ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 306 ยกระดับอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์!
“ศิษย์น้องทั้งสอง พวกเราไปกันเถอะ”
กู้หย่วนร้องเรียกจี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิง จากนั้นทั้งสามคนก็ออกเดินทาง
ทว่ากู้หย่วนก็สังเกตเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองกำลังมีอาการเหม่อลอยอยู่บ้าง เห็นได้ชัดว่าพวกนางยังคงตื่นตะลึงกับสิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไป
อันที่จริงก็เป็นเช่นนั้นแหละ การที่พวกนางได้เห็นกู้หย่วนสังหารยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานอย่างเว่ยจูกุไปต่อหน้าต่อตา ย่อมต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออกเป็นธรรมดา
พวกนางรู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของกู้หย่วนดี และรู้ด้วยว่าก่อนหน้านี้กู้หย่วนเคยสังหารยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานมาแล้ว แถมยังเคยเห็นภาพตอนที่เขาปะทะฝีมือกับมารเฒ่าซานซือกับตาตัวเองด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้ พวกนางจึงพยายามประเมินความสามารถของกู้หย่วนเอาไว้สูงลิ่วแล้ว ทว่าเมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้กับตา พวกนางก็ยังรู้สึกว่าตัวเองประเมินกู้หย่วนต่ำเกินไปอยู่ดี
เพียงแค่สามกระบวนท่า กู้หย่วนก็สามารถปลิดชีพยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานที่มีของวิเศษอยู่ในมือ ให้ตกตายลงภายใต้คมทวนมังกรดำได้อย่างง่ายดาย นี่มันเกินกว่าที่พวกนางคาดคิดไว้มากนัก
กู้หย่วนไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีตื่นตะลึงของพวกนาง เขาเพียงเอ่ยว่า
“การเปิดตำหนักเซียนมังกรชาดในครั้งนี้ ย่อมต้องดึงดูดผู้คนให้แห่แหนกันมาอีกมาก พวกเราก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปได้มหาศาลแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแทรกซ้อนที่อาจตามมา ทางที่ดีควรจะรีบออกไปจากที่นี่ก่อน”
“อืมๆ พวกเราเข้าใจแล้ว เรื่องนี้ให้พี่กู้เป็นคนตัดสินใจเลยเจ้าค่ะ”
จี้เยวี่ยเฟยเอ่ยเสียงเบา
ส่วนเหยียนเสี่ยวหลิงที่อยู่ด้านข้างย่อมไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองพร้อมจะทำตามที่ตนบอก กู้หย่วนก็ไม่เกรงใจ เขาพยักหน้า
“ตกลง งั้นพวกเราไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ”
…
ทั้งสามคนบังคับแสงหลบหนีมุ่งหน้าไปโดยไม่หยุดพัก ต่อเนื่องยาวนานถึงสองวันเต็ม ในที่สุดก็พ้นเขตแดนของภูเขาเชียนเยี่ยน
เมื่อเดินทางมาถึงเทือกเขารกร้างว่างเปล่าแห่งหนึ่ง ทั้งสามคนก็หยุดพัก
กู้หย่วนเสาะหาสถานที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง แล้วใช้กระบี่อิ๋นเจียวเจาะหน้าผาหินเพื่อสร้างถ้ำบำเพ็ญเพียรแบบเรียบง่ายขึ้นมาสองแห่ง
แห่งหนึ่งให้จี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิงใช้ร่วมกัน ส่วนอีกแห่งเป็นของเขาเอง
หลังจากอธิบายให้หญิงสาวทั้งสองฟังคร่าวๆ ว่าตนจำเป็นต้องกักตัวบำเพ็ญเพียรระยะหนึ่ง กู้หย่วนก็เดินเข้าไปในถ้ำของตนเอง
เขาฝังหินจันทราขนาดใหญ่หลายเม็ดไว้บนเพดานถ้ำ หินเหล่านี้เปล่งแสงสีนวลตาและสว่างไสวออกมา อาบไล้ไปทั่วทั้งถ้ำจนสว่างไสว
กู้หย่วนหยิบเบาะรองนั่งออกมาวางบนพื้น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิ
จากนั้น เขาก็หยิบเอาเถาวัลย์สีม่วงดำท่อนหนึ่งออกมา
เถาวัลย์ท่อนนี้มีขนาดหนาเท่าชามชา ความยาวกว่าสองเมตร พื้นผิวสีม่วงดำเต็มไปด้วยลวดลายอันลี้ลับซับซ้อน แผ่กลิ่นอายอันเก่าแก่และเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง
ในยามนี้ บนพื้นผิวที่ดูทึมทึบของมัน กำลังสาดประกายแสงสีม่วงดำจางๆ ออกมา
ของสิ่งนี้ก็คือเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีที่กู้หย่วนเพิ่งได้มานั่นเอง!
