ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 94 งูกลืนปราณ พรสวรรค์กลืนกินวิญญาณ!
กู้หย่วนค้นหาถ้ำแห่งใหม่ได้สำเร็จ เขาจุดกองไฟขึ้นมา ปล่อยให้อาอู๋และอาหวงคอยเฝ้าอยู่ที่ปากถ้ำ จากนั้นจึงเรียกต้าจุ่ยออกมา
เจ้างูปากกว้างต้าจุ่ยในยามนี้ มีลำตัวยาวถึงเก้าฉื่อ (ราวๆ 3 เมตร) ลำตัวหนาเท่าไข่ไก่ เกล็ดสีเทาขาวบนร่างค่อนข้างเหนียวและทนทาน มันส่องประกายแปลกประหลาดเมื่อสะท้อนกับแสงไฟ
ตอนนี้ มันขดตัวเป็นวงกลมซ้อนกันหลายชั้น ชูคอขึ้นสูง นัยน์ตาเล็กๆ คู่นั้นจ้องมองกู้หย่วนนิ่งๆ คล้ายกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
…
【นายสัตว์อสูร】 กู้หย่วน
【สถานะ】 ปกติ
【สัตว์อสูร】
หนูน้อยค้นสมบัติ (สามารถวิวัฒนาการเป็น หนูค้นสมบัติ ใช้ 6800 แต้มเต๋า)
ตะขาบหลังเหล็ก (สามารถวิวัฒนาการเป็น ตะขาบสวรรค์หลังเงิน ใช้ 5600 แต้มเต๋า)
งูปากกว้าง (สามารถวิวัฒนาการเป็น งูกลืนปราณ ใช้ 1000 แต้มเต๋า)
ตะพาบยักษ์เกราะดำ (สามารถวิวัฒนาการเป็น ตะพาบวิญญาณเกราะดำ ใช้ 1200 แต้มเต๋า)
【จำนวนสัตว์อสูรที่ฝึกฝนได้】
【ระดับบำเพ็ญเพียร】 ผู้ฝึกยุทธระดับโฮ่วเทียน (ขั้นหล่อหลอมกระดูก)
【แต้มเต๋า】 2790
กู้หย่วนเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมา ความคิดในหัวแล่นพล่าน
“ก่อนหน้านี้ต้าจุ่ยมีพรสวรรค์งูขดตัว ไม่รู้ว่าการวิวัฒนาการครั้งนี้ จะมีพรสวรรค์อะไรใหม่ๆ โผล่มาบ้าง…”
พรสวรรค์งูขดตัวทำให้เขาได้รับพรสวรรค์เส้นเอ็นยืดหยุ่นมาด้วย ซึ่งก็นับว่าช่วยตอกเสาเข็มรากฐานร่างกายให้เขาได้เป็นอย่างดี
ส่วนร่างวิวัฒนาการของงูปากกว้างอย่างงูกลืนปราณนั้น แค่ฟังจากชื่อก็รู้แล้วว่าสืบทอดสายเลือดมาจากงูปากกว้างโดยตรง และน่าจะเกี่ยวกับการกินเหมือนกัน
เพียงแต่ไม่รู้ว่า พรสวรรค์ที่จะได้มา จะเกี่ยวกับการกินด้วยหรือเปล่า
…
【ใช้ 1000 แต้มเต๋า เพื่อวิวัฒนาการ งูปากกว้าง เป็น งูกลืนปราณ ยืนยัน/ปฏิเสธ?】
นัยน์ตาของกู้หย่วนลึกล้ำ เขามองไปยังงูปากกว้างบนพื้นที่มีท่าทีคาดหวังระคนหวาดหวั่น ก่อนจะเอ่ยในใจ
“ยืนยัน!”
สิ้นคำพูด ตัวเลข 2790 บนหน้าต่างสถานะก็ลดลงเหลือ 1790 ในทันที
ในขณะเดียวกัน แสงสีขาวสว่างจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของงูปากกว้าง ห่อหุ้มตัวมันเอาไว้จนมิด
แสงสีขาวนี้บริสุทธิ์และสะอาดสะอ้านเป็นอย่างยิ่ง แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของพลังชีวิตที่พลุ่งพล่าน
ราวกับยอดอ่อนที่ผลิบานทะลวงผืนดินในฤดูใบไม้ผลิ และดุจดั่งเสียงอสนีบาตวสันต์ฤดูที่ดังกังวานก้องฟ้า
เมื่อแสงสีขาวค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของงูปากกว้าง ร่างกายของมันก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง
เกล็ดสีเทาขาวเหล่านั้นพากันลุกชันขึ้น ราวกับแมวที่กำลังขู่ฟ่อและพองขน
อีกทั้งบนลำตัวที่ทั้งเล็กและยาวของมัน บางจุดก็เริ่มมีตุ่มนูนขนาดเล็กใหญ่ปูดโปนขึ้นมา
“ฟ่อ! ฟ่อ!”
