ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 328 แค่นี้เนี่ยนะ? นึกว่าเป็นถึงสายพันธุ์มังกรซะอีก!
- Home
- ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร
- ตอนที่ 328 แค่นี้เนี่ยนะ? นึกว่าเป็นถึงสายพันธุ์มังกรซะอีก!
“ไอ้เวรนี่ตายสักที”
กู้หย่วนมองดูเศษซากศพที่เกลื่อนกลาดอยู่ตรงหน้า กวาดสัมผัสเทวะตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ถึงได้เก็บง้าวมังกรดำเข้าที่ และเรียกเตาหลอมเก้าเจียวหลงออกมาเพื่อเก็บซากศพของตู้หยุนถูตรงหน้าเข้าไป
เพลิงแท้สีแดงเข้มภายในเตาหลอมเก้าเจียวหลงลุกโชนขึ้น เริ่มทำการหลอมละลายซากศพนี้
กู้หย่วนไม่ได้ลืมหรอกนะว่าตู้หยุนถูมีสายเลือดมังกรแท้จริง ทั้งยังโอ้อวดว่าตนเป็นถึงสายพันธุ์มังกร และดูถูกเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างยิ่ง
ในเมื่อไอ้เวรนี่ภูมิใจนักหนากับการเป็นสายพันธุ์มังกร กู้หย่วนก็เลยสนองความต้องการให้เสียเลย ด้วยการสกัดสายเลือดมังกรแท้จริงของมันออกมาเป็นอันดับแรก จะได้ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า
เพียงแต่ไม่รู้ว่าสายเลือดของเจ้านี่จะเป็นอย่างไร เข้มข้นมากน้อยแค่ไหน
ภายใต้การหลอมละลายของเพลิงแท้อันร้อนแรงในเตาหลอมเก้าเจียวหลง ซากศพที่แหลกเหลวของตู้หยุนถูเริ่มแห้งเหือดลงอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก มันก็เหมือนสูญเสียความชื้นไปจนหมด กลายเป็นซากศพแห้งกรังที่มีแต่หนังหุ้มกระดูก
ผ่านไปไม่นาน เสียงปังก็ดังขึ้น ซากแห้งเหล่านั้นระเบิดออก กลายเป็นกองผงธุลีชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ส่วนหยดเลือดสีทองขนาดต่างกันหลายหยด กลับรวมตัวกันอย่างรวดเร็วภายใต้เปลวเพลิงแท้ กลายเป็นหยดเลือดแก่นแท้สีทองขนาดเท่ากำปั้น
เลือดแก่นแท้สีทองหยดนี้ส่องประกายแสงสีทองเจิดจ้า แผ่กลิ่นอายกดดันที่อธิบายไม่ถูกออกมา หากมีใครเข้าใกล้ ย่อมต้องรู้สึกอึดอัดและรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาล ดูแล้วช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
เมื่อกู้หย่วนถอนปราณแท้ที่ควบคุมมันออก เลือดแก่นแท้สีทองหยดนี้ก็ขยับไปมา จากนั้นก็เปลี่ยนรูปร่างเป็นมังกรน้อยสีทองอร่ามที่มีสี่กรงเล็บและสองเขา เพียงแสงสว่างวาบ มันก็เตรียมจะหลบหนี
ทว่ายังไม่ทันหนีไปได้ไกล กู้หย่วนก็ดีดนิ้วส่งคลื่นปราณกระแทกมันจนแตกสลาย มังกรน้อยสีทองจึงกลับกลายสภาพเป็นก้อนเลือดแก่นแท้ดังเดิม
“แค่นี้เนี่ยนะ? นึกว่าเป็นถึงสายพันธุ์มังกร ข้าก็นึกว่าสายเลือดมังกรแท้จริงจะเข้มข้นสักแค่ไหน ที่แท้ก็มีน้ำยาแค่นี้เอง…”
กู้หย่วนเบะปากเล็กน้อย เผยสีหน้ารังเกียจ
ก่อนหน้านี้เขาเคยสังหารเต่ามังกรตัวหนึ่ง เต่ามังกรตัวนั้นดูภายนอกยังเป็นเพียงเต่าจระเข้ แต่หลังจากกู้หย่วนฆ่ามันและสกัดเลือดมังกรแท้จริงออกมา กลับได้ก้อนเลือดขนาดใหญ่เท่าหัวคนเลยทีเดียว
สายเลือดมังกรแท้จริงในตัวของตู้หยุนถู เมื่อเทียบกับเต่ามังกรตัวนั้นแล้ว ช่างห่างชั้นกันลิบลับ
แต่อย่างไรก็ตาม นี่ก็ยังถือเป็นของดีอยู่ดี กู้หย่วนหาขวดหยกมาบรรจุมันอย่างระมัดระวัง และวางค่ายกลอาคมปกปิดไว้หนึ่งชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ปราณวิญญาณภายในรั่วไหลออกมา หากปล่อยไว้นาน ต่อให้เป็นเลือดมังกรแท้จริงก็อาจสูญเสียจิตวิญญาณและกลายเป็นของไร้ค่าได้
