ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 149 นักพรตเฮ่อหลิงผู้แสนดี!
ในบรรดาคนเหล่านี้ คนที่มีความรู้สึกซับซ้อนที่สุดก็คือหยางฮั่น
ลองนึกย้อนกลับไปตอนที่กู้หย่วนเพิ่งเข้ามาในหออวี้ติ่งและต้องการจะเป็นคนเก็บสมุนไพร เขานี่แหละที่เป็นคนต้อนรับ
หยางฮั่นยังจำใบหน้าของกู้หย่วนตอนที่เพิ่งมาถึงหออวี้ติ่งได้เป็นอย่างดี กู้หย่วนในตอนนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนหัดและนอบน้อม เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เต็มไปด้วยรอยปะชุน
ทว่าตอนนี้ กู้หย่วนกลับพลิกโฉมหน้า กลายเป็นบุคคลสำคัญที่แม้แต่เจ้าหอของเขายังต้องรับมืออย่างระมัดระวัง
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่ภายนอกเขากลับไม่กล้าแสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาเลย บนใบหน้ามีแต่ความเคารพนบนอบ
ผู้รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดคน
ไม่ว่าในอดีตกู้หย่วนจะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยในตอนนี้ ฐานะของกู้หย่วนก็แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาจำต้อง… และต้องปรับท่าทีให้ถูกต้องอย่างเด็ดขาด!
…
“ศิษย์พี่เซี่ยสายตาแหลมคมยิ่งนัก”
เมื่อเห็นเซี่ยมิ่งหยางไม่มีท่าทีผิดธรรมชาติแม้แต่น้อย ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสถานะได้อย่างเป็นธรรมชาติเหลือเชื่อ คำว่าศิษย์น้องกู้ก็เรียกได้ลื่นไหลสุดๆ กู้หย่วนก็แอบด่าในใจว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่า ก่อนจะรับคำตามมารยาท
เซี่ยมิ่งหยางถามด้วยความสงสัย
“ศิษย์น้องกู้มีธุระต้องออกไปข้างนอกหรือ?”
ยังไม่ทันที่กู้หย่วนจะตอบ เขาก็พูดต่ออย่างกระตือรือร้น
“หากศิษย์น้องมีเรื่องอะไรให้พี่ช่วย ก็บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจนะ”
เดิมทีกู้หย่วนตั้งใจจะพูดตามมารยาทสักสองสามคำแล้วขอตัวลา ทว่าเมื่อคิดดูอีกที เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“พอดีข้ามีเรื่องอยากจะสอบถามศิษย์พี่สักหน่อย”
“โอ้?”
เซี่ยมิ่งหยางเห็นดังนั้นก็ดูเหมือนจะแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือไล่ลูกน้องรอบๆ ออกไปให้หมด
เจ้านี่ขึ้นมาเป็นเจ้าหอได้ ไม่ใช่เพราะโชคช่วยจริงๆ… กู้หย่วนลอบชมในใจ ก่อนจะเอ่ยว่า
“คืออย่างนี้ ผู้น้องต้องการของวิเศษธาตุน้ำ หรือพวกของล้ำค่าจากฟ้าดินธาตุน้ำ สมุนไพรวิญญาณก็ได้ ไม่ทราบว่าศิษย์พี่พอจะรู้ไหมว่าข้าจะไปหาของพวกนี้ได้จากที่ไหน”
“ของวิเศษธาตุน้ำ ของล้ำค่าจากฟ้าดิน...”
เซี่ยมิ่งหยางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า
“ศิษย์น้องอาจจะยังไม่ทราบ ของวิเศษและของล้ำค่าจากฟ้าดินพวกนี้ ล้วนเป็นของหมุนเวียนในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียรอย่างพวกเรา หากมีใครบังเอิญพบในโลกมนุษย์ ก็จะถูกรวบรวมไว้ นอกจากการนำมาใช้เองแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะถูกนำไปซื้อขายแลกเปลี่ยนกันในตลาดนัด เพื่อแลกกับสิ่งที่ตนเองต้องการ”
“สมุนไพรวิญญาณธาตุน้ำ พี่พอจะมีอยู่บ้าง ประเดี๋ยวจะให้คนนำมาส่งให้ ส่วนตลาดนัดนั้น…”
พูดถึงตรงนี้ เซี่ยมิ่งหยางก็มีสีหน้าลำบากใจ
“ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากบอกเจ้านะ แต่ศิษย์น้องน่าจะรู้สถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้ดี หากเจ้าออกไปข้างนอก แล้วเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา พี่คงรับผิดชอบไม่ไหวจริงๆ…”
ตอนนี้กู้หย่วนกลายเป็นแก้วตาดวงใจของนักพรตเฮ่อหลิงไปแล้ว แต่แคว้นฉินในยามนี้ เนื่องจากตำหนักเซียนมังกรชาดกำลังจะเปิด จึงมีผู้คนหลากหลายประเภทหลั่งไหลเข้ามา เรียกได้ว่าร้อยพ่อพันแม่
ในหมู่คนเหล่านั้นก็ไม่ขาดพวกฝ่ายมาร
แม้สำนักยอดเขาโอสถจะเป็นสำนักเซียนใหญ่ในแคว้นฉิน แต่ก็มีคู่แข่งและศัตรูอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง เอาแค่นิกายเทพกู่ หากรู้ข่าวว่ากู้หย่วนออกไปข้างนอก ก็อาจจะลอบเล่นตุกติกอะไรบางอย่างแน่ๆ
หากกู้หย่วนออกไปข้างนอกตามคำแนะนำของเขา แล้วเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา นักพรตเฮ่อหลิงได้ถลกหนังเขาแน่!
