ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 128 คัมภีร์เต๋าสุดสะพรึง ชี้ทางสู่อมตะ!
นักพรตเสวียนหยวนจ้องมองกู้หย่วนอย่างลึกซึ้ง
“ข้ารู้ว่าในใจเจ้ามีความสงสัย แต่ข้าบอกเจ้าได้เพียงว่า บนโลกนี้ไม่มีของฟรีหรอกนะ”
“ในเมื่อเจ้าได้รับวาสนาที่ข้ามอบให้ เจ้าก็ย่อมต้องแบกรับผลกรรมที่ติดตัวข้าไปด้วย วันข้างหน้าจะเป็นโชคหรือเคราะห์ จะอยู่หรือตาย เจ้าก็ต้องเป็นผู้แบกรับมันไว้เอง”
พูดถึงตรงนี้ สีหน้าของนักพรตเสวียนหยวนก็ยิ่งดูสงบนิ่ง ทว่าในแววตากลับมีความสลดหดหู่เจือปนอยู่
“ดังนั้น… จงบอกการตัดสินใจของเจ้ามา!”
“ผู้น้อยยินดีรับการทดสอบจากผู้อาวุโสขอรับ!”
กู้หย่วนประสานมือคารวะ
รับของมาแล้ว มีหรือจะคืนให้ ยิ่งไปกว่านั้น วาสนาอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ นอกเสียจากจะเป็นคนโง่เท่านั้นแหละถึงจะปฏิเสธ!
ส่วนเรื่องผลกรรมที่นักพรตเสวียนหยวนพูดถึง นั่นมันเรื่องของอนาคต
เรื่องราวล้วนมีหนักเบาช้าเร็ว สำหรับกู้หย่วนแล้ว เคล็ดวิชาเบิกมรรคคือสิ่งที่เขาขาดแคลนมากที่สุดในตอนนี้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ยังไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความ
รอให้เขาควบแน่นจินตานสำเร็จ หรือก้าวไปสู่ระดับที่สูงกว่านั้น ย่อมมีขีดความสามารถที่จะแก้ไขเรื่องพวกนั้นได้เอง
“ดีมาก”
นักพรตเสวียนหยวนพยักหน้าเบาๆ ร่างกายเริ่มโปร่งแสงลง
“นักพรตผู้ยากไร้อย่างข้าเหลือเพียงเศษเสี้ยววิญญาณ หากไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงจากน้ำเต้าหยกม่วงเขียวใบนี้ วิญญาณก็จะแตกซ่าน ดังนั้นจึงไม่อาจรั้งอยู่ภายนอกได้นานนัก จำเป็นต้องเข้าไปจำศีลอยู่ภายใน”
“หากเจ้ามีธุระอันใด รอจนกว่าเจ้าจะฝึกคัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนสำเร็จ ก็จงใช้ลมปราณแท้ไท่หยวนกระตุ้นค่ายกลอาคมของน้ำเต้าหยกม่วงเขียวเพื่อปลุกข้า แต่จำไว้ว่า เจ้าสามารถปลุกข้าได้มากที่สุดเพียงสามครั้งเท่านั้น ดังนั้น หากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ ทางที่ดีอย่าได้ปลุกข้าขึ้นมา”
กู้หย่วนคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบเอ่ยถาม
“ผู้อาวุโสเสวียนหยวน ผู้น้อยขอเรียนถามว่า หลังจากที่ข้ารับการทดสอบจากท่านแล้ว ข้ายังสามารถกราบเข้าสำนักวิถีเซียนอื่นๆ ได้หรือไม่ขอรับ?”
