ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 654 มิติสายเลือด
ณ เมืองหลวง ตำหนักหมิงเยว่ องค์หญิงหมิงเยว่ได้เตรียมการล่วงหน้าโดยสั่งให้คนสร้างห้องลับขึ้นมาห้องหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ ระหว่างทางไปห้องลับ องค์หญิงหมิงเยว่กล่าวว่า “โยนเรื่องทั้งหมดให้เสด็จพ่อจัดการจะดีจริงๆ หรือ? ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้ท่านพ่อยุ่งมาก”
จี้หมิงเยว่ตอบว่า “วางใจเถิด ข้าให้หมอหลวงตรวจร่างกายเสด็จพ่อทุกวัน ตอนนี้ร่างกายของพระองค์ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพียงแต่มีอาการอ่อนเพลียภายในเล็กน้อยเท่านั้น”
องค์หญิงหมิงเยว่เอ่ยถามด้วยความกังวล “เสี่ยวอวี้เอ๋อร์จะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่”
จี้หมิงเยว่กลอกตาพลางกล่าว “เสี่ยวอวี้เอ๋อร์ก็เป็นลูกสาวข้าเช่นกัน ถ้าข้าไม่มีปัญหานางก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมี”
เมื่อองค์หญิงหมิงเยว่มาถึงส่วนลึกของห้องลับ นางก็เปิดประตูบานหนึ่ง เมื่อเข้าไปในห้องลับ เตียงนอนนุ่มที่เตรียมไว้แล้วก็ได้ปรากฏอยู่กลางห้อง
เสี่ยวอวี้เอ๋อร์สวมชุดนอนหลับใหลอยู่บนนั้น องค์หญิงหมิงเยว่ก้าวไปข้างหน้า นางมองดูเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ที่กำลังหลับใหลอย่างน่ารัก อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปบีบแก้มของเสี่ยวอวี้เอ๋อร์เบาๆ แต่ก่อนพวกนางอยู่ด้วยกันตลอดจึงไม่รู้สึกถึงความแตกต่างใดๆ แต่หลังจากที่ได้รับตำแหน่งจากพระบิดาแล้ว ความวุ่นวายในแต่ละวันก็ทำให้นางแทบไม่ได้พบเสี่ยวอวี้เอ๋อร์เลย ระยะห่างกลับทำให้ความรักระหว่างแม่ลูกทั้งสองแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จี้หมิงเยว่กล่าวว่า “เอาละ เริ่มได้แล้ว”
องค์หญิงหมิงเยว่พยักหน้า “อืม เริ่มเถอะ”
ในชั่วพริบตา ดวงตาขององค์หญิงหมิงเยว่ก็พลันสว่างวาบขึ้น ทันใดนั้นบุคลิกของนางก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จี้หมิงเยว่ปรากฏตัวขึ้นมาแทนที่ เช่นเดียวกัน จี้หมิงเยว่เองก็ยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มของบุตรสาวเบาๆ จากนั้นนางก็ถอดรองเท้าออก เผยให้เห็นเท้าทั้งสองที่ห่อหุ้มด้วยผ้าโปร่งสีขาว เมื่อมองผ่านผ้าโปร่งก็จะเห็นความขาวบริสุทธิ์อยู่ภายใน
ยังมองเห็นเส้นเลือดสีเขียวอมฟ้าจางๆ หลายเส้นปรากฏอยู่ใต้ผิวหนัง จี้หมิงเยว่เหยียบลงบนแท่นเตียง นางนั่งขัดสมาธิโดยใช้เท้าทั้งสองข้างทับไว้ใต้ตัว ในชั่วพริบตา ดวงตาทั้งสองของจี้หมิงเยว่ก็เปล่งประกายสีม่วงอ่อนออกมา
ขึ้นมา!
