ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 305 ของวิเศษ.....กระสวยอัคคีฉื้อหลี่!
จากนั้น กู้หย่วนก็ก้าวเท้าเดินท่องไปในอากาศ เพียงพริบตาเดียวร่างของเขาก็พุ่งทะยานดั่งแสงเงา เข้าประชิดตัวเว่ยจูกุ เขาเงื้อมือชูทวนมังกรดำขึ้นสูง แล้วฟาดฟันลงมาด้วยกระบวนท่าผ่าขุนเขาฮว่าซาน!
ฉัวะ
การโจมตีของกู้หย่วนในครั้งนี้ ทรงพลังดุดันและหนักหน่วงถึงขีดสุด บริเวณที่ทวนมังกรดำพาดผ่าน อากาศในห้วงมิติถึงกับถูกกรีดเป็นรอยแยกสีดำ พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องหวีดหวิวอย่างน่าสยดสยอง
แม้จะยังไม่ทันตกลงบนร่างของเว่ยจูกุ ทว่ารอยแยกสีดำความยาวกว่าสิบลี้ ก็พาดผ่านแหวกอากาศกลางเวหาไปแล้ว
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเว่ยจูกุกระตุกเกร็ง เขาไม่คาดคิดเลยว่า กู้หย่วนจะลงมือจู่โจมอย่างเด็ดขาดโดยไม่ทันได้เอ่ยปากเจรจาให้รู้เรื่อง โชคดีที่เขายังพอมีประสบการณ์ในการต่อสู้อยู่บ้าง ของวิเศษอย่างกระสวยอัคคีฉื้อหลี่จึงเคลื่อนไหวได้อย่างปราดเปรียว เพียงแค่หมุนวนรอบหนึ่ง มันก็พุ่งเข้ามาต้านรับการโจมตีอยู่เบื้องหน้าเขาแล้ว
กระสวยวิเศษที่ดูเล็กจ้อยในยามนี้ กลับแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามดุจขุนเขาอันยิ่งใหญ่
เคร้ง!!!
ทวนมังกรดำฟาดฟันลงบนกระสวยอัคคีฉื้อหลี่อย่างจัง ก่อให้เกิดเสียงดังกัมปนาทราวกับภูเขาเหล็กกล้าสองลูกพุ่งเข้าชนกัน
คลื่นกระแทกพัดพากระแสแสงวิญญาณและลมปราณอันแหลมคม สาดกระจายออกไปกระแทกกระทั้นรอบทิศทาง!
จากนั้น กระสวยอัคคีฉื้อหลี่ก็ส่งเสียงหึ่งๆ ถูกกระแทกปลิวร่วงหล่นลงไปราวกับดาวตก พุ่งตกลงไปในทะเลลาวาเบื้องล่าง ส่งผลให้คลื่นลาวาสาดกระเซ็นเดือดพล่านราวกับคลื่นทะเล พัดซัดสาดออกไปทั่วบริเวณ
หัวใจของเว่ยจูกุเต้นโครมครามอย่างรุนแรงราวกับปั๊มน้ำ เขาตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ไม่คาดคิดเลยว่ากู้หย่วนจะมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้
ด้วยขอบเขตเทียนเหริน แต่กลับสามารถต้านรับการโจมตีจากของวิเศษที่ถูกใช้ออกมาโดยผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานอย่างเขาได้ ซ้ำยังสามารถซัดของวิเศษจนกระเด็นปลิวไปได้อีก นี่มันใช่เรื่องที่ผู้บำเพ็ญเพียรปกติเขาทำกันงั้นหรือ?
เว่ยจูกุไม่คาดคิดเลยว่ากู้หย่วนจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายกายาด้วย ซ้ำยังแข็งแกร่งดุดันถึงเพียงนี้ นี่มันเหนือความคาดหมายของเขาไปมากนัก
แน่นอนว่าเขาเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของกู้หย่วนมานับครั้งไม่ถ้วน ย่อมรู้ถึงวีรกรรมการต่อสู้ของอีกฝ่าย และรู้ดีว่าเจ้าเด็กนี่เคยสังหารยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งคน
แต่ปัญหาคือ เขาไม่ใช่ยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานธรรมดาๆ!
