ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 95 ไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว (สีทอง)!
กู้หย่วนย่อมเคยพบเห็นสตรีรูปงามมาแล้วไม่น้อย
หากไม่นับรวมสาวงามที่ผ่านการใช้แอปแต่งรูป บีบหน้าเรียว ปรับผิวขาว หรือพึ่งพามีดหมอจากชาติที่แล้ว เอาแค่ในชาตินี้ คุณหนูสามแห่งตระกูลเซี่ยอย่างเซี่ยซิ่วเสวี่ย ที่เขามักจะพบเจออยู่บ่อยๆ ก็นับว่าเป็นสตรีที่งดงามหาตัวจับยากผู้หนึ่งแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นรูปโฉม หน้าตา หรือทรวดทรงองเอว ล้วนจัดอยู่ในระดับชั้นเลิศ
ทว่าเมื่อนำมาเทียบกับสตรีที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้แล้ว กลับดูเหมือนจะนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
เซี่ยซิ่วเสวี่ยนั้นงดงามก็จริง แต่มันเป็นเพียงความงามที่ฉาบอยู่แค่ภายนอก เป็นเพียงความงามทางสายตาเท่านั้น
แต่สตรีที่อยู่เบื้องหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปโฉม กลิ่นอาย หรือเสน่ห์ดึงดูดใจ ล้วนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบประดุจสวรรค์สร้าง
คำบรรยายความงามอย่าง มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง หรือ งามล่มเมืองล่มแคว้น หากนำมาใช้กับสตรีผู้นี้แล้วล่ะก็ ถือว่าเหมาะสมอย่างหาที่สุดไม่ได้เลยทีเดียว!
ทว่า กู้หย่วนก็ไม่ใช่พวกผีบ้ากามที่หิวโหยสตรี แม้ในตอนแรกจะถูกความงดงามนั้นสะกดจนตกตะลึงไปบ้าง แต่เขาก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ความคิดในหัวแล่นพล่าน คำถามหลายข้อผุดขึ้นมาในใจ
สตรีผู้นี้คือใคร? แล้วนางมาปรากฏตัวตั้งแต่เมื่อไหร่?
อีกอย่าง ภาพเหตุการณ์ตอนที่ต้าจุ่ยอัปเกรดเมื่อครู่นี้ นางคงไม่ได้เห็นเข้าหรอกนะ?
การอัปเกรดสัตว์อสูรวิญญาณ ถือเป็นความลับขั้นสุดยอดที่เป็นรากฐานสำคัญของเขาเลยทีเดียว
หากมีคนล่วงรู้เข้าล่ะก็ เรื่องใหญ่แน่!
แม้จะคิดเช่นนั้น แต่กู้หย่วนก็ไม่ได้ผลีผลามทำอะไรลงไป
ไม่ว่าอย่างไร อย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจได้
สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
ต้องรู้ก่อนว่า ปากถ้ำแห่งนี้มีอาหวงและอาอู๋คอยเฝ้าอยู่อย่างแน่นหนามาตลอด
ภายใต้การคุ้มกันของเจ้าตัวเล็กทั้งสอง ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับเทียนเหรินอย่างเฒ่าเฉินหรือเฒ่าประหลาดเสวียนโยว ก็อย่าหวังว่าจะลอบเข้ามาได้อย่างเงียบเชียบโดยที่เขาไม่รู้ตัว
แต่สตรีผู้นี้กลับทำได้!
กู้หย่วนส่ายหน้า ตอบกลับไปอย่างซื่อตรง
“ท่านเทพธิดา ท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับ… ข้าไม่ใช่ศิษย์ของวังหมื่นอสูร และไม่เคยได้ยินชื่อวังหมื่นอสูรอะไรนั่นมาก่อนเลยด้วย”
“ไม่ใช่ศิษย์ของวังหมื่นอสูร?”
ฉินหงซิ่วขมวดคิ้ว
“แล้วเหตุใดเจ้าถึงเชี่ยวชาญเคล็ดวิชาลับในการเซ่นสรวงสัตว์อสูรวิญญาณประจำกายเช่นนี้ได้เล่า?”
“สัตว์อสูรวิญญาณประจำกาย?”
