ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 286 การประลองอันดุเดือด!
“ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตาย ก็จงไปตายเสียเถอะ!”
กู้หย่วนแค่นเสียงเย็นชา วินาทีต่อมา เสียงร้องโหยหวนก็ดังระงมขึ้น
เมื่อผู้ฝึกตนทั้งหลายเพ่งตามอง ก็เห็นผีเสื้อสีเขียวตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฝูงชนด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวและเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ เพียงแค่มันกระพือปีก ปราณกระบี่สีเขียวเส้นเรียวเล็กทว่าแหลมคมไร้เทียมทานจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานออกไป
พื้นที่ภายในห้องหลอมโอสถไม่ได้กว้างขวางนัก ทว่าจำนวนผู้ฝึกตนกลับมีไม่น้อย ในเวลานี้จึงไม่มีทางหลบเลี่ยงได้เลย
ดังนั้น ผู้ฝึกตนจำนวนมากจึงถูกปราณกระบี่ทะลวงร่างจนเกิดเป็นรูโหว่เลือดสาดกระเซ็น บางคนถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสหรือตกตายคาที่ กระทั่งหัวใจและศีรษะก็ถูกทะลวงจนพรุน
แม้นคนเหล่านี้จะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ก็ยากที่จะต้านทานความแหลมคมของปราณกระบี่สีเขียวเหล่านี้ได้
นอกจากผีเสื้อกระบี่เงาเขียวแล้ว ยังมีตะขาบสวรรค์หลังเงินที่ตอนนี้กลายร่างเป็นสายฟ้าสีเงิน พุ่งทะยานไปมาด้วยความเร็วปานแสงราวกับสายฟ้าแลบ ประดุจกระบี่บินที่ทั้งปราดเปรียวและดุร้าย
ทุกที่ที่มันพุ่งผ่าน ไม่ว่าจะเป็นปราณคุ้มกาย อาวุธเวทป้องกัน หรือวิชาเทวะของผู้ฝึกตนเหล่านั้น ล้วนถูกทะลวงและตัดขาดอย่างง่ายดาย
ลุกลามไปถึงเลือดเนื้อและร่างกายที่ถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่นตามไปด้วย
ส่วนแมงมุมอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์และพญางูเขมือบสวรรค์นั้น แม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณระดับสีทองเช่นกัน แต่ตัวหนึ่งเพิ่งฟักออกจากไข่ได้ไม่นาน ส่วนอีกตัวก็เพิ่งวิวัฒนาการ ดังนั้นแม้จะมีศักยภาพมหาศาล ทว่าพละกำลังในตอนนี้ยังถือว่าไม่สูงนัก
สัตว์เลี้ยงสุดที่รักสองตัวนี้จะเอามาเสี่ยงอันตรายไม่ได้เด็ดขาด
ทว่าถึงกระนั้น การมีเสี่ยวชิง (ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว) และอาอู๋ (ตะขาบสวรรค์หลังเงิน) สองทายาทแมลงวิเศษยุคโบราณสุดแกร่งคอยช่วยเหลือ
ผนวกกับกู้หย่วนที่ควบคุมกระบี่อิ๋นเจียวกวาดล้างไปทั่วสารทิศ ทำให้ผู้ฝึกตนเหล่านี้ล้มตายและบาดเจ็บอย่างหนัก เศษซากแขนขา อวัยวะภายใน และกองเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
ชั่วขณะนั้น เสียงตะโกนด่าทอ เสียงกรีดร้องโหยหวน เสียงร้องขอชีวิต ไปจนถึงเสียงกระบี่บินฟันอาวุธเวทแตกและฉีกกระชากเนื้อหนังดังระงมไปทั่ว
ภาพตรงหน้าช่างน่าสยดสยองและนองเลือดจนชวนให้อ้าปากค้างและขนหัวลุก!
เคร้ง!!!
