ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 297 อุณหภูมิอันน่าสะพรึงกลัว!
คิดได้ดังนั้นก็ลงมือทำทันที กู้หย่วนยื่นฝ่ามือออกไปทาบลงบนเตาไฟเตานี้ เพื่อกระตุ้นค่ายกลที่ประทับอยู่บนนั้น
แทบจะในเสี้ยววินาทีที่กู้หย่วนกระตุ้นค่ายกล ฝาเตาไฟก็เปิดออกกะทันหัน พร้อมกับแรงดูดมหาศาลขุมหนึ่งพุ่งทะลักออกมา
แรงดูดนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทว่าดูเหมือนมันจะพุ่งเป้าไปที่กู้หย่วนเพียงคนเดียวเท่านั้น
ชายหนุ่มเสื้อผ้าปลิวไสว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ทว่าจี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิงที่อยู่ไม่ไกลนัก กลับดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
เดิมทีกู้หย่วนตั้งใจจะโคจรปราณแท้เพื่อต่อต้าน ทว่าเมื่อฉุกคิดขึ้นได้ เขาก็เลิกขัดขืน และปล่อยให้เตาไฟเตานี้ดูดเขาเข้าไปแต่โดยดี
ภาพเบื้องหน้าสว่างวาบขึ้น กู้หย่วนรู้สึกเพียงว่าตนเองตกลงไปในทะเลเพลิง รอบกายมีเพลิงแท้สีแดงคล้ำลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง อุณหภูมิอันร้อนระอุแผ่ซ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว ราวกับจะแผดเผาเขาให้เป็นเถ้าถ่าน
แม้ร่างกายของกู้หย่วนจะแข็งแกร่งเป็นทุนเดิม แต่ในเวลานี้ก็ยังสัมผัสได้ถึงความร้อนลวก ยิ่งไปกว่านั้น อุณหภูมิรอบด้านยังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กู้หย่วนเคยหลอมกลั่นผลโลหิตมังกรมาแล้ว
ผลโลหิตมังกรนั้นคือผลไม้วิญญาณระดับสุดยอดธาตุไฟ ซึ่งไม่เพียงแต่จะเสริมสร้างร่างกายของกู้หย่วนให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่มันยังทำให้เขามีพรสวรรค์กายาวิญญาณธาตุไฟอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ ความต้านทานต่อการโจมตีธาตุไฟของกู้หย่วนในปัจจุบัน จึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อความร้อนพุ่งเข้ามาปะทะ กระทั่งมีเพลิงแท้สีแดงคล้ำบางส่วนลอยเข้ามาพัวพัน มันก็ไม่อาจสร้างความเสียหายใดๆ ให้กู้หย่วนได้เลย
หนำซ้ำกู้หย่วนยังรู้สึกอบอุ่น สบายตัว ราวกับกำลังอาบแดดอ่อนๆ ในยามเช้าเสียด้วยซ้ำ
แม้เขาจะบำเพ็ญคัมภีร์เต๋าธาตุน้ำ แต่เขากลับไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย
ทว่าเมื่ออุณหภูมิรอบด้านเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ความร้อนก็แผ่ซ่านเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง แทรกซึมไปทั่วทุกรูขุมขน กระทั่งเส้นผมและเสื้อผ้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองไหม้และบิดเบี้ยว
ประกอบกับเพลิงแท้ที่ลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง กู้หย่วนก็เริ่มรู้สึกว่าชักจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
การมีพรสวรรค์กายาวิญญาณธาตุไฟ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถต้านทานเพลิงแท้หรือความเสียหายจากวิชาเทวะธาตุไฟได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันเพียงแค่มีความต้านทานต่อวิชาเทวะธาตุไฟสูงกว่าปกติเท่านั้น
“ให้ตายเถอะ นี่กะจะเอาข้ามาหลอมเป็นโอสถวิญญาณหรืออาวุธเวทหรือไงเนี่ย?”
กู้หย่วนรีบโคจรปราณแท้ พร้อมกับกระตุ้นมหาฤทธาวิชากลืนนภากลืนปฐพีขึ้นมาทันที
บนผิวกายของเขา ปรากฏแสงสีดำจางๆ ชั้นหนึ่งลอยขึ้นมา
แม้แสงสีดำชั้นนี้จะดูบางเบา แต่มันราวกับแฝงไว้ด้วยพลังอันลี้ลับประหลาด กระทั่งแสงสว่างก็ยังถูกกลืนกินได้
เพลิงแท้ที่ลุกโชนอยู่รอบกายสาดส่องลงบนร่างของกู้หย่วน เดิมทีควรจะเป็นสีแดงคล้ำ ทว่าในยามนี้ แสงสีดำบนร่างของเขากลับยังคงหมองหม่น ไม่สะท้อนแสงไฟออกมาเลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน มันกลับกลืนกินและย่อยสลายความร้อนและเพลิงแท้รอบกายไปจนหมดสิ้น
กู้หย่วนรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมหาฤทธาวิชากลืนนภากลืนปฐพีเริ่มกลืนกินและหลอมกลั่นเพลิงแท้เหล่านี้ กู้หย่วนก็สัมผัสได้ถึงปราณวิญญาณอันนุ่มนวลระลอกแล้วระลอกเล่าที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย ปราณวิญญาณเหล่านี้ผ่านการเปลี่ยนแปลงโดยมหาฤทธาวิชากลืนนภากลืนปฐพี จนสูญเสียความเกรี้ยวกราดไป และกลายเป็นความนุ่มนวลมากขึ้น
ปราณวิญญาณเหล่านี้แทรกซึมเข้าไปในเส้นเอ็น กระดูก ผิวหนัง และกล้ามเนื้อของเขา ค่อยๆ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายอย่างช้าๆ
“แค่นี้เองหรือ? เตาไฟระดับของวิเศษ ไม่น่าจะเอาชนะได้ง่ายๆ แบบนี้นี่นา?”
