ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 336 สังหารนักพรตหนู!
นักพรตหนูเป็นถึงยอดฝีมือระดับจินตาน ย่อมรู้ดีว่าการจะฝึกฝนวิชาเทวะระดับสุดยอดให้สำเร็จสักวิชานั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด ขนาดตัวมันเองก็ยังบรรลุเพียงวิชาเทวะระดับสุดยอดอย่างแสงเทวะหยวนฉือแค่วิชาเดียวเท่านั้น
เพื่อที่จะฝึกฝนวิชาเทวะระดับสุดยอดวิชานี้ มันต้องสูญเสียเวลาไปเกือบร้อยปี กว่าจะรวบรวมหินหยวนฉือได้มากพอ และต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปี กว่าจะฝึกฝนจนสำเร็จในท้ายที่สุด
และก็เป็นเพราะเหตุนี้ มันจึงสามารถหลอมจินตานระดับสามได้สำเร็จ ทำให้ในวันข้างหน้ามีความหวังที่จะทะลวงสู่ระดับหยินเสินและหยางเสิน
แน่นอนว่า พูดก็ส่วนพูด ความหวังที่มันจะเลื่อนขั้นเป็นระดับหยินเสินนั้นพอมีอยู่ริบหรี่ แต่โอกาสที่จะเลื่อนขั้นเป็นระดับหยางเสินขั้นหลงเหมินนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
แต่ถึงกระนั้น นักพรตหนูก็รู้สึกพึงพอใจมากแล้ว
ผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรที่สามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้เหมือนมัน เรียกได้ว่ามีแทบนับคนได้
ทว่าเมื่อเห็นกู้หย่วนงัดเอาวิชาเทวะระดับสุดยอดออกมาใช้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย มันก็รู้สึกยากที่จะรับได้ และไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
ไอ้เด็กนี่อายุแค่นี้ กลับสามารถฝึกฝนวิชาเทวะระดับสุดยอดได้ตั้งมากมายขนาดนี้ มันทำได้ยังไงกันแน่?!
อายุยังน้อยแต่กลับมีความสำเร็จถึงเพียงนี้ พอนึกภาพออกเลยว่าอนาคตจะต้องก้าวไกลไร้ขีดจำกัด ดีไม่ดีอาจจะมีโอกาสหลอมจินตานระดับหนึ่งได้เลยด้วยซ้ำ
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในใจของนักพรตหนูก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความริษยาและเคียดแค้นขึ้นมาหลายส่วน
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้มันได้ล่วงเกินกู้หย่วนไปแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็สู้หักดิบให้ถึงที่สุดไปเลยดีกว่า ต้องจัดการฝังกู้หย่วนไว้ที่นี่ให้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นหอกข้างแคร่ในวันข้างหน้า
“เดี๋ยวนะ… ไอ้เด็กนี่พอดูดีๆ แล้ว หน้าตามันคุ้นๆ อยู่นะเนี่ย…”
นักพรตหนูฉุกคิดขึ้นมาได้ มันพินิจพิเคราะห์กู้หย่วนตรงหน้า ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก
กู้หย่วนในเวลานี้ ไม่ได้ปกปิดรูปลักษณ์และสถานะของตัวเองอีกต่อไป สิ่งที่เผยให้เห็นคือใบหน้าที่แท้จริงของเขา
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นปลาบเข้ามาในหัวของนักพรตหนู สายตาที่มองไปยังกู้หย่วนก็เปลี่ยนไปทันที
“หรือว่าไอ้เด็กนี่ก็คือ…”
“ข้าจะเป็นใคร ฝึกวิชาเทวะระดับสุดยอดได้กี่วิชา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย!”
กู้หย่วนแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา เขาสะบัดมือคราหนึ่ง แสงอสนีบาตในมือก็ยืดขยายออก กลายเป็นหอกยาวอันแหลมคม ส่องประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ชวนให้ขวัญหนีดีฝ่อ
เขาออกแรงขว้างสุดแรง หอกอสนีบาตสีเทาดำอมม่วงก็พุ่งทะยานออกไป แหวกว่ายผ่านความว่างเปล่า ทิ้งรอยทางลากยาวเอาไว้ ก่อนจะพุ่งเข้าเสียบทะลุร่างของนักพรตหนู
“หืม?”
