ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 314 โลหิตมังกรแท้!
แสงสีดำตวัดวูบ กวาดล้างสายฟ้าธาตุน้ำกุ่ยจนมลายหายไปสิ้น
แสงสีดำที่เจือจางลงไปมากฟาดฟันลงบนหลังของเต่ามังกร ทว่ากลับถูกม่านแสงวิญญาณอันหนาทึบที่แผ่ออกมาจากพื้นผิวของมันสกัดกั้นเอาไว้
ม่านแสงวิญญาณชั้นนี้มีรูปร่างคล้ายกระดองเต่า ดูหนาแน่นและแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อแสงสีดำที่ถูกทอนกำลังลงไปมากฟาดกระทบลงบนม่านแสง ก็บังเกิดเสียงดังกึกก้องทุ้มต่ำ ราวกับท่อนเหล็กฟาดลงบนแผ่นเหล็กหนา ทิ้งไว้เพียงรอยขีดข่วนบางๆ เท่านั้น
และในยามนี้ กู้หย่วนก็พุ่งตัวมาอยู่เหนือร่างของเต่ามังกรแล้ว เขาหันปลายทวนมังกรดำชี้ลงเบื้องล่าง คมทวนวาววับสาดประกายแสงอันหนาวเหน็บ จากนั้นกู้หย่วนก็อัดฉีดลมปราณแท้เข้าไปจนเต็มเปี่ยม แล้วแทงทะลวงลงมาอย่างสุดแรง
การโจมตีในครั้งนี้รวดเร็วและดุดันถึงขีดสุด แฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่ดูราวกับสามารถเจาะทะลวงได้ทุกสรรพสิ่ง มันพุ่งเข้าปะทะกับม่านแสงวิญญาณอันหนาทึบบนร่างของเต่ามังกรอย่างจัง
พริบตาเดียว ม่านแสงวิญญาณอันหนาทึบชั้นนี้ก็ถูกทวนมังกรดำเจาะทะลวงและฉีกกระชากออกอย่างง่ายดาย จากนั้นแสงสีดำก็ฟาดฟันลงบนกระดองของเต่ามังกร
เป็นที่รู้กันดีว่า สัตว์จำพวกเต่ามักจะมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งเป็นเลิศ และมีอายุขัยยืนยาว
กระดองบนหลังของพวกมัน คือส่วนที่แข็งแกร่งและทนทานที่สุด!
ยิ่งไปกว่านั้น เต่ามังกรที่อยู่เบื้องหน้านี้ ยังเป็นถึงสัตว์อสูรระดับจินตาน ซ้ำยังมีสายเลือดของมังกรแท้ไหลเวียนอยู่ ถือเป็นเผ่าพันธุ์มังกร พลังป้องกันของมันย่อมไม่ต้องพูดถึง ต่อให้เป็นยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานมาเอง ก็คงยากที่จะทลายการป้องกันของมันลงได้
ทว่าภายใต้คมทวนมังกรดำของกู้หย่วน มันกลับถูกเจาะทะลวงไปโดยตรง ต่อให้เป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยลวดลายสีทอง ก็ยังไม่อาจต้านทานเอาไว้ได้
ฉัวะ!
สิ้นเสียงทุ้มต่ำ กระดองของเต่ามังกรก็ถูกทวนมังกรดำเจาะทะลุ พลังทำลายล้างที่แฝงอยู่ภายในตัวทวนลุกลามแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
โฮก !!!