การปรากฏตัวของนักพรตเสวียนหยวน อยู่เหนือความคาดหมายของเขาจริงๆ การได้รับสุดยอดเคล็ดวิชาปูรากฐานอย่าง คัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนยิ่งทำให้กู้หย่วนประหลาดใจอย่างที่สุด
เพียงแต่อีกไม่นาน เขาก็จะต้องเข้ารับการทดสอบของยอดเขาโอสถแล้ว
เช่นนี้แล้ว ทั้งสองเรื่องดูเหมือนจะขัดแย้งกันอยู่บ้าง
แม้จะได้รับคัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนมาแล้ว แต่กู้หย่วนก็ไม่ได้คิดจะละทิ้งโอกาสในการกราบเข้ายอดเขาโอสถแต่อย่างใด
เคล็ดวิชาเบิกมรรคนั้นสำคัญก็จริง แต่ทรัพยากรอื่นๆ อย่างโอสถวิญญาณ สมุนไพรวิญญาณ ของวิเศษ และของวิเศษฟ้าดิน ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
หากไม่กราบเข้ายอดเขาโอสถ ต่อให้มีคัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนเกรงว่าต่อให้เขาฝึกไปจนตาย ก็คงยากที่จะบรรลุถึงขอบเขตจินตานได้
ชีวิตผู้ฝึกยุทธอิสระมันไม่ง่ายเลย
ต้องได้เป็นศิษย์ยอดเขาโอสถ มีสถานะที่ถูกต้องชอบธรรมเสียก่อน เขาถึงจะก้าวเข้าสู่แวดวงของโลกผู้ฝึกยุทธได้อย่างแท้จริง
ถึงจะได้สัมผัสกับสิ่งต่างๆ มากขึ้น ถึงจะมีช่องทางในการเสาะหาโอสถวิญญาณ ของวิเศษ ของวิเศษฟ้าดินที่เป็นเสบียงสำหรับการฝึกฝน ตลอดจนความรู้เร้นลับบางอย่างเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียร
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตัวจิ๋วทั้งห้าที่เขาเลี้ยงไว้ ตอนนี้ก็กลายเป็นสัตว์ประหลาด (เย่า) ไปหมดแล้ว แต่ละตัวกินจุกันอย่างกับอะไรดี
ยังไม่ต้องพูดถึงพวกอาหวง อาอู่ และอีกสามตัวที่เหลือ แค่เสี่ยวชิงเพียงตัวเดียว หากต้องการเติบโตเป็นผีเสื้อกระบี่เงาเขียว ก็จำเป็นต้องแทะกินสมุนไพรวิญญาณจำนวนมหาศาล
หากกู้หย่วนเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธอิสระ ต่อให้มีพรสวรรค์วิชาค้นสมบัติ ก็คงเลี้ยงไม่ไหว
ต้องกราบเข้ายอดเขาโอสถเท่านั้น ถึงจะมีปัญญาเลี้ยงดูพวกมันทั้งห้าตัวได้
ร่างของนักพรตเสวียนหยวนแปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มควันสีเขียว พุ่งเข้าไปในน้ำเต้าหยกม่วงเขียว
ส่วนเสียงของเขาก็ดังก้องอยู่ข้างหูของกู้หย่วน
“เรื่องนั้นแล้วแต่เจ้าเลย ขอเพียงเจ้าใช้คัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนเป็นคัมภีร์หลักในการฝึกฝนก็พอ คัมภีร์เล่มนี้สามารถจำลองคัมภีร์เต๋าธาตุน้ำได้ทุกแขนงในใต้หล้า ต่อให้เจ้าไปฝึกคัมภีร์เต๋าธาตุน้ำเล่มอื่น ก็สามารถจำลองและอำพรางได้ รากฐานของเจ้าจะไม่มีทางถูกเปิดเผยโดยง่าย”
“ยิ่งไปกว่านั้น หากเจ้าสามารถกราบเข้าสำนักเซียนในนั้นได้ ยังสามารถช่วยปกปิดผลกรรมในตัวเจ้าได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลไป”
สิ้นคำพูด น้ำเต้าหยกม่วงเขียวก็หดเล็กลงจนเหลือขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ ลอยมาตกลงบนมือของกู้หย่วน ก่อนที่แสงสว่างจะหม่นลงและดับวูบไป ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใดๆ อีก
