ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 270 วิญญาณแก่นแท้เกิงจิน!
สายตาของจี้เยวี่ยเฟยที่จ้องมองมา ทำให้กู้หย่วนรู้สึกอึดอัดไม่น้อย ราวกับกำลังถูกจับได้ว่าแอบไปทำมิดีมิร้ายใครมา ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ไปทำเรื่องเหลวไหลพรรค์นั้นเลยสักนิด
กู้หย่วนยกมือขึ้น โบกมือเก็บสัตว์วิญญาณทั้งสองตัวกลับไป
“ศิษย์น้องทั้งสองรักษาตัวด้วย หากไม่มีธุระอะไรแล้ว ข้าก็ขอตัวลาก่อนล่ะ”
ขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ ก็ถูกเหยียนเสี่ยวหลิงร้องเรียกเอาไว้
“เอ๊ะ ศิษย์พี่กู้ ช้าก่อนสิ!”
กู้หย่วนชะงักฝีเท้า หันกลับมาขมวดคิ้วถาม
“พวกท่านยังมีธุระอะไรอีกหรือ?”
เมื่อสังเกตเห็นท่าทีรำคาญใจของกู้หย่วน จี้เยวี่ยเฟยก็กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ พวกเรามีเรื่องอยากจะขอคำชี้แนะจากศิษย์พี่กู้สักหน่อย”
ในเมื่ออีกฝ่ายพูดจาสุภาพ กู้หย่วนก็ไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืด ทำเพียงแค่พยักหน้าเป็นเชิงให้อีกฝ่ายพูดมาตรงๆ ได้เลย
จากนั้น เหยียนเสี่ยวหลิงก็หยิบเอาลูกปัดสีเขียวมรกตที่เปล่งแสงเรืองรองออกมาจากถุงเก็บของ พลางเอ่ยถามว่า
“ศิษย์พี่กู้พอจะรู้ไหมเจ้าคะ ว่าของสิ่งนี้คืออะไร?”
เมื่อเห็นของในมือนาง กู้หย่วนก็ชะงักไป
แม้เขาจะไม่เคยเห็นลูกปัดเม็ดนี้มาก่อน ทว่าเขากลับรู้สึกคุ้นเคยกับมันอย่างบอกไม่ถูก
มันดูคล้ายกับมุกอัคคีชาดในมือของเขาถึงเจ็ดแปดส่วน นอกเหนือจากสีสันและกลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาแล้ว อย่างอื่นก็แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย
ลูกปัดสีเขียวเม็ดนี้ แผ่ซ่านปราณวิญญาณอี่มู่ (ธาตุไม้หยิน) อันเปี่ยมล้นไปด้วยชีวิตชีวาออกมา
ส่วนมุกอัคคีชาดในมือของกู้หย่วนนั้น แผ่ซ่านปราณวิญญาณปิ่งฮั่ว (ธาตุไฟหยาง) อันร้อนระอุออกมา
เห็นได้ชัดว่า นี่คือหนึ่งในมุกกำเนิดธาตุทั้งห้าที่เป็นกุญแจสำหรับเปิดถ้ำมังกรชาด
“ศิษย์น้องทั้งสอง ไปได้ของสิ่งนี้มาจากไหนงั้นรึ?”
กู้หย่วนเอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนจะอธิบายต่อว่า
“ของสิ่งนี้คือ มุกธาตุไม้ หนึ่งในมุกกำเนิดธาตุทั้งห้าที่ใช้เป็นกุญแจเปิดถ้ำมังกรชาด”
จี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิงย่อมไม่แปลกใจกับชื่อของถ้ำมังกรชาด เพราะในโลกใบเล็กมังกรชาดแห่งนี้ สถานที่ที่ล้ำค่าที่สุด ก็คือถ้ำพำนักของนักพรตมังกรชาด หรือที่เรียกกันว่า ถ้ำมังกรชาดนั่นเอง
จี้เยวี่ยเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ก่อนหน้านี้พวกเราสองคนบังเอิญไปสังหารสัตว์ร้ายตัวหนึ่งเข้า แล้วก็เจอของสิ่งนี้ซ่อนอยู่ในรังของมันเจ้าค่ะ”
“พวกเราตามการนำทางของลูกปัดเม็ดนี้มาจนถึงที่นี่ แล้วก็ดันโชคร้ายไปเจอกับเฒ่าฉงหมัวเข้า”
พูดจบนางก็ถามด้วยความสงสัย
“แล้วศิษย์พี่กู้จำของสิ่งนี้ได้ยังไงกัน หรือว่าท่าน...”
ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ กู้หย่วนก็หยิบเอาลูกปัดสีแดงชาดออกมาจากถุงเก็บของ
“ถูกต้อง ข้าเองก็มีอยู่เม็ดหนึ่งเหมือนกัน เป็นมุกอัคคีชาดน่ะ”
“อีกอย่าง ข้าก็รู้ตำแหน่งของถ้ำมังกรชาดด้วย หากศิษย์น้องทั้งสองไม่รังเกียจ จะตามข้ามาก็ได้นะ”
ในเมื่อทั้งสองคนมีมุกธาตุไม้อยู่ในมือ กู้หย่วนก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอะไรอีก
หญิงสาวทั้งสองย่อมไม่มีความเห็นขัดข้อง เหยียนเสี่ยวหลิงกลอกตาไปมา ก่อนจะโพล่งออกมาว่า
“เอ่อ… ศิษย์พี่กู้ ในเมื่อถ้ำมังกรชาดแห่งนี้เป็นถึงถ้ำพำนักของนักพรตมังกรชาด หากมันถูกเปิดออกจริงๆ จะต้องมีอันตรายซ่อนอยู่มากมายแน่ๆ ถ้าอย่างนั้น… พวกเราสองคนขอติดตามท่านไปด้วยเลยได้ไหม?”
จี้เยวี่ยเฟยที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ได้พูดอะไร ดูเหมือนจะเห็นด้วยกับความคิดนี้
พวกเจ้าเป็นผู้หญิงแท้ๆ กลับมาขอตามผู้ชายต้อยๆ แบบนี้ มันจะดีหรือ? ไม่กลัวโดนข้าจับไปขายหรือไง?
กู้หย่วนมีสีหน้าแปลกประหลาด
เมื่อเห็นสีหน้าของกู้หย่วน เหยียนเสี่ยวหลิงกลับพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ก็ท่านเก่งกาจขนาดนี้ ตามท่านไปย่อมปลอดภัยและอุ่นใจกว่าตั้งเยอะ อีกอย่าง ท่านเพิ่งจะช่วยชีวิตพวกเราไว้ แสดงว่าท่านต้องเป็นคนจิตใจดี เป็นคนดีแน่ๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้หย่วนก็รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
“หยุดเลย จะชมว่าข้าจิตใจดีก็ได้นะ แต่อย่ามาชมว่าข้าเป็นคนดีเลย”
สมัยนี้ การถูกตราหน้าว่าเป็น คนดี มันไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปหรอกนะ
จากนั้น กู้หย่วนก็เอ่ยตรงๆ
“อีกอย่าง ข้าให้พวกเจ้าตามไปได้ก็จริง แต่ข้าจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ?”