กู้หย่วนกะพริบตาปริบๆ ความคิดเพิ่งจะแล่นเข้ามาในหัว ทันใดนั้นเพลิงแท้รอบกายก็พากันรวมตัว ก่อร่างเป็นมังกรเจียวเพลิงสีแดงคล้ำ มีเกล็ด มีสี่กรงเล็บ มีเขาเดี่ยว กางกรงเล็บแยกเขี้ยว พวกมันพันเกี่ยวกันไปมา ดูราวกับชามใบใหญ่ที่ครอบลงมา หมายจะขังเขาไว้ด้านใน
ชั่วขณะนั้น กู้หย่วนรู้สึกถึงแรงกดดันที่พุ่งสูงปรี๊ด อุณหภูมิรอบด้านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความร้อนแรงทะยานขึ้นเป็นสิบๆ เท่า!
กระทั่งอากาศก็ยังบิดเบี้ยว รอบด้านมีสีขาวเจิดจ้าสลับกับสีแดงคล้ำ ราวกับนรกขุมเพลิงในตำนานก็มิปาน
แม้มหาฤทธาวิชากลืนนภากลืนปฐพีจะลึกล้ำเพียงใด ทว่ามันก็มีขีดจำกัดของมัน
ไม่นานนัก กู้หย่วนก็สัมผัสได้ถึงความร้อนระลอกใหม่ที่เริ่มแผ่ซ่านเข้ามา แม้จะมีมหาฤทธาวิชากลืนนภากลืนปฐพีคอยสกัดกั้น แต่ก็ยังมีความร้อนส่วนหนึ่งที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาได้อยู่ดี
เพื่อทดสอบดูว่าพื้นที่มิติย่อยแห่งนี้ร้อนระอุขนาดไหน กู้หย่วนจึงหยิบเอาแร่เหล็กชั้นดีออกมาหนึ่งก้อน ทันทีที่โยนแร่หล็กชั้นดีสีเทาดำก้อนนี้ลงบนพื้น มันก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหลอมละลายกลายเป็นแอ่งน้ำเหล็กสีแดงสด
“บ้าเอ๊ย… แม้แต่แร่หล็กชั้นดียังละลายได้ภายในสามลมหายใจ…”
หนังตาของกู้หย่วนกระตุกรัว เขามองดูมังกรเจียวเพลิงที่ก่อตัวจากเพลิงแท้รอบกายด้วยความหวาดหวั่น
แร่หล็กชั้นดีกับแร่ทองคำบริสุทธิ์ ล้วนเป็นวัตถุดิบวิญญาณระดับเดียวกัน แม้จะไม่ใช่วัตถุดิบวิญญาณระดับสุดยอด แต่ก็ถือว่าเป็นของหายากพอตัว
โดยปกติแล้ว ผู้ฝึกตนมักจะนำมาใช้หลอมอาวุธเวท หรือกระทั่งใช้เป็นวัสดุเสริมสำหรับหลอมของวิเศษ ไม่นึกเลยว่าตอนนี้มันจะถูกหลอมละลายไปอย่างง่ายดายเช่นนี้!
กู้หย่วนย่อมต้องรู้สึกตื่นตระหนกตกใจเป็นธรรมดา!