เว่ยจูกุเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานขั้นสี่ มีระดับพลังฝึกตนลึกล้ำ และที่สำคัญที่สุดคือ เขายังมีของวิเศษอย่างกระสวยอัคคีฉื้อหลี่อยู่ในครอบครอง!
สำหรับยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานแล้ว การมีของวิเศษกับไม่มีของวิเศษนั้น มันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
หากผู้บำเพ็ญเพียรสามารถครอบครองของวิเศษที่เข้ามือได้สักชิ้น พลังรบและประสิทธิภาพที่แสดงออกมา จะไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงแค่หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองอย่างแน่นอน
ดีไม่ดี อาจจะสามารถต่อกรกับศัตรูแบบหนึ่งต่อสาม หรือหนึ่งต่อห้าได้เลยด้วยซ้ำ
อีกอย่าง กู้หย่วนก็เป็นแค่ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนไม่ใช่รึ? แล้วทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายกายาไปได้?
เป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายกายายังพอทำใจรับได้ แต่กลับแข็งแกร่งดุดันถึงขั้นนี้ เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวก็สามารถซัดของวิเศษของเขาจนปลิวกระเด็นได้เลยเชียวหรือ
เรื่องนี้ทำให้เว่ยจูกุยากจะยอมรับได้ และในใจก็ยิ่งบังเกิดลางสังหรณ์ถึงอันตรายขึ้นมาอย่างรุนแรง
ทว่าในยามนั้น เมื่อกู้หย่วนฟาดฟันการโจมตีแรกจบลง เขาก็ตวัดข้อมือ ร่ายรำกระบวนท่ากวาดล้างพันทัพออกมาอย่างต่อเนื่อง
แสงสีดำอันคมกริบกวาดวูบเข้ามา กลิ่นอายความดุร้ายและจิตสังหารอันเข้มข้นที่แฝงมากับการโจมตี ทำให้เว่ยจูกุรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
ในตอนนี้ ของวิเศษกระสวยอัคคีฉื้อหลี่ของเขาถูกกู้หย่วนซัดกระเด็นตกลงไปในทะเลลาวา การจะเรียกกลับมาในตอนนี้ย่อมไม่ทันการเสียแล้ว
ในยามคับขัน เขาทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อ ปลดปล่อยหมอกควันสีแดงดำอันหนาทึบขึ้นมาคลุมร่าง
หมอกควันสีแดงดำนี้ดูคล้ายหมอกหนา แต่กลับดูเหมือนเม็ดทรายขนาดเล็กจิ๋วนับไม่ถ้วนที่รวมตัวกัน ราวกับว่ามันมีชีวิตจิตใจ มันก่อตัวรวมกันจนกลายเป็นโล่สีแดงดำที่มีลวดลายพยัคฆ์สลักอยู่บนพื้นผิว
แผ่กลิ่นอายอันดุดัน รุนแรง แข็งแกร่ง และหนักแน่นออกมา
ปัง!
เพล้ง เพล้ง!
