ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 315 แมลงกลืนวิญญาณ!
ของสิ่งนี้ล้ำค่ายิ่งนัก ทว่ากู้หย่วนไม่คิดจะนำมันไปใช้หลอมยา หรือหลอมสร้างอาวุธ เขาตั้งใจจะใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด นั่นคือการนำมาใช้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายของตนเอง
อันที่จริง ตั้งแต่กู้หย่วนเข้ามาในมิติเอกเทศมังกรชาดแห่งนี้ เขาได้พบเจอสัตว์อสูรที่มีสายเลือดมังกรมาแล้วไม่น้อย อย่างเช่น มังกรเจียวหลงสีแดงเพลิงในบ่อลาวาก่อนหน้านี้
และเต่ามังกรตัวเมื่อครู่นี้ กระทั่งตัวนักพรตมังกรชาดเอง ก็มีสายเลือดเผ่าพันธุ์มังกรเช่นกัน เพียงแต่นักพรตมังกรชาดอาจจะบรรลุขอบเขตหยวนเสิน และผลัดเปลี่ยนกายาเป็นมังกรแท้ไปแล้วก็เป็นได้
การสังหารเต่ามังกรไม่ได้ทำให้กู้หย่วนเสียเวลาไปมากนัก มันเพียงแค่เพิ่มความสนุกสนานและผลพลอยได้ให้แก่เขาเท่านั้น
หลังจากนั้น กู้หย่วนและหญิงสาวทั้งสองก็ออกเดินทางกันต่อ
ยิ่งบุกบั่นลึกเข้าไป หมอกพิษรอบด้านก็ยิ่งหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งสัตว์อสูรนานาชนิดในบึงก็เริ่มปรากฏตัวให้เห็นมากขึ้น
ที่น่าสนใจก็คือ เนื่องจากสภาพแวดล้อมอันเป็นเอกลักษณ์ของบึงโคลนดำ ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงพิษและกู่วิเศษมากมาย
ยกตัวอย่างเช่น กู้หย่วนเห็นฝูงแมลงประหลาดฝูงหนึ่งบินโฉบผ่านไป แมลงเหล่านี้มีขนาดเล็กจิ๋วราวกับปลายเข็ม พวกมันบินรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่มืดฟ้ามัวดิน มองดูคล้ายกับกลุ่มหมอกควันสีเหลืองหม่นอันหนาทึบ
ทว่าเมื่อกลุ่มหมอกควันแมลงประหลาดนี้พัดผ่านไป ต้นไม้ใบหญ้าและพุ่มไม้ที่เคยเขียวชอุ่มต่างก็เหี่ยวเฉาแห้งตายลงในพริบตา ราวกับถูกสูบเอาพลังชีวิตและความมีชีวิตชีวาไปจนหมดสิ้น
แม้กระทั่งสัตว์อสูรและสัตว์ร้ายที่ดุร้ายและกระหายเลือด เมื่อได้เห็นแมลงประหลาดฝูงนี้ ต่างก็หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ พากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
สัตว์อสูรและสัตว์ร้ายบางตัวที่หนีไม่ทัน เมื่อกลุ่มหมอกสีเหลืองหม่นพัดผ่านร่าง พวกมันก็ทำได้เพียงส่งเสียงร้องโหยหวนสั้นๆ
และเมื่อกลุ่มหมอกสีเหลืองหม่นลอยลับไป สิ่งที่หลงเหลืออยู่บนพื้นดินก็มีเพียงซากศพที่แห้งกรัง ไม่เพียงแต่เลือดในกายจะเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น ทว่าแม้แต่กระดูกและผิวหนังก็ยังหม่นหมองไร้แสงสี ไร้ซึ่งปราณวิญญาณหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่าแก่นแท้และพลังชีวิตทั้งหมดในร่าง ถูกพลังอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่างสูบกลืนไปจนหมดสิ้นแล้ว
“อะไรกันนั่น… แมลงกลืนวิญญาณงั้นรึ?!”