มังกรเจียวเพลิงเหล่านี้มีทั้งหมดเก้าตัว พวกมันพันเกี่ยวกันไปมา ก่อให้เกิดเป็นค่ายกลอันลี้ลับ
กู้หย่วนยื่นนิ้วชี้ออกไป พร้อมกับเสียงกระบี่ดังกังวาน กระบี่อิ๋นเจียวก็กลายสภาพเป็นเส้นด้ายสีเงินพุ่งทะยานออกไป จากนั้นเส้นด้ายกระบี่เส้นนี้ก็แตกแขนงออกเป็นหลายสิบเส้นอย่างรวดเร็ว
ภายใต้การควบคุมของกู้หย่วน เส้นด้ายกระบี่เหล่านี้ก็แผ่ซ่านเจตจำนงกระบี่อันเฉียบขาดและแหลมคมจนเกินจะบรรยาย ราวกับสามารถตัดทุกสรรพสิ่งทั้งที่มีรูปร่างและไร้รูปร่างให้ขาดสะบั้นลงได้
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ทันทีที่เส้นด้ายกระบี่เหล่านี้พุ่งออกไป เพียงแค่ตวัดผ่าน มังกรเจียวเพลิงเหล่านี้ก็ถูกตัดขาดเป็นชิ้นๆ ไม่เหลือชิ้นดี
ทว่าไม่นานนัก มังกรเจียวเพลิงที่ถูกเส้นด้ายกระบี่หั่นเป็นชิ้นๆ เหล่านี้ เมื่อแสงไฟสว่างวาบขึ้น พวกมันก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
กู้หย่วนขมวดคิ้ว กวักมือเรียกกระบี่อิ๋นเจียวกลับมา กระบี่อิ๋นเจียวในเวลานี้ยังคงสว่างไสวเหมือนใหม่ ทว่ากลับมีแสงสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นมาลางๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะอุณหภูมิรอบด้านที่สูงเกินไปนั่นเอง
เห็นได้ชัดว่า ต่อให้เป็นกระบี่บินระดับสุดยอดอย่างกระบี่อิ๋นเจียว หากอยู่ในระยะเวลาสั้นๆ ก็ยังพอทนได้ แต่หากปล่อยไว้นานๆ ก็ไม่อาจต้านทานความร้อนและเพลิงแท้รอบด้านได้ ท้ายที่สุดก็ต้องถูกหลอมละลายเป็นแอ่งน้ำเหล็กอยู่ดี
ทว่ากู้หย่วนก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง นั่นก็คือมังกรเจียวเพลิงรอบกายเหล่านี้ กลับไม่เคยเปิดฉากโจมตีเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว พวกมันเพียงแค่ประกอบร่างเป็นค่ายกลเพื่อขังเขาไว้ และพ่นเพลิงแท้ออกมาเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
กู้หย่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้น ปล่อยวิชาอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ออกไปหนึ่งสาย
ครืนนน!!!
แสงสายฟ้าสีม่วงประกายทองขนาดเท่าต้นขา พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วและดุดัน โจมตีเข้าใส่มังกรเจียวเพลิงตัวหนึ่งจนแตกกระจาย แสงวิญญาณหม่นหมองลง ทว่าไม่นาน เพลิงแท้รอบด้านก็พากันรวมตัว และควบแน่นกลายเป็นมังกรเจียวเพลิงตัวใหม่ขึ้นมาแทน ซึ่งดูไม่ต่างจากตัวเมื่อครู่นี้เลย
“ดูเหมือนข้าจะเดาถูกแฮะ บททดสอบของเตาไฟเตานี้ ไม่ใช่การโจมตีข้า แต่เป็นการทดสอบความอดทนของข้า โดยเอาข้ามาหลอมเหมือนเป็นอาวุธเวทหรือโอสถวิญญาณ ขอเพียงข้าทนรับมันได้ ข้าก็จะสามารถครอบครองของวิเศษชิ้นนี้ได้”
คิดได้ดังนั้น กู้หย่วนก็หมดอารมณ์ที่จะลงมือต่อ เขาหันมาโคจรปราณแท้ไท่หยวนในร่างกาย เพื่อสกัดกั้นความร้อนเหล่านี้ให้อยู่ภายนอกร่างกายแทน
และด้วยเหตุนี้ ความร้อนที่เดิมทีเริ่มจะทนไม่ไหว ก็ถูกสกัดกั้นเอาไว้ด้านนอกอีกครั้ง
ทว่าไม่ว่าจะเป็นการใช้มหาฤทธาวิชากลืนนภากลืนปฐพี หรือการโคจรปราณแท้ไท่หยวนเพื่อต้านทานความร้อนและเพลิงแท้ การกระทำเหล่านี้ล้วนผลาญปราณแท้ไปอย่างมหาศาล
แม้ปราณแท้ไท่หยวนของกู้หย่วนจะลึกล้ำและหนาแน่นมาก แต่เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ มันก็ถูกผลาญไปอย่างรวดเร็วราวกับน้ำไหล
ผ่านไปแค่ชั่วจิบชา ปราณแท้ของเขาก็ถูกผลาญไปถึงสามส่วนแล้ว
เรื่องนี้ทำให้กู้หย่วนถึงกับขมวดคิ้ว
ตามหลักแล้ว ตบะและปราณแท้ของเขาควรจะหนาแน่นกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันถึงสิบกว่าเท่า ทว่าอัตราการเผาผลาญระดับนี้กลับน่าสะพรึงกลัวจนน่าตกใจ หากเปลี่ยนเป็นผู้ฝึกตนคนอื่น ป่านนี้คงปราณแท้เหือดแห้ง และถูกเพลิงแท้เผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
(จบตอน)