กู้หย่วนกะพริบตาปริบๆ จากนั้นก็เก็บน้ำเต้าหยกม่วงเขียวใส่ถุงเก็บของอย่างระมัดระวัง
ตัวเขาเองก็มีความลับซ่อนอยู่เช่นกัน
แม้นักพรตเสวียนหยวนจะบอกว่าตนเองเหลือเพียงเศษเสี้ยววิญญาณ และต้องเข้าไปจำศีลในน้ำเต้า แต่เพื่อความไม่ประมาท เก็บไว้ในถุงเก็บของย่อมปลอดภัยที่สุด
จากนั้น กู้หย่วนก็แทบจะรอไม่ไหว รีบจมดิ่งจิตใจลงไปสำรวจ คัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนที่นักพรตเสวียนหยวนถ่ายทอดมาให้
หลังจากศึกษาอย่างจริงจัง กู้หย่วนก็ต้องยอมรับว่า คัมภีร์เต๋าเล่มนี้ลึกล้ำเข้าใจยากจริงๆ แต่ก็เรียกได้ว่าวิเศษสุดยอดไร้ที่ติ
อย่างน้อย คัมภีร์แท้หลัวซาที่เขาเคยได้มาก่อนหน้านี้ เมื่อนำมาเทียบกับคัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนเล่มนี้แล้ว ก็ยังห่างชั้นกันลิบลับ
คัมภีร์แท้หลัวซาบันทึกวิชาตั้งแต่ระดับผู้ฝึกยุทธ์เสวียนหยินในการฝึกผิวหนัง ฝึกเส้นเอ็น ฝึกกระดูก ระดับผู้ฝึกยุทธเซียนเทียนที่ใช้ภาพจิตตานุภาพหลัวซาในการฝึกอวัยวะภายใน ชำระล้างไขกระดูก ผลัดเปลี่ยนโลหิต ไปจนถึงระดับเทียนเหรินในการสร้างรากฐานวิถี และการฝึกฝนวิชาเทวะ ไล่เรียงจากต่ำไปสูงอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ทว่าคัมภีร์เล่มนี้กลับไม่สมบูรณ์ ขาดส่วนที่สำคัญที่สุดในการควบแน่นจินตานไป ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นวิชาของวิถีมาร คุณสมบัติค่อนไปทางเยียบเย็นและแปลกประหลาด ไม่ได้ลึกล้ำอะไรมากมาย ซ้ำยังมีผลข้างเคียงแอบแฝงอยู่ไม่น้อย
ต่อให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ คัมภีร์เล่มนี้อย่างมากก็ช่วยให้คนควบแน่นจินตานระดับกลางได้เท่านั้น
การจะใช้คัมภีร์เล่มนี้ควบแน่นจินตานระดับสูงให้ได้นั้น เรียกได้ว่ายากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์
ทว่า คัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนนั้นแตกต่างออกไป
คัมภีร์เล่มนี้ก็ไล่ระดับจากต่ำไปสูงเช่นกัน บันทึกเคล็ดวิชาการฝึกฝนตั้งแต่ระดับผู้ฝึกยุทธ์ ผู้ฝึกยุทธเซียนเทียน ไปจนถึงระดับเทียนเหริน และขอบเขตหรูเซิ่งจินตานไว้อย่างละเอียด
ทว่าคัมภีร์เต๋าเล่มนี้กลับลึกล้ำสุดหยั่งคาด
เพียงเริ่มต้นก็จำเป็นต้องเพ่งจิตตานุภาพถึงภาพวารีแท้ไท่หยวนทั้งสี่สิบเก้าภาพ เพื่อทำความเข้าใจแก่นแท้ของวารีแท้สักสายหนึ่ง ผ่านการกำหนดลมหายใจ นั่งสมาธิ และรวบรวมสมาธิ เพื่อดูดซับไอน้ำและแก่นแท้ธาตุน้ำจากฟ้าดินมาชำระล้างร่างกายของตนเอง
เรียกได้ว่าคัมภีร์เต๋าเล่มนี้ เพียงแค่เริ่มต้นฝึก ก็เทียบเท่ากับเป็นผู้ฝึกยุทธเซียนเทียนขนาดย่อมๆ ที่สามารถดูดซับปราณวิญญาณฟ้าดินมาหล่อเลี้ยงร่างกายได้โดยตรงแล้ว
