ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 335 แสงเทวะหยวนฉือ!
“ไอ้หนู ร้ายไม่เบานี่ ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ!”
นักพรตหนูที่หนีพ้นจากระยะค่ายกลกระบี่ ตัดสินใจอ้าปากพ่นขวดใบเล็กสีเทาดำออกมา
ขวดใบนี้มีขนาดเพียงสามชุ่น แต่ภายใต้การควบคุมของนักพรตหนู มันกลับขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นขวดที่มีความสูงกว่าหนึ่งฉื่อ วัสดุที่ใช้ทำดูแล้วไม่ใช่ทั้งโลหะและหิน ช่างดูแปลกประหลาด แผ่กลิ่นอายที่ทั้งพิลึกพิลั่นและหนาแน่นออกมา
และภายใต้การควบคุมของนักพรตหนู ขวดวิเศษสีเทาดำใบนี้ก็พ่นลำแสงสีเทาหม่นออกมา พุ่งทะลวงเข้าชนกับค่ายกลกระบี่ที่กู้หย่วนวางเอาไว้อย่างจัง
ลำแสงสีเทาหม่นเหล่านี้ประหลาดนัก เพียงแค่กวาดผ่าน ค่ายกลกระบี่อันแน่นหนาที่กู้หย่วนวางไว้ก็เริ่มชะงักงัน หรือไม่ก็สูญเสียการควบคุม ปราณกระบี่ทั้งสี่สิบเก้าสาย มีเกือบครึ่งที่หลุดออกจากวิถีเดิม กระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง
เรียกได้ว่า ค่ายกลกระบี่แห่งนี้ถูกทำลายไปกว่าครึ่งในพริบตา
“อะไรกัน!”
กู้หย่วนชะงักงัน จากนั้นก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ภายในใจเกิดความเคลื่อนไหวและเกิดข้อสันนิษฐานหนึ่งขึ้น
“หรือว่า… นี่คือพลังหยวนฉือ?!”
ต่อให้อีกฝ่ายจะมีระดับการบำเพ็ญเพียรที่ลึกล้ำเพียงใด แต่การที่สามารถทำลายค่ายกลกระบี่ของเขาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ มันก็ออกจะดูไม่สมเหตุสมผลเกินไปหน่อย
ด้วยค่ายกลกระบี่ของตนเอง กู้หย่วนมั่นใจว่าสามารถต่อกรกับยอดฝีมือระดับจินตานที่หลอมจินตานระดับสามได้อย่างนักพรตชิงมู่
ส่วนนักพรตหนูผู้นี้ แม้จะมีพลังบำเพ็ญเพียรที่ลึกล้ำเช่นกัน แต่กู้หย่วนก็ไม่คิดว่าไอ้เวรนี่จะเก่งกาจไปกว่านักพรตชิงมู่เลย
สาเหตุที่มันสามารถทำลายค่ายกลกระบี่ของเขาได้ ปัจจัยหลักก็คือขวดวิเศษรูปร่างประหลาดใบนั้น กับวิชาเทวะที่นักพรตหนูใช้ออกมา
เห็นได้ชัดว่ามันคือวิชาเทวะหยวนฉือ (แม่เหล็กบรรพกาล) ที่หาได้ยากยิ่ง!
พลังหยวนฉือเป็นพลังที่ค่อนข้างแปลกประหลาดและพบเห็นได้ยาก มันเป็นดาวข่มของพลังธาตุทองและโลหะโดยเฉพาะ
ค่ายกลกระบี่ของกู้หย่วนจัดอยู่ในธาตุทอง เรียกได้ว่าถูกวิชาเทวะของอีกฝ่ายข่มจนมิด พลังสิบส่วน สามารถเค้นออกมาได้สักสามถึงห้าส่วนก็ถือว่าเก่งแล้ว มิน่าล่ะ ถึงได้ถูกทำลายเอาได้ง่ายๆ แบบนี้
“หึ เดาถูกแล้วยังไงล่ะ? ไอ้หนู ต่อให้เพลงกระบี่ของเจ้าจะบรรลุถึงขั้นสูงสุดแล้วยังไง ท้ายที่สุดก็ต้องถูกวิชาเทวะหยวนฉือของตาเฒ่าผู้นี้สะกดข่มอยู่วันยังค่ำ!”
นักพรตหนูแค่นเสียงหยัน แล้วลงมือต่อทันที
ขวดวิเศษหยวนฉือเหนือศีรษะพ่นแสงเทวะหยวนฉือออกมามากขึ้น ก่อนจะม้วนตลบพุ่งเข้าใส่กู้หย่วน
“วิชาเทวะหยวนฉือร้ายกาจมากจริงๆ แต่ในใต้หล้านี้จะมีวิชาเทวะไหนที่ไร้เทียมทานอย่างแท้จริงกัน คนต่างหากที่ไร้เทียมทาน ไม่ใช่วิชาเทวะ! คิดจริงๆ หรือว่าข้ามีไพ่ตายแค่นี้น่ะ?”
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!!!
