ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 285 ผลจูเยวี่ยหมื่นปี ข้อเรียกร้องที่ไม่เป็นธรรม!
- Home
- ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร
- ตอนที่ 285 ผลจูเยวี่ยหมื่นปี ข้อเรียกร้องที่ไม่เป็นธรรม!
กู้หย่วนราวกับไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ และไม่รับรู้ถึงบรรยากาศอันพิลึกพิลั่นรอบตัวเลยแม้แต่น้อย เขาพลิกฝ่ามือวูบ เก็บโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณลงไป
จากนั้นก็ประสานมือคารวะเตาหลอมโอสถสัมฤทธิ์อย่างนอบน้อม พลางกล่าวว่า
“ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่เมตตาประทานให้ขอรับ”
ไม่ว่านักพรตมังกรชาดจะมีแผนการหรือเล่ห์เหลี่ยมใดซ่อนอยู่ และไม่ว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่อย่างน้อยผู้อาวุโสผู้สูงส่งท่านนี้ก็ใจกว้างและไม่ตระหนี่ถี่เหนียวเรื่องวาสนาเลย
เรื่องนี้ทำให้กู้หย่วนได้เปรียบและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปได้มากมาย
อย่างไรเสีย กู้หย่วนก็รู้สึกซาบซึ้งและเลื่อมใสอีกฝ่ายจากใจจริง
ในเวลานั้นเอง ชายชราแซ่จี้ก็โพล่งขึ้นมาว่า
“สหายตัวน้อยกู้ ข้ามีผลจูเยวี่ย (ผลชาด) หมื่นปีอยู่ลูกหนึ่ง สำหรับข้าแล้วมันไม่มีประโยชน์เท่าไหร่นัก แต่สำหรับผู้ฝึกตนเขตแดนเทียนเหรินที่ยังไม่บรรลุจินตานอย่างเจ้านั้น นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง หากเจ้าเห็นว่าเหมาะสม ข้าขอใช้ผลจูเยวี่ยหมื่นปีลูกนี้แลกกับโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณของเจ้าสักหน่อย จะดีหรือไม่?”
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาสาดประกายวาววับ กวาดตามองถุงเก็บของข้างเอวกู้หย่วน ความเร่าร้อนในแววตาแทบจะแผดเผาถุงเก็บของให้มอดไหม้เป็นจุล
พูดตามตรง ชายชราแซ่จี้เองก็รู้สึกเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง
ด้วยวิชาหลอมโอสถของเขา การหลอมโอสถมากว่าห้าร้อยปี ทำให้เขาสั่งสมประสบการณ์มาอย่างโชกโชน แม้จะถูกจำกัดด้วยพรสวรรค์และสติปัญญา จนถึงตอนนี้ยังไม่อาจก้าวขึ้นสู่ระดับปรมาจารย์นักหลอมโอสถได้ แต่ก็ห่างไกลจากจุดนั้นไม่มากแล้ว
เดิมทีเขาคิดว่าด้วยระดับวิชาหลอมโอสถของเขา น่าจะสามารถครอบครองโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเม็ดนี้ได้ ทว่าสุดท้ายก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เขาประเมินวิชาหลอมโอสถของตัวเองสูงเกินไป
และประเมินความยากในการหลอมโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณต่ำเกินไป
ส่วนกู้หย่วนนั้น พูดตามตรง ชื่อเสียงของกู้หย่วนขจรขจายไปไกล หากพูดถึงพละกำลังและวิชาเทวะของเด็กหนุ่มผู้นี้ เขายอมรับว่าเลื่อมใสจริงๆ ท้ายที่สุดแล้ว การใช้ตบะเขตแดนเทียนเหรินสังหารยอดฝีมือระดับจินตานได้ เขาถามตัวเองแล้วก็รู้ดีว่าทำไม่ได้แน่
กระทั่งเขายังแอบรู้สึกว่า หากตัวเองต้องต่อสู้กับอีกฝ่าย ดีไม่ดีอาจจะไม่ใช่คู่มือของกู้หย่วนด้วยซ้ำ
แต่หากพูดถึงวิชาหลอมโอสถ เขามั่นใจว่าสามารถบดขยี้กู้หย่วนได้อย่างราบคาบ
อย่างไรเสีย กู้หย่วนอายุเท่าไหร่กันเชียว?
ต่อให้เริ่มเรียนวิชาหลอมโอสถตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา จนถึงตอนนี้ เวลาที่ใช้เรียนก็ยังไม่ถึงเศษเสี้ยวเวลาที่เขาใช้หลอมโอสถมาทั้งชีวิตเลย
ดังนั้น เขาจึงไม่คิดว่ากู้หย่วนจะได้โอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเม็ดนี้ไปครอง ทว่าเขาคิดไม่ถึงเลยว่า กู้หย่วนจะสามารถคว้าโอสถวิญญาณระดับสุดยอดเม็ดนี้มาได้จริงๆ!
เรื่องนี้เหนือความคาดหมายของเขาไปมาก!
