ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 298 เตาหลอมเก้าเจียวหลง!
นี่ยังโชคดีที่เป็นกู้หย่วน หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ต่อให้เป็นศิษย์สืบทอดสายตรงของสำนักบำเพ็ญเพียรระดับมหาอำนาจอย่างยอดเขาโอสถหรือนิกายกู่เสิน ก็คงยากที่จะทนรับบททดสอบนี้ไหว และคงถูกแผดเผาทั้งเป็นจนตายตกอยู่ภายในเตาหลอมไปแล้ว
โชคดีที่ในถุงเก็บของของกู้หย่วน ยังมียาวิเศษสำหรับฟื้นฟูลมปราณแท้ที่เขาเตรียมเอาไว้อยู่บ้าง
ต่อให้พลังฝึกตนของเขาเหือดแห้ง ก็ยังสามารถเติมเต็มลมปราณแท้เพื่อประคองร่างให้อยู่รอดต่อไปได้อีกพักใหญ่
เป็นเช่นนี้ไปอีกราวๆ หนึ่งถ้วยชา เปลวเพลิงแท้จริงรอบด้านก็ลดทอนลงอย่างรวดเร็ว ความร้อนระอุค่อยๆ สลายตัวไป แม้กระทั่งมังกรวารีเพลิงทั้งเก้าตัวเหนือศีรษะก็ยังพังทลาย กลายสภาพกลับเป็นกลุ่มก้อนเพลิงแท้จริง
ท่ามกลางความรู้สึกโลกหมุนคว้าง ภาพเบื้องหน้าของกู้หย่วนพร่ามัวลงชั่วขณะ ก่อนจะพบว่าตนเองกลับออกมาปรากฏตัวอยู่ด้านนอกอีกครั้ง
ส่วนของวิเศษเตาหลอมตรงหน้าก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเตาหลอมสีแดงเข้มขนาดกะทัดรัดเท่ากำปั้น
กู้หย่วนก้มลงเก็บมันขึ้นมา สัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่หน่วงมือพร้อมกับความรู้สึกอุ่นร้อนและแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็มีกระแสข้อมูลขุมหนึ่งไหลบ่าจากเตาหลอมสีแดงเข้มเข้าสู่ห้วงสมองของเขา
“ที่แท้ของวิเศษเตาหลอมนี้ก็มีนามว่า ‘เตาหลอมเก้าเจียวหลง’ มันเป็นของวิเศษที่เพียบพร้อมทั้งพลังโจมตีและป้องกัน อีกทั้งยังสามารถใช้หลอมสร้างอาวุธวิเศษ ของวิเศษ ไปจนถึงยาวิเศษชั้นเลิศได้อีกด้วย”
กู้หย่วนพลันกระจ่างแจ้ง เข้าใจถึงสรรพคุณของเตาหลอมเก้าเจียวหลงใบนี้ในทันที
เตาหลอมเก้าเจียวหลงใบนี้ถูกหลอมขึ้นจากวัตถุดิบวิเศษหายากนับสิบชนิด ผสานเข้ากับจิตวิญญาณแห่งเจียวหลงถึงเก้าตน
ไม่เพียงใช้หลอมยาและสร้างอาวุธได้เท่านั้น แต่มันยังรุกรับได้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการพ่นเพลิงแท้จริง ปลดปล่อยมังกรวารีเพลิงทั้งเก้าออกไปโจมตี หรือกระทั่งดูดศัตรูเข้าไปหลอมละลายทิ้งในเตา ล้วนแต่อนุภาพร้ายกาจสุดเปรียบประเมิน
กล่าวได้ว่า นี่คือของวิเศษที่มีประโยชน์ใช้สอยหลากหลายและสมดุลยิ่งนัก
ที่น่ากล่าวถึงที่สุดก็คือ ของวิเศษชิ้นนี้ยังมีอักขระอาคมเทียนกังประทับอยู่ถึงสิบสองชั้น นั่นหมายความว่า… นี่คือของวิเศษระดับกลาง!