ใจของกู้หย่วนกระตุกวูบ เขารู้ทันทีว่าสตรีผู้นี้มองเห็นถึงสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างต้าจุ่ยกับตัวเขาเข้าให้แล้ว
เขาปิดปากเงียบ ความคิดในหัวแล่นฉิว พยายามหาคำตอบที่เหมาะสมสำหรับคำถามนี้
พูดมากก็พลาดมาก พูดน้อยก็พลาดน้อย
คำพูดบางคำ หากหลุดปากออกไปแล้ว ก็ไม่อาจเรียกคืนได้ แถมยังอาจจะเผยช่องโหว่ออกมาอีก
ทว่าฉินหงซิ่วกลับสัมผัสได้อย่างเฉียบแหลม ถึงความระแวดระวังและการป้องกันตัวของกู้หย่วน นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เจ้าวางใจเถอะ ข้าเพียงแค่สงสัยว่าเหตุใดคนที่มีระดับการบำเพ็ญเพียรต่ำต้อยอย่างเจ้า ถึงสามารถสยบแมลงอสูรและสัตว์อสูรได้มากมายเพียงนี้ ข้าไม่ได้สนใจในความลับของเจ้าหรอก หากเจ้าไม่อยากตอบ ก็ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ”
ระหว่างที่พูด สายตาของนางก็กวาดมองไปยังงูกลืนปราณ ตะขาบหลังเหล็ก และหนูน้อยค้นสมบัติ นัยน์ตาคู่สวยฉายแววประหลาดใจออกมาวูบหนึ่ง
ด้วยสายตาที่เฉียบคมระดับนาง ย่อมมองออกอยู่แล้วว่า นอกจากตะขาบหลังเหล็กตัวนั้นแล้ว ทั้งหนูน้อยและงูกลืนปราณ ต่างก็เพิ่งจะผ่านการวิวัฒนาการสายเลือดมาหมาดๆ ทั้งคู่
เพียงแต่ว่า การวิวัฒนาการสายเลือดเช่นนี้ มักจะเกิดขึ้นกับสัตว์อสูรได้ยากยิ่งนัก โดยมากแล้วมักจะเกิดกับสัตว์ธรรมดาที่บังเอิญไปกินของวิเศษระดับฟ้าดินเข้าไป จนเกิดการวิวัฒนาการขึ้นมาด้วยความบังเอิญเสียมากกว่า
และเมื่อสัตว์อสูรตัวน้อยทั้งสามถูกนางจ้องมอง พวกมันก็พากันหดตัวเข้าหากันราวกับได้พบเจอกับศัตรูตามธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน
แม้กระทั่งตะขาบหลังเหล็กที่ปกติแล้วจะใจกล้าบ้าบิ่นที่สุด ก็ยังตกใจกลัวจนขดตัวเป็นก้อนกลมสั่นงันงก ขาแหลมคมที่เหมือนตะขอเหล็กเหล่านั้นถูกหดเก็บเข้ามาจนหมด ไม่รู้จะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนดี
กู้หย่วนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ประสานมือคารวะ
“ขอบคุณท่านเทพธิดาที่เข้าใจขอรับ”
“ความจริงก็ไม่มีอะไรปิดบังหรอก ข้ามีพรสวรรค์พิเศษมาตั้งแต่เด็ก ค่อนข้างถนัดเรื่องการเลี้ยงดูแมลงและสัตว์ต่างๆ ต่อมาก็ได้รับวาสนามาบ้าง จึงสามารถสยบแมลงอสูรและสัตว์อสูรเหล่านี้มาได้”
“อย่างนั้นหรือ…”
ฉินหงซิ่วราวกับมองทะลุความคิดของกู้หย่วน ทว่านางก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงต่อ ด้วยนิสัยที่เย็นชาและเฉยเมยเป็นทุนเดิม เรื่องจุกจิกทั่วไปจึงยากที่จะทำให้จิตใจของนางเกิดความรู้สึกหวั่นไหวได้
เมื่อสัมผัสได้ว่ากู้หย่วนกำลังระแวดระวังตัวจากนางอย่างหนัก นางก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด
ทุกคนต่างก็มีความลับเป็นของตัวเอง การที่กู้หย่วนจะระวังตัวและป้องกันตัวเอาไว้ ย่อมเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว
และในความเป็นจริง หากวันนี้ไม่ได้มีเรื่องราวบางอย่างมากระทบจิตใจจนทำให้ว้าวุ่น นางก็คงไม่มาที่นี่หรอก
ทว่าใครจะไปคิด ว่ากลับบังเอิญมาเจอฉากเด็ดเข้าให้
ไม่นึกเลยว่าจะมีคนใช้วิชามารฟ้าช่วงชิงมรรคเพื่อหล่อหลอมร่างกายใหม่ และหลังจากนั้น นางก็ยังได้เห็นวิชาควบคุมสัตว์อสูรที่แสนจะพิสดารของไอ้หนูนี่เข้าอีก ที่สามารถทำให้งูปากกว้างตัวหนึ่งทะลวงขีดจำกัดสายพันธุ์ของตัวเอง จนกลายเป็นงูกลืนปราณได้!