หลังจากเก็บเลือดมังกรแท้จริงเรียบร้อยแล้ว กู้หย่วนก็เบนสายตาไปที่ศพของวานรทองคำบนพื้น
ตู้หยุนถูที่อ้างว่าเป็นสายพันธุ์มังกร แท้จริงแล้วก็เป็นแค่มนุษย์ที่มีสายเลือดเผ่ามังกรอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น
ในทางกลับกัน จินหยวนเฟยต่างหากที่เป็นสัตว์อสูรเผ่าลิงทองคำขนานแท้
ก่อนหน้านี้ตอนที่กู้หย่วนอยู่ในส่วนลึกของเทือกเขาอวิ๋นเมิ่ง เขาและศิษย์ร่วมสำนักเคยเผชิญหน้ากับเผ่าลิงทองคำนี้มาก่อน โดยเฉพาะพญาวานรระดับหยินเสินตัวนั้นที่ทิ้งความประทับใจอันลึกซึ้งไว้ให้เขาอย่างยิ่ง
ส่วนศพของลิงอสูรจินหยวนเฟย กู้หย่วนคิดดูแล้วก็ตัดสินใจว่าไม่ควรปล่อยให้เสียเปล่า
สัตว์อสูรที่บำเพ็ญเพียรจนถึงระดับจินตานได้ ล้วนไม่ธรรมดาทั้งสิ้น
ลิงอสูรตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นขน หนัง เส้นเอ็น กระดูก เลือดเนื้อ ไปจนถึงอวัยวะภายในและโลหิต ล้วนมีสรรพคุณนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
ทว่าเมื่อนึกถึงภาพตอนที่จินหยวนเฟยแปลงกายเป็นมนุษย์ก่อนหน้านี้ ท้ายที่สุดกู้หย่วนก็ไม่ได้ถลกหนังและเลาะเส้นเอ็นมัน เขาเพียงเปิดฝาเตาหลอมเก้าเจียวหลงออก เสียงเคร้งดังขึ้น พร้อมกับแรงดูดที่ดึงศพลิงอสูรบนพื้นเข้าไปข้างใน
จากนั้นพอปิดฝา เปลวเพลิงแท้สีแดงเข้มก็ลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว เริ่มทำการหลอมละลายลิงอสูรระดับจินตานตัวนี้ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
แต่จะว่าไป ฉากนี้กลับทำให้กู้หย่วนรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
ในนิทานเรื่องหนึ่งจากชาติที่แล้วของเขา ก็มีลิงที่ดื้อรั้นอวดดีตัวหนึ่ง ต่อสู้กับสวรรค์และผืนดิน กวนฟ้ากวนสมุทรจนปั่นป่วนไปหมด สุดท้ายกลับถูกจับขังอยู่ในเตาหลอมเป็นเวลานาน
พอรอดออกมาจากเตาได้ ลิงตัวนี้ก็ได้รับพลังวิชาเทวะที่น่าสะพรึงกลัวอย่างเนตรอัคคีเนตรทองคำอีกด้วย
แน่นอนว่า เมื่อเทียบกับลิงตัวนั้นแล้ว ลิงอสูรในเตาหลอมเก้าเจียวหลงตรงหน้ากู้หย่วนยังห่างชั้นกันไกลลิบ แถมยังเป็นลิงที่ตายไปแล้ว เอาไปเทียบกับวานรศิลาตัวนั้นไม่ได้เลยสักนิด
ผ่านไปไม่นาน กู้หย่วนก็เปิดฝาเตาหลอมเก้าเจียวหลงอีกครั้ง หยดเลือดแก่นแท้สีแดงเข้มลอยออกมา ขนาดราวๆ เท่าหัวคน ปริมาณพอๆ กับเลือดมังกรแท้จริงที่สกัดได้จากเต่ามังกรก่อนหน้านี้
ทว่าเลือดแก่นแท้สีแดงเข้มก้อนนี้กลับไม่ได้มีจิตวิญญาณเหมือนเลือดมังกรแท้จริงก้อนนั้น ผิวนอกของมันเปล่งประกายสีทองหม่นออกมาจางๆ และไม่มีเหตุการณ์กลิ้งไปมาจนกลายร่างเป็นลูกลิงน้อยแต่อย่างใด
กู้หย่วนหยิบภาชนะออกมา และเก็บเลือดแก่นแท้ก้อนนี้เข้าไปอย่างระมัดระวัง
เลือดแก่นแท้ลิงอสูรก้อนนี้ก็เป็นของดีเช่นกัน มันคือแก่นแท้ทั้งมวลของลิงอสูรตัวหนึ่ง เลือดเพียงหยดเดียวก็สามารถทำให้คนธรรมดาผลัดเปลี่ยนกระดูกและชำระล้างไขกระดูก เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดได้