เพียงแค่ความคิดแวบเดียว เสี่ยวอวี้เอ๋อร์ที่นอนอยู่บนเตียงก็พลันถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่างวาบและลอยขึ้นมา ขั้นตอนต่อไปคือการใช้วิชาลับควบคุมพลังปราณแท้ เพื่อดึงพลังฟ้าดินมาชำระสายเลือดในกายเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ให้บริสุทธิ์
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จี้หมิงเยว่ก็แอบขอโทษ ‘สามีผู้ล่วงลับ’ ของนางในใจ แม้ว่าจะใช้วิชาลับช่วยเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ชำระล้างสายเลือดแล้ว แต่ในร่างของเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ก็ยังคงมีร่องรอยสายเลือดของเขาหลงเหลืออยู่ ทว่ามันจะเจือจางลงอย่างมาก หากเปรียบก่อนการชำระล้าง พลังสายเลือดของเขาที่มีอยู่ในเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ก็เหมือนหมึกหยดหนึ่งในอ่างน้ำ หลังจากชำระล้างแล้ว มันก็จะเหมือนหมึกหนึ่งหยดในทะเลสาบ ไม่ก่อให้เกิดระลอกคลื่นแม้แต่น้อย
เพื่อเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ นางจำต้องขอโทษเขาเสียแล้ว
นางเชื่อว่าวิญญาณของเขาใน ‘สรวงสวรรค์’ เห็นด้วยเช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็เพื่อลูกสาวของเขามิใช่หรือ หลังจากปลอบใจตัวเองเสร็จ จี้หมิงเยว่ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป นางเริ่มลงมือทันที ภายใต้การควบคุมของนาง สิ่งแรกที่ต้องทำคือใช้พลังค้นหาพลังสายเลือดที่แฝงอยู่ในร่างของเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ เนื่องจากเคยตรวจสอบมาก่อนแล้ว ครั้งนี้จึงคุ้นเคยกับวิธีการเป็นอย่างดี
“พบแล้ว!”
ในไม่ช้าจี้หมิงเยว่ก็พบพลังสายเลือดที่ซ่อนอยู่ในร่างของเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือใช้วิชาลับบีบอัดร่องรอยสายเลือดที่มีเค้าโครงของเขาอยู่ในมุมหนึ่ง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการกลั่นกรองสายเลือดอีกฝ่าย ทว่า…
ทันใดนั้นสีหน้าของจี้หมิงเยว่ก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน จนกระทั่งลมหายใจของนางในโลกแห่งความเป็นจริงยังกลายเป็นไม่มั่นคง
การใช้จิตวิญญาณเปิดพลังสายเลือดในร่างของเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ จิตสำนึกของนางจะติดตามเข้าไปในห้วงมิติสายเลือดภายในร่างของเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ด้วย ภายในห้วงมิติสายเลือดจะปรากฏพลังสายเลือดที่มีอยู่ในร่างของผู้คน แต่หลังจากมองเห็นสภาพของห้วงมิติสายเลือดอย่างชัดเจน จี้หมิงเยว่ก็พบว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ในห้วงมิติสายเลือดของเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ที่นางเคยเห็นก่อนหน้านี้ พลังสายเลือดที่เป็นของ ‘พวกนาง’ ครอบครองพื้นที่สายเลือดไปเกือบเก้าส่วน พลังสายเลือดที่เป็นของ ‘เขา’ ครอบครองพื้นที่สายเลือดไม่ถึงหนึ่งส่วน
และสิ่งที่เรียกว่าการกลั่นกรองนั้นก็คือการให้ ‘พวกนาง’ ยึดครองพื้นที่ส่วนที่ ‘เขา’ ครอบครองอยู่ในพื้นที่สายเลือด แต่ตอนนี้นาเห็นอะไรบางอย่าง พวกนางที่เดิมทีครอบครองพื้นที่เก้าส่วน บัดนี้กลับเหลือเพียงเจ็ดส่วน ส่วนพื้นที่ของเขาที่แต่เดิมมีไม่ถึงหนึ่งส่วน กลายเป็นสามส่วน
“เป็นไปไม่ได้…”
จี้หมิงเยว่คิดว่าตนเองตาฝาดไป