ต้าจุ่ยเจ็บปวดจนต้องกลิ้งทุรนทุรายไปกับพื้น มันแลบลิ้นแฉก ร่างกายบิดเกลียวไปมา พยายามถูไถลำตัวเข้ากับก้อนหินอย่างแรง ขูดเอาเกล็ดบนร่างให้หลุดลอกออกมาทีละชิ้นๆ
ทุกครั้งที่เกล็ดหลุดลอก มันจะส่งเสียงร้องฟ่อด้วยความเจ็บปวด บนก้อนหินเต็มไปด้วยหยดเลือดที่สาดกระเซ็น ไปจนถึงเศษเนื้อที่หลุดติดออกมา!
แม้แต่กู้หย่วนเอง ก็ยังสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสของมันในเวลานี้!
โชคดีที่ตุ่มนูนเหล่านั้นยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว
และภายใต้การหล่อเลี้ยงของแสงสีขาว บริเวณที่เกล็ดหลุดลอกออกไป ก็มีเกล็ดชุดใหม่งอกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานมันก็ปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วบนร่างของมัน
เกล็ดชุดใหม่นี้เป็นสีทองหม่นที่ส่องประกายมันวาว เรียงตัวกันแน่นขนัดและละเอียดขึ้น แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่แข็งแกร่งดุจโลหะ!
ลำตัวที่เคยยาวและหนาของงูปากกว้าง ก็ค่อยๆ หดสั้นลง และเล็กลงเรื่อยๆ
เมื่อการลอกคราบสิ้นสุดลง เบื้องหน้าของกู้หย่วนก็ปรากฏงูน้อยสีทองหม่นตัวหนึ่ง
เมื่อเทียบกับงูปากกว้างตัวเดิม งูน้อยตัวนี้มีขนาดเล็กลงมาก ลำตัวยาวเพียงสองฉื่อกว่าๆ (เกือบ 70 ซม.) และมีขนาดลำตัวหนาเท่าตะเกียบเท่านั้น ทั่วทั้งร่างเป็นสีทองหม่น ให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่ง เย็นเยียบ และอันตรายสุดขีด!
【วิวัฒนาการสำเร็จ ท่านได้รับสัตว์อสูร งูกลืนปราณ!】
【งูกลืนปราณ (สีแดง)】
【คำอธิบาย】 มีสายเลือดของสัตว์ร้ายบรรพกาลพญางูเขมือบสวรรค์อยู่สายหนึ่ง แม้ตัวเล็กแต่ภายในมีมิติซ่อนอยู่ สามารถกลืนกินวัตถุวิญญาณต่างๆ เปลี่ยนเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงร่างกาย ร่างกายแข็งแกร่งและเหนียวแน่นทนทานยิ่งนัก เพียงขยับนิดเดียวก็เจาะทะลวงเหล็กกล้าได้ หากถึงช่วงโตเต็มวัย แม้แต่ของวิเศษก็ยากจะสร้างรอยขีดข่วน!
การวิวัฒนาการเป็นพญางูเขมือบสวรรค์ ต้องเติบโตเป็นงูกลืนปราณเต็มวัย และใช้ 8200 แต้มเต๋า!
【สถานะ】 ปกติ
【ระดับขั้น】 ช่วงเติบโต (1%)
…
【ท่านได้รับการหนุนเสริมพรสวรรค์เทวะ “กลืนกินวิญญาณ” จากงูกลืนปราณ!】
…
“พรสวรรค์กลืนกินวิญญาณ?”