“เรื่องนี้…”
กู้หย่วนลองคิดดู ก็พบว่ามันเป็นความจริง
ข้อดีของการมีพรสวรรค์สูง ก็คือได้กราบเข้าสำนักยอดเขาโอสถ และได้เกาะขาที่แข็งแกร่งอย่างนักพรตเฮ่อหลิง
ได้รับความสะดวกสบายมากมาย และได้ของดีๆ มานับไม่ถ้วน
ส่วนข้อเสีย ก็คงเป็นเพราะชื่อเสียงโด่งดังเกินไป จนตกเป็นเป้าสายตาของคนจำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงกลายเป็นหนามยอกอกของใครหลายๆ คน และง่ายต่อการถูกมุ่งเป้าโจมตี
นี่ก็คือเหตุผลที่นักพรตเฮ่อหลิงมักจะพาเขาติดตัวไปด้วยเสมอ อันที่จริงก็เพราะไม่อยากให้ลูกศิษย์ที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่คนนี้ต้องประสบกับเหตุไม่คาดฝัน
การมีนักพรตเฮ่อหลิงอยู่ด้วย ยังพอจะข่มขวัญพวกหนูแมลงสาบได้บ้าง หากไม่มีนักพรตเฮ่อหลิง เกรงว่าการมุ่งเป้าโจมตีและจิตสังหารต่างๆ คงจะตามมาเป็นพรวน
ดังนั้น กู้หย่วนจึงสามารถเคลื่อนไหวไปมาภายในอาณาเขตของอำเภอเป่ยเหลียงได้อย่างอิสระ แต่ทางที่ดีที่สุดคืออย่าออกจากอำเภอเป่ยเหลียงเลย
ต่อให้มีความจำเป็นต้องออกไปจริงๆ ทางที่ดีก็ควรจะระมัดระวังให้มาก และเปลี่ยนไปใช้ตัวตนอื่น
อย่างเช่น… เยี่ยนสือซาน...
ในขณะนั้นเอง เสียงของเซี่ยมิ่งหยางก็เปลี่ยนไป เขาเอ่ยต่อว่า
“แต่ถ้าศิษย์น้องกู้ไว้ใจพี่ พี่พอจะช่วยเป็นธุระไปหาซื้อของวิเศษธาตุน้ำจากตลาดนัดมาให้เจ้าได้นะ”
“จริงหรือขอรับ?”
กู้หย่วนดีใจเป็นอย่างยิ่ง รีบหยิบถุงเก็บของออกมายื่นให้อีกฝ่ายทันที
“เช่นนั้นก็ต้องรบกวนศิษย์พี่แล้ว”
เมื่อรับถุงเก็บของมา และส่งสัมผัสเทวะเข้าไปตรวจสอบ พอเห็นกองหินวิญญาณที่กองเป็นภูเขาย่อมๆ อยู่ข้างใน มุมปากของเซี่ยมิ่งหยางก็กระตุก
พระเจ้าช่วย!
หินวิญญาณมากมายขนาดนี้ อย่างน้อยก็เป็นหมื่นก้อน...