เช่นนี้แล้ว ไม่เท่ากับว่าวิชาหลอมโอสถ ตลอดจนสติปัญญาของกู้หย่วน เหนือล้ำกว่าเขาไปแล้วหรอกหรือ?
เรื่องนี้ทำให้เขายากที่จะยอมรับได้ กระทั่งในใจยังเริ่มเกิดความอิจฉาริษยาและเคียดแค้นขึ้นมาบ้างแล้ว
แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ โอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณที่อยู่ในถุงเก็บของของกู้หย่วนในตอนนี้ต่างหาก!
เขามีชีวิตอยู่มากว่าห้าร้อยปีแล้ว เนื่องจากเหตุผลบางประการ อายุขัยของเขาจึงน้อยกว่ายอดฝีมือระดับจินตานคนอื่นๆ อยู่บ้าง และตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกไม่กี่ปีก็จะถึงคราวหมดอายุขัยแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น แม้พรสวรรค์ด้านการฝึกตนของเขาจะถือว่าดี แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ใช่ระดับยอดเยี่ยม ต่อให้หล่อหลอมจินตานได้ ก็เป็นเพียงจินตานระดับห้าเท่านั้น
ความสำเร็จระดับนี้ สำหรับผู้ฝึกตนอิสระทั่วไปย่อมเป็นสิ่งที่ฝันถึง แต่หากต้องการก้าวไปอีกขั้น โอกาสนั้นแทบจะริบหรี่เป็นศูนย์!
ดังนั้น ไม่ว่าจะมองในแง่มุมใด โอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเม็ดนี้ก็คือโอกาสสุดท้ายและโอกาสเดียวของเขา
“ผลจูเยวี่ยหมื่นปีงั้นหรือ?”
กู้หย่วนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่
“สหายเต๋าจี้ท่านนี้… ไม่สิ ผู้อาวุโสจี้ ท่านคิดว่าข้าจะตกลงงั้นหรือ?”
เมื่อพูดถึงผลจูเยวี่ย คงไม่มีใครรู้สึกแปลกหรอก เพราะผลไม้วิญญาณชนิดนี้เป็นสมุนไพรวิญญาณที่มีชื่อเสียงพอตัว สามารถใช้เพิ่มพูนตบะได้ และยังใช้หลอมเป็นโอสถเพิ่มพูนตบะบางชนิดได้อีกด้วย
ส่วนผลจูเยวี่ยหมื่นปี พูดสั้นๆ ก็คือผลจูเยวี่ยที่เติบโตมานานนับหมื่นปี สะสมฤทธิ์ยาไว้อย่างมหาศาล และมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกตนในระดับของกู้หย่วน
แน่นอนว่าหากเทียบกับดอกบัวแฝดม่วงครามแล้ว ย่อมต้องด้อยกว่าหลายขุม เพราะผลจูเยวี่ยไม่สามารถกลืนกินมากเกินไปได้ เมื่อกินเข้าไปหนึ่งลูกแล้ว หากกินลูกต่อไป ประสิทธิภาพก็จะลดน้อยถอยลงจนแทบไม่เห็นผล
ดังนั้น หากจะบอกว่าของสิ่งนี้ล้ำค่า ก็ใช่ หากจะบอกว่าสำคัญกับกู้หย่วน กู้หย่วนก็คงต้องยอมรับ
แต่ถ้าจะบอกว่ามันสามารถเอามาแลกกับโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณในถุงเก็บของของเขาได้ นั่นมันเรื่องตลกชัดๆ
อย่าว่าแต่ผลจูเยวี่ยหมื่นปีเลย ต่อให้เป็นดอกบัวแฝดม่วงครามสักต้น กู้หย่วนก็ไม่มีทางตกลง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผลจูเยวี่ยหมื่นปีเลย?
มูลค่าของทั้งสองสิ่งนี้ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลยแม้แต่น้อย
หากบอกว่าผลจูเยวี่ยหมื่นปียังสามารถประเมินค่าเป็นหินวิญญาณได้ ยอมจ่ายสักหลายหมื่นหรือกระทั่งแสนหินวิญญาณ ก็อาจจะบังเอิญหาซื้อได้ตามตลาดนัดผู้ฝึกตนบ้างเป็นครั้งคราว
แต่โอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณนั้นคือสมบัติล้ำค่าที่ประเมินค่ามิได้ ต่อให้มีหินวิญญาณมากมายก่ายกองแค่ไหน ก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้
ท้ายที่สุดแล้ว ของพรรค์นี้คือโอสถวิญญาณระดับสุดยอดที่สามารถเปิดโอกาสให้ผู้คนก้าวขึ้นสู่เขตแดนหยินเสินได้เลยนะ
อย่างน้อยดอกบัวแฝดม่วงคราม ในมิติย่อยมังกรชาดแห่งนี้ก็ยังมีอยู่อีกมาก ซ้ำยังไร้ผลข้างเคียงแอบแฝง กินเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร ไม่มีอาการดื้อยา
พูดอีกอย่างก็คือ ผลจูเยวี่ยหมื่นปีไม่เพียงแต่มูลค่าต่ำเท่านั้น แต่มันยังมีสิ่งที่สามารถทดแทนได้อีกด้วย
โอสถวิญญาณระดับสุดยอดอย่างโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณ เกรงว่าในสถานที่แห่งนี้คงไม่มีเม็ดที่สองอีกแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คนโง่เท่านั้นแหละที่จะยอมแลก
รอยยิ้มของชายชราแซ่จี้แข็งค้างอยู่บนใบหน้า เขาย่อมรู้ดีว่ามูลค่าของทั้งสองสิ่งนี้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
แต่รู้ก็ส่วนรู้ เขาไม่อยากล้มเลิกความตั้งใจที่จะเอาโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเม็ดนี้มาครอบครอง
“สหายตัวน้อยกู้ ข้าสามารถเพิ่มของให้อีกบางส่วน รับรองว่าเจ้าจะไม่เสียเปรียบแน่นอน ดีหรือไม่?”
