ่ยเสียงเย็นว่า “ลงมือ!”
เมื่อคำสั่งนั้นดังขึ้น มนุษย์มัจฉาทั้งหมดและวาฬสีน้ำเงินก็ดำดิ่งกลับลงสู่ทะเลใหญ่ พอเห็นภาพนั้น โอดะ ชินกะ ก็พลันขมวดคิ้ว เผ่ามนุษย์มัจฉาเหล่านี้พวกมันจะยอมทิ้งราชินีของตนเองไปหรือ แต่ไม่นานเขาก็ได้รู้คำตอบ
“องค์ราชาทรงดูนั่นเร็วเข้า!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงอุทานดังขึ้นมา ทุกคนต่างเงยหน้ามองไปพร้อมกัน พวกเขาเห็นเพียงในทะเลที่ห่างจากชายฝั่งออกไป จู่ๆ ก็มีคลื่นลูกหนึ่งปรากฏขึ้น ยิ่งคลื่นนั้นเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งมากเท่าใด ความสูงของคลื่นก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากมองดูให้ดีแล้วจะพบว่าในคลื่นนั้นมีเงาร่างของชาวมนุษย์มัจฉาปรากฏอยู่อย่างเลือนราง โอดะ ชินกะ ก็ตกตะลึงเช่นกัน เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพวกมนุษย์มัจฉาจะสามารถสร้างคลื่นขึ้นมาได้เอง
ไม่ถูก… นี่ไม่ใช่คลื่นธรรมดา ภาพที่เห็นนี้ควรเรียกว่าคลื่นยักษ์มากกว่า เพราะเมื่อมวลน้ำเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งเหลือเพียงระยะร้อยจั้ง ความสูงของมันก็พุ่งขึ้นถึงหลายสิบจั้ง พวกเขาที่ยืนอยู่บนที่สูงอาจจะมองไม่เห็นอะไรมากนัก แต่ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องล่างนั้นกลับได้เห็นเพียงม่านน้ำมหึมาที่กำลังถาโถมเข้าใส่พวกเขา เมื่อคลื่นยักษ์มาถึงชายฝั่ง มวลน้ำก็ยิ่งพุ่งทะยานสูงขึ้นไปถึงจุดสูงสุด รวมตัวกันสูงนับร้อยจั้ง
“หนีเร็วเข้า!”
เหล่าทหารแคว้นหมู่เกาะที่ยืนอยู่เบื้องล่างไม่กล้าอยู่นานอีกต่อไป พวกเขาต่างรีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต บนแท่นสูงสีหน้าของโอดะ ชินกะ ในยามนี้ก็ไม่สู้นัก หากปล่อยให้มวลน้ำซัดขึ้นฝั่ง คนใต้บังคับบัญชาเบื้องล่างเหล่านั้นจะต้องสูญเสียอย่างหนักแน่
“องค์ราชา พวกเราถอยกันเถิด”
แม้คลื่นยักษ์จะยังห่างจากแท่นสูงอยู่พอสมควร แต่หากมวลน้ำมหาศาลนั้นซัดขึ้นฝั่ง เผ่ามนุษย์มัจฉาจะต้องฉวยโอกาสเปลี่ยนพื้นที่ชายฝั่งให้กลายเป็นสนามรบของพวกมันอย่างแน่นอน ในขณะที่โอดะ ชินกะ กำลังจะออกคำสั่ง ทันใดนั้นก็มีลำแสงห้าสายพุ่งผ่านท้องฟ้า
เมื่อทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง ลำแสงทั้งห้าสายก็ได้แยกออกเป็นห้าส่วน พุ่งตรงไปยังคลื่นยักษ์ลูกนั้น เมื่อใกล้จะสัมผัสกับคลื่นยักษ์ ลำแสงทั้งห้าก็พลันระเบิดออก กลายเป็นอักขระมากมายนับไม่ถ้วน อักขระเชื่อมต่อกันก่อตัวเป็นม่านโปร่งใสขนาดใหญ่ขึ้นมาทันที คลื่นยักษ์ปะทะเข้ากับม่านใส ทำให้เกิดเสียงดังสนั่น
ด้วยพลังของม่านใส คลื่นยักษ์จึงถูกสกัดกั้นไว้นอกเกาะ
“นี่มัน… ค่ายกล! ท่านราชครู…”
โอดะ ชินกะ เงยหน้ามองไปบนท้องฟ้า ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด ท่านราชครูผู้สวมอาภรณ์ขาวหลวมและหมวกทรงสูงสีดำได้มาปรากฏกายอยู่บนท้องฟ้าแล้ว ท่านราชครูผสานมือทำท่าคาถาก่อนจะชี้นิ้วไปยังทะเลใหญ่
“ถอย!”
