ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 90 พวกเจ้ายังไม่รีบมาตายอีกหรือ?
บทที่ 90 พวกเจ้ายังไม่รีบมาตายอีกหรือ?
ส่วนทหารม้าเป่ยหมานที่ติดตามอยู่ด้านหลังยังคงพุ่งทะยานบุกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
“ไร้เทียมทาน! ระบำคลั่ง!”
หลี่เต้าสะบัดง้าวมังกรทมิฬในมืออย่างรวดเร็ว ก่อเกิดร่างเงามากมายพุ่งวูบวาบกลางอากาศ ราวกับภาพมายาที่แฝงไว้ด้วยความตายอันโหดร้าย
ในชั่วพริบตา ร่างของเขาเปลี่ยนไปดุจดั่งเครื่องบดเนื้ออันทรงพลัง หมุนวนอย่างบ้าคลั่งพร้อมบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้แหลกละเอียด ไม่มีสิ่งใดสามารถต้านทานการเคลื่อนไหวอันเกรี้ยวกราดนี้ได้!
บรรดาทหารม้าเป่ยหมานที่หาญกล้าบุกเข้าสู่รัศมีแห่งความตายรอบกายของหลี่เต้า ต่างถูกฟาดฟันด้วยง้าวมังกรทมิฬอย่างไร้ความปรานี ร่างของพวกเขาถูกเฉือนขาดเป็นท่อน ๆ ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ เลือดสดพุ่งกระเซ็นกระจายไปทั่วทุกทิศทาง ดั่งสายฝนสีแดงที่โปรยปรายลงสู่สมรภูมิอย่างน่าสะพรึงกลัว
เพียงชั่วเวลาไม่กี่ลมหายใจ ทหารม้าเป่ยหมานนับสิบได้ล้มตายลงอย่างอนาถ ร่างไร้วิญญาณของพวกเขากองเรียงรายอยู่รอบตัวหลี่เต้า ภายใต้ง้าวมังกรทมิฬ
ทันใดนั้น เงาดำวูบหนึ่งพุ่งผ่านกลางอากาศ
เห็นเพียงทหารม้าเป่ยหมานคนหนึ่งใบหน้าเปี่ยมด้วยความยินดี ขณะกระโดดข้ามหัวคนอื่น ๆ ราวกับว่าจะบินข้ามหลี่เต้าที่ขวางทางอยู่
ชั่วขณะต่อมา เสียงแหวกอากาศดังสะท้าน ง้าวยาวเล่มหนึ่งพุ่งทะลวงกลางอากาศด้วยความเร็วและพลังอันมหาศาล
คมง้าวพุ่งทะลุผ่านท้องของม้าศึกตัวหนึ่งอย่างไร้ปรานี ก่อนจะทะลวงขึ้นไปถึงร่างของทหารม้าเป่ยหมานที่อยู่บนหลังม้า ด้วยแรงปะทะอันรุนแรง ทั้งม้าและทหารเป่ยหมานถูกแทงทะลุพร้อมกัน
เมื่อเพ่งมองให้ชัดเจน ภาพที่ปรากฏสร้างความตกตะลึงจนยากจะเชื่อ ทหารม้าเป่ยหมานทั้งคนทั้งม้าถูกเงาร่างอันทรงพลังนั้นยกขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ง้าวยาวเล่มใหญ่ถูกชูค้างไว้อย่างมั่นคงกลางอากาศ
ในชั่วขณะเดียวกัน สมรภูมิที่เคยเต็มไปด้วยเสียงโกลาหลกลับกลายเป็นความเงียบงัน ทหารม้าเป่ยหมานทั้งหมดหยุดชะงักโดยพร้อมเพรียง ดวงตาของพวกเขาจับจ้องภาพอันน่าสะพรึงกลัวตรงหน้านี้อย่างตื่นตะลึง ปากของพวกเขาอ้าเล็กน้อย แต่ไม่มีใครกล้าเปล่งเสียงใดออกมา
หลี่เต้าสัมผัสได้ถึงความอุ่นชื้นของหยดเลือดที่ค่อย ๆ ไหลซึมลงมาสัมผัสแก้มของเขา มือขวาที่กาง้าวไว้แน่นเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย
ฉัวะ!
ทั้งคนทั้งม้าบนปลายง้าวแหลกเป็นชิ้น ๆ ในพริบตา เศษเนื้อและเลือดกระจายเกลื่อนพื้น
ต่อเรื่องนี้ หลี่เต้าไม่มีความรู้สึกด้านลบแม้แต่น้อย มีเพียงความสะใจเท่านั้น
หลังจากได้เห็นความโหดร้ายของพวกชาวเป่ยหมานที่หมู่บ้านเถาหยวนความรู้สึกของเขาที่มีต่อชนเผ่าเป่ยหมานถึงขั้นเกลียดชังอย่างถึงที่สุด
พูดง่าย ๆ คือการฆ่าพวกชนเผ่าเป่ยหมานพวกนี้ก็เหมือนกับให้เขาในชาติก่อนฆ่าพวกที่รุกรานดินแดน ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย
หลี่เต้าสะบัดเลือดบนง้าวมังกรทมิฬเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาที่เปี่ยมด้วยพลัง มือกาง้าวชี้ไปทางทหารม้าเป่ยหมานที่เหลือ พลางเผยรอยยิ้มสดใส
“พวกเจ้า ยังไม่รีบมาตายอีกหรือ?”