ทว่ากู้หย่วนกลับขมวดคิ้ว เพราะหลังจากที่นักพรตหนูถูกหอกอสนีบาตแทงเข้าอย่างจัง แม้ว่าร่างกายของมันจะถูกแสงอสนีบาตแผดเผาจนดำเป็นตอตะโกอย่างรวดเร็ว กระทั่งมีควันขาวลอยกรุ่นขึ้นมา แต่เงาร่างของมันกลับค่อยๆ จางหายไป ก่อนจะอันตรธานหายวับไปในที่สุด
กู้หย่วนหันขวับไปมองอีกด้านทันที ก็เห็นเงาร่างของนักพรตหนูปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ณ ตำแหน่งที่ห่างออกไปราวร้อยจั้ง
นักพรตหนูในเวลานี้ บนร่างยังมีกลิ่นเหม็นไหม้โชยออกมาจางๆ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ดูอ่อนแรงถึงขีดสุด ราวกับปราณแท้ในร่างได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ทว่าที่บริเวณหน้าอกของมัน จุดที่ควรจะถูกหอกอสนีบาตแทงทะลุ กลับไม่มีบาดแผลใดๆ ปรากฏให้เห็น ราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา
ทันทีที่นักพรตหนูปรากฏตัว มันก็ไม่ลังเลที่จะกระตุ้นแสงเทวะหยวนฉือ แล้วรีบเผ่นหนีเอาชีวิตรอดทันที ความคิดที่จะถอนรากถอนโคน เพื่อกำจัดเสี้ยนหนามเมื่อครู่นี้ มลายหายไปจนหมดสิ้น
ไม่ใช่แค่เพราะพลังฝีมือที่กู้หย่วนแสดงออกมา ทำให้มันรับมือไม่ไหวและสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามแห่งความตายเท่านั้น แต่เป็นเพราะมันเดาสถานะที่แท้จริงของกู้หย่วนออกแล้วต่างหาก!
ชัดเจนเลยว่า ไอ้เด็กนี่ก็คือกู้หย่วน ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากการใช้ร่างระดับเทียนเหรินสังหารยอดฝีมือระดับจินตานมาแล้วนั่นเอง!
แม้จะเป็นแค่รุ่นเยาว์ แต่กลับมีชื่อเสียงความโหดเหี้ยมเลื่องลือ ชวนให้ผู้คนหวาดผวา!
พูดอีกอย่างก็คือ มันไม่มีทางไปตอแยได้เลย
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!
สาเหตุที่มันถูกเรียกว่านักพรตหนู ก็เป็นเพราะวิชาเทวะหยวนฉือที่มันครอบครองนั้น เป็นวิชาหลบหนีที่มีความเร็วเหลือเชื่อ ซ้ำตัวมันยังมีของวิเศษล้ำค่าชิ้นหนึ่งที่สามารถใช้รับเคราะห์แทนตัวในยามคับขันได้ ด้วยเหตุนี้ ตัวมันจึงลื่นเป็นปลาไหล จับตัวได้ยากยิ่ง
และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมเมื่อครู่นี้ หลังจากถูกกู้หย่วนใช้หอกอสนีบาตแทงเข้าใส่ ทั้งที่มันเกือบจะถูกสายฟ้าฟาดจนตายอยู่รอดอมร่อ แต่กลับรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“คิดจะหนีงั้นรึ? คิดว่าเจ้าจะหนีพ้นจริงๆ หรือไง?!”
ทว่าเมื่อเห็นดังนั้น กู้หย่วนกลับเพียงแค่แค่นเสียงหยัน แสงอสนีบาตในมือยืดขยายออกอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเชือกอสนีบาตสีเทาดำอมม่วง พุ่งเข้าไปพันธนาการนักพรตหนู มัดเอาไว้อย่างแน่นหนา
วิชาเทวะหยวนฉือของนักพรตหนูนั้นประหลาดพิสดารมากจริงๆ หากสามารถยกระดับให้กลายเป็นวิชาเทวะหยวนฉือก่อกำเนิดได้ มันจะสามารถสะกดข่มพลังแห่งเบญจธาตุได้เลยทีเดียว!
ทว่านักพรตหนูไม่มีความสามารถมากขนาดนั้น
อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้ วิชาเทวะอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ของกู้หย่วน ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากการสะกดข่มใดๆ เลย ในแง่ของอานุภาพแล้ว ยิ่งมีแต่จะแข็งแกร่งกว่า ไม่มีทางด้อยไปกว่าแน่นอน!
หลังจากถูกเชือกอสนีบาตมัดไว้ นักพรตหนูก็รีบโคจรพลังเวทเพื่อจะต่อต้าน แต่เชือกอสนีบาตสีเทาดำอมม่วงเพียงแค่ปลดปล่อยพลังสายฟ้าออกมาขุมหนึ่ง นักพรตหนูก็ถึงกับตัวสั่นงันงก ร่างกายชักกระตุกอย่างรุนแรง ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำและไหม้เกรียมอย่างรวดเร็ว
“ไว้… ไว้… ไว้ชีวิตด้วย!”