“ยอดเยี่ยม! ได้เตาหลอมเก้าเจียวหลงมาครอง ความแข็งแกร่งของข้าก็พุ่งทะยานขึ้นไปอีกขั้น แถมต่อไปนี้ไม่ว่าจะหลอมยาหรือสร้างอาวุธก็สะดวกสบายยิ่งนัก”
กู้หย่วนไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาโคจรลมปราณแท้อัดฉีดเข้าไปด้านใน ทิ้งรอยประทับจิตสัมผัสของตนเองเอาไว้ พร้อมกับเริ่มหลอมรวมมันเข้ากับตัวอย่างช้าๆ
ของวิเศษชิ้นหนึ่ง ซ้ำยังเป็นถึงระดับกลาง ย่อมไม่อาจหลอมรวมได้ง่ายดายนัก ตอนนี้กู้หย่วนทำได้เพียงหลอมรวมมันเบื้องต้นเท่านั้น ทว่าเพียงเท่านี้ก็ยากที่ใครจะมาแย่งชิงมันไปได้แล้ว
“ยินดีด้วยพี่กู้ ที่ท่านได้รับสมบัติล้ำค่ามาครองอีกชิ้นแล้ว!”
จี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิงเดินเข้ามา เมื่อเห็นเตาหลอมเก้าเจียวหลงในมือของกู้หย่วน หญิงสาวทั้งสองต่างก็เผยแววตาอิจฉาปนชื่นชม
ด้วยสายตาของพวกนาง ย่อมมองออกว่าเตาหลอมสีแดงเข้มในมือของกู้หย่วนคือของวิเศษชิ้นหนึ่ง ซ้ำยังเป็นของที่มีคุณภาพสูงส่งเสียด้วย
สิ่งนี้ทำให้นางทั้งสองรู้สึกอิจฉาไม่น้อย
พวกนางคนหนึ่งมาจากภูเขาหลานเค่อ อีกคนมาจากภูเขาป่ายจ้าง แม้เบื้องหลังของทั้งคู่จะไม่ธรรมดา และมักจะได้สัมผัสกับของวิเศษอยู่บ่อยครั้ง
แต่การได้สัมผัส ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้ครอบครอง
ของวิเศษระดับนี้ คือสิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน หรือแม้แต่ยอดฝีมือระดับหยินเสิน และผู้ยิ่งใหญ่ระดับหยางเสินใช้กัน อีกทั้งมูลค่าของมันไม่เคยตกลงเลย
ผู้อาวุโสในสำนักของพวกนางอาจจะมีครอบครอง แต่ก็ไม่เคยนำออกมาให้ใครเห็นง่ายๆ ตัวพวกนางทั้งสองย่อมไม่มีคุณสมบัติพอจะได้ของวิเศษมาครอบครองเช่นกัน
พูดจาให้ระคายหูสักหน่อย ต่อให้จับจี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิงไปขาย ก็ยังแลกของวิเศษไม่ได้สักครึ่งชิ้นด้วยซ้ำ
ส่วนตอนนี้ ภายในหอหลอมอาวุธแห่งนี้มีสมบัติระดับของวิเศษอยู่ไม่น้อย ทว่าความยากในการคว้ามันมานั้นสูงส่งเกินไป เรียกว่าแทบจะต้องเอาชีวิตเข้าแลก!