กู้หย่วนรู้สึกงุนงงเล็กน้อย ทว่าเมื่อได้อ่านคำอธิบายโดยละเอียดของงูกลืนปราณ โดยเฉพาะประโยคที่ว่าสามารถกลืนกินวัตถุวิญญาณต่างๆ เปลี่ยนเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงร่างกาย!เขาก็เริ่มคิดอะไรบางอย่างออก
จ๊อก… จ๊อก…
จากนั้น กู้หย่วนก็รู้สึกได้ว่าลำไส้และกระเพาะในช่องท้องเริ่มบีบรัดตัวเร็วขึ้น
อาหารที่เขาเคยกินเข้าไปถูกย่อยจนหมดเกลี้ยง เมื่อกระเพาะบีบรัดและขยับตัว มันก็เหลือเพียงกากอาหารเท่านั้น
และแล้ว…
ความรู้สึกหิวโหยระดับที่เรียกได้ว่าตะกละตะกลาม ก็แล่นพล่านขึ้นมาจากร่างกาย
หิว!
หิวมาก!
หิวสุดๆ!
กู้หย่วนรู้สึกเพียงว่าท้องของเขาว่างเปล่าโล่งเตียนไปหมด ความรู้สึกที่เรียกว่าความหิวโหยทะลักทลายออกมาแทบจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาไปจนหมดสิ้น!
ความคิดอ่านและเรื่องราวอื่นๆ ในหัวถูกเตะกระเด็นหายไปจนหมด ตอนนี้ในหัวของกู้หย่วนเหลือเพียงความคิดเดียวเท่านั้น!
เขาอยากกิน!
สตูเนื้อตุ๋นมันฝรั่ง ปลาดุกตุ๋นมะเขือยาว ไก่ตุ๋นเห็ดหอม หมูสามชั้นตุ๋นผักกาดดองวุ้นเส้น หมูทอดเปรี้ยวหวาน ห่านย่างหนังกรอบ ผัดผักสามเซียน เนื้อแกะต้มจิ้มแจ่ว…
ชื่อเมนูอาหารเลิศรสสารพัดชนิด ดาหน้ากันเข้ามาอัดแน่นอยู่ในหัวของกู้หย่วนในเวลานี้
เพียงแค่กู้หย่วนนึกถึง มุมปากของเขาก็มีของเหลวใสๆ ไหลเยิ้มออกมา น้ำลายสอเต็มปากอย่างไม่อาจควบคุม
เมื่อเวลาผ่านไป ความหิวโหยในท้องก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แม้แต่นัยน์ตาก็เริ่มแดงก่ำ
ไม่ใช่แค่เมนูอาหารเลิศรสเหล่านั้นหรอกนะ ตอนนี้แค่มองดูก้อนหินตรงหน้า หรือดินบนพื้น เขาก็แทบอยากจะพุ่งเข้าไปกัดกินสักสองสามคำ เพื่อเติมเต็มกระเพาะที่ว่างเปล่าของตัวเอง
ภายในท้องของเขาราวกับมีปีศาจจอมตะกละถือกำเนิดขึ้น มันกำลังเร่งเร้าให้เขากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า!
ไม่ใช่แค่ลำไส้และกระเพาะอาหาร แต่รวมไปถึงอวัยวะภายในทั้งห้า เส้นเอ็น กระดูก ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และแม้กระทั่งเส้นผม ทุกสัดส่วนในร่างกายล้วนอัดแน่นไปด้วยความปรารถนาที่จะกลืนกินอย่างตะกละตะกลาม
โชคดีที่ความรู้สึกชั่วร้ายและแปลกประหลาดนี้มาไวไปไว
เพียงไม่นาน กู้หย่วนก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ
เพียงแต่… ท้องยังคงหิวจัดอยู่ดี
และหลังจากผ่านความผิดปกติเมื่อครู่ กู้หย่วนก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของตนน่านะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือการปรับเปลี่ยนบางอย่างที่ละเอียดอ่อน
เขาหยิบเอาโสมวิญญาณต้นก่อนหน้านี้ออกมา
สมุนไพรวิญญาณต้นนี้ถูกใช้ไปเกินครึ่งแล้ว เหลือเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ทันทีที่หยิบออกมาจากกล่องไม้ กลิ่นหอมจางๆ ของพรรณไม้ก็ลอยแตะจมูกกู้หย่วน
จ๊อก…
กู้หย่วนรู้สึกเพียงว่าลำไส้กระตุกวูบ น้ำลายเริ่มหลั่งออกมาเต็มปาก
เขาตัดสินใจอ้าปากกัดลงไปคำหนึ่ง
กร้วม!