เมื่อกู้หย่วนเห็นภาพนั้น สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไป เขาคว้าแขนจี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิง แล้วพารีบหลบฉากออกไปให้พ้นทางทันที
แมลงกลืนวิญญาณเป็นแมลงประหลาดสายพันธุ์พิเศษ ลำตัวของพวกมันบอบบางมาก ต่อให้เป็นคนธรรมดาก็สามารถใช้นิ้วบี้พวกมันให้ตายได้ทีละหลายสิบหรือหลายร้อยตัวอย่างง่ายดาย
ทว่าเมื่อใดที่พวกมันรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก แมลงประหลาดชนิดนี้ก็จะเผยให้เห็นความน่าสะพรึงกลัวที่แท้จริง
แมลงกลืนวิญญาณมีความสามารถพิเศษสองประการ หนึ่งคือสามารถกลืนกินปราณวิญญาณทุกชนิดบนโลกหล้า และสองคือมีความเร็วในการแพร่พันธุ์ที่รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ
หากมีจำนวนน้อยก็แล้วไปเถอะ ทว่าหากพวกมันรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมหาศาล ราวกับเกลียวคลื่นหรือกลุ่มหมอกควันอย่างฝูงแมลงกลืนวิญญาณตรงหน้านี้ละก็ รับรองได้เลยว่าพวกมันสามารถสูบเลือดสูบเนื้อพวกเขาทั้งสามคนจนกลายเป็นซากศพแห้งกรังได้อย่างแน่นอน
ต่อให้กู้หย่วนจะมีระดับพลังฝึกตนและวิชาเทวะที่แข็งแกร่งเพียงใด ก็ยังยากที่จะต้านทานได้
เพราะต่อให้เขาใช้วิชาเพลงกระบี่ หรือวิชาเทวะอย่างอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์เข้าโจมตี ผลลัพธ์ที่ได้ก็คงมีเพียงน้อยนิด
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?
เพราะหากเขาซัดสายฟ้าออกไปสักสายหนึ่ง สายฟ้านั้นอาจจะสามารถสังหารแมลงกลืนวิญญาณไปได้นับหมื่นนับแสนตัว ทว่าในขณะเดียวกัน ปราณวิญญาณที่แฝงอยู่ในสายฟ้านั้น ก็จะถูกแมลงกลืนวิญญาณจำนวนมหาศาลยิ่งกว่ากลืนกินและบั่นทอนพลังลงไปจนหมดสิ้น
จากนั้น แมลงกลืนวิญญาณที่ดูดซับปราณวิญญาณจากสายฟ้าเข้าไป ก็จะแพร่พันธุ์และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ดีไม่ดี ก่อนที่กู้หย่วนจะได้โจมตีเป็นครั้งที่สอง จำนวนของฝูงแมลงกลืนวิญญาณเหล่านี้อาจจะไม่ลดลง แต่กลับทวีคูณเพิ่มมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ
เมื่อเป็นเช่นนี้ พลังของอีกฝ่ายเพิ่มขึ้น ส่วนพลังของเขาลดลง ต่อให้มียอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานมาเพิ่มอีกสักกี่คน ก็คงได้แต่เอาชีวิตมาทิ้งเปล่าๆ
นักพรตเฮ่อหลิงเคยกำชับเขาอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับแมลงกลืนวิญญาณชนิดนี้ ว่าให้กู้หย่วนระมัดระวังตัวให้จงหนัก หากพบเห็นก็ควรหลีกเลี่ยงไปให้ไกลที่สุด
แน่นอนว่า แม้แมลงกลืนวิญญาณเหล่านี้จะร้ายกาจ ทว่าภายใต้กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน พวกมันก็มีขีดจำกัดบางอย่างอยู่ และอายุขัยของพวกมันก็แสนสั้นนัก ดังนั้น แม้พวกมันจะสามารถอาละวาดเป็นเจ้าถิ่นอยู่ในบึงโคลนดำแห่งนี้ได้ ทว่าก็ถือเป็นเพียงภัยพิบัติอย่างหนึ่งเท่านั้น ใช่ว่าจะไม่มีวิธีรับมือเสียทีเดียว
อีกอย่าง ต่อให้กู้หย่วนทุ่มเทแรงกายแรงใจสังหารฝูงแมลงกลืนวิญญาณเหล่านี้จนหมดเกลี้ยง แล้วเขาจะได้ประโยชน์อันใดเล่า?
