ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 287 พญามารกระดูกขาวจอมพลัง!
“ปราณกระบี่แปรสภาพเป็นเส้นด้าย?!”
เมื่อเห็นภาพนี้ ชายชราแซ่จี้ก็ถึงกับหนังหัวชาหนึบ รู้สึกแทบจะระเบิด
ในฐานะยอดฝีมือระดับจินตานมีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าปราณกระบี่แปรสภาพเป็นเส้นด้ายหมายความว่าอย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น การที่กู้หย่วนใช้เคล็ดวิชานี้ กลับเป็นการใช้กระบี่บินแปรสภาพเป็นเส้นด้าย ซึ่งนับว่าเฉียบคมหาใดเปรียบ เป็นเคล็ดวิชาระดับสูงของผู้บำเพ็ญกระบี่ที่ยากจะต้านทาน!
เขาอยากจะควบคุมมีดสั้นซึ่งเป็นอาวุธเวทประจำกายเพื่อต้านรับ ทว่าอาวุธเวทของเขากลับถูกผีเสื้อกระบี่เงาเขียวและตะขาบสวรรค์หลังเงินพัวพันเอาไว้จนไม่อาจปลีกตัวได้เลย
เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงอยู่ในเส้นด้ายสีเงินนี้ ชายชราแซ่จี้จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องงัดไพ่ตายของตนออกมาใช้
เขาอ้าปากพ่นน้ำเต้าใบเล็กสีฟ้าครามออกมา
น้ำเต้าใบนี้มีขนาดเพียงหนึ่งนิ้ว ดูเล็กกะทัดรัดประณีต ทว่ากลับแผ่ซ่านแรงกดดันอันน่าตื่นตะลึงออกมาจางๆ ถึงขั้นทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดจนอกสั่นขวัญแขวนได้
เพียงแค่สั่นไหวเล็กน้อย น้ำเต้าขนาดหนึ่งนิ้วก็ขยายใหญ่ขึ้นจนมีความสูงกว่าหนึ่งเชียะ ปากน้ำเต้าพ่นเปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนที่มีอุณหภูมิสูงลิ่วออกมา
อานุภาพที่แฝงอยู่ภายในนั้น แม้แต่กู้หย่วนเองก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งอันตราย!
ทว่าข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือ ที่บริเวณส่วนป่องของน้ำเต้าสีฟ้าครามใบนี้ มีรูโหว่ขนาดเท่าไข่ไก่อยู่หนึ่งรู
และก็เพราะรูโหว่นี้เอง ที่ทำให้กลิ่นอายของน้ำเต้าสีฟ้าครามใบนี้อ่อนโทรมลงอย่างหนัก ให้ความรู้สึกเหมือนแข็งนอกแต่อ่อนใน
ของวิเศษ!
ในเสี้ยววินาทีแรก กู้หย่วนก็ประเมินได้ทันทีว่า ของสิ่งนี้คือของวิเศษชิ้นหนึ่ง
ของวิเศษคือสิ่งที่อยู่เหนือกว่าอาวุธเวท กระบี่อิ๋นเจียวซึ่งเป็นอาวุธเวทกระบี่บินของกู้หย่วน ก็นับว่าเป็นอาวุธเวทระดับสุดยอดที่หาได้ยากยิ่ง โดยมีค่ายกลประทับอยู่ถึงหกสิบสามค่ายกล
ของดีระดับนี้ไม่ได้พบเห็นกันได้บ่อยๆ ยอดฝีมือระดับจินตานนำไปใช้ก็ไม่เสียเกียรติแม้แต่น้อย
อาวุธเวทแบ่งออกเป็น ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง และระดับสุดยอด
ต่ำกว่าของวิเศษลงมา จะมีค่ายกลปฐพีพิฆาตอยู่ทั้งหมดเจ็ดสิบสองค่ายกล ขอบเขตของอาวุธเวทระดับสุดยอดจะอยู่ที่ห้าสิบห้าถึงเจ็ดสิบสองค่ายกล
กระบี่อิ๋นเจียวของกู้หย่วนย่อมจัดอยู่ในขอบเขตอาวุธเวทระดับสุดยอด ทว่าก็ยังห่างไกลจากระดับชั้นของของวิเศษอยู่อีกช่วงใหญ่ๆ
ต่อให้กู้หย่วนทะลวงเข้าสู่เขตแดนจินตาน แล้วตั้งใจหลอมกลั่นกระบี่บินเล่มนี้ให้กลายเป็นกระบี่บินประจำกาย ก็ยังต้องใช้เวลาอีกสามถึงห้าร้อยปี ถึงจะพอมีโอกาสริบหรี่ที่จะหลอมมันให้กลายเป็นของวิเศษได้!
อืม… โอกาสนั้นน้อยนิดมาก เพียงแค่ริบหรี่เท่านั้น
แม้แต่นักพรตเฮ่อหลิงผู้เป็นอาจารย์ของกู้หย่วน ก็ยังใช้อาวุธเวทระดับสุดยอดเป็นกระบี่บินประจำกาย
ไม่ใช่ของวิเศษ
จากตรงนี้ก็พอจะเห็นได้แล้วว่า ของวิเศษสักชิ้นนั้นหาได้ยากและล้ำค่าเพียงใด!