ราวกับกำลังแทะหัวไชเท้า เขากัดมันแหว่งไปชิ้นหนึ่ง น้ำในหัวโสมมีไม่มากนัก แต่รสชาติสัมผัสนั้นยอดเยี่ยม แฝงความหวานปะแล่มและความขมเฝื่อนนิดๆ
กู้หย่วนเคี้ยวซ้ำๆ อยู่หลายหน ก่อนจะกลืนลงคอ
วินาทีต่อมา พลังวิญญาณอันอบอุ่นก็สายหนึ่งก็ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง และไหลเวียนกระจายไปทั่วทุกส่วนของร่างกายอย่างรวดเร็ว
แขนขา โครงกระดูก เส้นเอ็น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายในของเขา ล้วนราวกับได้แช่น้ำพุร้อน มันอบอุ่นและรู้สึกสบายเป็นอย่างมาก
เพียงไม่นาน พลังวิญญาณสายนี้ก็ถูกดูดซับไปจนเกลี้ยงเกลา
กู้หย่วนกะพริบตาปริบๆ ลองสัมผัสดูอย่างละเอียด ก็พบว่าร่างกายของเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นมานิดนึงจริงๆ!
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดไปเอง
แต่เป็นเพราะพรสวรรค์กลืนกินวิญญาณได้ออกฤทธิ์ มันสกัดกลั่นสรรพคุณทางยาของโสมวิญญาณจนหมดจด และดูดซับเอาไว้จนไม่เหลือหลอ
หากเป็นเมื่อก่อน ตอนที่กู้หย่วนกินสมุนไพรวิญญาณเข้าไป เขาต้องร่ายรำเพลงหมัด โคจรปราณโลหิต ต้องเสียเวลาและเปลืองแรงไปไม่น้อย กว่าจะดูดซับสรรพคุณของมันได้
อีกทั้งในระหว่างกระบวนการดูดซับ สรรพคุณทางยาอย่างน้อยสามถึงสี่ส่วน จะสูญสลายและระเหยทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์
ไม่ใช่แค่กู้หย่วนหรอกนะ ผู้คนมากมายก็ล้วนเป็นเช่นนี้
นี่คือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในการนำไปใช้งาน
การสูญเสียและสิ้นเปลืองพลังงานไปบ้าง ถือเป็นเรื่องที่ปกติมากๆ!
เว้นเสียแต่คนผู้นั้นจะมีกายาวิญญาณหรือกายาเต๋าที่หาได้ยากยิ่ง จึงจะสามารถดูดซับสรรพคุณของโอสถวิญญาณและสมุนไพรวิญญาณได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
แต่ข้อเสียของการกินยาทั้งหมดนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าพรสวรรค์กลืนกินวิญญาณมันกลับไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
สรรพคุณของโสมวิญญาณที่กัดกินเข้าไปเมื่อครู่ ไม่มีการสูญเปล่าเลยแม้แต่น้อยนิด มันหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของกู้หย่วนทั้งหมด กลายเป็นทรัพยากรที่ใช้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของเขา
และไม่ใช่แค่ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แม้แต่อวัยวะภายในก็ยังได้รับการเสริมแกร่งขึ้นมาเล็กน้อยเช่นกัน
นั่นหมายความว่า ขอเพียงมีสมุนไพรวิญญาณมากพอ กู้หย่วนไม่เพียงแต่จะสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายได้เท่านั้น แต่ยังสามารถหล่อหลอมอวัยวะภายในจนบรรลุขั้นสมบูรณ์ และก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกยุทธระดับเซียนเทียนได้โดยตรงเลย!
พรสวรรค์กลืนกินวิญญาณ ช่างน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!
กร้วม! กร้วม!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ กู้หย่วนก็ตัดสินใจโยนโสมวิญญาณที่เหลือเข้าปาก เคี้ยวและกลืนลงไปทั้งหมด
ภายใต้การทำงานของพรสวรรค์กลืนกินวิญญาณ สรรพคุณทางยาเหล่านี้แปรสภาพเป็นกระแสความอบอุ่น หลอมรวมเข้าสู่จุดต่างๆ ในร่างกาย ช่วยบำรุงอวัยวะภายในและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย
“ของน่ะเป็นของดี เสียอย่างเดียวคือปริมาณมันน้อยไปหน่อย!”
ผ่านไปครู่หนึ่ง กู้หย่วนลืมตาขึ้นมา ถอนหายใจด้วยความเสียดาย
แม้สรรพคุณทางยาของโสมวิญญาณต้นนี้จะบริสุทธิ์ แต่ปริมาณมันน้อยเกินไปจริงๆ
หากมีสมุนไพรวิญญาณระดับเดียวกันนี้อีกสักสี่ห้าต้น ไม่แน่เขาอาจจะทะลวงหล่อหลอมอวัยวะภายในจนทะลุปรุโปร่ง และก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกยุทธระดับเซียนเทียนได้สำเร็จ!
