ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 178 ใจกระบี่กระจ่างแจ้ง?
“ใช่ เจ้าพูดถูกแล้ว”
กู้หย่วนสีหน้าไม่เปลี่ยน เพียงกล่าวว่า
“บนเรือมังกรเหินเวหาลำนี้ มีปรมาจารย์เจินจวินคูมู่ผู้เป็นถึงยอดฝีมือระดับหยินเสินนั่งประจำการอยู่ ตามหลักแล้ว ย่อมไม่มีภูตผีปีศาจตนใดกล้าลักลอบเข้ามาได้ ทว่าแท้จริงแล้วมารหยินไร้รูปลักษณ์เป็นเพียงแค่กระแสความคิดสายหนึ่ง ไร้ซึ่งปราณมารแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น มารหยินไร้รูปลักษณ์ตนนี้เพิ่งจะถูกฝังลงในร่างของเจ้าเมื่อวันนี้นี่เอง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาล ถึงจะสามารถตบตาปรมาจารย์คูมู่มาได้อย่างหวุดหวิด”
“แต่ตอนนี้ กระแสมารนี้ได้ชักนำและหลอมรวมเข้ากับความปรารถนาอันมืดบอดในใจเจ้า เข้าแทนที่จิตสำนึกเดิมและขโมยแก่นแท้ของเจ้าไป ทำให้เจ้าค่อยๆ ตายลงอย่างช้าๆ… ดังนั้น ชิวจื่อ เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะแก้แค้นให้เจ้าเอง เพราะถึงอย่างไร…”
กู้หย่วนถอนหายใจคราหนึ่ง
“การตายของเจ้า หากจะว่ากันตามตรง ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าอยู่บ้าง…”
ชิวจื่อไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก เพราะสติสัมปชัญญะของเธอได้แตกซ่านไปหมดแล้ว ร่างกายก็เริ่มเหี่ยวย่นแห้งกรัง ราวกับว่าแก่นแท้ทั้งหมดถูกสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่างดูดกลืนไปจนหมดสิ้น
ดวงตาทั้งเจ็ดบนใบหน้าเบิกโพลงขึ้นทั้งหมด ขณะที่กลอกกลิ้งไปมาก็เปล่งประกายแสงชั่วร้ายที่แฝงไปด้วยพลังมาร
ในท้ายที่สุด ร่างกายนั้นก็พังทลายกลายเป็นกองเถ้าถ่าน หลงเหลือเพียงเงามารสีเทาสายหนึ่งยืนอยู่ตรงจุดเดิม แผ่ซ่านกลิ่นอายเย็นยะเยือกที่ชวนให้ผู้คนหวาดผวา
กู้หย่วนไม่ได้ขัดขวาง เพราะอย่างที่เขาพูดไป ชิวจื่อตัวจริงได้ตายไปตั้งนานแล้ว
ศิษย์รับใช้ชิวจื่อเมื่อครู่นี้ แท้จริงแล้วก็คือมารหยินไร้รูปลักษณ์ที่คอยรักษาสภาพความทรงจำและสติสัมปชัญญะของชิวจื่อเอาไว้ เพื่อทำให้เธอดูเหมือนยังมีชีวิตอยู่
และตอนนี้ เมื่อมารหยินไร้รูปลักษณ์ไม่ต้องการซ่อนตัวอีกต่อไป ชิวจื่อจึงได้ตายจากไปอย่างแท้จริง…
“ไอ้หนู เจ้าดูออกได้อย่างไรว่าอาหารพวกนี้มีปัญหา?”
มารหยินไร้รูปลักษณ์เปล่งเสียงแหบพร่าและต่ำลึก แฝงไปด้วยเสียงลึกลับประดุจสายลมหนาวที่พัดโชยมาจากขุมนรก ชิวเยว่ที่ยืนอยู่ด้านข้างเมื่อได้ยิน ก็รู้สึกเพียงว่ามีไอเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย จนแทบจะแช่แข็งเธอทั้งเป็น
กู้หย่วนสะบัดมือสาดแสงวิญญาณธาตุน้ำอันใสสะอาดบริสุทธิ์สายหนึ่งเข้าคุ้มครองเธอเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยอย่างใจเย็น
“ตอนแรกข้าก็ไม่ได้สังเกตเห็นอะไรผิดปกติหรอก แต่ทว่า…”
เขายื่นมือออกไปปัดอาหารโอสถบนโต๊ะจนล้มระเนระนาด อาหารที่เพียบพร้อมทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น
แต่พริบตาต่อมา เมื่อแสงวิญญาณธาตุน้ำของกู้หย่วนกวาดผ่าน มันก็ดึงเอากระแสปราณสีเทาขาวขนาดเล็กจิ๋วที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าออกมาหลายสาย
กระแสปราณสีเทาขาวเหล่านี้บิดเบี้ยวไปมา และเริ่มสร้างความแปดเปื้อนให้กับแสงวิญญาณธาตุน้ำของกู้หย่วน
