ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 637 ต่อสู้กับราชครู
“เจ้าลงไปก่อนเถิด”
ราชครูเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน เขาปล่อยมือจากโอดะ ชินกะ โอดะ ชินกะ “เอ๋?”
แม้ความสูงเพียงเท่านี้จะไม่ทำให้เขาที่มีวรยุทธระดับมหาราชาปรมาจารย์ถึงตาย แต่อย่างน้อยก็น่าจะเตือนเขาสักนิด
อีกด้านหนึ่ง
เมื่อเห็นราชครูโยนโอดะ ชินกะ ทิ้งลงมา หลี่เต้าก็เริ่มลงมือเช่นกัน
“ตามที่เคยสัญญากับเจ้าไว้ ไปหาคนในเผ่าของเจ้าเถิด”
เมื่อเทียบกับความรุนแรงหยาบกระด้างของราชครู ทางฝั่งของหลี่เต้านั้นอ่อนโยนกว่ามาก เขาใช้พลังปราณโลหิตพาอวี้หลิงลงจากบ่าของตน แล้วส่งไปยังที่อยู่ของเผ่ามนุษย์มัจฉา
“เจ้า… ระวังตัวด้วย”
แม้ว่าก่อนหน้านี้นางจะถูกหลี่เต้าแบกขึ้นบ่าอย่างไม่สนใจภาพลักษณ์ แต่พอถึงเวลาต้องแยกจากกันแล้ว นางกลับรู้สึกอาลัยอาวรณ์ ได้แต่ทิ้งคำพูดประโยคสุดท้ายไว้ก่อนที่พลังนั้นจะพาตัวนางจากไป
หลี่เต้ามองดูโอดะ ชินกะ ที่หลังจากลงสู่พื้นแล้ว เขาก็พุ่งตรงไปยังทิศทางที่กองทัพหมาป่าผู่ถูกำลังบุกโจมตีทันที แต่หลี่เต้าก็ไม่ได้กังวลมากนัก เพราะกองทัพหมาป่าผู่ถูไม่ใช่ทารกที่นอนอยู่ในเปล แต่เป็นทหารที่ผ่านการสู้รบในสนามรบมาอย่างโชกโชน ในตอนนี้สำหรับกองทัพหมาป่าผู่ถูแล้ว คู่ต่อสู้ธรรมดาไม่เพียงพอที่จะฝึกฝนพวกเขาได้อีกต่อไป และโอดะ ชินกะ ผู้มีพลังระดับสูงผู้นี้ก็เหมาะสำหรับกองทัพหมาป่าผู่ถูในตอนนี้พอดี เขาเชื่อว่าสวี่เหอและคนอื่นๆ จะต้องจัดการโอดะ ชินกะ ได้
เขาเพียงแค่ต้องให้ความสนใจกับราชครูที่อยู่ตรงหน้านี้
“มนต์คาถารวมใจ!”
ทันใดนั้นราชครูก็พลันลงมือพร้อมกับการร่ายคาถาในมือ พลังแห่งฟ้าดินในรัศมีพันจั้งโดยรอบก็พลุ่งพล่านทันที ในชั่วพริบตาอักขระโปร่งใสนับไม่ถ้วนก็ล้อมรอบหลี่เต้าเอาไว้
จากนั้นอักขระโปร่งใสพวกนั้นก็เปล่งประกาย เงาร่างอักขระนับไม่ถ้วนพลันพุ่งเข้าใส่หลี่เต้าทั้งบนล่างและสี่ทิศ ไม่มีช่องโหว่แม้แต่น้อย ราชครูลงมือด้วยความรวดเร็ว แต่หลี่เต้าก็มีปฏิกิริยาตอบสนองไม่เลว เขายกมือคว้าไปในอากาศว่างเปล่า ที่ด้านล่างขณะที่กองทัพหมาป่าผู่ถูกำลังบุกโจมตีพวกคนแคระ เสี่ยวเฮยและเสี่ยวไป๋ไม่ได้ตามไปด้วย แต่ยังคงอยู่ข้างๆ เผ่ามนุษย์มัจฉา ในตอนนี้มนุษย์มัจฉาที่ยืนอยู่ข้างเสี่ยวเฮยมาโดยตลอด กำลังมองดูเสี่ยวเฮยด้วยความสงสัยใคร่รู้
พูดให้ถูกคือไม่ได้มองเสี่ยวเฮย แต่กำลังมองง้าวสีดำขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนหลังของเสี่ยวเฮย สายฟ้าที่แลบออกมาจากง้าวสีดำนั้นได้ดึงดูดความสนใจของมนุษย์มัจฉาผู้นี้เป็นพิเศษ
“ข้าเองก็มีไฟฟ้าเหมือนกัน คงไม่มีปัญหาอะไรกระมัง”
มนุษย์มัจฉาปลาไหลไฟฟ้าค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะง้าวสีดำอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นมนุษย์มัจฉาปลาไหลไฟฟ้าก็พลันแข็งค้างไป ในฐานะที่เป็นมนุษย์มัจฉาปลาไหลไฟฟ้า เขากลับต้องร่างกายชาจากสายฟ้านั้นทันทีที่จับ
จะ… จะคายน้ำลายแล้ว จะตายอยู่แล้ว!
