ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 718: หนึ่งเดือนต่อมา
บทที่ 718: หนึ่งเดือนต่อมา
หลี่เต้าเข้าใจความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของจีหมิงเย่ว แต่จะให้ทำตามนั้นจริงๆ ก็คงไม่ได้
เขาไม่ใช่พ่อพันธุ์เสียหน่อย
แน่นอนว่าหากมีสักหนึ่งหรือสองคนก็คงพอจะเจรจากันได้
แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่ด้อยไปกว่าอวี๋หลิง
เขาไม่เชื่อหรอกว่าสตรีจากเผ่าพันธุ์สายเลือดทั้งหมดจะงดงาม
หากเป็นเผ่าคนแคระหรือเผ่าประหลาดอื่นๆ เล่า?
เมื่อเห็นจีหมิงเย่วจะเอ่ยปากหยอกล้ออีก หลี่เต้าจึงยกมือห้ามพลางกล่าวว่า “พอเถอะ เรื่องทางอวี๋หลิงข้าจะไปพูดเอง”
อย่างน้อยก็ไม่ถือว่าลากอวี๋หลิงขึ้นเรือโจร
โดยสรุปแล้ว จากสถานการณ์ในตอนนี้ หากสิ่งที่จีหมิงเย่วพูดมาทั้งหมดเป็นความจริง
แม้นางจะไม่ต้องการแย่งชิง แต่เขาก็จะต้องแย่งชิงเพื่อเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์สักครั้ง
หลังจากนั้นไม่นาน หลี่เต้าและเถียซานเหนียงก็กล่าวลาจีหมิงเย่วกับเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ แล้วกลับไปยังที่พักของอวี๋หลิง
หลี่เต้าไม่ได้พูดอ้อมค้อม เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียดโดยไม่ปิดบังสิ่งใด
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอนาคตเช่นนี้ หากสร้างสัมพันธ์ด้วยการหลอกลวงย่อมต้องชดใช้ในภายหลัง
ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับง่ายกว่าที่หลี่เต้าคาดการณ์ไว้มาก
อวี๋หลิงตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของอวี๋หลิง หลี่เต้าก็อดเอ่ยปากไม่ได้ว่า “ไม่จำเป็นต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนหรือ?”
“ไม่ต้องหรอก”
อวี๋หลิงส่ายหน้าพลางยิ้มน้อยๆ พูดว่า “หากไม่ใช่เพราะพี่หลี่ เผ่ามนุษย์มัจฉาคงสูญหายไปในกระแสประวัติศาสตร์นานแล้ว คงไม่เหลือรอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้”
“ดังนั้น การเข้าร่วมกับต้าเฉียนที่พี่หลี่อยู่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”
เมื่อเห็นราชินีของตนมีสีหน้าลุ่มหลงในความรัก แม่ทัพมนุษย์มัจฉาจึงเข้ามาเตือนอย่างอดไม่ได้ “ท่านราชินี โชคชะตาที่ราชินีองค์ก่อนให้พวกเราตามหา…”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น อวี๋หลิงก็กะพริบตาปริบๆ “โชคชะตาก็อยู่นี่ไม่ใช่หรือ?”