เดิมทีกระบี่อิ๋นเจียวของกู้หย่วนพุ่งทะยานไปมาประดุจมังกรเจียวสีเงิน ไร้พ่ายในทุกทิศทาง
ทว่าจู่ๆ เมื่อประกายกระบี่พุ่งผ่านบริเวณหนึ่ง ก็เกิดเสียงปะทะอันดังกังวานและใสกระจ่าง ราวกับเสียงโลหะกระทบกันของมีดและกระบี่
สิ่งที่กระบี่อิ๋นเจียวฟันเข้าใส่ แท้จริงแล้วคือมีดสั้นสีฟ้าครามเล่มหนึ่ง อาวุธเวทมีดสั้นเล่มนี้มีรูปลักษณ์ประณีตและกะทัดรัด ทว่าแรงกดดันทางวิญญาณที่แผ่ออกมากลับน่าตื่นตะลึงยิ่งนัก
วินาทีที่มันปรากฏตัว ก็แผ่ซ่านคลื่นความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวออกมา บนพื้นผิวของมันยังมีเปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนลุกโชนอยู่อีกชั้นหนึ่ง
อุณหภูมิของเปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนนี้สูงลิบลิ่ว จนกระทั่งความว่างเปล่ายังดูเหมือนจะบิดเบี้ยวไป
หากมองดูให้ดี จะเห็นว่าภายในเปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนนี้ คล้ายกับมีวิหคเพลิงรูปร่างประหลาดตัวหนึ่งกำลังเริงระบำอยู่
อาวุธเวทมีดสั้นเล่มนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นอาวุธเวทระดับสุดยอดเช่นกัน คุณภาพไม่ได้ด้อยไปกว่ากระบี่อิ๋นเจียวของกู้หย่วนเลย ซ้ำยังเป็นอาวุธเวทประจำกายของชายชราแซ่จี้ผู้นั้นอีกด้วย
กู้หย่วนขยับนิ้วมือ กระบี่อิ๋นเจียวก็พุ่งทะยาน ทั้งฟัน เฉือน จิ้ม หรือตวัด แสงสีเงินสาดประกาย ประดุจมังกรเจียวกางกรงเล็บแยกเขี้ยว เข้าพัวพันต่อสู้กับอาวุธเวทมีดสั้นเล่มนั้นจนเกิดเสียง “เคร้งคร้าง” ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จะว่าไปแล้ว ชายชราแซ่จี้ผู้นี้อย่างไรเสียก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับจินตานผู้ช่ำชอง แม้ระดับจินตานของเขาจะไม่สูงนัก แต่ก็ถือว่ามีตบะลึกล้ำและประสบการณ์โชกโชน
ชั่วขณะหนึ่ง อาศัยเพียงอาวุธเวทประจำกายเล่มนี้ เขากลับสามารถต่อกรกับกู้หย่วนได้อย่างสูสี
ฟิ้ว!
ทันใดนั้น
อาวุธเวททวนเหล็กขึ้นสนิมเล่มหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศมา ปลายทวนสาดประกายแสงเย็นเยียบ พุ่งทะลวงเข้าใส่หน้าอกของกู้หย่วนอย่างโหดเหี้ยม
การโจมตีครั้งนี้ทั้งพลิกแพลงและอำมหิต ซ้ำบนนั้นยังแผ่ซ่านกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวจนชวนขนลุกออกมาด้วย
แม้แต่กู้หย่วนก็ยังสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา
ทว่าเมื่อเผชิญกับการโจมตีสายฟ้าแลบนี้ กู้หย่วนกลับเพียงแค่ยื่นมือออกไปคว้าหมับ จับมันไว้แน่น
จากนั้นใช้สองมือออกแรง เส้นเลือดปูดโปน กล้ามเนื้อบนแขนปูดเป็นมัดๆ
แกรก!
ทวนเหล็กเล่มนี้ถูกหักเป็นสองท่อนในทันที
เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้ฝึกตนที่รอดชีวิตมาได้เพียงหยิบมือต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว
ทุกคนรู้ดีว่าเพลงกระบี่ของกู้หย่วนนั้นลึกล้ำไร้เทียมทาน แต่ใครจะไปคิดว่ากู้หย่วนยังฝึกฝนวิชาสายกายาควบคู่ไปด้วย ซ้ำยังมีระดับความสำเร็จที่น่าทึ่งถึงเพียงนี้
พรวด!
วินาทีที่ทวนเหล็กหักสะบั้น ผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนักก็กระอักเลือดคำโตออกมา
ที่ท้องด้านขวาของเขามีบาดแผลขนาดเท่าปากชามทะลุจากหน้าไปหลัง บนบาดแผลยังคงแผ่ซ่านเจตจำนงกระบี่อันเย็นเยียบ เห็นได้ชัดว่าเป็นรอยแผลที่ถูกปราณกระบี่ของผีเสื้อกระบี่เงาเขียวฟันเอาเมื่อครู่นี้
ในตอนนี้ เนื่องจากอาวุธเวทถูกทำลาย อาการบาดเจ็บของเขาจึงยิ่งสาหัสขึ้นไปอีก ทว่าเขากลับไม่สนใจ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ พุ่งทะยานเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายระเบิดแสงสว่างจ้า แฝงไว้ด้วยสีแดงฉานของเลือด
“ไม่ชอบมาพากลแล้ว!”
กู้หย่วนหรี่ตาลง สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เขารีบกระตุ้นมหาฤทธาวิชาเทวะกลืนนภากลืนปฐพีทันที บนผิวกายปรากฏแสงสีดำชั้นหนึ่งขึ้นมา
กระทั่งจี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิง ก็ถูกเขาดึงเข้ามาคุ้มครองไว้ด้านหลัง
วินาทีต่อมา ร่างของชายคนนั้นก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ เลือดเนื้อและปราณแก่นแท้ทั่วร่างลุกไหม้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นสายฟ้าอัสนีโลหิตก้อนหนึ่ง แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันชั่วร้ายและพิลึกพิลั่น พุ่งเข้าถล่มใส่กู้หย่วน
ทว่าเมื่อสายฟ้าอัสนีโลหิตก้อนนี้ปะทะเข้ากับม่านแสงสีดำ มันกลับถูกแสงสีดำกลืนกินไปถึงแปดส่วนอย่างเงียบเชียบ ส่วนอีกสองส่วนที่เหลือ ถูกกู้หย่วนคว้าไว้ในกำมือ เพียงแค่ออกแรงบีบเบาๆ มันก็สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
จากนั้น กู้หย่วนก็ประกบมือทั้งสองข้างเข้าหากัน แสงอัสนีสีม่วงประกายทองเริ่มสว่างวาบขึ้น
เปรี๊ยะ ปร๊ะ!