นี่มันไม่ต่างอะไรกับการเสกให้ลิงกลายเป็นคน! หรือเสกให้งูวิญญาณกลายเป็นมังกรเจียวเลยนะ!
ถึงแม้นางเองก็สามารถทำเช่นนี้ได้ แต่ระดับการบำเพ็ญเพียรของนางคือระดับใด? แล้วของกู้หย่วนล่ะระดับใด?
ไอ้หนูนี่ต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่แน่ๆ!
อีกทั้งกู้หย่วนยังเซ่นสรวงสัตว์อสูรตัวน้อยเหล่านี้ให้กลายเป็นสัตว์อสูรวิญญาณประจำกาย สามารถหยิบยืมพรสวรรค์เทวะของพวกมันมาใช้ในการฝึกฝนได้ ซึ่งนี่มันคล้ายคลึงกับวิชาสืบทอดของวังหมื่นอสูรอย่างเห็นได้ชัด
นางสงสัยว่าเด็กหนุ่มผู้นี้อาจจะเป็นอัจฉริยะด้านการควบคุมสัตว์อสูรที่มาจากวังหมื่นอสูร จึงเกิดความคิดอยากจะปรากฏตัวออกมาพบหน้าดูสักครั้ง
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ในมือของนางก็ปรากฏไข่หยกสีเขียวใบหนึ่งขึ้นมา
ไข่หยกสีเขียวใบนี้มีขนาดประมาณไข่ไก่ รูปทรงวงรี ดูใสกระจ่างและชุ่มชื้น ราวกับถูกสลักเสลาขึ้นมาจากหยกชั้นเลิศที่ไร้ตำหนิ แผ่ซ่านแสงวิญญาณจางๆ ออกมา
บนพื้นผิวยังมีลวดลายเส้นสายสีเทาดำเล็กๆ ปรากฏอยู่ ดูลึกลับยากจะหยั่งถึง คล้ายกับเป็นลวดลายอักขระพิเศษบางอย่าง
และในสายตาของกู้หย่วนที่มีทักษะค้นหาสมบัติ แสงวิญญาณที่เปล่งประกายออกมาจากไข่หยกใบนี้ช่างเจิดจ้าบาดตาเป็นอย่างยิ่ง!
อีกทั้งยังเป็นสีเขียวหยก ซึ่งไม่เพียงแต่จะสว่างเจิดจ้าเท่านั้น แต่ยังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความแหลมคมและดุดันอีกด้วย!
กู้หย่วนเพียงแค่ปรายตามองแวบเดียว ก็รู้สึกปวดตาจนน้ำตาแทบจะไหลริน ต้องรีบดึงสายตากลับมา ไม่กล้าจ้องมองนาน
ทว่าในใจกลับตื่นตระหนกสุดขีด
นี่มันคือของวิเศษอะไรกันแน่?!
เขากระทั่งไม่สามารถจ้องมองมันตรงๆ ได้เลยด้วยซ้ำ!
“นี่คือไข่ของแมลงประหลาดบรรพกาล ข้าค้นพบมันจากดินแดนลับแห่งหนึ่ง น่าเสียดายที่เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ประกอบกับการเก็บรักษาที่ไม่ดีพอ ทำให้พลังชีวิตที่อยู่ภายในอ่อนแรงลงมากจนยากที่จะฟักออกมาได้”
ฉินหงซิ่วอธิบายสั้นๆ ก่อนจะโยนมันไปที่มือของกู้หย่วน พร้อมกล่าวว่า
“ในเมื่อเจ้ามีพรสวรรค์พิเศษ เชี่ยวชาญในการเลี้ยงดูแมลงและสัตว์อสูร ไม่รู้ว่าเจ้าจะสามารถฟักไข่หยกใบนี้ออกมาได้หรือไม่?”