นักพรตหนูรีบเอ่ยปากร้องขอชีวิต ใบหน้าที่ไหม้เกรียมเต็มไปด้วยความหวาดผวา บนร่างมีประกายสายฟ้าเส้นเล็กๆ แลบแปลบปลาบ ในเวลานี้ แม้แต่พลังเวทมันก็ยากที่จะรีดเร้นออกมาใช้ได้ เพราะกระทั่งภายในจุดตันเถียนของมัน ก็เต็มไปด้วยแสงอสนีบาตที่อัดแน่น
หากเผลอเรอเพียงนิดเดียว จินตานภายในนั้นก็อาจถูกสายฟ้าฟาดใส่ได้ ถึงตอนนั้นจะเกิดอะไรขึ้น ก็คงไม่มีใครล่วงรู้ได้
และสาเหตุที่นักพรตหนูยังไม่ตายในตอนนี้ ก็เป็นเพราะยังไงเสียมันก็คือยอดฝีมือระดับจินตาน พลังชีวิตย่อมอึดตายยาก ต่อให้เลือดเนื้อบนร่างจะถูกสายฟ้าฟาดจนสุกไปแล้วเจ็ดส่วน มันก็ยังคงมีชีวิตอยู่
กู้หย่วนมีสีหน้าเรียบเฉย ทว่าปราณแท้ในร่างกลับโคจรอย่างรวดเร็ว เชือกอสนีบาตในมือเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้น
จากนั้นกู้หย่วนก็ยื่นมือออกไปกระตุกอย่างแรง นักพรตหนูไม่ทันได้ร้องครวญครางแม้แต่แอะเดียว ก็ถูกเชือกอสนีบาตรัดจนขาดกลางลำตัว กลายเป็นศพสองท่อน
เมื่อศพทั้งสองท่อนร่วงหล่นลงพื้น ก็แตกสลายกลายเป็นกองเถ้าถ่านสีดำในทันที ทั้งยังมีควันขาวลอยกรุ่นออกมา
กู้หย่วนยกมือขึ้นกวักเรียก ถุงเก็บของใบหนึ่งกับวัตถุสีดำทะมึนอีกชิ้นหนึ่งก็ลอยออกมาจากกองเถ้าถ่าน และตกลงในมือของกู้หย่วน
จากนั้น กู้หย่วนก็ปรายตาอันเย็นชามองไปรอบๆ ก่อนจะขับเคลื่อนแสงหลบหนี พุ่งทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว
และหลังจากที่กู้หย่วนจากไปแล้ว กลุ่มคนที่อยู่ไกลออกไปก็เริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทากัน
“ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม นักพรตหนูตายแล้วงั้นรึ?!”
“อะไรนะ? นักพรตหนูตายแล้ว?”
“เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นใครกันแน่ ถึงกับสามารถสังหารนักพรตหนูได้?!”
“ยังจำไม่ได้อีกหรือ เขาคือกู้หย่วนไงล่ะ!”
“ที่แท้เขาก็คือกู้หย่วน มิน่าล่ะ… ได้ยินมาว่าไอ้เด็กนี่มีพลังต่อสู้ที่น่าทึ่งมาก แม้แต่ยอดฝีมือระดับจินตานก็ยังเคยถูกเขาฆ่าตายมาแล้วหลายคน การเดินทางเข้าสู่ตำหนักเซียนมังกรชาดในครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเขาโกยผลประโยชน์ไปมากน้อยแค่ไหน เอาเถอะ คนแบบนี้พวกเราไปตอแยไม่ได้หรอก อยู่ให้ห่างๆ ไว้ดีกว่า”
“มีเหตุผล… พวกเราตอแยไม่ได้ ก็หลบหน้าซะ!”
……
อีกด้านหนึ่ง กู้หย่วนที่กำลังเหาะทะยานอยู่ ก็หยิบของเชลยทั้งสองชิ้นที่เพิ่งได้มาขึ้นมาตรวจสอบ
เขาค้นดูในถุงเก็บของรอบหนึ่ง ก็พบว่ามีของอยู่ข้างในไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างเช่นหินวิญญาณ โอสถวิญญาณ และข้าวของจิปาถะอื่นๆ กระทั่งอาวุธเวทอีกหลายชิ้น แม้ว่าคุณภาพจะไม่สูงนักก็ตาม
นอกเหนือจากนี้ ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก
“ไม่มีงั้นรึเนี่ย... น่าเสียดายจริงๆ”
กู้หย่วนขมวดคิ้ว
สิ่งที่เขาต้องการจะหา ก็คือเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรวิชาเทวะหยวนฉือของนักพรตหนูนั่นเอง
พลังที่ค่อนข้างเฉพาะทางและมหัศจรรย์เช่นนี้ เป็นการบำเพ็ญพลังแห่งหยวนฉือ อานุภาพและพลังแฝงของมัน ไม่มีทางด้อยไปกว่าวิถีกระบี่ของกู้หย่วน หรือแม้แต่วิชาสายฟ้า และเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรอื่นๆ เลย
(จบตอน)