ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 650 แผนการของเถี่ยซานเหนียง
“เทพเซียน…”
หลี่เต้าไม่คิดว่าการเปิดอ่านบันทึกเล่มนี้อย่างไม่ตั้งใจ จะทำให้เขาพบเรื่องน่าสนใจเช่นนี้ ดูจากเนื้อหาในบันทึกก็สามารถคาดเดาได้ว่า ซางกงชิงหรือก็คือราชครูในยามที่รุ่งเรืองที่สุด อย่างน้อยก็ต้องมีวรยุทธระดับเทพมนุษย์ขั้นปลาย มิเช่นนั้นแล้วคงไม่อาจกล่าวได้ว่าเดินทางมาไกลบนเส้นทางของเทพมนุษย์ แต่ถึงแม้จะมีวรยุทธระดับนี้ เขากลับถูกผู้ที่เรียกว่า ‘เทพเซียน’ โจมตีจนบาดเจ็บสาหัสด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
แล้วเช่นนี้ ‘เทพเซียน’ ผู้นั้นจะมีพลังมากเพียงใด หรืออีกนัยหนึ่งคือผู้ที่มีตัวตนเช่นนี่ยังมีชีวิตูู่อยู่หรือไม่ หากยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเวลาผ่านไปพันกว่าปีแล้วจะแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใด พอคิดมาถึงตรงนี้ หลี่เต้าก็พลันรู้สึกไม่พอใจในพลังของตนเอง เพราะเขาเกลียดสิ่งที่ไม่แน่นอน เมื่อนึกถึงว่าอาจมีผู้เฒ่าประหลาดที่อาจคุกคามเขาและคนรอบข้างได้ เขาก็พลันนึกถึงความตั้งใจแรกเริ่มตอนอยู่ในค่ายนักโทษประหาร
เขาต้องการจะแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งจนไม่มีผู้ใดสามารถครอบงำความคิดของเขาได้ หลังจากที่มาถึงระดับเทพมนุษย์แล้ว เขาก็ผ่อนคลายลงจริงๆ คิดว่าแค่นี้ก็เพียงพอต่อความต้องการของตนเองแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขายังห่างไกลจากเป้าหมายอีก
หลี่เต้าจึงตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ในใจ ยกตัวอย่างเช่น เขาต้องสังหารราชครูในยามที่แข็งแกร่งที่สุดให้ได้ในพริบตา ด้วยวิธีนี้เขาถึงจะก้าวขึ้นไปถึงระดับ ‘เทพเซียน’ ได้
และทำให้จิตใจของเขาสงบลงได้บ้าง ท้ายที่สุดแล้วตามที่บันทึกระบุไว้ ‘เทพเซียน’ ผู้นั้นดูเหมือนจะมีรสนิยมแปลกประหลาดอยู่มาก เซียนเทพระดับสูงปกติที่ไหนจะจู่ๆ มารับคนเป็นทาสโดยไร้สาเหตุ ยิ่งไปกว่านี้นี่เป็นเพียงสิ่งที่ถูกกล่าวถึงในบันทึกเท่านั้น หากมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกเล่า ไม่ว่าอย่างไรต่อจากนี้ก็ไม่อาจผ่อนคลายได้
ช่วงเวลาต่อมากองทัพหมาป่าผู่ถูก็ยังคงค้นหาต่อบนเกาะสีทะเล นอกเหนือจากบันทึกของราชครูแล้วก็ไม่มีของดีอะไรอีกเลย หรืออาจพูดได้ว่าไม่มีสิ่งที่เขาคิดว่าดี ยามราตรีมาเยือน ณ ลานโล่งแห่งหนึ่งบนเกาะสีทะเล เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะในครั้งนี้ เถี่ยซานเหนียงได้สั่งให้คนใต้บังคับบัญชาขนอาหารและสุราจากเรือสมบัติ
แล้วจัดงานเลี้ยงรอบกองไฟ หน้าระหว่างกองไฟ
หลี่เต้านั่งอยู่ในที่นั่งประธาน โดยมีเถี่ยซานเหนียงและอวี้หลิงนั่งขนาบข้างซ้ายขวา หลี่เต้าจิบสุราหนึ่งอึกพลางชื่นชมการประลองต่างๆ ระหว่างกองทัพผู่ถูกับชาวมนุษย์มัจฉาที่อยู่ข้างกองไฟ อย่าไปหวังอะไรกับการแสดงจากกองทัพผู่ถูใต้บังคับบัญชาของเขาเลย จะหวังให้พวกชายหยาบเหล่านี้เต้นรำได้หรือไร เมื่อเห็นจอกสุราของหลี่เต้าวางเปล่า ปี๋โหย่วเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างเถี่ยซานเหนียงก็ฉวยโอกาสรินสุราเพิ่มให้ ทันใดนั้นอวี้หลิงก็เอ่ยปากถามขึ้นมา “ท่านผู้มีพระคุณ หลังจากนี้ไม่นานพวกท่านก็จะจากไปแล้วหรือ”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็วางจอกสุราลงแล้วพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ภารกิจสำเร็จแล้ว ถึงเวลาต้องจากไป”
“แต่พวกเจ้าไม่ต้องกังวล หลังจากพวกข้าไป จะมีคนจากต้าเฉียนมาดูแลน่านน้ำแห่งนี้”
“ข้าจะสั่งกำชับพวกเขาไว้ พวกเขาจะไม่ทำร้ายพวกเจ้าเหมือนพวกคนแคระนั้น”
เดิมทีหลี่เต้าตั้งใจจะจับมนุษย์มัจฉากลับไปเลี้ยงไว้สักสองสามตัว แต่ตอนนี้สนิทสนมกันแล้ว อีกทั้งมนุษย์มัจฉาก็เคยช่วยเหลือไว้มากมาย จึงต้องล้มเลิกความคิดนั้นไป เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวี้หลิงก็พลันนิ่งเงียบไป นางหยิบจอกสุราขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด
อวี้หลิงที่ไม่เคยดื่มสุรามาก่อนเมาในทันที ใบหน้างามแดงระเรื่อขึ้นมา
“อึก!”