กู้หย่วนแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบ เขายกมือขึ้นเรียกหา สิ้นเสียงกระบี่ร้องกังวานสะท้านฟ้า ค่ายกลกระบี่ก็สลายตัวอย่างรวดเร็ว ปราณกระบี่แต่ละสายหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว จนท้ายที่สุดก็กลายเป็นกระบี่บินสีเงินยวงอันแหลมคมและพลิ้วไหว หายวับเข้าไปในแขนเสื้อของเขา
จากนั้น กู้หย่วนก็ประกบมือทั้งสองข้างเข้าหากัน แล้วออกแรงดึงแยกออก แสงสีดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้น แสงสีดำนั้นควบแน่นกลายเป็นลูกทรงกลมสีดำสนิท ดำมืดและลึกล้ำ ราวกับเชื่อมต่ออยู่กับอีกโลกหนึ่งที่เร้นลับ แผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวและชวนให้ขนลุกซู่ ราวกับสามารถกลืนกินสรรพสิ่งได้
หากเพ่งมองดูให้ดี ลูกทรงกลมสีดำนี้ดูคล้ายกับหลุมดำขนาดย่อมที่เงียบสงบไร้สุ้มเสียง ทว่ากลับดูเหมือนกำลังให้กำเนิดบางสิ่งที่น่าสยดสยองอยู่ภายใน
เมื่อแสงเทวะหยวนฉือพุ่งทะลวงเข้ามา และปะทะเข้ากับหลุมดำขนาดย่อมตรงหน้ากู้หย่วน กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาเลยแม้แต่น้อย
แสงเทวะหยวนฉืออันตรธานหายไปอย่างเงียบเชียบไร้ร่องรอย ส่วนหลุมดำนั้นก็สั่นไหวเบาๆ ราวกับผิวน้ำที่เกิดระลอกคลื่นก็ไม่ปาน
“อะไรกัน นี่มันวิชาเทวะอะไรกันแน่?”
เมื่อเห็นแสงเทวะหยวนฉือที่ไม่เคยพลาดเป้ามาก่อนถูกทำลายลง นักพรตหนูก็ตื่นตะลึงจนตาค้าง
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ระดับการบำเพ็ญเพียรของอีกฝ่ายยังด้อยกว่าเขาอยู่หนึ่งถึงสองขั้นเสียด้วยซ้ำ
“หึ… อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด วิชาเทวะกลืนนภากลืนปฐพีก็สามารถรับมือกับแสงเทวะหยวนฉือได้…”
กู้หย่วนหัวเราะหึๆ ในลำคอ ความมั่นใจในใจเพิ่มสูงขึ้นไปอีก
“นอกจากวิชาเทวะกลืนนภากลืนปฐพีแล้ว เคล็ดกระบี่ไท่ซวีสะท้อนจันทร์ กับอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ รวมถึงวิชาเร้นวิญญาณไร้ช่องว่างที่เพิ่งได้มาหมาดๆ ของข้า ก็ไม่มีทางถูกวิชาเทวะหยวนฉือสะกดข่มได้หรอก” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
หลังจากได้ประมือกัน กู้หย่วนก็ตระหนักได้ว่า แม้วิชาเทวะหยวนฉือของอีกฝ่ายจะร้ายกาจ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่จะสกัดกั้นไพ่ตายต่างๆ ของเขาได้อย่างสมบูรณ์
วิชาเทวะกลืนนภากลืนปฐพี อสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ และวิชาเร้นวิญญาณไร้ช่องว่าง ล้วนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับธาตุทองเลยสักนิด
ต่อให้เป็นเคล็ดกระบี่ไท่ซวีสะท้อนจันทร์ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับธาตุทองมากนัก เพราะแก่นแท้ของมันคือการใช้พลังไท่อิน (จันทรา) ดังนั้นต่อให้วิชาเทวะหยวนฉือของอีกฝ่ายจะทรงพลังแค่ไหน กู้หย่วนก็ไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
“เอาล่ะ ไพ่ตายของเจ้า ข้ากระจ่างหมดแล้ว ต่อจากนี้ก็จงไปลงนรกซะเถอะ!”
กู้หย่วนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ระหว่างที่พูด บนมือของเขาก็ปรากฏแสงสีเทาดำอมม่วงสว่างวาบขึ้นมา แสงกลุ่มนี้มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ส่งเสียงเปรี๊ยะๆ กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นแข็งกร้าวและดุดัน อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้าง ชวนให้ขวัญหนีดีฝ่อ
ในเวลานี้ กลุ่มแสงอสนีบาตราวกับกำลังบ่มเพาะ และให้กำเนิดบางสิ่งอยู่…
แสงอสนีบาตนี้ ย่อมเป็นอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ของกู้หย่วน หรือจะพูดให้ถูกก็คือ อสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ที่กำลังอยู่ในช่วงลอกคราบเปลี่ยนแปลง หรืออาจจะเป็นอสนีบาตเทวะอันน่าสะพรึงกลัวอีกชนิดหนึ่งเลยก็ว่าได้
อย่างน้อยที่สุด สีหน้าของนักพรตหนูก็แปรเปลี่ยนไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า มันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามแห่งความตายอันรุนแรงแล้ว
เพราะในสัมผัสของมัน แสงอสนีบาตบนมือของกู้หย่วน ให้ความรู้สึกราวกับว่ามันแฝงไว้ด้วยพลังที่สามารถทำลายล้างสวรรค์และแยกแผ่นดินได้!