คงมีเพียงสมบัติระดับอาวุธวิเศษเท่านั้น ที่ระดับพลังฝึกตนอย่างพวกนางพอจะมีลุ้นคว้ามาได้
ยามนี้พอได้เห็นกู้หย่วนที่อยู่ในขอบเขตเทียนเหริน ไม่เพียงได้ยอดศาสตราวุธระดับของวิเศษอย่างทวนวงเดือนมาครอง แล้วไหนจะเตาหลอมเก้าเจียวหลงชิ้นนี้อีก พวกนางย่อมรู้สึกอิจฉาเป็นธรรมดา
และในขณะเดียวกันก็รู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่ง
เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตเทียนเหรินเหมือนกันแท้ๆ แต่กู้หย่วนกลับสามารถต่อสู้ข้ามระดับชั้นได้อย่างสบายๆ กลับกันตัวพวกนางเอง แม้จะถูกผู้อาวุโสในสำนักยกย่องให้เป็นอัจฉริยะ แต่หากนำมาเทียบกับกู้หย่วนแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าห่างชั้นกันไกลลิบลับ
“ศิษย์น้องทั้งสองเกรงใจไปแล้ว”
กู้หย่วนเผยรอยยิ้มบางๆ จังหวะนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นปิ่นหยกในมือของจี้เยวี่ยเฟย มันเปล่งประกายแสงห้าสีงดงาม เห็นได้ชัดว่ามันคือของวิเศษที่ถูกหลอมขึ้นจากหยกวิเศษหลิงหลง ซึ่งพวกนางเพิ่งจะหมายตากันเอาไว้เมื่อครู่
กู้หย่วนประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวแสดงความยินดี
“ข้าเองก็ต้องขอแสดงความยินดีกับศิษย์น้องทั้งสองที่สมปรารถนาเช่นกัน มีปิ่นหยกชิ้นนี้ ต่อไปพวกเจ้าก็จะคงความเยาว์วัย ความงามไม่สร่างซาลงแล้ว”
ปากก็พูดไปเช่นนั้น แต่ในใจกู้หย่วนกลับแอบคิดสงสัยว่า ของมีเพียงชิ้นเดียว หญิงสาวสองคนนี้ใครจะเป็นคนใช้กันแน่
หรือว่าจะผลัดกันใช้?
คิดในใจก็ส่วนคิดในใจ กู้หย่วนย่อมไม่เอ่ยปากถามคำถามทำลายบรรยากาศเช่นนั้นออกไปเด็ดขาด
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้หย่วน หญิงสาวทั้งสองก็เผยรอยยิ้มสดใส
เหยียนเสี่ยวหลิงยิ้มแล้วกล่าวว่า
“ที่ข้ากับศิษย์พี่ได้ของชิ้นนี้มา ล้วนต้องขอบคุณพี่กู้ หากไม่มีท่านคอยช่วยเหลือ พวกเราสองคนก็คงเดินมาไม่ถึงตรงนี้ อย่าว่าแต่จะได้สมบัติเลย”
แม้ว่ายิ่งระดับพลังฝึกตนสูงขึ้น อายุขัยก็จะยิ่งยืนยาว และแก่ชราลงช้าลง ทว่าต่อให้ช้าเพียงใด ก็ยังต้องแก่ชราลงอยู่ดี
แต่เมื่อมีปิ่นหยกที่หลอมขึ้นจากหยกวิเศษหลิงหลงชิ้นนี้ พวกนางย่อมสามารถรักษาสภาพความอ่อนเยาว์และรูปลักษณ์ที่ไม่ร่วงโรยเอาไว้ได้
และทั้งหมดนี้ ล้วนต้องขอบคุณกู้หย่วน
ดังนั้นพวกนางจึงรู้สึกซาบซึ้งใจในตัวเขาเป็นอย่างมาก
“ศิษย์น้องทั้งสอง”
กู้หย่วนไม่ได้พูดเรื่องนี้ให้ยืดเยื้อ แต่กลับเปลี่ยนเรื่อง
“ตอนนี้พวกเจ้าก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้แล้ว ยังมีสิ่งใดต้องการอีกหรือไม่? หากไม่มีธุระอะไรแล้ว พวกเราออกไปจากที่นี่กันดีไหม?”