ประโยคนี้ราวกับเป็นหนามที่ทิ่มแทงหัวใจของทหารม้าเป่ยหมานทั้งหมด
เมื่อสายตาจับจ้องไปยังหลี่เต้า ผู้ซึ่งทั้งร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือด ภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง แสงสีทองแดงที่ลูบไล้ร่างเขาทาให้ภาพนั้นยิ่งดูน่าสะพรึงกลัว รอบกายของเขาเต็มไปด้วยซากศพของเหล่าพี่น้องร่วมชนเผ่าที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทิศทาง กลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งไปในอากาศ
ในช่วงเวลาอันเงียบงันนี้ ความรู้สึกหวาดผวาได้แทรกซึมเข้าสู่จิตใจของชนเผ่าเป่ยหมานที่เหลืออยู่ พวกเขามองดูหลี่เต้าราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่ามนุษย์ปกติ สายตาแต่ละคู่สะท้อนถึงความหวาดกลัวอย่างลึกซึ้ง ภาพของเขาในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงชายผู้ถืออาวุธ แต่กลายเป็นร่างของปีศาจนักฆ่าที่ปลดปล่อยความตายออกมาพร้อมกับทุกการเคลื่อนไหว!
“อ๊าาาาา! ข้าทนไม่ไหวแล้ว”
ทันใดนั้น ทหารม้าเป่ยหมานคนหนึ่งอาจจะทนแรงกดดันทางจิตใจที่หลี่เต้ามอบให้ไม่ไหว จึงหันหลังวิ่งหนีไปทันที
การหนีครั้งนี้ราวกับจุดชนวนบางอย่าง ทหารม้าเป่ยหมานจำนวนมากต่างเลือกที่จะหนี
ในตอนนี้ในใจของพวกเขา การเผชิญหน้ากับปีศาจนักฆ่าที่ขวางทางอยู่ไม่มีโอกาสชนะเลย แต่การปะทะกับทหารม้าต้าเฉียนที่อยู่ด้านหลังกลับมีความหวังที่จะหนีรอดได้บ้าง
“อย่าหนี อย่าหนีนะ!”
หัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานตะโกนด้วยความโกรธแค้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
แต่ในตอนนี้อำนาจของเขาได้สูญสิ้นไปแล้ว นับตั้งแต่ตอนที่เขาเลือกที่จะไม่ปะทะกับทหารม้าต้าเฉียนโดยตรง ก็ได้กำหนดชะตาของเขาให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานมองดูเหล่าทหารที่วิ่งหนีกระเจิดกระเจิง ก่อนจะหันไปมองหลี่เต้าพลางกัดฟันพูดว่า “แค่มายากลลวงตา! ตายซะ!”
เมื่อพูดจบ เขาก็ชักดาบโค้งที่เหน็บอยู่ที่เอวพุ่งเข้าใส่หลี่เต้าทันที
กลางอากาศ ดาบโค้งถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณจาง ๆ
ในชั่วพริบตา หลี่เต้าก็วิเคราะห์ออกว่าหัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานผู้นี้มีวรยุทธ์ระดับใด
จากพลังปราณที่เห็นราง ๆ นั้น แสดงว่าเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนขั้นสูง และยังเป็นผู้ที่แตะขอบประตูของการก้าวเข้าสู่ขั้นผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนแล้ว
หากให้เวลาเขาอีกสักระยะ บางทีอาจจะสามารถทะลวงขั้นได้จริง ๆ
น่าเสียดายที่เวลานั้นไม่มีอีกแล้ว
ตราบใดที่ยังไม่ก้าวเข้าสู่ขั้นเซียนเทียน เบื้องหน้าหลี่เต้าแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับมด
เมื่อเผชิญหน้ากับหัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานที่พุ่งเข้ามา หลี่เต้ามองด้วยสายตาเรียบเฉย
ง้าวมังกรทมิฬในมือแทงออกไปอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าปะทะกับดาบเล่มนั้น
ภายในชั่วพริบตา ดาบโค้งและง้าวมังกรทมิฬปะทะกันเข้าอย่างจัง
เคร้ง!
เพียงชั่วกะพริบตา ภายใต้พลังอันน่าสะพรึงกลัวของหลี่เต้ารอยร้าวก็แผ่กระจายไปทั่วทั้งดาบโค้ง
สีหน้าของหัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานซีดขาวในทันที
แต่ในตอนนี้เขาไม่มีโอกาสเสียใจอีกแล้ว
ฉัวะ!