มันรีบกระตุ้นขวดวิเศษหยวนฉือเหนือศีรษะอย่างร้อนรน ขวดวิเศษระเบิดแสงเทวะหยวนฉืออันเจิดจ้าออกมา ก่อตัวเป็นม่านพลังหยวนฉืออันหนาทึบ ห่อหุ้มร่างกายของมันเอาไว้ทั้งหมด
ทันทีที่นักพรตหนูจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จสิ้น ลำแสงอสนีบาตสีเทาดำอมม่วงก็พุ่งทะลวงเข้าใส่ ตกกระทบลงบนม่านพลังแสงเทวะหยวนฉือชั้นนี้ทันที
ลำแสงอสนีบาตสีเทาดำอมม่วงสายนี้ไม่ได้มีอานุภาพที่ดูยิ่งใหญ่ตระการตานัก ทว่าภายในกลับแฝงไว้ด้วยพลังอันน่าสยดสยองหาใดเปรียบ ในพริบตาที่สัมผัสกับเป้าหมาย มันก็ระเบิดออก ทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
ตู้ม!!!
สิ้นเสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้า ม่านแสงเทวะหยวนฉืออันหนาทึบบนผิวกายของนักพรตหนูก็ถูกแสงอสนีบาตบดขยี้และทำลายล้างอย่างรวดเร็ว
แกรก แกรก! แกรก แกรก!
รอยร้าวแตกระแหงปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของม่านพลังแสงเทวะหยวนฉือ จากนั้นม่านพลังชั้นนี้ก็แตกสลายไปอย่างรวดเร็ว ลุกลามไปถึงขวดวิเศษหยวนฉือบนศีรษะของนักพรตหนูที่หม่นแสงลง พร้อมกับมีรอยร้าวปรากฏขึ้นบนพื้นผิว
“เป็นไปได้ยังไง?!”
สีหน้าของนักพรตหนูดูไม่ได้เลย มันคาดไม่ถึงเลยว่าแสงเทวะหยวนฉือของตนเองจะถูกอีกฝ่ายทำลายลงอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
ประเด็นสำคัญก็คือ ชุดไพ่ตายที่กู้หย่วนนำออกมาใช้ต่างหาก ที่ทำให้มันรู้สึกตกตะลึงจนแทบช็อก
เมื่อเห็นว่ากู้หย่วนเตรียมจะซัดแสงอสนีบาตออกมาอีกสาย นักพรตหนูก็รีบแหกปากตะโกนลั่น
“หยุดมือ!”
กู้หย่วนหยุดมือตามคำขอ แสงอสนีบาตสีเทาดำอมม่วงบนมือแปรผันรูปร่างไปมาเบาๆ ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวออกมาเป็นระยะๆ ทำเอาใบหน้าของนักพรตหนูกระตุกยิกๆ ไม่หยุด
“ทำไม? เจ้ายังมีอะไรจะสั่งเสียอีกงั้นรึ?”
สีหน้าของนักพรตหนูแปรเปลี่ยนไปมาอย่างไม่อาจคาดเดา มันกัดฟันกรอดแล้วเอ่ยว่า
“ไอ้หนู ตกลงเจ้าเป็นใครกันแน่ แล้วนี่เจ้าฝึกฝนวิชาเทวะระดับสุดยอดสำเร็จไปกี่วิชากันแน่?!”
จนถึงตอนนี้ ในที่สุดมันก็ตระหนักรู้ได้เสียทีว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้เป็นแค่ไก่อ่อนธรรมดาๆ อย่างที่มันคิดไว้เลยแม้แต่น้อย
ตัวมันเองคงจะเผลอไปกระตุกหนวดเสือของยอดฝีมือสุดแกร่งเข้าให้แล้ว!
เพราะในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่นี้ กู้หย่วนก็งัดเอาทั้งเพลงกระบี่อันลึกล้ำแยบคาย ตามด้วยวิชาเทวะหลุมดำอันน่าสะพรึงกลัว และล่าสุดก็คือวิชาเทวะอสนีบาตตรงหน้านี้ออกมาใช้อย่างต่อเนื่อง
เรื่องอื่นยังไม่ต้องพูดถึง เอาแค่วิชาเทวะทั้งสามชนิดนี้ แต่ละวิชาก็ล้วนเป็นถึงวิชาเทวะระดับสุดยอดอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น อานุภาพของวิชาเทวะสายฟ้าที่กู้หย่วนใช้อยู่ในตอนนี้ ยังดูเหมือนจะทรงพลังเกินขอบเขตของวิชาเทวะระดับสุดยอดไปแล้วด้วยซ้ำ สิ่งนี้ทำเอานักพรตหนูถึงกับอกสั่นขวัญแขวน
(จบตอน)