อวี้หลิงสะอึกเบาๆ พลางเอ่ยด้วยดวงตาพร่าเลื่อนว่า
“ท่านจะไม่ไปได้หรือไม่”
หลี่เต้าส่ายหน้าตอบว่า “เป็นไปไม่ได้หรอก ข้าอยู่ที่นี่นานไม่ได้ ยังมีเรื่องสำคัญกว่ารออยู่ที่นั่น”
ทันใดนั้นสีหน้าของอวี้หลิงพลันเศร้าสร้อยลงทันที แสดงความรู้สึกออกมาทางใบหน้าอย่างชัดเจน หลี่เต้าไม่ได้เอ่ยปลอบอะไร มนุษย์กับมนุษย์มัจฉายากที่จะอยู่ร่วมกันได้ เพราะสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
ในตอนนั้นเอง เถี่ยซานเหนียงที่อยู่ด้านข้างพลันเอ่ยขึ้นว่า “พี่หลี่ ข้าจำได้ว่าท่านเคยเล่าเรื่องคลองใหญ่ให้ข้าฟัง”
“คลองใหญ่หรือ?”
“อืม”
เถี่ยซานเหนียงเอ่ยว่า “ท่านเคยบอกไว้มิใช่หรือว่า ต้องการเปิดเส้นทางการค้าทั่วแคว้นต้าเฉียนอย่างรวดเร็ว วิธีที่ดีที่สุดคือการเชื่อมต่อเส้นทางน้ำทั้งหมด สร้างคลองใหญ่ที่เชื่อมต่อทุกแหล่งน้ำในแคว้นต้าเฉียน”
หลี่เต้าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าพลางกล่าว
“ดูเหมือนข้าเคยพูดเช่นนั้น แต่เรื่องนี้ฟังดูง่าย ทว่าทำได้ยากยิ่ง ต้องใช้ทั้งคน แรงงาน และเงินทองมากมาย”
เถี่ยซานเหนียงกล่าวด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “สำหรับผู้อื่นอาจเป็นปัญหา แต่พี่หลี่เห็นว่าสำหรับตระกูลเถี่ยของเราแล้ว นี่จะเป็นปัญหาหรือ?”
“อีกอย่าง นี่ก็ถือเป็นการปูทางให้ตระกูลเถี่ยของเราในอนาคตด้วย”
หลี่เต้าพลันตะลึงไปเล็กน้อย นี่ย่อมแตกต่างกันจริงๆ ในชาติก่อน จักรพรรดิองค์นั้นได้สร้างคลองจนเกิดโศกนาฏกรรม เพราะพระองค์ขูดรีดแรงงานราษฎร กดดันผู้ใต้บังคับบัญชาทุกรูปแบบ สุดท้ายจึงเกิดการต่อต้านจนพระองค์ต้องรับผลกรรมนี้ แต่แคว้นต้าเฉียนนั้นแตกต่าง
แคว้นต้าเฉียนเปรียบเสมือนการรวมตัวของราชวงศ์ต่างๆ ในชาติก่อน ตำแหน่งราชวงศ์มั่นคงยากจะสั่นคลอน ขณะเดียวกันก็ไม่ขาดคน ไม่ขาดแรงงาน และไม่ขาดเงินทอง ไม่มีเหตุผลใดที่จะล้มเหลวได้เลย หากมีก็คงเป็นเพียงการที่อาจกระทบผลประโยชน์ของผู้อื่นในระหว่างการสร้างคลอง และอาจทำให้เกิดคนพาลบางกลุ่มขึ้นมาเท่านั้น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เพราะเบื้องหลังที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลเถี่ยในตอนนี้ไม่ใช่ราชสำนัก แต่เป็นหลี่เต้าผู้ดำรงตำแหน่งอู่เอ้นกงขั้นหนึ่ง ในเวลานี้ภายในแคว้นต้าเฉียนน่าจะไม่มีปัญหาอะไร
หากไม่ได้จริงๆ หลี่เต้าก็สามารถไปเจรจาด้วยตนเองได้ หลังจากคิดให้กระจ่างแล้ว หลี่เต้าก็เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า
“ดังนั้นซานเหนียง เจ้าต้องการสร้างคลองใหญ่นี้จริงๆ หรือ?”