โชคดีที่ของวิเศษก็ส่วนของวิเศษ ของวิเศษชิ้นนี้ได้รับความเสียหายจนบกพร่องไปแล้ว อานุภาพที่หลงเหลืออยู่จึงมีเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น ดังนั้นกู้หย่วนจึงไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว
ความสำเร็จด้านเพลงกระบี่ของเขาบรรลุถึงขั้นลึกล้ำสุดหยั่งคาดไปแล้ว และเคล็ดวิชาปราณกระบี่แปรสภาพเป็นเส้นด้ายนี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบคมอยู่แล้ว
ยิ่งเมื่อกระบี่อิ๋นเจียวแปรสภาพเป็นเส้นด้ายสีเงิน อานุภาพก็ยิ่งพุ่งทะยานขึ้นเป็นสิบเท่า ในเมื่อน้ำเต้าของวิเศษชิ้นนี้ไม่สมประกอบ เขาย่อมไม่มีเหตุผลอะไรต้องเกรงกลัว
แกรก— แกรก—
และก็เป็นไปตามคาด ภายใต้เส้นด้ายกระบี่ที่กระบี่อิ๋นเจียวของกู้หย่วนแปรสภาพไป เพลิงแท้ที่น้ำเต้าสีฟ้าครามพ่นออกมาก็ถูกบดขยี้จนแตกสลายไม่มีชิ้นดี
กระทั่งตัวน้ำเต้าของวิเศษเอง ก็ยังถูกเส้นด้ายกระบี่บดขยี้จนเกิดเสียงบาดแก้วหู บนพื้นผิวถึงกับปรากฏรอยกระบี่ตื้นๆ ขึ้นมาหนึ่งรอย
กู้หย่วนประสานมือเป็นมุทรากระบี่ จากนั้นก็เปลี่ยนท่ามุทรา เส้นด้ายกระบี่สีเงินสายนั้นก็พลันแบ่งจากหนึ่งเป็นสอง สองเป็นสี่ สี่เป็นแปด และแปดเป็นสิบหก
เมื่อเส้นด้ายกระบี่ทั้งสิบหกสายปรากฏขึ้น ชายชราแซ่จี้ก็ถึงกับอ้าปากค้าง จากนั้นก็เห็นเส้นด้ายกระบี่แปดสายพุ่งเข้าพันธนาการน้ำเต้าของวิเศษสีฟ้าครามเอาไว้ ส่วนอีกแปดสายที่เหลือพุ่งตรงเข้าใส่เขาอย่างไม่อาจหลบเลี่ยง
มาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้เขาจะเป็นถึงยอดฝีมือระดับจินตาน ก็เข้าตาจนหมดหนทางหนีแล้ว
เมื่อถูกเส้นด้ายกระบี่ทั้งแปดสายรุมสับ ต่อให้มีวิชาเทวะคุ้มกายช่วยขวางไว้ แต่ร่างทั้งร่างก็ถูกหั่นแยกชิ้นส่วนคาที่ เขาร้องโหยหวนอย่างแสนสาหัสและสั้นกระชับได้เพียงครั้งเดียว ก่อนจะกลายเป็นกองเนื้อเละๆ ในชั่วพริบตา
เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้ฝึกตนในตำหนักใหญ่บางคนก็ถึงกับตกตะลึงจนตัวสั่น
หลายคนกลัวจนลนลานถอยกรูด วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
นั่นก็เพราะกู้หย่วนผู้นี้ลงมือได้อำมหิตเกินไป ซ้ำวิธีการที่ใช้ยังเด็ดขาดและน่าสะพรึงกลัวจนเกินรับไหว
ยอดฝีมือระดับจินตานตัวเป็นๆ กลับถูกสับเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าต่อตาผู้คน นี่ทำให้ทุกคนยากที่จะทำใจยอมรับได้ และยิ่งก่อเกิดความหวาดกลัวจับใจ
คนพรรค์นี้ อยู่ให้ห่างไว้เป็นดีที่สุด
ทว่าในเวลานั้นเอง
ฝ่ามือกระดูกขาวอันโปร่งใสราวกับหยกขาวมันแกะข้างหนึ่ง ก็แอบยื่นเข้ามาเงียบๆ และพุ่งเข้าใส่กลางหลังของกู้หย่วน
ความรู้สึกขนลุกซู่แผ่ซ่านไปทั่วร่างของกู้หย่วน!
และนี่ก็เป็นช่วงเวลาที่กู้หย่วนอ่อนแอที่สุด
ในเวลานี้ สัตว์เลี้ยงวิญญาณทั้งสองตัวของเขายังอยู่ห่างออกไป กระบี่อิ๋นเจียวก็ยังไม่ได้เรียกกลับคืนมา การจะตอบสนองให้ทันท่วงทีต้องใช้เวลาพอสมควร กู้หย่วนในตอนนี้จึงไม่อาจใช้วิธีที่ถนัดที่สุดทั้งสองอย่างได้ชั่วคราว
พูดอีกอย่างก็คือ จังหวะเวลาในการลอบโจมตีครั้งนี้ ช่างแม่นยำและสมบูรณ์แบบเหลือเกิน
ทว่าปฏิกิริยาของกู้หย่วนกลับเด็ดขาดและตรงไปตรงมายิ่งกว่า!
