ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 698: จู่โจม
“ข้าไม่อาจจัดการพวกเจ้าได้ในคราวเดียว…” ริมฝีปากของหลี่เตายกยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย เขากล่าวอย่างกระตือรือร้น “ว่างั้นลองดูสักตั้งก็ไม่เสียหาย!”
ขวับ!
หลี่เตาชูง้าวมังกรทมิฬในมือขึ้น แล้วกล่าวไปยังความว่างเปล่าเหนือศีรษะของสามสำนักใหญ่ว่า “พวกเจ้าที่ซ่อนตัวอยู่ ออกมาเถอะ หากมีแค่พวกเขา คงไม่กล้าพูดเช่นนี้กับข้า”
เมื่อสิ้นเสียงนั้น ความว่างเปล่าก็พลันบิดเบี้ยว จากนั้นร่างสามร่างก็ก้าวออกมา พระภิกษุศีรษะโล้นสองรูป และชายวัยกลางคนที่มีสีหน้าเยือกเย็นหนึ่งคน ทั้งสามคนยืนอยู่กลางอากาศ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคือเทพมนุษย์ทั้งสิ้น
เช่นเดียวกัน นี่คือไพ่ตายที่ใหญ่ที่สุดของสามสำนักชั้นนำอย่างสำนักผกาคราม มิเช่นนั้นแล้วเพียงแค่ผู้อยู่ในระดับครึ่งเทพมนุษย์ก็คงไม่มีคุณสมบัติพอจะต่อรองกับหลี่เตา นี่คือแหล่งที่มาความมั่นใจของเจ้าสำนักผกาครามและคนอื่นๆ
“อมิตาภพุทธ!” พระภิกษุระดับเทพมนุษย์ผู้หนึ่งที่แต่งกายคล้ายกับศิษย์แห่งวัดหมื่นพุทธได้ประนมมือขึ้นพลางกล่าวว่า “ท่านผู้มีวาสนา การให้อภัยคือการกระทำอันประเสริฐ วันนี้ทำความดี วันหน้าย่อมได้ผลดีตอบแทน…”
แม้ว่าจะยังไม่เคยประลองกับหลี่เตาอย่างจริงจัง แต่พวกเขาก็ได้รู้ถึงพลังความสามารถโดยรวมของหลี่เตาจากผู้อื่นแล้ว ดังนั้นในสถานการณ์คับขัน แม้จะเป็นเทพมนุษย์เช่นกัน แต่พวกเขาก็ไม่อยากลงมือ จึงเลือกที่จะยอมถอยให้
“ความดีบ้านเจ้าสิ!”
ทันใดนั้น หลี่เตาก็กล่าวคำพูดที่น่าตกใจอย่างตรงไปตรงมา เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเทพมนุษย์วัดหมื่นพุทธก็ชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดำทะมึนในทันที
“ท่านผู้มีวาสนา เจ้า…”
“มารดาเจ้าตาย!”
ทว่าก่อนที่เทพมนุษย์วัดหมื่นพุทธจะพูดต่อ หลี่เตาก็พลันเอ่ยขัดจังหวะขึ้นมาอีกครั้ง
“เจ้า… เจ้ากล้าดีอย่างไร!” กี่ปีแล้วกี่ปีมาแล้วที่ไม่มีใครกล้าดูถูกเขาถึงเพียงนี้ ต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ ช่างเป็นความอัปยศอดสูอย่างถึงที่สุด
“กล้าดี?” หลี่เต้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ใต้เท้าหลี่…” ขณะที่เทพมนุษย์วัดหมื่นพุทธกำลังจะทนไม่ไหว ทันใดนั้น เทพมนุษย์วัดเจดีย์ที่อยู่อ้านข้างก็อดไม่ไหว ต้องเอ่ยปากขึ้น และแล้ว…
“มารดาเจ้่กับพ่อเขามีสัมพันธ์กัน!”
เนื่องจากบำเพ็ญวิชาของวัดเจดีย์มีความพิเศษ เพียงประโยคเดียวก็ทำให้พระภิกษุระดับเทพมนุษย์แห่งวัดเจดีย์โกรธจนหน้าแดงก่ำและเริ่มสบถออกมา ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้เทพมนุษย์สำนักผกาครามที่เดิมทีก็อยากจะสอดปากพูดสักประโยคต้องหุบปากเงียบในทันที
“ข้าไม่เคยพบผู้ใดหยาบคายเช่นนี้มาก่อน!”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลี่เตาก็หัวเราะขึ้นมา “ข้าพูดเพียงเท่านี้พวกเจ้าก็ทนไม่ได้แล้ว ยังหวังให้ข้าพูดถึงผลบุญอันใดอีก? อีกอย่าง ในฐานะของข้า การที่ปล่อยให้พวกเจ้ามีชีวิตอยู่ในแผ่นดินต้าเฉียนนี้ก็นับเป็นผลบุญแล้ว!”