ทันทีที่กู้หย่วนหยิบเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีท่อนนี้ออกมา เขาก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังอัสนีที่ทำให้รู้สึกชาหนึบแผ่ซ่านออกมา มันไหลบ่าเข้าสู่ร่างกาย ซึมลึกไปถึงแขนขา กระดูก และอวัยวะภายในทุกส่วน
พลังอัสนีขุมนี้บริสุทธิ์ยิ่งนัก ทว่ากลับอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ และไม่มีพลังทำลายล้างเลยแม้แต่น้อย
แม้แต่ลมปราณแท้ที่บริสุทธิ์ของกู้หย่วน เมื่อได้รับการชำระล้างจากพลังอัสนีขุมนี้แล้ว ก็ยังเพิ่มความบริสุทธิ์ขึ้นไปอีกถึงสามส่วน
นี่เป็นเรื่องที่น่าตื่นตะลึงทีเดียว
ลมปราณแท้ไท่หยวนที่กู้หย่วนฝึกฝนมาจากคัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนนั้น เดิมทีก็ขึ้นชื่อเรื่องความหนาวเหน็บและบริสุทธิ์ถึงขีดสุดอยู่แล้ว ระดับความบริสุทธิ์ของมันนับว่าอยู่ในระดับสุดยอดของยุคนี้ ไร้สิ่งเจือปนใดๆ ในบรรดาผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นราวคราวเดียวกัน เกรงว่าคงมีเพียงหยิบมือที่พอจะเทียบเคียงได้
แต่ถึงกระนั้น พลังอัสนีเหล่านี้ก็ยังสามารถชำระล้างสิ่งสกปรกที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดในลมปราณของเขาได้อย่างง่ายดาย ทำให้ระดับพลังฝึกตนของเขาบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นไปอีก นี่แสดงให้เห็นว่า ความลึกล้ำของพลังอัสนีที่ซ่อนอยู่ในเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีท่อนนี้นั้น เหนือความคาดหมายของเขาไปไกลนัก
“เป็นของดีจริงๆ… ไม่รู้เหมือนกันว่ารากแก้วของเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีต้นนี้เติบโตมานานแค่ไหนแล้ว กะคร่าวๆ น่าจะสักหกถึงเจ็ดหมื่นปีได้กระมัง”
กู้หย่วนทอดถอนใจเบาๆ เขาไม่ใช่คนไร้ประสบการณ์ ย่อมมองออกว่าเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีในมือมีคุณภาพยอดเยี่ยมเพียงใด
เถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีเป็นของวิเศษล้ำค่าจากฟ้าดินธาตุสายฟ้าอยู่แล้ว หากมีอายุเกินพันปี ก็นับเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง สามารถนำไปใช้หลอมสร้างอาวุธวิเศษระดับสูงสุดได้
หากอายุเกินห้าพันปี ก็สามารถนำไปใช้หลอมสร้างของวิเศษได้ ส่วนพวกที่มีอายุเป็นหมื่นปี ย่อมมีคุณภาพเป็นเลิศอย่างไม่ต้องสงสัย
นอกจากนี้ ดอกและผลที่งอกเงยมาจากเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีก็ยังเป็นยาวิเศษที่หาได้ยาก สามารถชำระล้างร่างกายและจิตวิญญาณ ช่วยให้ผู้คนผลัดเปลี่ยนกระดูกและเส้นเอ็นได้ใหม่!
ที่สำคัญที่สุดก็คือ อาวุธวิเศษและของวิเศษที่ถูกหลอมขึ้นจากเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนี ยังมีสรรพคุณในการต้านทานวิชาเทวะธาตุสายฟ้า รวมถึงป้องกันมารผจญในใจได้อีกด้วย นับเป็นสุดยอดอาวุธที่ใช้ได้ทั้งป้องกันตัวและโจมตีสังหาร!