ต่อให้เป็นเขา ที่สะสมมาหลายปี ก็ยังมีไม่ถึงหนึ่งในสิบของจำนวนนี้เลย
หินวิญญาณพวกนี้ สามารถเอาไปซื้ออุปกรณ์เวทระดับกลางคุณภาพดีๆ หรือกระทั่งอุปกรณ์เวทระดับสูงทั่วๆ ไปในตลาดนัดได้สบายๆ เลย
หินวิญญาณเยอะขนาดนี้ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่กู้หย่วนจะเก็บหอมรอมริบมาเอง ต้องเป็นนักพรตเฮ่อหลิงให้มาแน่ๆ
ผู้อาวุโสเฮ่อหลิงช่างดีกับเด็กคนนี้เหลือเกิน… เซี่ยมิ่งหยางแอบอิจฉาอยู่ในใจ แต่ภายนอกกลับพยักหน้ารับ
“ศิษย์น้องวางใจได้ อย่างช้าที่สุดไม่เกินสิบวัน พี่จะมีข่าวมาแจ้งให้ทราบ”
…
หลังจากออกจากหออวี้ติ่ง กู้หย่วนก็เดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนน บรรยากาศรอบข้างค่อนข้างคึกคัก
ทว่ากู้หย่วนกลับกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องอื่น
เหลือเวลาอีกประมาณสองเดือนกว่าๆ ตำหนักเซียนมังกรชาดก็จะเปิดแล้ว
เหตุผลที่นักพรตเฮ่อหลิงยังรั้งตัวอยู่ในเมืองเป่ยเหลียง ก็เพราะกำลังรอคนอยู่
หลังจากรับกู้หย่วนเป็นศิษย์แล้ว นักพรตเฮ่อหลิงก็ไม่ได้ปิดบังเรื่องบางเรื่องอีกต่อไป
เมื่อรวมกับป้ายคำสั่งมังกรชาดในมือของเซี่ยมิ่งหยางแล้ว สำนักยอดเขาโอสถมีป้ายคำสั่งมังกรชาดอยู่ในความครอบครองทั้งหมดสามอัน ซึ่งหมายความว่ามีโควตา 27 ที่นั่ง
โควตาเหล่านี้ล้ำค่ายิ่งนัก ดังนั้นในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีศิษย์ของสำนักยอดเขาโอสถลงเขามาสมทบอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเข้าไปแสวงหาวาสนาในตำหนักเซียนมังกรชาด
และคนที่มา ย่อมต้องเป็นศิษย์ระดับหัวกะทิของสำนักยอดเขาโอสถอย่างแน่นอน!
แต่ปัญหาก็คือ ในบรรดาโควตาเหล่านี้ คนของสายตระกูลได้ครอบครองไปเสียส่วนใหญ่
ดังนั้นถึงตอนนั้น ย่อมต้องมีคนที่ไม่พอใจและขัดหูขัดตากู้หย่วนเป็นแน่
แม้กู้หย่วนจะได้กราบเป็นศิษย์ของนักพรตเฮ่อหลิง ซึ่งจะช่วยให้เขาหลีกเลี่ยงปัญหาบางอย่างได้ แต่ก็หนีไม่พ้นที่จะถูกเพ่งเล็งอยู่ดี
การดำรงอยู่ของนักพรตเฮ่อหลิง ทำได้เพียงแค่ปกป้องกู้หย่วนจากการถูกลอบกัดด้วยวิธีสกปรก แต่การแข่งขันระหว่างคนรุ่นเยาว์นั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และนักพรตเฮ่อหลิงก็จะไม่เข้าไปแทรกแซงด้วย!
ผู้บำเพ็ญวิถีกระบี่ เดิมทีก็จำเป็นต้องผ่านการขัดเกลาและอุปสรรคมากมาย ผ่านการหล่อหลอมนับครั้งไม่ถ้วน จึงจะยิ่งเฉียบคม!
หากไม่ผ่านการขัดเกลา ต่อให้เป็นอัจฉริยะเหนือโลก ก็ยากที่จะผงาดขึ้นมาได้
เหตุผลข้อนี้ นักพรตเฮ่อหลิงเข้าใจดี และกู้หย่วนเองก็กระจ่างแก่ใจ
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือเขาควรจะสร้างรากฐานมรรคา และเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตเทียนเหรินให้ได้ ก่อนที่คนของสำนักยอดเขาโอสถเหล่านั้นจะเดินทางมาถึง!
เช่นนี้แล้ว ต่อให้มีปัญหาเข้ามาจริงๆ เขาก็สามารถรับมือได้อย่างสบายๆ
เรื่องนี้แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย โชคดีที่ท่านอาจารย์อย่างนักพรตเฮ่อหลิงนั้นใจป้ำมาก โบกมือทีเดียวก็ให้หินวิญญาณมาตั้งหมื่นกว่าก้อน
เมื่อได้รับการสนับสนุนจากนักพรตเฮ่อหลิง ขั้นตอนการสร้างรากฐานมรรคาของกู้หย่วนย่อมราบรื่นขึ้นมาก
ส่วนตลาดนัดที่เซี่ยมิ่งหยางเพิ่งพูดถึง อันที่จริงต่อให้เซี่ยมิ่งหยางไม่บอก กู้หย่วนก็รู้อยู่แล้วว่ามันตั้งอยู่ที่ไหนสักแห่งนอกเมืองเซิ่งหยาง
ทว่าเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าการอยู่ข้างกายปรมจารย์เฮ่อหลิงนั้นปลอดภัยที่สุด คนโง่เท่านั้นแหละที่จะยอมจากที่นี่ไป
“หืม?”
ขณะที่กู้หย่วนกำลังเดินอยู่ ร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตา
ชายวัยกลางคนผู้นี้มีรูปร่างอวบอ้วนขาวผ่อง ดูมีฐานะดี และบนนิ้วยังมีแหวนหยกสวมอยู่วงหนึ่ง
“เปาต้าถง? เขานั่นเอง!”
กู้หย่วนหรี่ตาลง