เลือดสดๆ สาดกระเซ็น เต่ามังกรแผดเสียงร้องโหยหวนดังก้องฟ้าดิน ทว่าสุ้มเสียงของมันกลับอ่อนระโหยโรยแรงลงอย่างรวดเร็ว
กู้หย่วนไม่คิดจะออมมือ เขายื่นนิ้วออกไปแตะเบาๆ เส้นใยกระบี่สีเงินเส้นเล็กจิ๋วก็มุดทะลวงเข้าไปตามบาดแผลอย่างรวดเร็ว
หลังจากเต่ามังกรกรีดร้องอย่างน่าเวทนา มันยังพยายามจะดิ้นรนต่อสู้ ถึงขั้นคิดจะตอบโต้ ทว่าวินาทีต่อมา ร่างกายของมันก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง หัวที่เคยเชิดตั้งก็ตกลงพื้น พลังชีวิตบนร่างเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว
อันที่จริงแล้ว ด้วยสายเลือดเผ่าพันธุ์มังกร ระดับพลังฝึกตน และความแข็งแกร่งของเต่ามังกรตัวนี้ ผนวกกับพลังป้องกันอันน่าเหลือเชื่อของมัน มันไม่ควรจะถูกกู้หย่วนสังหารลงอย่างง่ายดายปานนี้
กระทั่งหากมันหดหัวและขาทั้งสี่เข้าไปในกระดอง ตราบใดที่กู้หย่วนไม่ใช้ทวนมังกรดำ ต่อให้เขาทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มี หรือใช้ออกด้วยกระบี่อิ๋นเจียว ก็คงไม่อาจทลายการป้องกันของมันลงได้ในเวลาอันสั้น
ต่อให้ความแข็งแกร่งทางร่างกายของกู้หย่วนจะสามารถต่อกรกับยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานได้ก็เถอะ
ทว่าปัจจัยสำคัญที่สุด ก็คือทวนมังกรดำในมือของเขานี่แหละ!
ยอดศาสตราวุธชิ้นนี้มีระดับขั้นสูงส่งยิ่งนัก เหนือกว่าเตาหลอมเก้าเจียวหลงอยู่หนึ่งถึงสองขั้นเลยทีเดียว อย่างน้อยกู้หย่วนก็ประเมินเอาไว้ว่า หากไม่ใช่สิ่งของระดับสมบัติวิญญาณ ต่อให้เป็นของวิเศษระดับสูงสุดบางชิ้น ก็ยังยากที่จะทำลายมันลงได้
ทั้งแข็งแกร่งทนทานถึงขีดสุด ซ้ำยังคมกริบไร้ที่เปรียบ
ของพรรค์นี้ เมื่อตกมาอยู่ในมือของกู้หย่วน ย่อมทำให้พลังทำลายล้างของเขาพุ่งทะยานขึ้นหลายเท่าตัว!
ด้วยเหตุนี้ ต่อให้เต่ามังกรตัวนี้จะมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งปานใด ก็ไม่อาจต้านทานเอาไว้ได้ ทำได้เพียงถูกกู้หย่วนสังหารลงอย่างหมดจดงดงามเท่านั้น
กู้หย่วนกระตุกข้อมือ เส้นใยสีเงินเส้นหนึ่งก็ถูกดึงกลับมาจากบาดแผล และเพียงไม่นาน มันก็ลากเอาแก่นอสูรทรงกลมเกลี้ยงเกลาขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลออกมาด้วย
แก่นอสูรลูกนี้ดูราวกับถูกสลักเสลามาจากหยกสีน้ำเงิน สาดประกายสีน้ำเงินเข้ม แผ่กลิ่นอายปราณแก่นแท้วารีอันเข้มข้นออกมา กู้หย่วนเก็บมันลงในกล่องไม้อย่างระมัดระวัง
แก่นอสูรลูกนี้ เกิดจากการที่เต่ามังกรตัวนี้ดูดซับปราณแก่นแท้วารี ปราณธาตุน้ำกุ่ยบริสุทธิ์จากฟ้าดิน และหลอมรวมเข้ากับปราณบริสุทธิ์ของตนเอง ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมแก่นแท้ทั้งหมดของเต่ามังกรตัวนี้เลยทีเดียว
ของสิ่งนี้ สามารถนำไปใช้หลอมสร้างอาวุธวิเศษหรือของวิเศษ และยังสามารถนำไปใช้หลอมยาวิเศษได้อีกด้วย
อีกทั้งด้วยคุณสมบัติธาตุของมัน กู้หย่วนก็สามารถนำมันมาใช้เพื่อฟื้นฟูลมปราณแท้ หรือยกระดับพลังฝึกตนได้เช่นกัน
อันที่จริง ตามที่กู้หย่วนรู้มา ของวิเศษประเภทนี้ยังมีประโยชน์อีกประการหนึ่ง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
นั่นก็คือ สามารถนำมาใช้เป็นสื่อกลางในการหลอมสร้างจิตวิญญาณที่สองได้
แน่นอนว่า กู้หย่วนไม่ได้เชี่ยวชาญเคล็ดวิชาการแยกจิตวิญญาณที่สองออกมาสร้างเป็นร่างจำลองที่มีชีวิตและพลังเหมือนตัวจริงอะไรนั่น ซ้ำวิชาจันทราสะท้อนวารีของเขา ก็เป็นสุดยอดวิชาแยกร่างที่หาได้ยากยิ่ง ขอเพียงฝึกฝนวิชาเทวะแขนงนี้ให้ถึงขั้นสมบูรณ์พร้อม เขาก็จะมีร่างแยก และยังเป็นร่างแยกที่ร้ายกาจไม่ด้อยไปกว่าจิตวิญญาณที่สองเลยด้วยซ้ำ!
