ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 337 หุ่นไม้แทนตาย!
หากสามารถฝึกฝนพลังหยวนฉือต่อไปได้เรื่อยๆ ท้ายที่สุดก็จะสามารถบำเพ็ญจนสำเร็จเป็นพลังหยวนฉือก่อกำเนิดได้ ซึ่งสามารถสะกดข่มเบญจธาตุตามวิถีตรง และให้กำเนิดเบญจธาตุแบบย้อนกลับได้ อานุภาพของมันนับว่าร้ายกาจถึงขีดสุด
กู้หย่วนอยากจะหามันให้พบ ก็เพราะตั้งใจจะนำจุดเด่นของวิชาต่างๆ มาประยุกต์ใช้ เขาอยากเอามาศึกษาและหยิบยืมแก่นแท้ของมันมาเป็นแนวทาง แต่น่าเสียดายที่เขาหามันไม่พบ
ดูเหมือนว่าเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรนี้ นักพรตหนูคงจะได้มาด้วยความบังเอิญเช่นกัน
แม้กู้หย่วนจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก เคล็ดวิชาบำเพ็ญพลังหยวนฉือแบบนี้ หากได้มาก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร
ส่วนของอีกชิ้นหนึ่งนั้น ค่อนข้างจะแปลกประหลาดอยู่สักหน่อย
มันคือรูปสลักไม้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ หุ่นไม้ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับนักพรตหนู
รูปสลักไม้นักพรตหนูตัวนี้มีขนาดประมาณกำปั้น วัสดุที่ใช้น่าจะเป็นรากไม้วิญญาณลึกลับบางชนิด มีสีแดงเข้ม รอยแกะสลักนั้นละเอียดอ่อนประณีตเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งเส้นผมของนักพรตหนู ไปจนถึงริ้วรอยบนใบหน้ายังมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ทว่าในตอนนี้ บนพื้นผิวของรูปสลักไม้กลับมีรอยร้าวเล็กๆ แตกแขนงอยู่จางๆ รวมถึงมีร่องรอยไหม้เกรียมสีดำอยู่บ้าง โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกของรูปสลักไม้ ยังมีรูขนาดเล็กปรากฏอยู่ ซึ่งบริเวณขอบรูนั้นมีรอยไหม้เกรียมจนดำสนิท
แววตาของกู้หย่วนวูบไหว เขานึกไปถึงตอนที่ลงมือประมือกับนักพรตหนูเมื่อครู่นี้ หอกอสนีบาตของเขาแทงทะลุร่างของมันไปแล้วแท้ๆ แต่ผลลัพธ์คือนักพรตหนูกลับรอดมาได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน บนร่างกายไม่มีทั้งบาดแผล และไม่มีร่องรอยการถูกสายฟ้าฟาดแม้แต่น้อย
“หรือว่า… รูปสลักไม้ตัวนี้ จะเป็นของวิเศษประเภทรับเคราะห์แทนตาย และในวินาทีเป็นตายเมื่อครู่นี้ มันได้ช่วยชีวิตนักพรตหนูเอาไว้ ส่วนอาการบาดเจ็บของมัน ก็ถูกถ่ายโอนมายังรูปสลักไม้ตัวนี้แทน?”
กู้หย่วนเกิดข้อสันนิษฐานขึ้นมา แม้จะเป็นเพียงการคาดเดา แต่เขากลับรู้สึกว่าตนเองน่าจะเดาความจริงถูกแล้ว
เขากวาดสายตามองสำรวจมันขึ้นลงรอบหนึ่ง หลังจากครุ่นคิด กู้หย่วนก็ตัดสินใจส่งสัมผัสเทวะเข้าไปตรวจสอบ ทว่าเมื่อสัมผัสเทวะของเขาแตะลงบนรูปสลักไม้ กลับรู้สึกราวกับว่าไปชนเข้ากับของแข็งบางอย่าง และถูกดีดสะท้อนกลับมาโดยตรง
แววตาของกู้หย่วนลึกล้ำขึ้นหลายส่วน เขาไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแม้แต่น้อย
จากนั้นเขาก็ตัดสินใจโคจรปราณแท้ แล้วสอดแทรกปราณแท้เข้าไปในนั้นแทน
วินาทีต่อมา ปราณแท้ไท่หยวนก็ค่อยๆ ซึมซาบเข้าไปราวกับเส้นด้าย การแทรกซึมนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้าและยากลำบาก
ทว่ากู้หย่วนกลับพบว่า ภายใต้การชะล้างของปราณแท้ไท่หยวน กลิ่นอายของนักพรตหนู รวมถึงเลือดแก่นแท้ และรอยประทับสัมผัสเทวะที่หลงเหลืออยู่ภายในรูปสลักไม้ กลับถูกลบล้างออกไปจนหมดสิ้น
เมื่อถูกปราณแท้ของกู้หย่วนชำระล้างจนสมบูรณ์ รูปลักษณ์ของรูปสลักไม้ก็เปลี่ยนไป มันกลายเป็นเพียงหุ่นไม้ไร้หน้าธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง
กระทั่งรอยไหม้เกรียมบนพื้นผิว และรูเล็กๆ รูนั้น ก็พลอยอันตรธานหายไปด้วย
“เป็นรูปสลักไม้ที่น่าสนใจดีนี่…”
จู่ๆ กู้หย่วนก็หัวเราะออกมา จากนั้นเขาก็ใช้เล็บกรีดฝ่ามือตัวเอง ปล่อยให้หยดเลือดไหลรินลงบนรูปสลักไม้ตัวนี้
ในชั่วพริบตา เลือดก็ถูกรูปสลักไม้ดูดกลืนไปจนแห้งเหือด ราวกับฟองน้ำที่ดูดซับน้ำก็ไม่ปาน
จากนั้น กู้หย่วนก็พบว่ารูปลักษณ์ของรูปสลักไม้เปลี่ยนไปแล้ว มันเปลี่ยนไปดูคล้ายคลึงกับตัวเขาถึงเจ็ดแปดส่วน
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังรับรู้ได้ว่า รูปสลักไม้ตัวนี้ได้เกิดสายใยเชื่อมโยงอันลี้ลับบางอย่างกับตัวเขา ราวกับว่ามันคือกู้หย่วนอีกคนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น
“หรือว่ายังต้องการอะไรอย่างอื่นอีก?”
กู้หย่วนครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจประทับรอยสัมผัสเทวะเข้าไปในส่วนลึกของรูปสลักไม้
เมื่อเป็นเช่นนั้น รูปสลักไม้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อไป จนท้ายที่สุดมันก็กลายมามีรูปลักษณ์เหมือนกับกู้หย่วนในตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน นอกจากมันพูดไม่ได้และมีขนาดตัวเล็กกว่าแล้ว หน้าตาของมันก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับกู้หย่วนเลย
“หืม? ที่แท้ของสิ่งนี้ก็เรียกว่าหุ่นไม้แทนตายงั้นรึ? เพียงแค่ใช้เลือดแก่นแท้และสัมผัสเทวะในการหลอมละลาย ก็สามารถใช้มันเพื่อรับเคราะห์แห่งความตายแทนได้หนึ่งครั้ง!”
ในขณะเดียวกัน กู้หย่วนก็ได้รับข้อมูลขุมหนึ่งมาจากภายในรูปสลักไม้ ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวรูปสลักไม้ชิ้นนี้นั่นเอง
รูปสลักไม้ตัวนี้มีชื่อเรียกว่า หุ่นไม้แทนตาย เป็นของวิเศษล้ำค่าชนิดพิเศษที่ผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งใช้ไม้วิญญาณลี้ลับและทรายเทวะอาฆาตรวมถึงวัสดุหายากอื่นๆ มาหลอมสร้างขึ้น
เพียงแค่หลอมมัน ก็สามารถเก็บมันเข้าไปไว้ในร่างกายได้ และในยามคับขัน มันจะสามารถรับเคราะห์แห่งความตายแทนได้หนึ่งครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ของสิ่งนี้ก็ไม่ได้ใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มันสามารถใช้งานได้มากที่สุดเพียงแค่ห้าครั้งเท่านั้น
ตอนนี้หุ่นไม้แทนตายตัวนี้ถูกใช้งานไปแล้วถึงสี่ครั้ง หากใช้อีกเพียงครั้งเดียว มันก็จะพังทลายลงอย่างสมบูรณ์
ทว่าเมื่อเห็นของสิ่งนี้ กู้หย่วนก็นึกไปถึงแมลงหุ่นเชิดรับเคราะห์ที่ลู่คุนแห่งนิกายกู่เสินเคยใช้ออกมา ตอนที่ประลองกันบนลานเป็นตายก่อนหน้านี้ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
สรรพคุณของแมลงหุ่นเชิดรับเคราะห์นั้น ค่อนข้างคล้ายคลึงกับหุ่นไม้แทนตายตัวนี้มาก ล้วนเป็นของวิเศษที่สามารถช่วยชีวิตในยามคับขันได้ เพียงแต่เมื่อเทียบกับแมลงหุ่นเชิดรับเคราะห์แล้ว หุ่นไม้แทนตายตัวนี้สามารถรับเคราะห์แห่งความตายได้ถึงห้าครั้ง
ซ้ำในยามที่ได้รับบาดเจ็บถึงชีวิต มันยังสามารถถ่ายโอนความเสียหายนั้นออกไปได้ ในขณะที่แมลงหุ่นเชิดรับเคราะห์ จำเป็นต้องรออยู่พักหนึ่ง ถึงจะค่อยๆ ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้
ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว หุ่นไม้แทนตายตัวนี้เห็นได้ชัดว่าเหนือชั้นกว่าแมลงหุ่นเชิดรับเคราะห์นั่นอย่างเห็นได้ชัด!
สิ่งเดียวที่น่าเสียดายก็คือ หุ่นไม้แทนตายตัวนี้เหลือจำนวนครั้งให้ใช้งานได้อีกเพียงแค่ครั้งเดียวแล้ว
แต่กู้หย่วนก็ยังอารมณ์ดีอยู่ การที่สามารถเก็บเกี่ยวหุ่นไม้แทนตายแบบนี้มาได้ ย่อมต้องเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว ในยามคับขัน มันคือสมบัติล้ำค่าที่สามารถช่วยชีวิตเขาได้จริงๆ
ยังไงเสียก็เป็นของที่ได้มาฟรีๆ เขาไม่มีทางรังเกียจมันอย่างแน่นอน
กู้หย่วนสั่งการในใจ หุ่นไม้แทนตายตัวนี้ก็อันตรธานหายไปทันที และภายในจุดตันเถียนของเขา หุ่นไม้แทนตายก็ไปปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
……
ผ่านไปไม่นาน กู้หย่วนก็เดินทางมาถึงตลาดเซียนฉงหมิง เขารั้งแสงหลบหนีลง และก้าวเท้าเดินเข้าไปในเมืองเซียนแห่งนี้
เมื่อเทียบกับเมื่อสามเดือนก่อน เมืองเซียนแห่งนี้ดูเหมือนจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร บนถนนยังคงมีผู้คนเดินขวักไขว่พลุกพล่านและคึกคักเหมือนเช่นเคย
หลังจากกู้หย่วนเข้าเมืองมา เขาก็มุ่งตรงไปยังหออวี้ติ่งในทันที
สาเหตุที่ต้องไปยังหออวี้ติ่ง ย่อมเป็นเพราะเขาต้องการไปคารวะท่านอาจารย์อย่างนักพรตเฮ่อหลิงนั่นเอง
นักพรตเฮ่อหลิงปฏิบัติต่อกู้หย่วนไม่เลวเลย กู้หย่วนย่อมต้องทำหน้าที่ของศิษย์ให้ครบถ้วน
ผ่านไปไม่นาน กู้หย่วนก็มาถึงหออวี้ติ่ง ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของหออวี้ติ่ง ก็ดึงดูดความสนใจของใครหลายคนในทันที
เมื่อเห็นกู้หย่วน บางคนก็เผยสีหน้าตกตะลึง บางคนถึงกับร้องอุทานออกมา
“นั่นกู้หย่วนนี่… ศิษย์พี่กู้!”
“เขามาจริงๆ ด้วยงั้นหรือ?”
มีบางคนเป็นฝ่ายเดินเข้าไปทักทายกู้หย่วนก่อน
กู้หย่วนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เขาตอบรับคำทักทายของทุกคนทีละคน ไม่เย่อหยิ่งและไม่ร้อนรน
จากนั้นเขาก็มุ่งตรงไปยังชั้นสาม
ผ่านไปไม่นาน เงาร่างที่คุ้นเคยสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ากู้หย่วน
“ศิษย์น้องกู้ ไม่เจอกันนานเลยนะ ช่วงนี้สบายดีไหม?”
แววตาของกู้หย่วนหดเกร็งลง เขามองไปยังชายหนุ่มรูปร่างเตี้ยล่ำแต่ดูปราดเปรียวและมีใบหน้าซื่อๆ ตรงหน้า ก่อนจะยิ้มออกมา
“ที่แท้ก็ศิษย์พี่ซานี่เอง ด้วยบารมีของศิษย์พี่ ช่วงนี้ศิษย์น้องก็ถือว่าสบายดีทีเดียว”
ผู้ที่มาก็คือซาหลัวเซิง เขาเป็นศิษย์พี่ร่วมสำนักของกู้หย่วน และในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นศิษย์สายในของสายหลักสำนักด้วย
สายตาของซาหลัวเซิงกวาดมองร่างของกู้หย่วนรอบหนึ่ง ก่อนจะชะงักงัน สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปในทันที
“เดี๋ยวนะ… ศิษย์น้องกู้ ระดับการบำเพ็ญเพียรของเจ้า นี่มัน…”
เขาพบด้วยความตกตะลึงว่า ระดับการบำเพ็ญเพียรของกู้หย่วน กลับทะลวงเข้าสู่ระดับเทียนเหรินขั้นสมบูรณ์แล้ว!
เรื่องนี้ทำให้ซาหลัวเซิงตกตะลึงเป็นอย่างมาก
เพราะตามที่เขารู้มา เมื่อครึ่งปีก่อน ระดับการบำเพ็ญเพียรของกู้หย่วนยังอยู่แค่ระดับเทียนเหรินขั้นต้นอยู่เลย
ทว่าเวลาเพิ่งจะผ่านไปแค่ครึ่งปี กู้หย่วนกลับสามารถทะลวงขอบเขตย่อยติดต่อกันถึงสองขั้น และห่างจากระดับจินตานเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกช็อกจนแทบไม่อยากเชื่อสายตา!
(จบตอน)