แสงอัสนีสีม่วงประกายทองสาดประกาย กลิ่นอายอันแข็งกร้าวดุดันและไร้เทียมทานแผ่ซ่านออกไป ในมือของกู้หย่วนก่อตัวเป็นลูกบอลสายฟ้าลูกหนึ่ง
“กระจาย!”
เมื่อกู้หย่วนกางแขนออก ลูกบอลสายฟ้าลูกนี้ก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง กลายเป็นตาข่ายอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ ครอบคลุมทั่วทั้งห้องหลอมโอสถเอาไว้
นอกจากจี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิง รวมถึงผีเสื้อกระบี่เงาเขียวและตะขาบสวรรค์หลังเงินที่กู้หย่วนจงใจละเว้นแล้ว ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ยกเว้นชายชราแซ่จี้ ล้วนตกตายเกลี้ยง
ผู้ฝึกตนเพียงหยิบมือที่รอดชีวิตมาได้เมื่อครู่นี้ ก็ถูกอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ถล่มจนกลายเป็นตอตะโกไปแล้ว
ชายชราแซ่จี้ผู้นั้นนับว่าเจ้าเล่ห์และมากประสบการณ์จริงๆ เมื่อเห็นท่าไม่ดีก็รีบควบคุมอาวุธเวทฟันฝ่าเปิดทาง ถือว่าหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด ทว่ากู้หย่วนก็ไม่ได้คิดจะปล่อยคนผู้นี้ไปง่ายๆ
ในเมื่อผูกความแค้นกันแล้ว ก็ต้องสะสางให้จบสิ้น พูดอีกอย่างก็คือ ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!
ชายชราแซ่จี้ผู้นี้เป็นคนปลุกปั่นให้คนตั้งมากมายมาลงมือกับกู้หย่วน กู้หย่วนคงจะโง่เต็มทนหากยอมปล่อยเขาไป
เมื่อหนีออกจากห้องหลอมโอสถ ชายชราแซ่จี้ก็หันหลังวิ่งเตลิดเปิดเปิง ทว่าต่อให้เขาวิ่งเร็วแค่ไหน ท้ายที่สุดเขาก็เป็นแค่คนๆ เดียว
ภายใต้การบัญชาการของกู้หย่วน ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวและตะขาบสวรรค์หลังเงินก็ไล่ตามไปติดๆ อย่างรวดเร็ว พวกมันงัดเอาสารพัดวิธีออกมาใช้ เพื่อฉุดรั้งเขาเอาไว้
หากชายชราแซ่จี้มัวแต่หนีเอาตัวรอดโดยไม่สนสิ่งอื่นใด ย่อมต้องถูกเสี่ยวชิงและอาอู๋เจาะรูบนหลังจนพรุนเป็นแน่
“บัดซบ! ก็แค่ผู้ฝึกตนเขตแดนเทียนเหรินคนหนึ่งแท้ๆ… ไอ้เด็กนี่มันจะรับมือยากรับมือเย็นอะไรนักหนา!”
ชายชราแซ่จี้กัดฟันกรอด ในใจรู้สึกทั้งอัดอั้นตันใจและโกรธแค้น ทว่าก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงหยุดฝีเท้าลง แล้วควบคุมอาวุธเวทมีดสั้นบินของตน เพื่อต้านทานการโจมตีของผีเสื้อกระบี่เงาเขียวและตะขาบสวรรค์หลังเงิน
อาวุธเวทมีดสั้นบินปะทะเข้ากับปราณกระบี่และตะขาบสวรรค์หลังเงิน ก่อให้เกิดเสียงโลหะกระทบกันดังกังวานราวกับเสียงตีเหล็ก จนแสบแก้วหู
เพิ่งจะรับมือกับการโจมตีระลอกแรกไปได้ แสงสีเงินที่เรียวเล็กดุจเส้นผมทว่าแหลมคมไร้เทียมทานสายหนึ่งก็พุ่งทะยานเข้ามา
ฟิ้ว— ฟิ้ว—
ทุกที่ที่มันพุ่งผ่าน ความว่างเปล่าก็ปรากฏรอยแสงวาบขึ้น กระทั่งหินชิงจินอันแข็งแกร่งบนพื้นก็ยังถูกกรีดจนเป็นรอยลึก
(จบตอน)