ฉึก
กู้หย่วนดึงทวนมังกรดำออกมาแล้วเก็บเข้าที่ จากนั้นก็พลิกมือเรียกเตาหลอมเก้าเจียวหลงออกมา เมื่อฝาเตาเปิดออก แรงดูดมหาศาลขุมหนึ่งก็สูบซากศพของเต่ามังกรเข้าไปด้านใน ไม่นานนัก ภายในเตาก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแท้จริงอันร้อนแรง
ที่กู้หย่วนทำเช่นนี้ ย่อมมีเหตุผลของเขา
แม้แก่นอสูรที่เขาเพิ่งเก็บมาจะเป็นของดี ทว่าหากจะว่ากันตามตรงแล้ว สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดบนร่างของเต่ามังกรตัวนี้ ไม่ใช่แก่นอสูร และไม่ใช่กระดองเต่า ทว่าเป็นสายเลือดมังกรแท้ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวของมันต่างหาก
มังกรแท้คือสัตว์เทวะ และสิ่งใดก็ตามที่แปดเปื้อนสายเลือดของมังกรแท้ ล้วนแต่มีวาสนาอันเหนือชั้นและหลุดพ้นจากความธรรมดาสามัญทั้งสิ้น
สิ่งที่กู้หย่วนกำลังทำอยู่ในขณะนี้ ก็คือการสกัดเอาโลหิตมังกรแท้ที่อยู่ภายในตัวของเต่ามังกรตัวนี้ออกมา
เมื่อใดที่สกัดมันออกมาได้สำเร็จ มันจะมีประโยชน์มากมายมหาศาล
ไม่เพียงแต่นำไปใช้เป็นส่วนผสมในการหลอมยาวิเศษชั้นเลิศที่หาได้ยากยิ่ง ทว่ายังสามารถนำมายกระดับความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาได้อีกด้วย
เพราะถึงอย่างไร มังกรแท้ก็เป็นถึงสัตว์เทวะ ความแข็งแกร่งทางร่างกายของมันนับว่าอยู่ในระดับสุดยอด การใช้โลหิตมังกรแท้มาเสริมสร้างร่างกายของกู้หย่วน ย่อมมีประโยชน์ต่อการยกระดับพลังฝึกตนของเขาอย่างยิ่งยวด
ถึงขั้นที่ว่า หากหลอมรวมสายเลือดมังกรแท้เข้ากับสายเลือดของตนเอง ก็จะสามารถยกระดับพรสวรรค์และรากฐานกระดูกได้อีกด้วย
ทว่ากู้หย่วนกลับไม่ได้สนใจในเรื่องนี้นัก เขาไม่ได้มีความคิดอยากจะหลอมรวมโลหิตมังกรเข้าสู่ร่างกาย เพื่อกลายพันธุ์เป็นมนุษย์มังกรอะไรเทือกนั้นหรอก
อันที่จริง หากเสิ่นอวี้หมิงมาอยู่ที่นี่ และได้เห็นซากศพของเต่ามังกรตัวนี้ เขาคงต้องหวั่นไหวจนเนื้อเต้นเป็นแน่
เพราะเหตุผลที่เสิ่นอวี้หมิงสามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ก็เป็นเพราะเขามีสายเลือดของมังกรแท้แฝงอยู่ในร่างนั่นเอง
หากเสิ่นอวี้หมิงต้องการจะก้าวหน้าไปอีกขั้น การเสริมสร้างสายเลือดมังกรแท้ในร่างของตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ย่อมเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุด!