แสงวิญญาณธาตุน้ำของกู้หย่วน เกิดจากการใช้ปราณแท้ของตนเองหลอมรวมเข้ากับปราณแก่นวารี และแก่นแท้กุ่ยสุ่ย (วารีหยิน) มันมีคุณสมบัติหยินสุดขั้ว อ่อนโยนสุดขีด บริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ที่ติ สามารถสะกดข่มวิชาอาคมสกปรกโสมมได้อย่างชะงัด ต่อให้เป็นพลังเทวะอย่างอัสนีหยินหรืออัสนีมารก็ไม่อาจทำให้มันแปดเปื้อนได้
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกระแสปราณสีเทาขาวเหล่านี้ มันกลับไร้เรี่ยวแรงต้านทาน ถอยร่นไม่เป็นท่า ลองจินตนาการดูก็รู้ได้เลยว่า แก่นแท้ของกระแสปราณสีเทาขาวเหล่านี้จะต้องอยู่ในระดับที่สูงส่งและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด
หากเมื่อครู่นี้กู้หย่วนเผลอกินมันเข้าไป ผลลัพธ์คงจะเลวร้ายเกินคณานับ
กู้หย่วนม้วนแสงวิญญาณธาตุน้ำเพียงครั้งเดียว ก็สามารถผนึกกระแสปราณสีเทาขาวเหล่านี้เอาไว้ในขวดหยกได้สำเร็จ
“แม้ของพวกนี้จะซ่อนเร้นมาอย่างแนบเนียน แทบจะไร้สีไร้กลิ่น”
กู้หย่วนยิ้มบางๆ
“แต่คนต่ำต้อยอย่างข้า บังเอิญว่าช่วงนี้วิถีกระบี่ของข้ามีความก้าวหน้าขึ้นมาเล็กน้อย พอดีว่ามันสามารถสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่าง แม้จะไม่รู้ว่าในอาหารโอสถพวกนี้ซุกซ่อนอะไรเอาไว้ แต่ในเมื่อรู้ว่ามีอันตราย ข้าย่อมไม่เอาเข้าปากอย่างแน่นอน”
“ใจกระบี่กระจ่างแจ้ง?!”
น้ำเสียงลึกลับของมารหยินไร้รูปลักษณ์แฝงไปด้วยความตกตะลึงและเคร่งเครียด ก่อนจะเปลี่ยนไปกล่าวว่า
“ไม่ ไม่มีทาง!”
“ด้วยอายุของเจ้า ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรของเจ้า ไม่มีทางที่จะบรรลุถึงขอบเขตวิถีกระบี่ระดับสูงเช่นนี้ได้อย่างเด็ดขาด อย่างมากเจ้าก็แค่สัมผัสได้ถึงเปลือกนอกของมันเท่านั้น…”
‘ใจกระบี่กระจ่างแจ้งคือขอบเขตอันลึกล้ำของวิถีกระบี่ มีอานุภาพที่ไม่อาจหยั่งรู้ สามารถสัมผัสได้ถึงอันตรายนานัปการ ดั่งจักจั่นที่รับรู้ได้ถึงลมใบไม้ร่วงก่อนที่มันจะพัดมา รู้หลบหลีกเมื่อภัยมาเยือน สามารถมองทะลุและล่วงรู้ถึงจิตสังหารที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง รวมถึงสถานการณ์บางอย่างได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ผู้บำเพ็ญเพียรที่บรรลุขอบเขตนี้ หากช่องว่างของระดับการบำเพ็ญเพียรไม่ห่างชั้นกันจนเกินไป ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะถูกลอบโจมตีหรือลอบสังหาร!
นักพรตเฮ่อหลิง อาจารย์ของกู้หย่วนเอง ก็ยังขาดอีกเพียงก้าวเดียว ถึงจะสามารถบรรลุถึงขอบเขตนี้ได้
“หรือว่าเจ้าจะลืมไปแล้ว ว่าข้ามีพรสวรรค์ใจกระบี่?”
กู้หย่วนชักกระบี่อิ๋นเจียวออกมาอย่างเนิบนาบ ลูบไล้ไปตามคมกระบี่ที่แหลมคมสุดขีด ทว่าคมกระบี่ที่สามารถตัดทองคำและหยกให้ขาดสะบั้นได้นั้น กลับไม่บาดผิวหนังที่นิ้วของเขาเลยแม้แต่น้อย
“ใจกระบี่ของข้านับว่าเป็นใจกระบี่กระจ่างแจ้งอีกรูปแบบหนึ่ง แม้ตอนนี้ข้าจะยังขุดเอาศักยภาพของพรสวรรค์ใจกระบี่ออกมาได้ไม่เต็มที่ แต่ก็ขุดออกมาได้ถึงสามส่วนแล้ว แม้จะเป็นเพียงแค่เปลือกนอกของใจกระบี่กระจ่างแจ้ง แต่เอามาใช้จัดการกับเจ้า ก็เพียงพอแล้ว”
มารหยินไร้รูปลักษณ์นิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยว่า
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วเหตุใดเจ้าถึงยังไม่ลงมืออีกเล่า?”