คำพูดของเขานั้นทั้งตรงไปตรงมาและห้วนสั้น ทว่ามันก็คือเรื่องจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในโลกใบเล็กมังกรชาดแห่งนี้ ยกเว้นสหายเก่าแก่ที่รู้ใจกันแล้ว คนอื่นล้วนไว้ใจไม่ได้ และการไว้ใจคนอื่นก็คือการรนหาที่ตายดีๆ นี่เอง
กู้หย่วนไม่มีหน้าที่หรือความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องคอยช่วยเหลือพวกนาง ยิ่งไปกว่านั้น เขาเพิ่งจะช่วยชีวิตพวกนางไว้เมื่อครู่นี้เอง
หญิงสาวทั้งสองสบตากัน พวกนางก็คิดตรงกันว่า อุตส่าห์ได้เจอกับคนเก่งๆ แถมยังไว้ใจได้อย่างกู้หย่วนทั้งที จะปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ ไม่ได้เด็ดขาด
อีกอย่าง หากได้ติดตามกู้หย่วนไป ก็รับประกันความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง
นี่มันท่อนขาใหญ่ทองคำชัดๆ ต้องรีบเกาะเอาไว้ให้แน่น ไม่อย่างนั้นต่อให้ได้เข้าไปในถ้ำมังกรชาด ก็อาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับออกมาก็ได้
ดังนั้น จี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิงจึงมองหน้ากัน คล้ายกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ จี้เยวี่ยเฟยจึงหยิบเอากล่องหยกใบหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของ แล้วยื่นให้กู้หย่วนด้วยท่าทีจริงจัง
“ศิษย์พี่กู้ลองดูของสิ่งนี้ก่อนเถิด หากข้าจะใช้ของสิ่งนี้เป็นสิ่งตอบแทน จะได้หรือไม่?”
กล่องหยกใบนั้นมีขนาดราวๆ ครึ่งฉื่อ (15 ซม.) สร้างขึ้นมาจากแก่นหยกชนิดหนึ่ง บนพื้นผิวมีลวดลายอาคมสลักเสลาอยู่อย่างวิจิตรบรรจง เห็นได้ชัดว่าตัวกล่องเองก็เป็นของวิเศษสำหรับกักเก็บพลังงานชั้นยอด
โดยปกติแล้ว มักจะใช้สำหรับบรรจุสมุนไพรวิญญาณ โอสถวิญญาณ หรือของวิเศษจากฟ้าดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ปราณวิญญาณและสรรพคุณยาของมันระเหยหายไปอย่างสูญเปล่า
ดังนั้น จึงเดาได้ไม่ยากเลยว่า ของที่อยู่ข้างในนี้จะต้องล้ำค่ามากอย่างแน่นอน
กู้หย่วนรับมาถือไว้อย่างไม่ใส่ใจนัก
ช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มาได้มหาศาล ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรวิญญาณระดับสูงอย่างหญ้าวิญญาณเร้นลับ หรือแม้กระทั่งผลโลหิตมังกรถึงสองผล ของพวกนี้แค่หยิบออกมาสักชิ้น ก็มีมูลค่าควรเมืองแล้ว ต่อให้เป็นยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน หรือแม้แต่มหาอำนาจระดับหยินเสินก็ยังต้องตาโตด้วยความอยากได้
ของวิเศษจากฟ้าดินทั่วๆ ไป ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้อีกต่อไปแล้ว
ทว่าเมื่อกู้หย่วนรับกล่องหยกมาถือไว้ เขาก็ต้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่กดทับลงมาบนฝ่ามือ
ด้วยตบะของเขาในตอนนี้ การที่เขายังรู้สึกว่าของสิ่งนี้หนักอึ้ง ซึ่งน่าจะหนักไม่ต่ำกว่าพันชั่ง (ราวๆ 500 กิโลกรัม) ย่อมแสดงว่าของที่อยู่ข้างในจะต้องเป็นของที่มีความหนาแน่นสูงมาก
กู้หย่วนพอจะเดาออกแล้วว่ามันคืออะไร เมื่อเปิดกล่องออกดู เขาก็พบก้อนโลหะขนาดเท่าไข่ไก่ก้อนหนึ่งนอนนิ่งอยู่ภายใน
มันมีสีเหลืองทอง ไม่ได้เปล่งประกายเจิดจ้า หรือสว่างไสวบาดตา ทว่ากลับมีแสงสีทองหม่นๆ เคลือบอยู่บางๆ ทว่าเมื่อกู้หย่วนจ้องมองมัน เขาก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ดวงตาทันที ราวกับถูกเข็มเล่มเล็กๆ นับพันนับหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้าที่ตา
และในวินาทีที่กู้หย่วนเปิดกล่องหยกออก แสงสว่างบนพื้นผิวของมันก็สว่างวาบขึ้น ก้อนโลหะก้อนนี้สั่นไหวเบาๆ คล้ายกับมีจิตวิญญาณแฝงอยู่
“นี่มัน… วิญญาณแก่นแท้เกิงจิน (ธาตุทองหยาง)?”