ง้าวมังกรทมิฬหยุดชะงักเพียงชั่วครู่ ก่อนจะทำลายดาบโค้งและแทงทะลุลำคอของหัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมาน
หลี่เต้าสะบัดมือ โยนหัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานออกไปราวกับถุงผ้าขาด
ร่างที่ตกลงบนพื้นดิ้นรนอยู่ไม่นานก็สิ้นลม
[ฆ่าศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ : 3.41]
เหล่าทหารม้าเป่ยหมานที่ยังไม่ได้หนีเพราะรอดูผู้นำของตนแสดงฝีมือ เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็แข็งค้างไปทั้งตัว
ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนขั้นสูง ที่เหลือเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงขั้นเซียนเทียนได้แล้ว กลับถูกจัดการราวกับปลาเน่าอย่างนั้นหรือ?
ในตอนนี้ พวกเขาที่ได้สติกลับมาต่างก็รู้ดีว่าไม่มีทางต่อกรกับคนตรงหน้าได้
จึงตัดสินใจหันหลังกลับพร้อมกับพวกที่ตกใจกลัวจนแทบขวัญหนีดีฝ่อ วิ่งไปหาทหารม้าต้าเฉียนเพื่อสู้ตาย
“อยากส่งหัวมาให้หรือ?”
หลี่เต้ารู้ทันความคิดของคนพวกนี้อย่างรวดเร็ว
ในสายตาของเขา พวกทหารม้าเป่ยหมานเหล่านี้ล้วนต้องการจะเอาศีรษะที่ควรเป็นของเขาไปมอบให้สหายในกองทัพของเขา เรื่องแบบนี้เขาจะยอมได้อย่างไร?
เขาต่อสู้มาคนเดียวอย่างโดดเดี่ยว หากถึงเวลานี้แล้วปล่อยให้คนอื่นมาเก็บเกี่ยวผลงาน ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน
เขาจึงยกง้าวมังกรทมิฬขึ้นแล้วไล่ตามไปทันที
ดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
หลี่เต้าถือง้าวมังกรทมิฬไล่ล่าสังหารกลุ่มทหารม้าเป่ยหมานเพียงลำพัง
อีกด้านหนึ่ง
จ้าวถ่งนำกำลังพลไล่ติดตามไม่หยุด เมื่อเห็นว่าระยะทางถึงปากหุบเขาใกล้เข้ามาทุกที ในใจก็แทบสิ้นหวัง
แต่ในตอนที่พวกเขากำลังจะยอมแพ้นั้น พวกเขาได้เห็นอะไรบางอย่าง?
ทหารม้าเป่ยหมานกลับหันหัวม้าวิ่งกลับมาเสียนี่!
ไม่ว่าจะเป็นกลอุบายหรือพวกทหารม้าเป่ยหมานเสียสติไปแล้ว จ้าวถ่ง ก็จะไม่ปล่อยให้รอดพ้นไปได้
แต่ยิ่งทหารม้าเป่ยหมานเข้ามาใกล้ สีหน้าของจ้าวถ่งก็ยิ่งดูประหลาดขึ้นเรื่อย ๆ
ทำไมทหารม้าเป่ยหมานพวกนี้ไม่เหมือนจะมาสู้รบ แต่กลับดูเหมือนกำลังหนีตายเสียมากกว่า
แต่ที่เช่นนี้จะมีอะไรที่ทำให้พวกมันต้องหนีตายกัน
ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องพวกนี้ จ้าวถ่งชูดาบสั่งการ
“พวกเจ้าจงจับตาดูให้ดี อย่าให้พวกเป่ยหมานหลุดรอดไปแม้แต่คนเดียว ผู้ใดปล่อยให้หนีไปได้ ผู้นั้นต้องถูกขังคุก เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจแล้ว”
ฝั่งตรงข้าม เหล่าทหารม้าเป่ยหมานก็สังเกตเห็นจ้าวถ่งและคนของเขาที่ขวางทางอยู่ไม่ไกล
เมื่อนึกถึงคนน่าสะพรึงกลัวที่อยู่เบื้องหลัง พวกมันก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ได้แต่กัดฟันบุกเข้าไป
“ฆ่า!”
พวกทหารม้าเป่ยหมานตะโกนเสียงดัง แล้วพากันบุกโจมตีพร้อมกัน
จ้าวถ่งเห็นดังนั้นก็ตะโกนขึ้นเช่นกัน นำกำลังพลบุกเข้าไปปะทะ
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างรวดเร็ว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถูกหลี่เต้ากระตุ้นหรือไม่ ทหารม้าเป่ยหมานที่เหลืออยู่ต่างก็ราวกับถูกฉีดยากระตุ้น พละกำลังในการต่อสู้พลุ่งพล่านขึ้นในชั่วพริบตา
ในเวลาเดียวกัน
อีกด้านหนึ่ง หลี่เต้าไล่ล่าสังหารไปตลอดทาง สุดท้ายก็พบว่าทหารม้าเป่ยหมานที่เหลือได้ปะทะกับกองทัพค่ายหวงซาเสียแล้ว
เมื่อเห็นทหารจากค่ายหวงซาฟันดาบเข้าใส่ร่างของทหารม้าเป่ยหมาน ทีละคน ๆ เขารู้สึกจนปัญญา พวกทหารม้าเป่ยหมานเหล่านี้ช่างรีบร้อนจะไปตายเสียจริง