เหยียนเสี่ยวหลิงมองสบตากับจี้เยวี่ยเฟย แล้วเอ่ยว่า
“ข้ากับศิษย์พี่ได้ปิ่นหยกชิ้นนี้ก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ ไม่จำเป็นต้องโลภมากไปกว่านี้ ส่วนหลังจากนี้จะเอายังไงต่อไป ก็แล้วแต่พี่กู้จะเป็นคนตัดสินใจเลย”
กู้หย่วนพยักหน้ารับ
“ตกลง เช่นนั้นพวกเราออกไปจากที่นี่กันเถอะ”
เขาได้ทั้งยอดศาสตราวุธระดับของวิเศษ และเตาหลอมเก้าเจียวหลงระดับกลางมาจากหอหลอมอาวุธแห่งนี้ ได้รับผลประโยชน์มากมายปานนี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องโลภมากไปเล็งของชิ้นอื่นอีก
อีกอย่าง นอกจากทุ่งยาสมุนไพร ทุ่งนาวิเศษ หอหลอมโอสถ และหอหลอมอาวุธแห่งนี้แล้ว ที่สุดปลายทางเบื้องหน้า ดูเหมือนว่ายังมีตำหนักใหญ่อีกแห่งตั้งตระหง่านอยู่
ตำหนักใหญ่แห่งนี้มีขนาดใหญ่โตกว้างขวางยิ่งกว่าหอหลอมโอสถและหอหลอมอาวุธเสียอีก ดูท่าแล้วน่าจะเป็นที่พำนักของนักพรตมังกรชาด
แม้ทุ่งยาสมุนไพร ทุ่งนาวิเศษ หอหลอมโอสถ และหอหลอมอาวุธก่อนหน้านี้จะเต็มไปด้วยของวิเศษ ทว่าหากนำไปเทียบกับที่พำนักของนักพรตมังกรชาดแล้ว เกรงว่าคงเทียบไม่ติด
ต้องรู้ไว้ว่า ของอย่างอาวุธวิเศษ ของวิเศษ และยอดศาสตราวุธมากมายในหอหลอมอาวุธแห่งนี้ แม้จะล้ำค่า ทว่าย่อมไม่ใช่ของที่นักพรตมังกรชาดใช้งานเองอย่างแน่นอน
นักพรตมังกรชาดเป็นบุคคลระดับใดกัน? ด้วยระดับพลังฝึกตนและความแข็งแกร่งของเขา ของที่พกติดตัวย่อมต้องมีมูลค่าสูงกว่า คุณภาพดีกว่า และต้องเป็นสุดยอดสมบัติระดับแนวหน้าของใต้หล้าอย่างมิต้องสงสัย
บางทีอาจจะเป็นของวิเศษระดับสูงสุด หรือกระทั่งระดับกึ่งสมบัติวิญญาณ ไปจนถึงสมบัติวิญญาณเลยก็เป็นได้
แค่หยิบสุ่มออกมาสักชิ้นสองชิ้น ก็ยังล้ำค่ายิ่งกว่าของวิเศษส่วนใหญ่ในสถานที่แห่งนี้เสียอีก
นอกจากทรัพยากรภายนอกอย่างยาวิเศษและของวิเศษแล้ว ตำราเต๋าสืบทอดวิชาของนักพรตมังกรชาดเองก็เป็นสิ่งที่ชวนให้น้ำลายสอไม่แพ้กัน
การที่มันสามารถทำให้คนผู้หนึ่งบำเพ็ญเพียรไปจนถึงขอบเขตหลงเหมินหยางเสิน หรือแม้กระทั่งขอบเขตเซียนแท้หยวนเสินได้นั้น วิชาสืบทอดของนักพรตมังกรชาดอย่างแย่ที่สุดก็ต้องเป็นคัมภีร์เต๋าระดับสวรรค์
หากได้มาครอบครอง และใช้มันก้าวขึ้นเป็นศิษย์สืบทอดเต๋าของนักพรตมังกรชาดได้ อนาคตเบื้องหน้าย่อมไร้ขีดจำกัด กระทั่งอาจจะได้ครอบครองเส้นทางที่มุ่งตรงสู่วิถีแห่งความเป็นอมตะเลยด้วยซ้ำ
(จบตอน)