ในขณะที่มนุษย์มัจฉาปลาไหลไฟฟากำลังจะน้ำลายฟูมปาก ทันใดนั้นง้าวสีดำก็ราวกับรับรู้ได้ถึงบางสิ่ง มันจึงพุ่งแหวกอากาศหายไปเอง มนุษย์มัจฉาจึงรอดพ้นจากอันตรายมาได้
“ดีจริงๆ!”
มนุษย์มัจฉานอนอยู่บนพื้น กว่าจะเอ่ยคำพูดออกมาได้ก็ผ่านไปนาน ก่อนที่อักขระนับไม่ถ้วนจะโจมตีเข้ามา ง้าวมังกรทมิฬก็ได้ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของหลี่เต้า
ในชั่วขณะถัดม้า ง้าวมังกรทมิฬก็หมุนอย่างรวดเร็วในฝ่ามือของเขา แรงกระแทกที่เกิดจากอักขระเหล่านั้นถูกมันสกัดไว้ทั้งหมด เมื่อรับรู้ถึงตำแหน่งที่ราชครูอยู่ หลี่เต้าก็พุ่งตัวฝ่าการโจมตีเหล่านั้นไปทันที
“ไร้เทียมทาน! ดาวพิฆาต!”
เมื่อมาถึงครึ่งทางที่พุ่งออกมา หลี่เต้าก็ละทิ้งการป้องกัน แล้วใช้ง้าวมังกรทมิฬตวัดฟาดออกไปหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นก็เห็นคลื่นพลังมหาศาลยาวนับร้อยจั้ง พุ่งข้ามฟ้าดินกวาดไปทางราชครูอย่างรุนแรง
คลื่นพลังไปถึงที่ใด มันก็ทำลายอักขระพวกนั้นโดยตรง แล้วมุ่งหน้าต่อไปยังเป้าหมาย ในดวงตาของราชครูมีประกายวาบ มือพลิกท่าคาถาก่อนจะผลักออกไปด้านหน้า ทันใดนั้นก็มีม่านพลังสีฟ้าอ่อนกั้นขวางอยู่เบื้องหน้า เมื่อคลื่นพลังปะทะเข้ากับม่านกำบัง ก็มีเสียงสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น สุดท้ายทั้งคลื่นพลังและม่านกำบังก็สลายไปพร้อมกัน ในยามนั้นราชครูรู้สึกหนังศีรษะตึง มือพลิกอักขระอีกครั้ง
“สลับเปลี่ยน!”
ฉึก!
ทันใดนั้นร่างของราชครูก็พลันถูกง้าวมังกรทมิฬฉีกกระชากออก ในชั่วขณะถัดมา เงาร่างของราชครูก็ได้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าที่อยู่ห่างออกไปพันจั้ง เมื่อหลี่เต้ามองไป เขาก็พบว่าสิ่งที่ได้ฉีกทำลายไปเมื่อครู่นั้น มันกลับกลายเป็นตุ๊กตาฟางขนาดเท่าฝ่ามือ แต่งกายเหมือนราชครูทุกประการ และในช่วงจังหวะนั้น ราชครูก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้เสกอักขระกลางอากาศอีกต่อไป
มือทั้งสองล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบยันต์กระดาษออกมาสองแผ่น
หลังจากที่ยันต์ถูกเสกออกไป หลี่เต้าก็พลันรู้สึกได้ทันทีว่า พลังแห่งฟ้าดินรอบตัวกำลังเปลี่ยนไป พลังแห่งฟ้าดินมากมายเริ่มบีบรัดเข้าหาร่างของเขา จนถึงขั้นรวมตัวเป็นสสารที่ไม่มีรูปร่างและมองไม่เห็น ราวกับว่าพื้นที่โดยรอบนี้ถูกแช่แข็งเอาไว้ หากเป็นเขาในอดีตที่ยังไม่สามารถรวมร่างและจิตเป็นหนึ่งเดียวได้ ก็อาจจะลำบากกับกลยุทธ์นี้อยู่บ้าง แต่ตอนนี้…
แยก!
ทันใดนั้นกล้ามเนื้อทั่วร่างของหลี่เต้าก็สั่นสะท้านขึ้นมา แล้วอากาศว่างเปล่าก็พลอยสั่นสะเทือนตามไปด้วย เพล้ง!
เมื่อการสั่นสะเทือนนั้นถึงขีดสุด อากาศว่างเปล่าโดยรอบก็ส่งเสียงแตกออกมา ภาพตรงหน้านี้ทำให้ราชครูที่อยู่ฝั่งตรงข้ามม่านตาหดเล็กลงทันที
“เป็นไปได้อย่างไร!”