เขาหมุนตัวกลับมา ยกมือขึ้นชกออกไปหนึ่งหมัด ทั่วทั้งฝ่ามือถูกปกคลุมด้วยแสงประหลาดสีดำมืดมิดชั้นหนึ่ง
หมัดนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดเสียงดังครึกโครมแต่อย่างใด มันเงียบกริบไร้สรรพเสียง กระทั่งสายลมหรือพลังลมปราณก็ไม่ถูกกระตุ้นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย กลับให้ความรู้สึกอึดอัดและพิลึกพิลั่นอย่างประหลาดแทน
ทุกที่ที่มันพาดผ่าน ราวกับว่าแม้แต่เสียงหรือคลื่นพลังก็ถูกกลืนกินจนหายไปสิ้น
จากนั้น หมัดนี้ก็ปะทะเข้ากับฝ่ามือกระดูกขาว
หนึ่งดำหนึ่งขาว หนึ่งหมัดหนึ่งกรงเล็บ ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกัน
ปัง!
พร้อมกับเสียงทึบๆ ที่ดังขึ้นเบาๆ กู้หย่วนถอยหลังไปสองสามก้าว แสงสีดำของมหาฤทธาวิชากลืนนภากลืนปฐพีบนมือของเขากะพริบวาบไปมาอย่างไม่เสถียร
ส่วนเจ้าของฝ่ามือกระดูกขาวนั้น ในที่สุดก็เผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา ไม่นึกเลยว่ามันจะเป็นปิศาจโครงกระดูกที่ขาวเนียนดุจหยกทั้งตัวตนหนึ่ง!
กู้หย่วนเคยเห็นปิศาจโครงกระดูกมาก่อน แต่พวกที่เขาเคยเห็นล้วนเป็นแค่ของพื้นๆ ด้วยตบะบารมีและพละกำลังของกู้หย่วนในตอนนี้ แค่ถ่มน้ำลายใส่ก็คงฆ่าพวกมันได้ตั้งหลายตัวแล้ว
ทว่าปิศาจโครงกระดูกตรงหน้านี้กลับแตกต่างออกไป กระดูกทั่วทั้งร่างของมันขาวเนียนละเอียดอ่อน ราวกับสลักเสลาขึ้นจากหยกขาวมันแกะ ไม่เหมือนโครงกระดูกทั่วไป แต่ดูราวกับผลงานศิลปะชิ้นเอกที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติเสียมากกว่า
นี่อาจจะเป็นร่างวิวัฒนาการขั้นกว่าของปิศาจกระดูกขาว พญามารกระดูกขาวจอมพลัง!
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในเบ้าตาทั้งสองข้างของมัน ยังมีแสงสีแดงลึกลับส่องประกายวูบวาบ เต้นเร่าอย่างสงบเงียบ ให้ความรู้สึกที่ทั้งมีชีวิตชีวาและชวนขนลุก
ปิศาจโครงกระดูกตนนี้ มีสติปัญญาในระดับหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด!
กู้หย่วนจ้องมองโครงกระดูกนี้ด้วยความตั้งใจ คิ้วขมวดมุ่น ก่อนจะหันไปมองยังภูเขาจำลองลูกหนึ่ง
“ท่านคือผู้ใดกันแน่?”
“มาถึงขั้นนี้แล้ว ไยจึงไม่ปรากฏตัวมาพบหน้ากันหน่อยเล่า?”
เขาดูออกแล้วว่า ปิศาจโครงกระดูกตนนี้ไม่ใช่ผู้ฝึกตน แต่เป็นอาวุธเวท หรือเรียกให้ถูกคือหัวหน้ามาร ที่ผู้ฝึกตนสายมารคนใดคนหนึ่งหลอมสร้างขึ้น!
และตัวการที่แท้จริง ก็กำลังซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ณ ขณะนี้
“ดี! ดีมากกู้หย่วน สามารถใช้ตบะเขตแดนเทียนเหรินสังหารยอดฝีมือระดับจินตานได้ ซ้ำยังสามารถใช้พลังกายล้วนๆ ต้านทานพญามารกระดูกขาวจอมพลังของข้าได้อีก เจ้าเก่งกาจกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก!”
ชายชรารูปร่างหน้าตาธรรมดา ผิวคล้ำ รูปร่างผอมบาง และมีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น เดินก้าวออกมาจากหลังภูเขาจำลอง
คนผู้นี้ ก็คือชายชรารูปร่างผอมดำที่เคยทำให้กู้หย่วนรู้สึกถึงอันตรายจางๆ ก่อนหน้านี้นั่นเอง!
(จบตอน)