เลือดแก่นแท้ก้อนนี้ เรียกได้ว่าเป็นวัตถุวิญญาณที่มีมูลค่ามหาศาล ไม่ว่าจะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหลอมโอสถวิญญาณ สกัดเป็นอาวุธวิเศษ หรือแม้กระทั่งกลืนกินเพื่อดูดซับพลังโดยตรง ล้วนให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม
ต่อจากนั้น กู้หย่วนก็จัดการเก็บกวาดอย่างลวกๆ และแวะเก็บอาวุธวิเศษอู๋โกวเล่มนั้นมาด้วย
พออาวุธวิเศษอู๋โกวมาอยู่ในมือ มันยังคงส่งเสียงสั่นร้องกังวาน ปลดปล่อยปราณสังหารและปราณมารอันน่าตื่นตะลึงออกมา ปราณดุร้ายอันเย็นยะเยือกแผ่ซ่านมาถึงตัวกู้หย่วนอย่างรวดเร็ว ราวกับพยายามจะแทรกซึมเข้าครอบงำจิตใจและวิญญาณของเขา
ทว่าไม่ต้องพูดถึงระดับการบำเพ็ญเพียรของกู้หย่วนเลย เพียงแค่วิญญาณของเขาที่เคยกลืนกินและดูดซับโอสถหลอมเทวะราชันสวรรค์ก็ทำให้เขามีแก่นแท้เสี้ยวหนึ่งของยอดฝีมือระดับหยินเสินแฝงอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่ได้รับผลกระทบจากปราณมารและเศษเสี้ยวความนึกคิดเหล่านี้แม้แต่น้อย
กู้หย่วนเพียงใช้นิ้วลูบไล้ไปตามคมกระบี่ อู๋โกวเล่มนี้ก็สงบลงทันที ปราณสังหารและกลิ่นอายความตายถูกเก็บงำจนหมดสิ้น เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริง
อาวุธวิเศษอู๋โกวเล่มนี้มีสีดำแดงทั้งเล่ม ด้านหนึ่งบางเฉียบและคมกริบ ส่องประกายแสงชั่วร้ายอันโหดเหี้ยม ส่วนอีกด้านหนึ่งเต็มไปด้วยซี่เลื่อยรูปสามเหลี่ยม มีแสงสีเลือดกะพริบวาบเป็นระยะ ชวนให้รู้สึกหวาดผวา ราวกับมันสามารถตัดขาดทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ได้
ทว่า สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ ในตอนนี้บนตัวกระบี่ของอู๋โกวกลับเต็มไปด้วยรอยบิ่น แม้จะไม่ลึกมาก รอยที่ลึกที่สุดก็มีขนาดประมาณเส้นผมเท่านั้น
แม้รอยแผลเหล่านี้จะไม่ได้ใหญ่โต แต่มันกลับทำให้กระบี่บินรูปทรงแปลกประหลาดเล่มนี้เกิดตำหนิ ค่ายกลอาคมส่วนเล็กๆ ได้รับความเสียหาย ไม่มีความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติอีกต่อไป
และด้วยเหตุนี้เอง อานุภาพของมันจึงลดลงอย่างน้อยสองถึงสามส่วน
รอยบิ่นบนนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นร่องรอยที่เกิดจากการต่อสู้ฟาดฟันอย่างดุเดือดระหว่างตู้หยุนถูและวิหคเผิงปีกทองเมื่อครู่นี้
จะว่าไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าตู้หยุนถูก็ไม่ได้เป็นยอดฝีมือด้านเพลงกระบี่อะไร เพลงกระบี่ของมันถือว่าธรรมดามาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำลายกระบี่บินรูปร่างประหลาดเล่มนี้หรอก
หากเปลี่ยนเป็นกู้หย่วน ต่อให้ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาจะด้อยกว่าตู้หยุนถูสักหนึ่งหรือสองขั้น ตราบใดที่มีกระบี่บินระดับอาวุธวิเศษเช่นนี้อยู่ในมือ ถึงจะไม่สามารถสังหารวิหคเผิงปีกทองตัวนั้นได้ แต่ก็ไม่มีทางปล่อยให้อาวุธวิเศษชั้นดีสภาพสมบูรณ์ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้แน่
พูดอย่างไม่เกรงใจเลยก็คือ สาเหตุที่กระบี่บินเล่มนี้พัง ความผิดเกินครึ่งต้องยกให้ตู้หยุนถู
“ปากก็พล่ามว่าเป็นสายพันธุ์มังกร ปากก็พล่ามดูถูกมนุษย์ ข้านึกว่าจะเก่งกาจสักแค่ไหน ที่แท้ก็แค่พวกกระจอก ไร้ค่าสิ้นดี”
กู้หย่วนส่ายหน้า รู้สึกเสียดายกระบี่บินเล่มนี้เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เจ็บปวดใจอะไรมากนัก
(จบตอน)