ฟึ่บ!
ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงแหวกอากาศดังมาจากด้านข้างของหลี่เตา หลี่เตาพลันขมวดคิ้ว เขายกง้าวมังกรทมิฬในมือขึ้นป้องกันทันที
เคร้ง!
กระบี่ปะทะเข้ากับง้าวมังกรทมิฬ ประกายไฟแตกกระเซ็นไปทั่ว เมื่อมองเห็นผู้โจมตีได้ชัดเจน หลี่เตาก็พบว่าเป็นเทพมนุษย์แห่งสำนักผกาครามที่มาปรากฏกายอยู่เบื้องหลังเขาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ในยามนั้นทุกคนเงยหน้ามองขึ้นไปและพบว่าร่างเทพมนุษย์แห่งสำนักผกาครามที่ลอยอยู่กลางอากาศเมื่อครู่นี้มันได้พร่ามัวและค่อยๆ จางหายไป
มีคนเอ่ยปากขึ้นว่า “นี่คือวิชาย้ายร่างสลับเงาของสำนักผกาคราม!”
หลี่เตามองร่างที่พุ่งออกมาโจมตีจากข้างกายแล้วแย้มยิ้มบาง “ดูท่าคนที่ไม่พูดพร่ำทำเพลง มักจะเป็นคนที่น่ากลัว”
เทพมนุษย์สำนักผกาครามไม่รู้สึกละอายใจกับการลอบโจมตีเลยแม้แต่น้อย เขากล่าวตรงๆ ว่า “ในเมื่อแน่ใจแล้วว่าเจรจากันไม่สำเร็จ ก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีก!”
หลี่เต้าสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่โถมเข้าใส่ยามจับง้าวมังกรทมิฬ เขายิ้มบางพลางกล่าวว่า “อันที่จริง ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน!”
“วิชาปราบมาร!”
และในตอนนั้นเอง อีกร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นข้างกายหลี่เตา พร้อมกับเสียงคำรามด้วยความโกรธของเทพมนุษย์วัดเจดีย์ ร่างอสูรสีทองที่มีใบหน้าร้ายสูงหลายสิบจั้งก็ได้ปรากฏขึ้น กำปั้นขนาดมหึมาพร้อมวิชาพุทธศาสตร์พุ่งเข้าใส่ศีรษะของหลี่เตาอย่างแรง!
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้น หลี่เตาก็ยกมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นต้านรับ
ตู้ม!
แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้พื้นดินในรัศมีร้อยจั้งสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทว่าการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวครั้งนี้ก็ยังไม่อาจทำให้แขนที่หลี่เตาชูขึ้นสั่นสะเทือนได้เลย! หลี่เตาใช้มือเพียงข้างเดียวต้านทานการโจมตีของร่างกายทิพย์ขนาดมหึมานั้นเอาไว้ได้
“อมิตาภพุทธ!”
และในยามนี้ มีหรือที่เทพมนุษย์วัดหมื่นพุทธจะพลาดโอกาส เขาลงมือด้วยความโกรธแค้น ประนมมือที่กำลังคลึงลูกประคำขึ้น ในชั่วขณะถัดมา สองมือนั้นก็พลันแบออก แล้วลูกประคำก็กระจายออกไปทั่ว!
“สิบแปดลูกประคำทอง!”
ทันใดนั้น ลูกประคำสิบแปดเม็ดก็พลันเปล่งแสงสีทอง แล้วพุ่งเข้าโจมตีตำแหน่งที่หลี่เต่ายืนอยู่!
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เมื่อลูกประคำสิบแปดเม็ดตกลงมา ก็เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงในชั่วพริบตา แสงสีทองและเสียงระเบิดได้กลืนกินร่างของหลี่เตาไปจนมิด เห็นเพียงร่างสองร่างพลันถอยออกมาจากจุดนั้น เมื่อทุกคนมองให้ชัดก็พบว่าเป็นเทพมนุษย์แห่งสำนักผกาครามและเทพมนุษย์แห่งวัดเจดีย์
ขณะนั้น เสียงระเบิดยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกประคำสิบแปดเม็ดระเบิดตามลำดับ…
“คงเปิดทางให้หลบหนีสำเร็จแล้วกระมัง…”
เมื่อเห็นหลี่เตาถูกลูกประคำระเบิดถล่ม ทุกคนจากสามสำนักก็ต่างเผยสีหน้าคาดหวัง แม้จะอยู่ห่างออกไปมาก แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านออกมา สามเทพมนุษย์รวมพลังโจมตีคนเดียว ถึงไม่ตายก็คงไม่มีสภาพดีแน่
การระเบิดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน ไม่นานนัก เสียงดังสนั่นนั้นก็พลันหายไป เหลือเพียงฝุ่นควันและแสงสีทองที่ค่อยๆ จางลง เมื่อฝุ่นควันและแสงสีทองสลายไปจนหมด ก็เผยให้เห็นภาพด้านใน และจากนั้นทุกคนก็ต้องตะลึงงัน!