เพราะโดยปกติแล้วพื้นที่สายเลือดของคนคนหนึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และที่นางสามารถกลั่นกรองสายเลือดได้ ก็เป็นเพราะมีความทรงจำสืบทอดมา อีกทั้งนางกับเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ก็มีต้นกำเนิดเดียวกัน จึงสามารถส่งผลกระทบได้ แต่ที่นี่คือมิติสายเลือดแล้ว จิตวิญญาณของนางจะมองผิดไปได้อย่างไร
“เดี๋ยวก่อน…”
ทันใดนั้นจี้หมิงเยว่พลันพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง ภายใต้อิทธิพลของพลังจิตวิญญาณ นางก็ได้ทำการวัดขนาดมิติสายเลือดของเสี่ยวอวี้เอ๋อร์อย่างรวดเร็ว
หากไม่ได้วัดก็แล้วไป แต่พอวัดดูแล้ว นางพบว่าตนเองเดาผิด ไม่ใช่ว่าพลังสายเลือดของ ‘เขา’ กลืนกินส่วนของ ‘พวกนาง’ ไป เพราะนางพบว่าเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ มิติสายเลือดที่พวกนางครอบครองอยู่มิได้ลดลงแต่อย่างใด แต่กลับเป็น ‘เขา’ ที่ขยายตัวออกไปเองจากมิติสายเลือดเดิม ทว่าเช่นนี้มันยิ่งน่าตื่นตะลึงยิ่งกว่า นางยังไม่เคยได้ยินว่าพลังสายเลือดสามารถเพิ่มขึ้นเองได้โดยไม่มีที่มา
ตามความเข้าใจของนาง การเพิ่มขึ้นของพลังสายเลือดไม่ใช่เรื่องง่ายดายเช่นนั้น เปรียบดังเผ่าพันธุ์ที่มีพลังสายเลือดทั้งหลาย สาเหตุที่ภายหลังพลังสายเลือดของพวกเขาแข็งแกร่งนัก มิใช่เพราะพวกเขาแข็งแกร่งตั้งแต่แรกเริ่ม แต่เป็นเพราะผ่านการสืบทอดแปรสภาพจากรุ่นสู่รุ่น ค่อยๆ ยกระดับพลังสายเลือดของตนขึ้นทีละน้อย แต่สถานการณ์เช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อนจริงๆ ตอนที่นางตรวจสอบครั้งก่อน พลังสายเลือดของ ‘เขา’ เป็นเพียงสายเลือดของสามัญชนธรรมดาที่สุดเท่านั้น หรืออาจเป็นเพราะนางมองผิดไป?
แต่นั่นเป็นไปไม่ได้ นางได้ศึกษามันอย่างละเอียดถ้วนถี่แล้ว ดังนั้นปัญหานี้เกิดขึ้นที่ใดกันแน่ ขณะที่จี้หมิงเยว่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆ ห้วงมิติสายเลือดก็พลันสั่นสะเทือนขึ้นมา จากนั้นสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปในทันที คิดว่าอาจเป็นเพราะการแทรกแซงของนางส่งผลกระทบต่อพลังสายเลือดของเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ หากเป็นเช่นนั้นนางจะยอมล้มเลิกในทันที แต่ไม่นานนางก็พบว่าความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้มาจาก ‘พวกนาง’
แต่มาจาก ‘เขา’
นางพบว่าหลังจากห้วงมิติสายเลือดสั่นสะเทือน ห้วงมิติสายเลือดส่วนของ ‘เขา’ กลับขยายใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อยต่อหน้าต่อตานาง
“ยังสามารถขยายใหญ่ขึ้นได้อีกหรือ?”
จี้หมิงเยว่แสดงสีหน้างุนงง หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป บางทีสักวันห้วงมิติสายเลือดของ ‘เขา’ ก็อาจจะกลับมากดทับห้วงมิติสายเลือดของ ‘พวกนาง’ ก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนี้แล้วจะต้องกลั่นกรองพลังสายเลือดของใครกันแน่
ไม่นานนักจี้หมิงเยว่ก็ไม่ขบคิดเรื่องเหล่านี้อีก อย่างน้อยก่อนที่จะเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง นางก็ไม่กล้าจะทำอะไรกับห้วงมิติสายเลือดของบุตรสาวตนเอง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหาสาเหตุให้กระจ่างก่อนว่าเหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จี้หมิงเยว่จึงเลือกที่จะถอนพลังจิตวิญญาณออกจากร่างของเสี่ยวอวี้เอ๋อร์