กู้หย่วนยังจำได้ดีว่า บนรากแก้วของเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีที่เขาได้มานั้น ถูกปกคลุมไปด้วยอัสนีเทพโกลาหลซึ่งเป็นถึงมหาวิชาเทวะธาตุสายฟ้าในตำนาน
ไม่รู้เลยจริงๆ ว่านักพรตมังกรชาดผู้นั้นไปเสาะหาเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีต้นนี้มาจากที่ใดกัน
“น่าเสียดาย… หากเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีต้นนั้นตกเป็นของข้าทั้งหมดก็คงจะดีสิ”
กู้หย่วนเผลอเพ้อฝันไปชั่วขณะ ก่อนจะแค่นยิ้มเยาะตัวเอง เลิกฝันกลางวัน แล้วหลับตาลง โคจรลมปราณแท้ไท่หยวน เตรียมตัวดูดซับพลังอัสนีจากเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีในมือ
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
พริบตาเดียว บนพื้นผิวของเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีก็มีประกายสายฟ้าสีม่วงดำเส้นเล็กๆ ระเบิดแตกกระจายออกมาอย่างหนาแน่น
กลิ่นอายอันลึกล้ำ กลิ่นอายอันเก่าแก่ราวกับยุคเริ่มต้นของฟ้าดิน กลิ่นอายแห่งความกลาหล พวยพุ่งออกมา
ร่างกายของกู้หย่วนเกร็งรับ เขารู้สึกได้ว่าผิวหนังเริ่มมีอาการเจ็บแปลบขึ้นมาเล็กน้อย
ในตอนแรก มันเป็นเพียงความรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ เหมือนโดนเข็มทิ่มหรือมดกัด ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกนี้ก็ค่อยๆ รุนแรงขึ้น ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้นราวกับถูกเฉือนเนื้อเลาะกระดูก ซ้ำยังมีความรู้สึกชาจนไร้เรี่ยวแรงแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายทั้งภายนอกและภายใน
ถึงขั้นมีกลิ่นเหม็นไหม้ลอยโชยออกมา และผิวหนังของกู้หย่วนก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำจนเห็นได้ชัด ซ้ำยังปริแตกออก เลือดสดๆ ที่ยังไม่ทันได้ไหลทะลักออกมาก็แห้งกรังและกลายเป็นสีดำไปเสียก่อน
ต้องรู้ไว้ว่า ความแข็งแกร่งทางร่างกายของกู้หย่วนนั้น เทียบเท่าได้กับผู้บำเพ็ญเพียรสายกายาระดับจินตานเลยทีเดียว ขอเพียงไม่ใช่ยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานเป็นคนลงมือ ต่อให้เป็นอาวุธวิเศษระดับสูงสุด เขาก็สามารถใช้ร่างกายเปล่าๆ ต้านทานเอาไว้ได้
ทว่าในตอนนี้ ภายใต้พลังอัสนีเหล่านี้ ร่างกายของเขากลับเปราะบางยิ่งกว่าเต้าหู้เสียอีก
กู้หย่วนไม่สนใจอาการเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย ต่อให้ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว ปวดเมื่อย หรือชาหนึบจะถาโถมเข้ามาดุจเกลียวคลื่น เขาก็ยังคงรักษาสติให้มั่นคง ยึดมั่นในวิถีเต๋า มองข้ามความรู้สึกเหล่านี้ราวกับเป็นเพียงภาพลวงตา เขาตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับการชักนำพลังอัสนี ค่อยๆ หลอมรวมพวกมันอย่างช้าๆ แล้วอัดฉีดเข้าไปในเมล็ดพันธุ์วิชาเทวะเมล็ดหนึ่งที่ฝังตัวอยู่ภายในจุดตันเถียนของเขา
อันที่จริง ภายในจุดตันเถียนของกู้หย่วนมีเมล็ดพันธุ์วิชาเทวะอยู่ไม่น้อย ทว่ามีเพียงสี่เมล็ดเท่านั้นที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุด
โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์วิชาเทวะเมล็ดหนึ่ง ซึ่งมีสีม่วงทอง รูปร่างคล้ายถั่วแปบ บนพื้นผิวปรากฏลวดลายอันงดงามวิจิตร แผ่ประกายแสงสีม่วงทองจางๆ ออกมา
และเมื่อกระแสพลังอัสนีเทพโกลาหลอันบริสุทธิ์และอ่อนโยนถูกหลอมรวมเข้าไป เมล็ดพันธุ์วิชาเทวะสีม่วงทองเมล็ดนี้ก็เริ่มมีสีสันที่เข้มข้นลึกล้ำยิ่งขึ้น
จากนั้น กู้หย่วนก็สัมผัสได้ลางๆ ว่า แก่นแท้ของเมล็ดพันธุ์วิชาเทวะเมล็ดนี้ถูกยกระดับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งแล้ว
ไม่ผิดแน่ สิ่งที่กู้หย่วนกำลังทำอยู่ในขณะนี้ ก็คือการยกระดับวิชาเทวะระดับสุดยอดอย่างอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์!
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ทุ่งยาสมุนไพรในถ้ำมังกรชาด กู้หย่วนก็สัมผัสได้แล้วว่า เถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีของนักพรตมังกรชาดนั้น มีประโยชน์อย่างยิ่งยวดต่อวิชาเทวะอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ของเขา มันสามารถยกระดับแก่นแท้ของวิชาเทวะระดับสุดยอดแขนงนี้ได้
เพราะถึงอย่างไร เถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีต้นนี้ก็ใช้พลังอัสนีเทพโกลาหลเป็นอาหารหล่อเลี้ยง และอัสนีเทพโกลาหลก็เป็นถึงมหาวิชาเทวะธาตุสายฟ้าในตำนาน
ดังนั้น หากเขาสามารถยกระดับวิชาเทวะอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นได้ แม้จะไม่ถึงกับกลายเป็นมหาวิชาเทวะ แต่แค่กลายเป็นเค้าโครงมหาวิชาเทวะ สำหรับกู้หย่วนแล้ว นั่นก็ถือเป็นผลประโยชน์อันใหญ่หลวงแล้ว!
(จบตอน)