กู้หย่วนหรี่ตาลง สีหน้าฉายแววประหลาดใจระคนตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
วิญญาณแก่นแท้เกิงจิน เป็นหนึ่งในเก้าสุดยอดโลหะเทวะ ที่มีชื่อเสียงเทียบเท่ากับทองคำแท้ประจิม ทองคำต้นกำเนิดไท่อี้ เหล็กมารเก้าขุมนรก ทรายดาราแม่น้ำสวรรค์ แก่นทองคำไท่ไป๋ และทรายเงินพลังฟ้า (เทียนกาง)
มันคือวัตถุดิบวิญญาณระดับสุดยอด ที่มักจะถือกำเนิดขึ้นเฉพาะในแกนกลางของเหมืองแร่เกิงจินเท่านั้น
คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของมันคือความคมกริบ เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำไปใช้หลอมสร้างอาวุธวิเศษและของวิเศษประเภทโจมตีทำลายล้างสูง อย่างเช่น กระบี่บิน หรือมีดบิน
เรียกได้ว่า ของสิ่งนี้คือวัตถุดิบวิญญาณระดับสุดยอดที่ดีที่สุดในใต้หล้า สำหรับใช้ในการหลอมสร้างกระบี่บิน!
หากไม่นับรวมโลหะเทวะในระดับเดียวกันแล้ว แทบจะไม่มีอะไรเทียบเคียงความคมกริบของมันได้เลย
ของสิ่งนี้ย่อมถูกใจกู้หย่วนเป็นอย่างมาก
กระบี่อิ๋นเจียวของเขามีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดีก็จริง ทว่าท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาหลอมสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้หลอมมันขึ้นมา ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงวัตถุดิบธรรมดาๆ เท่านั้น
ดังนั้น กู้หย่วนจึงตั้งใจมาตลอดว่า จะหาโอกาสหลอมสร้างมันใหม่อีกสักรอบ และตั้งใจจะหลอมมันให้กลายเป็นกระบี่บินประจำกายของเขาเลยด้วย
เมื่อมีวิญญาณแก่นแท้เกิงจินก้อนนี้อยู่ในมือ ขอเพียงกู้หย่วนหลอมมันเข้าไปในกระบี่อิ๋นเจียว มันก็จะช่วยยกระดับแก่นแท้ของกระบี่อิ๋นเจียวให้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปได้อีกหนึ่งถึงสองระดับเลยทีเดียว!
อืม… แก่นแท้นะ ไม่ใช่คุณภาพ
อาวุธวิเศษชิ้นหนึ่ง หากมีแก่นแท้ที่แข็งแกร่งพอ ก็มีโอกาสที่จะถูกหลอมสร้างและยกระดับขึ้นเป็นของวิเศษได้
ทว่าหากแก่นแท้ของมันไม่เพียงพอ ต่อให้ฝึกฝนและหล่อเลี้ยงมันไปมากแค่ไหน มันก็จะหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้อีก
แก่นแท้ของกระบี่อิ๋นเจียวของกู้หย่วนนับว่าไม่เลว มันมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นของวิเศษได้ ขอเพียงกู้หย่วนควบแน่นจินตานได้สำเร็จ และใช้เวลาหล่อเลี้ยงมันสักหลายร้อยปี มันก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นของวิเศษได้เช่นกัน
ทว่าเป้าหมายในอนาคตของกู้หย่วน คือการควบแน่นจินตานระดับหนึ่ง (ระดับสูงสุด) เพื่อปูทางสู่การเป็นมหาอำนาจระดับหยางเสิน หรือแม้กระทั่งเซียนแท้ระดับหยวนเสิน ความทะเยอทะยานของเขาย่อมสูงกว่านั้นมาก
(จบตอน)