กระทั่งวิชาสายแข็งแกร่งอย่างเคล็ดวิชาตะพาบดำเร้นกระดองก็อาจจะก้าวหน้าตีคู่กันไป จนบรรลุระดับเซียนเทียนได้เช่นกัน!
“ดูท่าหลายวันหลังจากนี้ ข้าคงต้องเดินตระเวนสำรวจในภูเขาให้ทั่วเสียหน่อยแล้ว…”
กู้หย่วนเดาะลิ้น ตัดสินใจว่าช่วงไม่กี่วันต่อจากนี้ จะพาอาหวงออกไปเก็บเกี่ยวสมุนไพรวิญญาณให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ก้าวเข้าสู่ระดับเซียนเทียนได้เร็วขึ้น
ในตอนนั้นเอง เขาหันไปมองต้าจุ่ยที่มีรูปลักษณ์และขนาดตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะดีดนิ้วดังเป๊าะ
เป๊าะ!
“ต้าจุ่ย มาสิ โชว์ของให้เจ้านายดูหน่อยซิ!”
ต้าจุ่ยเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย เมื่อได้ยินคำสั่งก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มลงมือทันที
มันสะบัดหางเบาๆ ลำตัวสีทองหม่นยาวสองฉื่อกว่าก็พุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศ ความเร็วของมันนั้นไวปานสายฟ้าแลบ กลายเป็นเส้นแสงสีทองพุ่งแหวกอากาศ บินโฉบไปมารอบๆ โขดหินที่ยื่นออกมา
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ฉึก ฉึก ฉึก!
แสงสีทองนั้นทั้งแข็งแกร่งและทนทานเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับความเร็วที่สูงลิ่ว มันแทบจะไม่ต่างอะไรกับกระบี่บินที่พุ่งแหวกอากาศเลย
ท่ามกลางเศษหินและฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจาย เพียงไม่กี่อึดใจ ก้อนหินยักษ์สูงท่วมหัวคนก็ถูกเจาะทะลวงจนเป็นรูพรุนเล็กๆ นับไม่ถ้วน!
เมื่อหันกลับมามองต้าจุ่ย เกล็ดสีทองบนร่างของมันยังคงส่องประกายระยิบระยับ ไร้ซึ่งร่องรอยความเสียหาย แม้แต่รอยขีดข่วนสักนิดก็ไม่มีให้เห็น
“ยอดเยี่ยม”
กู้หย่วนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
นอกจากอาอู๋และอาหวงแล้ว ตอนนี้ยังมีต้าจุ่ยเข้าร่วมเป็นกำลังเสริมหลักอีกตัว ต่อให้มีผู้ฝึกยุทธระดับเซียนเทียนทั่วไปโผล่มาสักคนสองคน เขาก็ไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว
“เจ้าเป็นศิษย์ของวังหมื่นอสูรหรือ?”
ทันใดนั้น น้ำเสียงอ่อนหวานละมุนก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
มีคนอยู่ด้วย?!
กู้หย่วนสะดุ้งโหยง ตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง แทบจะกระโดดตัวลอย
เขาเพิ่งจะสังเกตเห็น ว่าห่างออกไปทางด้านข้างราวๆ หนึ่งจั้ง (3 เมตร) มีเงาร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
คนผู้นี้เป็นสตรี!
สตรีที่งดงามหยาดฟ้ามาดิน!
นางสวมชุดกระโปรงยาวหรูหราที่ทอประกายงดงามดั่งแสงตะวันเบิกฟ้า ชายกระโปรงยาวระพื้น ท่วงท่าอรชรอ้อนแอ้น เรือนผมสีดำขลับถูกเกล้าขึ้นด้วยปิ่นหยกประดับไข่มุก ริมฝีปากอมชมพู นัยน์ตากลมโตดั่งผลซิง รูปโฉมสะคราญงดงามไร้ที่ติ ผนวกกับเรือนร่างที่สูงเพรียวและสมส่วน ทุกสัดส่วนล้วนงดงามจนแทบลืมหายใจ งดงามจนน่าตื่นตะลึง
โดยเฉพาะกลิ่นอายความสูงส่งและบริสุทธิ์ผุดผ่องเหนือโลกีย์ ยิ่งส่งให้นางดูราวกับเทพธิดาจำแลงลงมาก็ไม่ปาน!