อักขระค่ายกลเปล่งประกาย แล้วทำการสลายมวลน้ำเหล่านั้นทันที
ท่านราชครู…
หลี่เต้าเงยหน้ามองร่างที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า เทพมนุษย์…
เป็นดังที่เขาคาดไว้ คนเหาะได้ที่อวี้หลิงกล่าวถึงก็คือเทพมนุษย์นั่นเอง พลังแห่งฟ้าดินที่แผ่ซ่านอยู่รอบๆ นั้นไม่มีทางหลอกลวงได้
“เป็นเขาแน่นอน เขาคนนี้แหละที่จับข้า” อวี้หลิงเอ่ยขึ้นเสียงเบาจากในอ่างน้ำ
เมื่อเหล่าทหารที่อยู่ริมฝั่งทะเลเห็นราชครู พวกเขาก็ต่างพากันคุกเข่าขอบคุณ หากไม่ใช่เพราะท่าน พวกเขาหลายคนคงต้องตายในคลื่นยักษ์นั้นแล้ว
“อืม”
หลังจากสลายมวลน้ำทะเลแล้ว ราชครูก็พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะลงไปยังแท่นสูง โอดะ ชินกะ และคนอื่นๆ ก็ต่างพากันทักทาย
เมื่อแม่ทัพมนุษย์มัจฉาเห็นม่านพลังตรงหน้า ไม่คิดว่ากลยุทธ์ของพวกนางจะถูกสกัดได้ ใบหน้าจึงฉายแววโกรธแค้น นางฟาดตรีศูลในมือใส่ม่านพลังอย่างแรงจนเกือบถูกพลังสะท้อนกลับกระเด็นลอยออกจากหลังโลมาที่นางขี่ ความโกรธแค้นในแววตาของแม่ทัพมนุษย์มัจฉาพลันเปลี่ยนเป็นความระแวง แต่เมื่อมองไปยังราชินีที่อยู่บนแท่นสูง ดวงตาของนางก็ฉายแววอำมหิตออกมา จากนั้นนางก็อ้าปาก เสียงกังวานใสดังขึ้นอย่างน่าขนลุก ภายใต้อิทธิพลของเสียงนั้น น้ำทะเลก็พลันปั่นป่วนขึ้นมา
ฝูงวาฬสีน้ำเงินที่ดำดิ่งลงไปใต้ทะเลก่อนหน้านี้ก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง และแล้ว…
ตูม!
ฝูงวาฬสีน้ำเงินก็ได้เริ่มพุ่งชนใส่ม่านใสเบื้องหน้า ทุกครั้งที่พุ่งชน ม่านก็จะส่งเสียงดังสนั่น อักขระบนม่านกะพริบวูบวาบ แสงสว่างค่อยๆ จางลง
หลังจากถูกพุ่งชนนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดม่านก็พังทลายลง
“ท่านราชครู พวกนาง…”
เมื่อเห็นดังนั้น โอดะ ชินกะ ก็หันไปมองหน้าราชครู ทว่าราชครูยังคงรักษาสีหน้านิ่งสงบเอาไว้ พลางเอ่ยอย่างเนิบช้าว่า “อีกไม่นานแล้ว”
อีกไม่นาน?
โอดะ ชินกะ พลันขมวดคิ้วด้วยไม่เข้าใจความหมาย แต่ไม่นานนักเขาก็เข้าใจว่า ‘อีกไม่นาน’ หมายถึงอะไร เพราะเขาเห็นเผ่ามนุษย์มัจฉาบางส่วนได้ขึ้นมาบนฝั่งแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเพื่อช่วยเหลือราชินีของพวกนาง พวกนางได้เริ่มร้อนใจจนถึงขั้นไม่สนใจอันตรายแล้ว โอดะ ชินกะ หันไปถามทันที “ท่านราชครู พวกเราจะลงมือตอนนี้เลยหรือไม่?”
ราชครูมองดูสถานการณ์แวบหนึ่ง ก่อนเขาจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “รออีกสักครู่ ให้พวกนางมีความหวังอีกหน่อย”
โอดะ ชินกะ เข้าใจความหมายนั้นแล้ว ดังนั้นเขาจึงก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นสูง แล้วออกคำสั่ง “ทุกคนฟังให้ดี”
“จับมนุษย์มัจฉาได้หนึ่งตัว รางวัลห้าสิบตำลึง เลื่อนยศหนึ่งขั้น”
“จับมนุษย์เงือกได้หนึ่งตัว รางวัลห้าร้อยตำลึง เลื่อนยศสามขั้น”
“รางวัลไม่มีเพดานจำกัด!”
เมื่อคำพูดของโอดะ ชินกะ ดังขึ้น ตาของเหล่าทหารที่อยู่ใต้แท่นสูงก็เป็นประกายด้วยความโลภ เดิมทีพวกเขายังหวาดกลัวเผ่ามนุษย์มัจฉาที่สามารถสร้างคลื่นยักษ์ได้อยู่บ้าง ทว่าบัดนี้พวกเขาเหลือเพียงแค่ความบ้าคลั่ง เพราะพัฒนารู้ว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการไต่เต้าขึ้นไป
หากคว้าโอกาสนี้เอาไว้ได้ พวกเขาอาจจะได้เป็นผู้ที่ยืนอยู่บนแท่นสูง แทนที่จะเป็นเพียงผู้ที่ต้องยืนเงยหน้ามองขึ้นไปจากเบื้องล่าง
“ฆ่ามัน!”
เมื่อคนแรกยกดาบพุ่งเข้าหาชายฝั่ง เหล่าทหารที่อยู่เบื้องหลังก็ทยอยกรูกันเข้าไป อีกด้านหนึ่ง ภายใต้คำสั่งของแม่ทัพมนุษย์มัจฉา มนุษย์มัจฉากลุ่มแรกนับร้อยก็ได้ขึ้นมาบนฝั่ง ตอนอยู่ในน้ำยังมองไม่เห็น แต่พอขึ้นบนบกแล้ว ร่างกายอันสูงใหญ่ของพวกมนุษย์มัจฉาก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
อาจเป็นเพราะสายเลือดของมนุษย์มัจฉาที่แตกต่างกัน จึงทำให้มนุษย์มัจฉาเพศผู้แต่ละตนมีความแตกต่างกันด้วย แต่ดูเหมือนว่าพวกมันทั้งหมดล้วนไม่ใช่พวกที่จะรังแกได้ง่ายๆ
เมื่อเห็นทหารมนุษย์บุกเข้ามา มนุษย์มัจฉาเพศผู้ก็ปลดปล่อยความดุร้ายในร่างออกมา แล้วพุ่งใส่พวกมนุษย์ร่างเตี้ยแห่งแคว้นหมู่เกาะ