“จะเป็นไปได้อย่างไร…”
แม่ทัพมนุษย์มัจฉากำลังจะพูดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่นานนางก็สังเกตเห็นว่าราชินีของตนยังจับจ้องอยู่ที่หลี่เต้าตลอดเวลา
หรือว่า…
เมื่อเห็นว่าราชินีของตนได้ตัดสินใจแล้ว แม่ทัพมนุษย์มัจฉาจึงไม่กล่าวอะไรอีก
การดำรงอยู่ของนางมีเพียงเพื่อคอยเตือนและชี้นำราชินีของตนเท่านั้น
ส่วนการตัดสินใจทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับตัวราชินีเอง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตา หนึ่งเดือนกว่าก็ผ่านพ้นไป
และบัดนี้ เหลือเวลาอีกเพียงสามวันก่อนถึงพิธีขึ้นครองราชย์ขององค์หญิงหมิงเย่ว
การเตรียมการทั้งหมดเสร็จสิ้นเกือบสมบูรณ์แล้ว ขุนนางสำคัญจากทั่วแคว้นต้าเฉียนต่างทยอยเดินทางมาถึง
ในสถานการณ์ปกติ การที่สตรีขึ้นครองราชย์ในแคว้นต้าเฉียนย่อมก่อให้เกิดความวุ่นวายมากมาย
แต่เพราะมีหลี่เต้าคอยดูแลเมืองหลวงอยู่
จึงไม่มีผู้ใดกล้าก่อกวน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น
และในช่วงเดือนที่ผ่านมา ภายในเมืองหลวงก็เกิดเหตุการณ์มากมาย
อย่างเช่น หลังจากได้รับความเห็นชอบจากองค์หญิงหมิงเย่วโดยมีราชวงศ์ต้าเฉียนเป็นผู้นำ และมีเผ่ามนุษย์มัจฉากับตระกูลเถียเป็นผู้สนับสนุน
การก่อสร้างคลองใหญ่ที่เชื่อมต่อทั่วทั้งเมืองหลวงก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
แรกเริ่มนั้นขุนนางหลายคนต่างคัดค้าน
เพราะการก่อสร้างคลองใหญ่เป็นงานใหญ่ที่ต้องใช้แรงงานราษฎรและสิ้นเปลืองทรัพย์มาก
แต่เมื่อรู้ว่าหลี่เต้าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ทุกคนก็ต่างพากันเงียบกริบ
แน่นอนว่ายังมีขุนนางที่จงรักภักดีบางคนแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป
แต่สำหรับเรื่องนี้ หลี่เต้าก็ไม่ได้ทำอะไร ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนฆ่าไปทั่วอย่างไรเหตุผล
เมื่อเผ่ามนุษย์มัจฉาปรากฏตัวและประกาศเข้าร่วมกับต้าเฉียน เสียงคัดค้านทั้งหมดก็ถูกกลบไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้ยินว่าเผ่ามนุษย์มัจฉาจะส่งมอบไข่มุกมนุษย์มัจฉาที่ช่วยยืดอายุขัยให้กับสมาคมการค้าตระกูลเถียทุกปี ทุกคนก็ต่างยกมือสนับสนุนการเข้าร่วมของเผ่ามนุษย์มัจฉาทันที
เรื่องของเผ่ามนุษย์มัจฉาและพิธีขึ้นครองราชย์เป็นเรื่องภายนอก
ส่วนเรื่องภายในของหลี่เต้า เขาก็มีความคืบหน้าที่ดี
อย่างเช่น ในช่วงเดือนนี้ ด้วยความร่วมมือของจีหมิงเย่ว เขาสามารถเข้าวังได้ทุกสามวัน และจุดหมายปลายทางล้วนเป็นตำหนักหมิงเย่ว
เดิมที การจะเข้าตำหนักหมิงเย่วยังต้องมีการแจ้งล่วงหน้า
แต่ในปัจจุบันนี้ หลี่เต้าไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าอีกต่อไป เขาสามารถเข้าไปตามลำพังโดยไม่มีผู้ใดขัดขวางได้
ทางองค์หญิงหมิงเย่วเองก็ดูเหมือนจะชินกับการที่เขาเข้าออกตำหนักหมิงเย่วเสียแล้ว
แน่นอนว่าที่องค์หญิงหมิงเย่วทรงอดทนต่อหลี่เต้าได้ถึงเพียงนี้ ก็เพราะเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์และจีหมิงเย่ว
และในมุมมองขององค์หญิงหมิงเย่ว นอกจากเหตุผลเหล่านี้แล้ว ยังเป็นเพราะความสำคัญของหลี่เต้าที่มีต่อราชวงศ์ต้าเฉียน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ปัจจุบันองค์หญิงหมิงเย่วไม่ได้รังเกียจหลี่เต้าเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
และไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ข่าวเรื่องที่หลี่เต้าเข้าออกตำหนักหมิงเย่วก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง
แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าวิพากษ์วิจารณ์อะไร กลับกันผู้คนต่างยินดีที่ได้เห็นภาพเช่นนี้ ตั้งแต่ขุนนางชั้นสูงไปจนถึงสามัญชน
เพราะผู้คนมากมายต่างรู้ดีถึงคุณค่าของหลี่เต้าที่มีต่อแคว้นต้าเฉียน
หากฮ่องเต้เป็นบุรุษ พวกเขาคงกลัวว่าหลี่เต้าจะมีอำนาจล้นเหลือจนเหนือกว่าเจ้านาย อันจะนำมาซึ่งความวุ่นวายมากมาย และกลายเป็นเจี้ยนจื่อเต้าคนที่สอง
แต่ใครจะไปคิดว่าฮ่องเต้แห่งต้าเฉียนองค์นี้จะเป็นสตรีเล่า
หากเป็นเช่นนั้น ถ้าทั้งสองคนสนิทสนมกัน และเกิดเรื่องดีๆ ขึ้น ปัญหาก็จะได้รับการแก้ไขอย่างง่ายดาย
สรุปคือ นอกจากองค์หญิงหมิงเย่วแล้ว เกือบทุกคนต่างยอมรับว่าทั้งสองคนเป็นคู่กันแล้ว
ที่จวนของอวี๋หลิง
เถียซานเหนียงและอวี๋หลิงนั่งอยู่ด้วยกัน
“ข้าได้ยินว่าพี่หลี่เข้าวังไปอีกแล้ว” เถียซานเหนียงเอ่ยปากกับอวี๋หลิง
“พี่สาวอิจฉาหรือ?”