ภายใต้การอัดฉีดลมปราณแท้ของกู้หย่วน เปลวเพลิงแท้จริงภายในเตาหลอมเก้าเจียวหลงก็ลุกไหม้อย่างรุนแรง ไม่นานนัก ซากศพของเต่ามังกรก็เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลง ดูเหมือนว่ามันจะเริ่มแห้งกรังลงเรื่อยๆ
จี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิงรู้ดีว่ากู้หย่วนกำลังยุ่งอยู่ จึงไม่ได้เข้าไปใกล้ แต่พวกนางหันไปสนใจแมลงพิษสองสามตัวที่อยู่บริเวณนั้นแทน
กู้หย่วนไม่ได้สนใจหญิงสาวทั้งสอง เขาก้มหน้าก้มตาสกัดซากศพของเต่ามังกรต่อไปอย่างเงียบๆ
เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป ซากศพของเต่ามังกรที่อยู่ภายในเตาหลอมเก้าเจียวหลงก็เหี่ยวเฉาลง ขนาดตัวหดเล็กลงไปกว่าครึ่ง กลายสภาพเป็นซากศพแห้งกรัง
เกล็ดสีทองบนลำคอ ขาทั้งสี่ และหางที่เคยเปล่งประกาย บัดนี้กลับหม่นหมองไร้แสงสี แปรเปลี่ยนเป็นสีเทาขาวและเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ราวกับสูญเสียแก่นแท้ไปจนหมดสิ้น
แม้กระทั่งกระดองเต่าก็ยังแห้งแตกระแหง ไร้ซึ่งความมันวาว
ผ่านไปไม่นานนัก ซากศพของเต่ามังกรก็ถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าธุลี ทว่ากลับทิ้งกลุ่มก้อนโลหิตสีทองเอาไว้
กลุ่มก้อนโลหิตสีทองนี้มีขนาดเท่าหัวคน สาดประกายแสงสีทองอร่าม แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันสูงส่ง น่าเกรงขาม และลี้ลับ
เมื่อกู้หย่วนลดทอนเปลวเพลิงแท้จริงภายในเตาหลอมเก้าเจียวหลงลง กลุ่มก้อนโลหิตสีทองนี้กลับพลิกตัวม้วนไปมา ก่อนจะจำแลงกายเป็นมังกรน้อยสีทองส่องประกาย ที่มีสี่กรงเล็บและสองเขา ความยาวพอๆ กับท่อนแขน
มังกรน้อยสีทองตัวนี้มีชีวิตชีวายิ่งนัก เพียงแค่พลิกตัวม้วนเดียว มันก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีทอง พุ่งทะยานออกไปนอกเตาหลอม ราวกับต้องการจะหลบหนีไป
กลุ่มก้อนโลหิตสีทองนี้ ย่อมต้องเป็นโลหิตมังกรแท้อย่างไม่ต้องสงสัย และด้วยความที่มันเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ จึงได้จำแลงกายเป็นรูปลักษณ์ของมังกร
ทว่าขนาดเต่ามังกรที่ยังมีชีวิตอยู่ กู้หย่วนยังไม่เคยนึกกลัว แล้วประสาอะไรกับโลหิตสีทองแค่กองเดียว?
กู้หย่วนหยิบขวดหยกออกมาใบหนึ่ง กักเก็บโลหิตมังกรแท้กลุ่มนี้เข้าไปด้านใน ก่อนจะปิดฝาให้แน่นหนา
(จบตอน)