เรื่องที่ไม่ได้ประโยชน์ แถมยังอันตรายอีก เขาขี้เกียจจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงหรอก หลบได้ก็หลบให้ไกลที่สุดนั่นแหละดี
หลังจากอุตส่าห์หลบเลี่ยงฝูงแมลงกลืนวิญญาณมาได้อย่างหวุดหวิด ผ่านไปไม่นาน กู้หย่วนก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้หญิงสาวทั้งสองที่ตามมาด้านหลังหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน
เบื้องหน้าของพวกเขา คือแอ่งน้ำที่ทอดยาวต่อเนื่องไปไกลนับร้อยลี้ บนผิวน้ำมีท่อนไม้แห้งและเนินหินขนาดใหญ่ลอยฟ่องอยู่เป็นระยะๆ มองดูสะดุดตา ทว่าก็แฝงความรู้สึกแปลกประหลาดพิลึกพิลั่นเอาไว้ด้วย (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ทว่าหากสังเกตให้ดี ก็จะพบว่า สิ่งที่ลอยอยู่บนผิวน้ำเหล่านั้น หาใช่ท่อนไม้แห้งหรือเนินหินแต่อย่างใด ทว่ามันคือจระเข้หน้าตาประหลาดฝูงหนึ่งต่างหาก
จระเข้เหล่านี้มีขนาดตัวใหญ่โตมโหฬาร ตัวเล็กสุดก็ยาวกว่าสิบเมตรแล้ว
พื้นผิวลำตัวเป็นสีเทาหิน ปกคลุมด้วยเกล็ดหนาเตอะและแข็งแกร่ง แม้พวกมันจะดูเชื่องช้าและเอาแต่นอนนิ่ง ทว่ากลับแผ่รังสีอำมหิตและดุร้ายออกมาอย่างไม่อาจปิดบัง
“นี่คือจระเข้ศิลาอสูร”
กู้หย่วนเอ่ยเสียงเบา น้ำเสียงไม่ดังนัก ฟังดูคล้ายกำลังพึมพำกับตัวเอง แต่ก็คล้ายกับกำลังอธิบายให้หญิงสาวทั้งสองฟัง
จระเข้ศิลาอสูรเป็นสัตว์อสูรประเภทจระเข้ที่ค่อนข้างดุร้าย มันเป็นสัตว์อสูรธาตุดิน ไม่เพียงแต่จะมีเกล็ดที่หนาและแข็งแกร่งเท่านั้น ทว่าเกล็ดเหล่านั้นยังสาดประกายแสงวิญญาณสีเทาขาวจางๆ ออกมาอีกด้วย
กู้หย่วนรู้ดีว่า ต่อให้ใช้กระบี่บินธรรมดาฟาดฟันลงไป ก็ใช่ว่าจะสามารถทลายพลังป้องกันของพวกมันได้ เพราะพละกำลังและพลังป้องกันของสัตว์อสูรธาตุดินนั้น ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งและทนทานเป็นอย่างยิ่ง
ฝูงจระเข้ศิลาอสูรฝูงนี้มีจำนวนนับร้อยตัว กระจายตัวอยู่อย่างหนาแน่นทั่วทั้งแอ่งน้ำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กู้หย่วนสังเกตเห็นจระเข้ศิลาอสูรขนาดยักษ์ตัวหนึ่งที่มีความยาวกว่าห้าสิบเมตร
จระเข้ศิลาอสูรตัวนี้มีเกล็ดสีเหลืองหม่นปกคลุมทั่วทั้งตัว บนหัวมีเขาเดี่ยวสีครามที่แหลมคมดุจหอกงอกเงยขึ้นมา กรงเล็บทั้งสี่ดูคล้ายคลึงกับกรงเล็บของมังกรเจียวหลงมากกว่ากรงเล็บจระเข้เสียอีก เมื่อมันอยู่ท่ามกลางฝูงจระเข้อสูร มันจึงดูโดดเด่นสะดุดตาราวกับนกกระเรียนในฝูงไก่
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่ก็คือสัตว์อสูรที่มีสายเลือดมังกรแท้ไหลเวียนอยู่อีกตัวหนึ่ง!