ทวนมังกรดำของกู้หย่วนฟาดลงบนโล่เหล็กสีแดงดำจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ
ทว่าทวนมังกรดำเองก็ถูกสกัดกั้นเอาไว้ชั่วขณะหนึ่ง อาศัยจังหวะนั้น เว่ยจูกุก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงหลบหนี ถอยร่นออกไป และหลบหลีกการโจมตีของกู้หย่วนไปได้อย่างหวุดหวิด
ทว่าแม้เขาจะหลบหลีกทวนมังกรดำพ้น แต่กลิ่นอายความดุร้ายอันแหลมคมที่แฝงมากับทวน กลับพุ่งเข้าปะทะร่างของเขาจากระยะไกล
แม้เว่ยจูกุจะมีลมปราณแท้คุ้มกายคอยปกป้องอยู่ ทว่าชั้นลมปราณแท้คุ้มกายบนผิวหนังของเขากลับถูกฉีกกระชากออกอย่างง่ายดาย ทิ้งรอยแผลลึกถึงกระดูกไว้บนร่างของเขา
เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมา เว่ยจูกุยังคงรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนไม่หาย
ทว่าในตอนที่เขาเรียกกระสวยอัคคีฉื้อหลี่กลับมาได้ และกำลังจะลงมือตอบโต้กู้หย่วน เขากลับเห็นกู้หย่วนสะบัดมือ ซัดลำแสงสีแดงสายหนึ่งออกมา
ลำแสงสีแดงสายนั้น เห็นได้ชัดว่าคือแสงวิญญาณรูปเตาหลอม มันพุ่งลงมาตกลงข้างๆ กระสวยอัคคีฉื้อหลี่ที่เว่ยจูกุกำลังควบคุมอยู่ ปากเตาเปิดอ้าออก ปลดปล่อยแสงวิญญาณสายหนึ่ง กลืนกินกระสวยอัคคีฉื้อหลี่เข้าไปโดยตรง
กริ๊ก!
จากนั้นฝาเตาก็ปิดลง กักขังกระสวยอัคคีฉื้อหลี่เอาไว้ด้านใน
“อะไรกัน?!”
เว่ยจูกุยืนอึ้ง ก่อนจะรู้สึกอัดอั้นตันใจจนแทบกระอักเลือด เพราะเขาสัมผัสได้ว่า สายใยเชื่อมต่อระหว่างเขากับกระสวยอัคคีฉื้อหลี่ถูกตัดขาดสะบั้นลงโดยสิ้นเชิง เขาสูญเสียการเชื่อมต่อกับของวิเศษชิ้นนี้ไปแล้ว
พูดอีกอย่างก็คือ ในตอนนี้กระสวยอัคคีฉื้อหลี่ไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป
แต่ปัญหาคือ การเดินทางมาเยือนตำหนักเซียนมังกรชาดในครั้งนี้ แม้เขาจะพกพากระสวยอัคคีฉื้อหลี่มาด้วย แต่ก็เป็นเพราะเขามีจุดประสงค์แอบแฝงบางอย่าง ผู้อาวุโสในสำนักจึงได้มอบของสิ่งนี้ให้เขามาใช้งาน
และที่สำคัญที่สุดก็คือ ตอนนี้เมื่อไม่มีกระสวยอัคคีฉื้อหลี่แล้ว เขาจะเอาอะไรไปต่อกรกับกู้หย่วนได้อีกเล่า?!
ความคิดเหล่านี้ดูเหมือนจะมากมายมหาศาล ทว่าในความเป็นจริงมันเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว จากนั้น เว่ยจูกุก็เห็นกู้หย่วนง้างทวนฟาดฟันลงมาอีกครั้ง
สำหรับการโจมตีในครั้งนี้ เขาไม่มีปัญญาจะต้านทานได้อีกต่อไป ร่างของเขาถูกฟาดฟันเข้าอย่างจัง จนขาดสะบั้นออกเป็นสองท่อน
แสงสีดำสว่างวาบ กรีดผ่านทะเลลาวาเป็นทางยาวกว่าสิบลี้ บริเวณที่แสงสีดำพาดผ่าน ลาวาและโขดหินล้วนถูกผ่าแยกออกจากกัน
อสรพิษเพลิงและปีศาจเพลิงที่แหวกว่ายอยู่ใต้ลาวา ต่างก็ถูกแสงสีดำผ่าแยกออกอย่างง่ายดาย
“เจ้า…”
มีคลื่นจิตสัมผัสสายหนึ่งส่งออกมาจากซากศพของเว่ยจูกุ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความเงียบสงัด
กู้หย่วนเก็บทวนมังกรดำกลับมา ก่อนจะยกมือขึ้นเรียก ถุงเก็บของที่เอวของเว่ยจูกุก็ลอยละลิ่วมาตกอยู่ในมือของเขา
ส่วนซากศพทั้งสองซีกนั้น ก็ร่วงหล่นลงไปในทะเลลาวา ค่อยๆ ถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ก่อนจะสลายกลายเป็นผุยผงไป
จากนั้น เตาหลอมเก้าเจียวหลงก็ลอยกลับมาอยู่ในมือของกู้หย่วน
เมื่อไร้ซึ่งผู้เป็นนาย กระสวยอัคคีฉื้อหลี่ในยามนี้ก็ส่งเสียงร้องคร่ำครวญออกมา แฝงไว้ด้วยความรู้สึกน่าเวทนาอยู่บ้าง
และในตอนนี้ มันกำลังบินวนไปมา ชนปะทะไปทั่วทิศทางอยู่ภายในเตาหลอมเก้าเจียวหลง ดูเหมือนกำลังพยายามหาทางหลบหนี
ทว่าเตาหลอมเก้าเจียวหลงคือสิ่งใดกัน?