แต่ในตอนนี้ก็ไม่อาจสนใจเรื่องอื่นได้อีก ในเมื่อไม่สามารถกักขังหลี่เต้าได้นาน ก็ต้องลงมือโดยเร็ว
“สายฟ้าสวรรค์! ห้าอสนีบาตจงมา!”
ราชครูได้ดึงยันต์สีครามขนาดใหญ่ออกมาห้าแผ่น ก่อนที่หลี่เต้าจะทำลายพลังแห่งฟ้าดินรอบตัวได้สำเร็จ ยันต์สีครามพวกนั้นก็แยกออกเป็นห้าทิศล้อมรอบตัวเขาไว้ ทันใดนั้นฟ้าดินก็พลันแปรเปลี่ยนไปในพริบตา ชั่วขณะถัดมาสายฟ้าห้าสายก็ได้พุ่งลงมาจากฟากฟ้า มุ่งตรงไปยังหลี่เต้า ในจังหวะสุดท้าย หลี่เต้าทำลายพันธนาการรอบกายได้สำเร็จ
แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็ถูกสายฟ้าทั้งห้าถาโถมเข้าใส่ เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี้ แววตาของราชครูก็ฉายแววโล่งอก ภายใต้การโจมตีครั้งนี้แม้ไม่ถึงตาย แต่อีกฝ่ายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส ทว่าในชั่วขณะถัดมา เสียงลมหายใจก็ดังขึ้นเบื้องหลังเขา สายฟ้าค่อยๆ จางหายไป เมื่อมองเห็นได้ชัดเจน ราชครูก็พลันชะงักค้าง
ที่นั่นยังคงมีเงาร่างของหลี่เต้าอยู่ เหลือเพียงง้าวดำขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางนภา มันกำลังกลืนกินสายฟ้าที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ
“สนุกพอหรือยัง?”
ราชครูยังไม่ทันได้ตอบสนอง เขาก็ถูกบีบคอไว้เสียก่อน ลมหายใจที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่ผู้ใด แต่เป็นของหลี่เต้า
ราชครูพยายามจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วหลี่เต้าก็บีบคอแน่นขึ้น ลำคอที่เป็นเลือดเนื้อถูกบีบจนเละในพริบตา
แต่ภาพที่เกิดขึ้นต่อมาก็ทำให้หลี่เต้าขมวดคิ้ว ลำคอที่ถูกบีบจนเละนั้น มันกลับกลายเป็นโคลนเหลว สุดท้ายราชครูก็ละลายไปต่อหน้าเขา จากนั้นภาพที่น่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้น โคลนที่ละลายเป็นก้อนนั้น กลับเริ่มรวมตัวกันเป็นรูปร่างมนุษย์
สุดท้ายราชครูก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แม้แต่อาภรณ์บนร่างก็ยังคงสภาพสมบูรณ์ดังเดิม ราวกับว่าร่างกายทั้งหมดได้ถูกประกอบขึ้นมาใหม่ พลังนี้ช่างน่าพิศวงยิ่งกว่าที่เขาเคยเห็นมาเสียอีก
หลังจากคืนสภาพ สายตาของราชครูที่มองมาทางหลี่เต้าก็เจือไปด้วยแววอำมหิต
“เจ้าไม่เลวทีเดียว”
แม้ปากจะเอ่ยชม แต่น้ำเสียงที่แหบต่ำนั้น สามารถฟังออกถึงความโกรธที่แฝงอยู่ได้ หลี่เต้าแบกง้าวมังกรทมิฬที่ดูดซับพลังสายฟ้าจนหมดไว้บนบ่า พลางหัวเราะเบาๆ “เจ้ารู้จักข้า และข้าก็รู้จักเจ้า”
หลังจากพูดจบ คราวนี้เขาก็เป็นฝ่ายลงมือก่อน
“คืนของเจ้าให้!”
ทันใดนั้นง้าวมังกรทมิฬก็เปล่งแสงสายฟ้าเจิดจ้า ปลดปล่อยพลังสายฟ้าที่กลืนกินไว้กลับคืน
ทว่ายังเพิ่มเติมบางอย่างเข้าไปด้วย ในสายฟ้านั้นได้ผสานพลังทัณฑ์สวรรค์เข้าไปด้วย ทำให้อานุภาพทวีความรุนแรงขึ้นอีกระดับ เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายที่แฝงอยู่ในสายฟ้านั้น สีหน้าของราชครูก็เปลี่ยนไปในทันที
“นี่มัน…”
ราชครูไม่รอให้สายฟ้าเข้ามาใกล้ เขารีบหลบหลีกทันที รู้สึกเหมือนกำลังตื่นตระหนกจนหาทางหนีไม่ถูก