อวี๋หลิงมองหน้าเถียซานเหนียงพลางหัวเราะเบาๆ
เถียซานเหนียงชายตามองอวี๋หลิง “แล้วเจ้าไม่อิจฉาบ้างหรือ?”
อวี๋หลิงยิ้มร่า “อิจฉาอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ก็ยังรับได้”
“เจ้าเด็กคนนี้…”
ทันใดนั้น อยู่ๆ เถียซานเหนียงพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยปากว่า “หรือว่าก่อนหน้านี้หมิงเย่วพูดอะไรกับเจ้าไว้?”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น แววตาของอวี๋หลิงก็ฉายแววตกใจออกมาวูบหนึ่ง
แต่ถึงนางจะ ‘มีปัญญาสูง’ ก็ยังไม่อาจหลบพ้นสายตาของเถียซานเหนียงไปได้
“บอกมา ตอนนั้นหมิงเย่วพูดอะไรกับเจ้าบ้าง” เถียซานเหนียงถามขึ้นทันที
“ไม่…ไม่ได้พูดอะไร” อวี๋หลิงพูดเสียงเบา
“ข้าเสียใจที่เคยคิดว่าเจ้าเป็นพี่น้อง แต่เจ้ากลับทรยศข้า” เถียซานเหนียงเอ่ยเสียงเย็นชา
“ข้าไม่ได้ทำ!”
“งั้นก็บอกมา”
อวี๋หลิงรู้สึกน้อยใจ ‘พวกเจ้าสองคนจะต่อสู้กันก็ต่อสู้ไปสิ ข้าไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย’
จากนั้นอวี๋หลิงจึงยอมพูดว่า “ข้าบอกเจ้าได้แค่บางส่วน ไม่เช่นนั้นข้าก็จะเลวเกินไป ข้ากลัวพี่หลี่จะไม่ชอบ”
“แค่บางส่วนก็พอแล้ว”
เถียซานเหนียงก็ไม่ได้คิดจะรู้ทุกอย่าง
อวี๋หลิงจึงกล่าวเสียงเบาว่า “องค์หญิงบอกข้าว่า ให้ข้าอยู่ข้างกายพี่หลี่อย่างสบายใจ รอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม นางรับรองว่าข้างกายพี่หลี่จะมีที่ให้ข้าแน่นอน”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เถียซานเหนียงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสดงสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก
นางรู้สึกว่าได้ยินความหมายอื่นแฝงอยู่ในคำพูดนี้
ด้วยสถานะของหมิงเย่ว จะพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ไม่ต้องพูดถึงสถานะที่ซ่อนอยู่ แต่ด้วยสถานะที่เปิดเผยต่อสาธารณะ นางจะใช้สถานะใดมาพูดเช่นนี้
ในฐานะจักรพรรดินีงั้นหรือ?
เป็นไปไม่ได้
ด้วยสถานะนี้ก็ไม่อาจกดข่มหลี่เต้าได้
เช่นนั้น นางใช้สถานะใดกัน
ทันใดนั้น ในห้วงความคิดของเถียซานเหนียงก็พลันมีคำหนึ่งผุดขึ้นมา
เป็นไปไม่ได้…
ด้วยหลักการของหมิงเย่ว จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะชอบพี่หลี่ด้วยตนเอง
แต่นาง…
ในขณะนี้ เถียซานเหนียงอยากรู้คำตอบหนึ่งอย่างเร่งด่วน