ทว่าเมื่อนำไปเทียบกับเต่ามังกรตัวก่อนหน้านี้ กลิ่นอายของราชันย์จระเข้มังกรศิลาอสูรตัวนี้ กลับแข็งแกร่งกว่ากันมากนัก
ต่อให้ยังไม่บรรลุขอบเขตราชันย์อสูรหยินเสิน ทว่าอย่างน้อยก็คงอยู่ห่างจากขอบเขตหยินเสินเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
เอาเป็นว่า กู้หย่วนทำได้เพียงยืนมองอยู่ไกลๆ ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้เลยแม้แต่น้อย
เพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งอันตรายอันรุนแรง แผ่ซ่านออกมาจากฝูงจระเข้ศิลาอสูรฝูงนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จระเข้ศิลาอสูรระดับจินตานกว่าสิบตัวนั้น รวมไปถึงจระเข้มังกรศิลาอสูรผู้เป็นจ่าฝูงด้วย!
จริงอยู่ที่กู้หย่วนมีฝีมือมากพอที่จะสังหารยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานได้ ทว่าปัญหาคือ ฝูงจระเข้ศิลาอสูรเบื้องหน้านี้ ไม่ได้มีจระเข้อสูรระดับจินตานแค่ตัวสองตัว ทว่ามีถึงสิบกว่าตัว ซ้ำจ่าฝูงของพวกมันก็ยังเป็นถึงจระเข้มังกรศิลาอสูรที่อยู่ห่างจากขอบเขตราชันย์อสูรเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ต่อให้เขามีความกล้ามากกว่านี้อีกร้อยเท่า ก็ไม่กล้าเอาชีวิตไปทิ้งกับฝูงจระเข้ศิลาอสูรพวกนี้เด็ดขาด
แน่นอนว่า หากสู้ไม่ได้ก็ต้องหลบหนี
ทว่ากู้หย่วนกลับไม่ต้องการหลบหนี
นั่นก็เพราะเป้าหมายของเขาอย่างบัวแฝดม่วงครามมันดันเจริญงอกงามอยู่เบื้องหน้าฝูงจระเข้ศิลาอสูรพวกนี้ ไม่ไกลออกไปนัก
ตรงบริเวณนั้น มีจระเข้ศิลาอสูรตัวน้อยขนาดกะทัดรัดความยาวเพียงไม่กี่เมตร ฝูงหนึ่งกำลังแหวกว่ายอาบแดด เล่นน้ำกลิ้งเกลือกไปมาอย่างสบายใจเฉิบ
บนผิวน้ำของเขตน้ำตื้นแห่งนี้ มีใบบัวสีเขียวมรกตแผ่กว้างลอยอยู่เหนือน้ำ สลับกับดอกบัวแฝดสีม่วงครามที่เบ่งบานชูช่ออย่างงดงาม
เมื่อสายลมแผ่วเบาพัดผ่าน ดอกบัวแฝดม่วงครามเหล่านี้ก็โอนเอนส่ายไหว ปลดปล่อยกลิ่นหอมกรุ่นที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นเบิกบานใจ
กู้หย่วนรู้ดีว่า ในบรรดาเงื่อนไขสำคัญมากมายสำหรับการเจริญเติบโตของบัวแฝดม่วงคราม สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ มูลของจระเข้ศิลาอสูร
ใช่แล้ว แม้บัวแฝดม่วงครามจะมีสรรพคุณอันน่าอัศจรรย์ใจ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดของล้ำค่า ทว่าสิ่งที่ยาวิเศษชนิดนี้ขาดไม่ได้ที่สุด กลับเป็นมูลของจระเข้ศิลาอสูร!
พูดอีกอย่างก็คือ มีเพียงบริเวณที่มีฝูงจระเข้ศิลาอสูรอาศัยอยู่เท่านั้น ถึงจะมีบัวแฝดม่วงครามเจริญงอกงามขึ้นมาได้
ในขณะเดียวกัน ใบบัวของบัวแฝดม่วงคราม ก็มีประโยชน์บางอย่างต่อลูกจระเข้ศิลาอสูรวัยเยาว์ด้วยเช่นกัน ทั้งสองสิ่งนี้เกื้อกูลและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
ดังนั้น ในตอนนี้จึงมีปัญหาใหญ่มาวางกองอยู่ตรงหน้ากู้หย่วนแล้ว
หากต้องการจะเก็บเกี่ยวบัวแฝดม่วงคราม เขาจะต้องหาวิธีจัดการ หรือไม่ก็ต้องหาทางรับมือกับฝูงจระเข้ศิลาอสูรฝูงนี้ให้จงได้ มิเช่นนั้น หากบุ่มบ่ามลงมือไป ก็รังแต่จะนำพาหายนะมาสู่ตัวเองเท่านั้น!
(จบตอน)