เถี่ยซานเหนียงพยักหน้า “หากคลองใหญ่ที่เชื่อมต่อทั่วทั้งแคว้นต้าเฉียนสำเร็จ ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อตระกูลเถี่ย แต่ยังช่วยเหลือหมิงเยว่ได้อีกด้วย”
หลี่เต้าพยักหน้า ภายนอกคลองใหญ่มีประโยชน์ในการเชื่อมต่อเส้นทางการค้าทั้งหมดภายในแคว้นต้าเฉียน แต่ความจริงแล้วประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือคุณสมบัติที่ซ่อนอยู่ของคลองใหญ่
ยกตัวอย่างเช่นการเสริมสร้างอำนาจส่วนกลาง ช่วยราชสำนักปกครองใต้หล้า สรุปคือเพราะเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ หลี่เต้าจึงยินดีที่จะสร้างแคว้นต้าเฉียนให้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น ในอีกแง่หนึ่งแคว้นต้าเฉียนนี้ก็ถือเป็นบ้านของตนเองด้วย
“เช่นนั้นหากเจ้าคิดเช่นนี้ก็ลงมือเถิด ข้าจะสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เถี่ยซานเหนียงก็เผยรอยยิ้มพลางพยักหน้า หลังจากนั้นนางก็หันไปมองอวี้หลิงที่ยังคงจมอยู่ในความเศร้าจากการจากลา
“น้องอวี้หลิง เจ้าจะช่วยพี่สาวสักอย่างได้หรือไม่”
อวี้หลิงดวงตาแดงก่ำ สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
“การสร้างคลองใหญ่นั้นยากลำบาก ปัญหาสำคัญที่สุดคือการควบคุมน้ำจากที่ต่างๆ ให้ไหลเข้าสู่คลองที่สร้างเสร็จแล้ว หากทำผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียว ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล”
“เผ่ามนุษย์มัจฉาของพวกเจ้าสามารถควบคุมน้ำได้มิใช่หรือ? ดังนั้นพี่สาวจึงอยากเชิญพวกเจ้ามาร่วมงานสร้างคลอง ช่วยพี่ควบคุมน้ำ”
“หากคลองใหญ่สร้างเสร็จ ต่อให้เผ่ามนุษย์มัจฉาของพวกเจ้าอาศัยอยู่ในทะเล ก็สามารถใช้คลองใหญ่เดินทางไปยังที่ต่างๆ ในต้าเฉียนได้ทุกเมื่อ หรือแม้แต่จะพำนักอยู่ในต้าเฉียนก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเมื่อมีคลองใหญ่แล้ว พวกเจ้าก็จะสามารถเข้าออกต้าเฉียนได้อย่างอิสระ”
“เมื่อถึงตอนนั้นไม่ว่าจะมาหาข้าหรือพี่หลี่ก็สะดวกสบาย”
สำหรับคำพูดช่วงแรก อวี้หลิงยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แต่พอได้ยินถึงช่วงหลัง สีหน้านางก็เปลี่ยนไป
“ดังนั้นคำตอบของเจ้าคือ…”
“ข้าตกลง” อวี้หลิงรีบตอบตกลงทันที อาจเพราะกลัวว่าการตอบเร็วเกินไปจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด อวี้หลิงจึงรีบอธิบายเพิ่มเติมว่า “ข้าแค่ต้องการตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ และช่วยเหลือพี่เถี่ยเท่านั้น”
เถี่ยซานเหนียงพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ข้าเข้าใจดี น้องอวี้หลิงเพียงแค่ต้องการตอบแทนบุญคุณเท่านั้น”
หลี่เต้าเหลือบมองเถี่ยซานเหนียงที่แท้นางวางเค้าโครงเรื่องมามากมายก็เพื่อรอจังหวะนี้นี่เอง สมกับเป็นหญิงเหล็กจริงๆ ปลาตัวเดียวก็สามารถใช้ประโยชน์ได้มากเหลือเกิน