กู้หย่วนแค่นยิ้มเย็นชา โบกมือปฏิเสธ
“พอเถอะผู้อาวุโสจี้ จะมีของสิ่งใดเทียบเคียงกับโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเม็ดนี้ได้อีก คำพูดพรรค์นี้ไม่ต้องพูดให้มากความหรอก”
อย่าเห็นว่าชายชราแซ่จี้พูดจาหว่านล้อมเสียดิบดี ต่อให้เขาเทหมดหน้าตัก เอาสมบัติทั้งหมดที่มีมากองรวมกัน มูลค่าของมันยังไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนร้อยของโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเม็ดนี้เลยด้วยซ้ำ
“สหายเต๋ากู้ งั้นข้าขอพูดตรงๆ เลยก็แล้วกัน”
ชายชราแซ่จี้จ้องมองกู้หย่วนด้วยสายตาเร่าร้อน
“ของสิ่งนี้ข้าต้องเอามาให้ได้ เจ้าเสนอราคามาเลย”
“มิเช่นนั้น มีสหายเต๋าอยู่ที่นี่มากมายเพียงนี้ พวกเราอาจจะทำอะไรลงไปบ้าง ใครก็สุดจะรู้ได้”
“นี่ท่านกำลังข่มขู่ข้างั้นหรือ?”
มุมปากของกู้หย่วนยกยิ้มหยันลึกขึ้น เมื่อเห็นผู้คนรอบข้างเริ่มมีแววตาวูบไหว กลิ่นอายสังหารอันเย็นเยียบก็ค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา
คนผู้หนึ่งที่อยู่ด้านข้างแค่นหัวเราะเยาะ
“ข่มขู่แล้วจะทำไม? สหายตัวน้อยกู้ มาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ายังมีทางเลือกอื่นอีกงั้นหรือ?”
มีคนส่งเสียงสนับสนุน
“นั่นสิ โอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเม็ดนี้สำหรับเจ้าแล้วก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมายนัก รู้จักประเมินสถานการณ์แล้วส่งมันมาแต่โดยดี เจ้าก็จะยังได้รับส่วนแบ่งที่ควรจะได้ มิเช่นนั้น ไม่เพียงแต่จะไม่ได้อะไรเลย ดีไม่ดีอาจจะต้องทิ้งชีวิตน้อยๆ ของตัวเองไว้ที่นี่ด้วย!”
เมื่อเห็นผู้ฝึกตนรอบด้านเผยแววตาดุร้าย อาศัยพวกมากลากไป ซ้ำยังเตรียมพร้อมที่จะลงมือ กระบี่อิ๋นเจียวในร่างของกู้หย่วนก็สั่นสะเทือนหึ่งๆ ส่งเสียงกระบี่อันเย็นเยียบและน่าเกรงขามออกมา
ส่วนจี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิงที่อยู่ข้างกายกู้หย่วนกลับมีสีหน้าระแวดระวัง เตรียมพร้อมรับมือเต็มที่ หมายจะร่วมเป็นร่วมตายกับกู้หย่วน
“หึหึ… ให้ส่งมางั้นหรือ… พวกเจ้ากำลังฝันกลางวันอยู่หรือไง!”
สีหน้าของกู้หย่วนเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุที่คนพวกนี้กระโดดออกมาข่มขู่แกมบังคับ ก็ไม่พ้นความโลภบังตา ประกอบกับคิดว่าตัวเองมีพวกมากกว่า เลยคิดว่าจะรังแกเขาได้ง่ายๆ
ถ้าทุกคนเป็นแค่คนธรรมดา กู้หย่วนก็คงไม่กล้าพูดอะไรหรอก
แต่ในเมื่อทุกคนเป็นผู้ฝึกตน มันก็มีความเป็นไปได้มากมายเกิดขึ้น
อย่างเช่นตัวกู้หย่วนเอง พละกำลังของเขาเพิ่งจะยกระดับขึ้นมา เขาสามารถรับมือแบบหนึ่งต่อสิบ หรือกระทั่งมากกว่านั้นได้อย่างสบายๆ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีสัตว์เลี้ยงวิญญาณอีกหลายตัวคอยช่วยเหลือ ดังนั้นเขาย่อมไม่เก็บคนพวกนี้มาใส่ใจอยู่แล้ว
(จบตอน)