【แต้มเต๋า +820!】
ทันทีที่ไข่หยกสีเขียวตกถึงมือ มันก็มอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับกู้หย่วนทันที
จากนั้น กู้หย่วนก็รู้สึกได้ว่ามือของเขาทรุดฮวบลง ไข่หยกใบเล็กๆ เพียงแค่นี้ กลับมีน้ำหนักมากถึงหลายสิบจิน!
ผิวสัมผัสของไข่หยกนั้นอุ่นวาบ เรียบเนียนละเอียด ราวกับหยกอุ่น
หากลองตั้งใจสัมผัสดูให้ดี ยังสามารถรับรู้ได้ถึงพลังชีวิตที่บริสุทธิ์และแผ่วเบากำลังก่อตัวอยู่ภายใน
“นี่มัน…”
กู้หย่วนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก ข้อความจากระบบก็เด้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
【ท่านได้รับ ไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว (สีทอง) ต้องการใช้ 1300 แต้มเต๋า เพื่อฟักไข่หรือไม่?】
【ไข่ใบนี้มีพลังชีวิตอ่อนแรง ต้นกำเนิดไม่เพียงพอ มีโอกาสล้มเหลวในการฟักถึงเก้าในสิบส่วน จำเป็นต้องใช้ 3900 แต้มเต๋า เพื่อเติมเต็มต้นกำเนิด ยืนยัน/ปฏิเสธ?】
【หมายเหตุ หากแต้มเต๋าไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้การฟักไข่ล้มเหลว โปรดตัดสินใจอย่างรอบคอบ!】
…
ไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวใบนี้ กลับมีคุณภาพระดับสีทอง!
กู้หย่วนตกตะลึงอยู่ในใจ
เขาอุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรวิญญาณมาตั้งสี่ตัว จนถึงตอนนี้ก็เพิ่งจะมีระดับสีแดงแค่สามตัวเท่านั้น เมื่อนำมาเทียบกับผีเสื้อกระบี่เงาเขียวตัวนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าคุณภาพยังห่างชั้นกันอยู่ขั้นหนึ่ง!
แต่กู้หย่วนก็เคยได้ยินชื่อเสียงความน่าเกรงขามของผีเสื้อกระบี่เงาเขียวมาบ้างเหมือนกัน!
ว่ากันว่า ในยุคบรรพกาลมีแมลงประหลาดมากมาย เช่น มดเทวะกลืนทอง หนอนไหมทองหกปีก ตะขาบฟ้าสิบสองปีก ยุงหนวดเลือด คางคกกลืนนภา ผีเสื้อกระบี่หยกเขียว เป็นต้น
แมลงประหลาดแต่ละชนิดล้วนมีความสามารถเฉพาะตัวที่น่าสะพรึงกลัวและเหนือจินตนาการ! ยกตัวอย่างเช่น มดเทวะกลืนทอง ว่ากันว่าทั่วทั้งร่างของมันมีร่างกายวัชระอมตะ แข็งแกร่งสุดเปรียบปาน อีกทั้งยังไร้สิ่งใดที่มันกลืนกินไม่ได้ มันสามารถกัดกินได้ทุกสรรพสิ่ง!
ต่อให้เป็นของวิเศษระดับเทวะ หรือวิชาอาคมอิทธิฤทธิ์ใดๆ ก็ไม่อาจต้านทานการกัดกินของมดเทวะชนิดนี้ได้!
ตามตำนานเล่าว่า ในยุคบรรพกาล เคยมีเซียนผู้หนึ่งไปล่วงเกินแมลงประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวชนิดนี้เข้า ผลสุดท้ายก็ถูกมดเทวะกลืนทองนับหมื่นนับแสนตัวรุมทึ้งกัดกินจนตายทั้งเป็น แม้แต่ซากศพและของวิเศษประจำกาย ก็ยังถูกกลืนกินไปจนหมดสิ้น!
ความดุร้ายอำมหิตของมันนั้น สามารถจินตนาการได้เลย!