ขอเพียงสะสมพลังได้มากพอ ก็จะสามารถบรรลุเป็นผู้ฝึกยุทธเซียนเทียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อีกทั้งลมปราณแท้ไท่หยวนที่ฝึกสำเร็จจากคัมภีร์เล่มนี้ ยังเป็นขั้วหยินที่อ่อนโยนถึงขีดสุด ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยพลังชีวิตที่คอยหล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการฝึกผิวหนังและกล้ามเนื้อ ฝึกเส้นเอ็นและกระดูก ฝึกอวัยวะภายใน ชำระล้างไขกระดูก และผลัดเปลี่ยนโลหิต ในระดับผู้ฝึกยุทธ์และผู้ฝึกยุทธเซียนเทียน
เมื่อถึงระดับเทียนเหริน ยิ่งสามารถควบแน่นวารีแท้ไท่หยวนได้โดยตรง
วารีแท้ไท่หยวนมีคุณสมบัติอ่อนโยนบริสุทธิ์ เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต สามารถแปรเปลี่ยนเป็นลมปราณแท้เพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายและจิตวิญญาณ ทั้งยังสามารถดับเปลวเพลิงแท้และเพลิงวิญญาณได้ มีความเร้นลับนานัปการ
ยิ่งสะสมได้มากเท่าไหร่ ตบะลมปราณแท้ในร่างก็จะยิ่งหนักแน่นและล้ำลึกมากขึ้นเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ในคัมภีร์ยังบันทึกเคล็ดวิชาการฝึกฝนวิชาเทวะระดับต่ำ ระดับกลาง และระดับสูงไว้อีกนับสิบชนิด แม้แต่วิชาเทวะขั้นสุดยอดก็ยังมีถึงสองชนิด!
ขอเพียงกู้หย่วนมีสติปัญญามากพอ สามารถฝึกวิชาเทวะระดับสูงให้สำเร็จได้สักสองสามวิชา การจะควบแน่นจินตานระดับกลางก็ย่อมไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน
หากโชคดี สามารถฝึกวิชาเทวะขั้นสุดยอดสำเร็จได้สักวิชา การควบแน่นจินตานระดับสองหรือสามก็คงไม่ยากจนเกินไปนัก
ส่วนการควบแน่นจินตานระดับหนึ่ง… นี่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่วิชาเทวะเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ยังเกี่ยวข้องกับโชคชะตา วาสนา และปัจจัยอื่นๆ อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม คัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนเล่มนี้ชี้ตรงไปสู่มรรคาแห่งความเป็นอมตะ ขอเพียงควบแน่นจินตานระดับสูงได้สำเร็จ ก็จะได้รับโอกาสในการแสวงหาความเป็นอมตะเสี้ยวหนึ่ง
แค่จุดนี้เพียงจุดเดียว ก็เหนือกว่า คัมภีร์แท้หลัวซาไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่าแล้ว!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่คัมภีร์เล่มแรกบันทึกวิชาเทวะระดับกลาง ระดับสูง และระดับสุดยอดเอาไว้มากมาย ตรงข้ามกับ คัมภีร์แท้หลัวซาที่ส่วนใหญ่เป็นแค่วิชาเทวะระดับต่ำถึงกลาง ส่วนวิชาเทวะระดับสูงนั้นมีเพียงหยิบมือ
ยิ่งไปกว่านั้น คัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนยังเป็นคัมภีร์เต๋าธาตุน้ำ ซึ่งสอดคล้องกับพรสวรรค์ทางร่างกายของกู้หย่วน นี่คือหนึ่งในคัมภีร์เต๋าที่เหมาะสำหรับการฝึกฝนของเขาที่สุดในโลกหล้าอย่างไม่ต้องสงสัย!
กู้หย่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จดจำภาพจิตตานุภาพสิบสองภาพแรกไว้ในใจ จากนั้นก็ตัดสินใจนั่งขัดสมาธิ ลองเพ่งจิตตานุภาพถึงภาพวารีแท้ไท่หยวนภาพแรกดู