“ย่อมเป็นเพราะข้าสงสัยในตัวตนของเจ้าน่ะสิ”
กู้หย่วนหัวเราะ รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
“อย่างที่เจ้าเพิ่งพูดไป บนเรือมังกรเหินเวหาลำนี้มีปรมาจารย์คูมู่นั่งประจำการอยู่ และภายในนั้นจะต้องมีแก่นกลางของของวิเศษขนาดมหึมานี้คอยตรวจสอบไปทั่วสารทิศเป็นแน่”
“ตัวปรมาจารย์คูมู่เองก็มีสภาพที่ค่อนข้างผิดปกติ และท้ายที่สุดแล้ว เรือมังกรเหินเวหาก็เป็นเพียงแค่ของวิเศษ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต”
“ตัวเจ้า หรือจะพูดให้ถูกก็คือผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเจ้า ไม่น่าจะมาจากวิถีมาร แต่มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นขุมกำลังภายในยอดเขาโอสถเอง! มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถตบตาเรือมังกรเหินเวหาและปรมาจารย์คูมู่ได้!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้หย่วนก็จางหายไป เขากล่าวว่า
“ดังนั้น เจ้าคือใคร? เหตุใดถึงต้องสังหารข้า?”
“ข้าเพิ่งจะกราบเข้ายอดเขาโอสถได้ไม่นาน ไม่เคยล่วงเกินผู้ใด ในเมื่อเจ้าต้องการสังหารข้า นั่นก็หมายความว่าการปรากฏตัวของข้า ได้ไปขัดขวางเป้าหมายและผลประโยชน์ของพวกเจ้าเข้าแล้ว”
“เช่นนั้น สรุปว่าเจ้าเป็นคนของฝักฝ่ายตระกูลใหญ่ หรือฝักฝ่ายสำนักกันแน่?”
มารหยินไร้รูปลักษณ์ไม่พูดอะไรอีก หรือนี่อาจจะเป็นคำตอบในตัวมันเองอยู่แล้ว
มันยกมือขึ้น ซัดไฟมารขุมหนึ่งพุ่งเข้าใส่กู้หย่วน จากนั้น ดวงตาทั้งเจ็ดบนใบหน้าของมันก็เบิกโพลงขึ้นทั้งหมด แผ่ซ่านแสงมารอันชั่วร้ายสุดแสนออกมา
แสงมารทั้งเจ็ดสายนี้รวมตัวเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ร่างของมันหลอมละลายอย่างรวดเร็วราวกับเปลวเทียนที่ตั้งอยู่หน้ากองไฟ มันหลอมรวมเข้ากับแสงมารทั้งเจ็ดสาย กลายเป็นแสงมารสีเทาดำที่แฝงไปด้วยความตาย ความเงียบงัน และความมืดมิด เข้าครอบงำกู้หย่วนเอาไว้
แม้กู้หย่วนจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับวิถีมารมากนัก แต่ในยามนี้เขากลับรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา
แสงมารสายนี้ เห็นได้ชัดว่าอันตรายถึงขีดสุด!
มันคือการโจมตีอย่างสุดกำลัง ที่เกิดจากการเผาผลาญแก่นแท้ของมารหยินไร้รูปลักษณ์ตนนี้!
ไม่ว่าแสงมารจะสาดส่องไปที่ใด ผนัง เสาไม้ ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ภายในห้อง ราวกับถูกกาลเวลากัดกร่อน ต่างก็กลายสภาพเป็นเถ้าธุลีปลิวว่อนไปในทันที
กู้หย่วนประสานมือผูกอินอย่างไม่ลังเล ประสานอินแจกันสมบัติขึ้นมา
ไอแสงวิญญาณธาตุน้ำหลายสายพุ่งมารวมตัวกัน ก่อเกิดเป็นแจกันสมบัติวารีแท้สีขาวหยก พุงป่องปากแคบ แผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความสมบูรณ์แบบ ไร้รอยตำหนิ
ทันทีที่ใช้อินแจกันสมบัติวารีแท้ออกไป แจกันใบนี้ก็สาดแสงเจิดจ้า พร้อมกับปลดปล่อยพลังแห่งการกลืนกินและดูดซับอันมหาศาลออกมา ในขณะที่มันปกป้องกู้หย่วนเอาไว้ มันก็ดูดกลืนแสงมารสีเทาดำที่กำลังครอบงำเข้ามาจนหมดสิ้น
แครก! แครก!
จนกระทั่งกลืนกินแสงมารไปได้กว่าครึ่ง แจกันสมบัติวารีแท้ดูเหมือนจะไม่อาจทนรับพลังแห่งการกัดกร่อนที่อยู่ภายในได้อีกต่อไป บนพื้นผิวของมันปรากฏรอยร้าวขึ้นยั้วเยี้ย ก่อนจะแตกสลายกระจายไปในที่สุด
ในพริบตานั้นเอง กระบี่อิ๋นเจียวก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นแสงกระบี่อันเจิดจรัสและแหลมคม แฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง ตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว ก็ฟาดฟันแสงมารเหล่านี้จนแหลกสลาย