มันก็คือของวิเศษชิ้นหนึ่งเช่นกัน ซ้ำยังมีระดับขั้นสูงกว่ากระสวยอัคคีฉื้อหลี่อยู่ไม่น้อย มันคือของวิเศษระดับกลาง ผนวกกับการควบคุมของกู้หย่วน ย่อมสามารถกักขังกระสวยอัคคีฉื้อหลี่เอาไว้ได้อย่างแน่นหนา
ไม่นานนัก ภายใต้การกดทับของกู้หย่วน พลังของกระสวยอัคคีฉื้อหลี่ก็ถูกบั่นทอนลงไปมาก จนตอนนี้มันสงบนิ่งลงแล้ว
กู้หย่วนพิจารณาดูกระสวยอัคคีฉื้อหลี่อย่างละเอียดครู่หนึ่ง ก็พบว่ามันคือของวิเศษระดับต่ำ มีอักขระอาคมเทียนกังประทับอยู่สองชั้น เมื่อนำไปเทียบกับเตาหลอมเก้าเจียวหลงแล้ว ย่อมด้อยกว่ากันมาก ทว่าอย่างไรเสียมันก็ยังคงเป็นของวิเศษชิ้นหนึ่ง ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนมากมายต้องตาลุกวาวด้วยความโลภ
“ของดีนี่นา”
หลังจากพิจารณาดูสองสามครั้ง กู้หย่วนก็เก็บกระสวยอัคคีฉื้อหลี่เอาไว้ กะว่าจะหาเวลาหลอมรวมมันในภายหลัง
แม้เตาหลอมเก้าเจียวหลงจะมีคุณภาพสูงกว่าและมีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย แต่การมีฟังก์ชันเยอะก็หมายถึงความสามารถที่เฉลี่ยกันไป นั่นแปลว่ามันอาจจะดูธรรมดาไปเสียหน่อย
อีกอย่าง สรรพคุณหลักของมันคือการหลอมยา หลอมสร้างอาวุธ และกักขังผู้คน การนำมาใช้เป็นของวิเศษสำหรับโจมตี ดูจะใช้งานผิดประเภทไปสักหน่อย
ทว่ากระสวยอัคคีฉื้อหลี่ชิ้นนี้กลับต่างออกไป สรรพคุณของมันเรียบง่ายตรงไปตรงมา นั่นคือเป็นของวิเศษสำหรับโจมตีโดยเฉพาะ
นั่นหมายความว่า เขาสามารถใช้งานกระสวยอัคคีฉื้อหลี่ชิ้นนี้ ในฐานะของวิเศษสำหรับโจมตีได้อย่างเต็มที่
ได้สังหารศัตรู หรือก็คือขจัดเสี้ยนหนามที่อาจจะเป็นภัยในภายภาคหน้า แถมยังได้ของวิเศษมาครองอีกชิ้น กู้หย่วนย่อมอารมณ์ดีเป็นธรรมดา
ทว่าตอนนี้ ก็ถึงเวลาต้องออกเดินทางเสียที
(จบตอน)