เพราะพวกเขาเห็นเพียงพลังสีแดงอ่อนห่อหุ้มหลี่เตาเอาไว้ทั้งร่าง อย่าว่าแต่จะทำให้หลี่เตาบาดเจ็บสาหัสเลย การระเบิดเมื่อครู่นี้ แม้แต่เส้นผมของเขาสักเส้นก็ยังไม่สามารถทำอันตรายอะไรได้!
อันที่จริงแล้ว ด้วยพลังกายของหลี่เตาในตอนนี้ แม้จะไม่มีพลังปราณโลหิตคอยปกป้อง การโจมตีเมื่อครู่ก็ไม่อาจทำร้ายเขาได้มากนัก ต่อให้บาดเจ็บบ้าง แต่ด้วยพลังฟื้นฟูของเขา ก็คงจะหายดีตั้งแต่ก่อนที่คลื่นพลังจะสลายไปเสียอีก
แต่ที่ต้องทำเช่นนั้น ก็เพียงเพราะกลัวว่าจะไม่มีอาภรณ์สวมใส่เท่านั้น!
“เป็นไปไม่ได้!”
เมื่อเห็นหลี่เตาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย เทพมนุษย์ทั้งสามก็แสดงสีหน้าตกตะลึง พวกเขาโจมตีสุดกำลังแล้ว เหตุใดจึงไม่สามารถทำร้ายอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย นอกเสียจากว่า… พลังของอีกฝ่ายจะเหนือกว่าพวกเขามากนัก!
ทว่านั่นจะเป็นไปได้อย่างไร ถึงอีกฝ่ายจะมีวิชาชะลอวัย แต่อายุก็คงไม่มากกว่าพวกเขา ความแตกต่างของพลังจะมากขนาดนั้นได้อย่างไร!
“เอาละ พวกเจ้าต้องตั้งรับบ้างแล้ว!”
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้น หลี่เตาก็จับจ้องมองไปยังพวกเขาไม่วางตา ในชั่วพริบตาถัดมา ร่างของเขาก็พลันหายวับไปจากที่เดิม เหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งสามคนได้สติกลับคืนมาในทันที สายตาระแวดระวังกวาดมองไปรอบทิศ
“เมื่อครู่เจ้าฟันข้าหนึ่งกระบี่ ตอนนี้ข้าตอบแทนเจ้าหนึ่งง้าว ก็ยุติธรรมดีไม่ใช่หรือ?”
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้นข้างหูเทพมนุษย์สำนักผกาคราม!
ในชั่วขณะถัดมา เสียงแหวกอากาศอันรุนแรงก็ได้พุ่งเข้าใส่!
เทพมนุษย์สำนักผกาครามยกกระบี่ในมือขึ้นเพื่อปัดป้อง เมื่อร้างง้าวมังกรทมิฬปะทะเข้ากับกระบี่ยาว ก็จะเห็นได้ว่ากระบี่ยาวเริ่มโค้งงอลงจากตรงกลาง แล้วโค้งงอไปเรื่อยๆ จนถึงขีดสุด…
กร็อบ!
ในขณะที่กระบี่ยาวแตกหัก ม่านตาของเทพมนุษย์สำนักผกาครามก็พลันหดเล็กลงอย่างฉับพลัน!
ตู้ม!
ในชั่วขณะถัดมา เงาร่างหนึ่งก็ได้ลอยกระเด็นออกไป เหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะใช้เวลาพอสมควร แต่ที่จริงแล้วเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ในสายตาของคนอื่นๆ พวกเขาเห็นเพียงหลี่เตาปรากฏกายขึ้นข้างเทพมนุษย์สำนักผกาครามเท่านั้น แล้วหลังจากนั้น เทพมนุษย์แห่งสำนักผกาครามก็ถูกผลักกระเด็นออกไป
“เจ้า…”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป จนทำให้เทพมนุษย์แห่งวัดหมื่นพุทธและเทพมนุษย์แห่งวัดเจดีย์ไม่ทันได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ!