ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 88 โครงกระดูกสุดพิสดาร!
ฉั๊วะ——
เสียงคล้ายผ้าไหมถูกฉีกขาดดังขึ้น
ทันใดนั้น ลำคอของเฉียนอวิ๋นเฟิงก็เย็นวาบ เขารู้สึกเพียงว่าร่างกายเบาหวิว ราวกับล่องลอยขึ้นไปในอากาศ สติสัมปชัญญะของเขาค่อยๆ เลือนหายไป
ตุบ!
เมื่อร่างไร้หัวล้มล้มคว่ำลงกับพื้น ร่างนั้นยังคงกระตุกพร้อมกับเลือดสดๆ ที่พุ่งกระฉูดออกมา ส่วนหัวที่ลอยกระเด็นไปก็ตกลงมากระแทกพื้น กลิ้งมาหยุดอยู่แทบเท้าของกู้หย่วนพอดิบพอดี
“กระดูกของไอ้หมอนี่ช่างแข็งเสียนี่กระไร…”
กู้หย่วนสะบัดข้อมือเบาๆ หยดเลือดที่ติดอยู่บนกระบี่ชิวฉุ่ยก็ถูกสลัดออกจนหมดสิ้น ตัวกระบี่กลับมาเงางามเหมือนใหม่ ไร้ซึ่งคราบเลือดหรือความสกปรกใดๆ
และความหมายในคำพูดของเขา ก็ไม่ได้แฝงนัยยะอื่นใด มันคือความหมายตามตัวอักษรจริงๆ
เมื่อครู่นี้ ตอนที่กระบี่ยาวในมือของเขาฟันกระทบเข้ากับกระดูกของเฉียนอวิ๋นเฟิง เขารู้สึกราวกับฟันถูกเพชรก็ไม่ปาน มันมีความฝืดเคืองและยากลำบากอยู่หลายส่วน
แต่ในเมื่อคนก็ตายไปแล้ว กู้หย่วนจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจให้มากความ เขาคิดว่านี่คงเป็นเพราะผลจากการฝึกฝนคัมภีร์แท้หลัวซาเป็นแน่
เขาไม่ได้รีบร้อนไปค้นตัวเพื่อเก็บเกี่ยวของรางวัล แต่กลับหันไปมองอาอู๋เป็นอันดับแรก เมื่อเห็นว่าอาอู๋ที่หมอบอยู่บนพื้นแม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ยังสามารถขยับตัวได้ ไม่ได้บาดเจ็บถึงรากฐาน เขาถึงได้วางใจ
นับว่าโชคดีที่เมื่อครู่นี้เฉียนอวิ๋นเฟิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกพิษเข้าไปก่อนแล้ว ทำให้ไม่อยู่ในจุดสูงสุดของพละกำลัง
มิเช่นนั้น อาการบาดเจ็บของอาอู๋คงจะหนักหนาสาหัสกว่านี้อีกหลายส่วน
“เจ้าว่านี่ไม่ใช่การหาเรื่องใส่ตัวหรือไง?”
เมื่อสัมผัสได้ว่าอาอู๋มีอารมณ์หดหู่และอ่อนระโหยโรยแรง กู้หย่วนจึงเอ็ดตะโรไปว่า
“เมื่อครู่ข้าก็เตือนเจ้าแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าเจ้าไม่เพียงไม่ฟังข้า ไม่ยอมใช้วิชาศรพิษโจมตีจากระยะไกล แต่ดันอยากจะเข้าไปโจมตีระยะประชิด เป็นไงล่ะทีนี้ เจ็บตัวเลยเห็นไหม?!”
แน่นอนว่า พูดไปอย่างนั้นเอง ในฐานะเจ้านาย เมื่อลูกน้องมีความชอบก็ต้องตกรางวัล
อาอู๋สร้างผลงาน ทั้งยังได้รับบาดเจ็บ แน่นอนว่าต้องให้รางวัลอย่างงาม
เมื่อกู้หย่วนรับปากว่าพอกลับไปจะหั่นสมุนไพรวิญญาณชิ้นใหญ่ให้เป็นรางวัลปลอบใจ อาอู๋ถึงได้ขยับหนวดไปมาและกลับมาดีใจอีกครั้ง
จี๊ด จี๊ด จี๊ด!
ทว่าในตอนนั้นเอง อาหวงกลับส่งเสียงร้องจี๊ดๆ ขึ้นมา เสียงของมันแหลมเล็กและเต็มไปด้วยการเตือนภัย
มันกำลังเตือนกู้หย่วน!
“หืม?”
กู้หย่วนตระหนักได้ถึงความผิดปกติ กระบี่ชิวฉุ่ยในมือสั่น “หึ่ง” เบาๆ ส่วนตัวเขาก็เพ่งสายตามองไปยังศพบนพื้น
กู้หย่วนถึงได้พบว่า ศพของเฉียนอวิ๋นเฟิงในตอนนี้ กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นอย่างเงียบเชียบ!
ศพที่เดิมทีกำยำล่ำสันได้ซูบผอมลงอย่างรวดเร็ว เลือดเนื้อแห้งเหี่ยว ราวกับสูญเสียน้ำและแก่นแท้ไปจนหมดสิ้น
รวมถึงส่วนหัวก็เช่นกัน มันกลายสภาพเป็นกะโหลกศีรษะที่มีเพียงหนังหุ้มกระดูก พื้นผิวถูกคลุมไว้ด้วยหนังศพสีเหลืองหม่นๆ เพียงชั้นเดียว!
และที่น่าขนลุกก็คือ ในตอนนี้ปากของมันกลับกำลังอ้าๆ หุบๆ ราวกับมีชีวิตฟื้นคืนมาก็ไม่ปาน
ในขณะเดียวกัน ร่างไร้หัวนั้นก็สั่นเทาเบาๆ ผิวหนังและกล้ามเนื้อที่แห้งเหี่ยวซึ่งปกคลุมอยู่ด้านบน เริ่มแตกสลายกลายเป็นผุยผงร่วงหล่นลงมาดังกราว
เมื่อเศษซากผิวหนังร่วงหล่นจนหมด บริเวณนั้นก็เหลือเพียงโครงกระดูกร่างหนึ่ง มันขาวนวลเนียนละเอียด ราวกับถูกสลักเสลาขึ้นมาจากหยก แผ่ซ่านความงดงามที่แปลกประหลาดออกมา
รวมถึงหัวกะโหลกนั้นก็เช่นกัน ขาวนวลประดุจหยก ฟันแต่ละซี่ใสกระจ่างเรียงตัวสวยงาม ภายใต้แสงไฟ มันส่องประกายแสงจางๆ ออกมา
ดูไม่เหมือนโครงกระดูกคนตายเลยสักนิด แต่มองดูคล้ายกับงานศิลปะชิ้นเอกที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตบรรจงเสียมากกว่า
ทว่าในสายตาของกู้หย่วน นี่คือกระดูกคนตาย แถมยังเป็นกระดูกคนตายที่แผ่กลิ่นอายอันชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัวออกมา!
แต่เขาก็ไม่ได้ผลีผลามพุ่งเข้าไป
เรื่องราวที่ผิดปกติย่อมต้องมีปีศาจแฝงตัวอยู่!
ในเวลาเช่นนี้ รอดูสถานการณ์ไปก่อนจะดีกว่า เขาไม่เชื่อหรอกว่า สภาพมาถึงขั้นนี้แล้วเฉียนอวิ๋นเฟิงจะยังฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีก!
เหตุผลที่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เกิดขึ้น เป็นไปได้มากว่า เฒ่าประหลาดเสวียนโยวผู้เป็นอาจารย์ของมัน คงจะเคยทำตุกติกอะไรไว้บนร่างของมันเป็นแน่
นอกจากเฒ่าประหลาดเสวียนโยวแล้ว กู้หย่วนก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าใครจะมีฝีมือเช่นนี้อีก
และก็เป็นอย่างที่คิด!
วินาทีต่อมา โครงกระดูกไร้หัวร่างนั้นก็ลุกขึ้นยืน กรงเล็บกระดูกทั้งสองข้างคลำสะเปะสะปะไปตามพื้นจนเจอกับหัวกะโหลก มันประคองหัวนั้นขึ้นมา หมายจะนำไปสวมกลับเข้าที่กระดูกคอ
ฟิ้ว!
ทันใดนั้น ลำแสงสีดำสายหนึ่งก็พุ่งทะยานเข้ามา กระแทกเข้ากลางหัวกะโหลกอย่างจัง เสียง “ติ๊ง” ดังกังวานใส ประกายไฟสาดกระจาย พร้อมกับดีดหัวกะโหลกให้กระเด็นออกไป
ส่วนแสงสีดำสายนั้นก็สะท้อนไปกระแทกกับกำแพงหิน ส่งเสียงดังเคร้ง ก่อนจะตกลงสู่พื้น
สิ่งนั้นคือลูกศรเหล็กสีดำทมึน!
การเคลื่อนไหวของโครงกระดูกชะงักแข็งค้างไปชั่วครู่ ดูเหมือนมันจะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
ส่วนหัวกะโหลกนั้นก็ขยับปาก “กั๊บ กั๊บ” ภายในเบ้าตาที่กลวงโบ๋ปรากฏประกายแสงสีเทาจางๆ ขึ้นมาสายหนึ่ง ในฉับพลันกู้หย่วนก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาด ราวกับกำลังถูกบางสิ่งบางอย่างจ้องมองอยู่
ภายในหัวกะโหลกนี้… ดูเหมือนจะมีจิตสำนึกพิเศษบางอย่างหลงเหลืออยู่
ทว่าสิ่งที่ทำให้กู้หย่วนสนใจยิ่งกว่า กลับเป็นตัวโครงกระดูกร่างนี้ต่างหาก!
เกาทัณฑ์ซ่อนแขนเสื้อที่เขาเพิ่งใช้ไปเมื่อครู่ ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล เป็นของที่เขาค้นได้จากตัวของเฉียนเฉิง ผู้นำตระกูลเฉียนในคราวก่อน
อานุภาพของมันรุนแรงมาก สามารถยิงทะลวงแผ่นเหล็กหนาหนึ่งนิ้วได้ในระยะสามสิบเมตร!
ลูกศรที่ใช้ก็หลอมมาจากเหล็กกล้าบริสุทธิ์ แหลมคมเป็นอย่างยิ่ง
นับว่าเป็นสุดยอดอาวุธลับชิ้นหนึ่ง!
แต่ของพรรค์นี้ ตอนที่ยิงใส่หัวกะโหลกเมื่อครู่ หัวกะโหลกกลับไร้รอยขีดข่วน ไม่ทิ้งแม้แต่ร่องรอยใดๆ เอาไว้เลย
โครงกระดูกร่างนี้ มันจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันเนี่ย?
เกรงว่าต่อให้เขาใช้กระบี่ชิวฉุ่ยฟันลงไป ก็ไม่แน่ว่าจะฟันเข้าด้วยซ้ำมั้ง?!
สีหน้าของกู้หย่วนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“โครงกระดูกนี่ หรือว่าจะเป็นหุ่นเชิดวิถีมารบางชนิดที่เฒ่าประหลาดเสวียนโยวหลอมขึ้นมา? เหมือนกับพวกผีร้ายกระหายเลือดนั่น”
เหตุผลที่เขามีความคิดเช่นนี้ เป็นเพราะกู้หย่วนพบว่า โครงกระดูกร่างนี้ไม่เพียงแต่จะเคลื่อนไหวได้ ทว่าในเวลานี้ ทั่วทั้งร่างของมันยังแผ่ซ่านแสงแห่งจิตวิญญาณที่เข้มข้นออกมา!
นั่นหมายความว่ากระดูกทุกชิ้นของโครงกระดูกร่างนี้ ล้วนเป็นวัตถุวิญญาณทั้งสิ้น!
ในขณะที่ความคิดของกู้หย่วนกำลังแล่นพล่าน โครงกระดูกไร้หัวก็วิ่งไปหยิบหัวกะโหลกขึ้นมา ก่อนจะนำมาสวมเข้ากับกระดูกคอ เสียง “กร๊อบ” ดังขึ้น มันก็กลายเป็นโครงกระดูกที่สมบูรณ์ร่างหนึ่ง
ดูเหมือนมันจะไม่ได้มีสติสัมปชัญญะมากนัก มันไม่แม้แต่จะปรายตามองกู้หย่วนด้วยซ้ำ แล้วพุ่งตรงไปยังทางออกของถ้ำ ความเร็วของมันนั้นแทบจะไม่ด้อยไปกว่าอาหวงเลย
กู้หย่วนตวัดกระบี่ยาวในมือ เดิมทีตั้งใจจะขัดขวางมันเอาไว้ แต่ใครจะไปคิดว่าโครงกระดูกร่างนี้จะไม่หลบไม่หลีก ปล่อยให้เขาฟันลงบนร่างของมัน
เคร้ง!
กระบี่ชิวฉุ่ยฟันเข้าที่หน้าอกของโครงกระดูก ตัวกระบี่ปะทะกับกระดูกจนเกิดประกายไฟสาดกระเซ็น ทิ้งไว้เพียงรอยสีขาวรอยหนึ่ง
โครงกระดูกเพียงแค่เซถลาไปเล็กน้อย ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะไม่สนใจไยดีกู้หย่วน แล้ววิ่งต่อไป เพียงชั่วอึดใจ ร่างของมันก็พุ่งออกจากปากถ้ำและหายวับไป
จี๊ด จี๊ด จี๊ด!
อาหวงตาเป็นประกาย มันร้องโวยวายด้วยความตื่นเต้นและวิ่งไล่ตามไป ความหมายของมันคือจะปล่อยให้ของล้ำค่าเช่นนี้หลุดมือไปไม่ได้
เห็นได้ชัดว่า สัญชาตญาณความชอบสะสมของล้ำค่าของมันเริ่มกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว
“เอาเถอะ งั้นเจ้าก็แอบตามไปแล้วกัน จำเอาไว้ล่ะ ต้องซ่อนตัวให้ดี อย่าเปิดเผยตัวเด็ดขาด หากเจออันตรายให้รีบหนีทันที ห้ามฝืนปะทะเด็ดขาด!”
เมื่อกู้หย่วนเห็นเช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจกำชับไปสองสามประโยค แล้วปล่อยให้อาหวงสะกดรอยตามไป
เห็นได้ชัดว่าเฉียนอวิ๋นเฟิงถูกเฒ่าประหลาดเสวียนโยววางหมากเอาไว้แต่แรกแล้ว!
ดูเผินๆ เหมือนจะฝึกฝนวิชามารที่สามารถดูดกลืนปราณโลหิต แก่นแท้ และพลังชีวิตของผู้คนได้สำเร็จ แต่หลังจากตายไป ศพกลับไม่ได้รับความสงบสุข กระทั่งศพที่สมบูรณ์ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ กลายเป็นสิ่งของชั่วร้ายพรรค์นี้ไปเสียได้!
แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้
โครงกระดูกร่างนี้ จะต้องมีความสำคัญต่อเฒ่าประหลาดเสวียนโยวมากแน่ๆ ไม่อย่างนั้น… เฒ่าประหลาดเสวียนโยวคงไม่เริ่มวางแผนการมาตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อนหรอก!
อีกทั้งในตอนนี้ มีความเป็นไปได้ถึงเก้าในสิบส่วน ที่โครงกระดูกร่างนี้กำลังมุ่งหน้าไปหาเฒ่าประหลาดเสวียนโยว
กู้หย่วนมีความรู้เกี่ยวกับเฒ่าประหลาดเสวียนโยวน้อยเกินไป แถมเฒ่าประหลาดระดับเทียนเหรินแบบนี้ ก็ไม่ใช่คนที่เขาจะไปตอแยด้วยได้
ดังนั้นในเวลาเช่นนี้ เขาคงต้องไปตามกำลังเสริมมาช่วยแล้ว!