ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 515 ยอมจำนนต่อพลังแห่งความชั่วร้าย
รอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาจิตใจได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอันหลิน ทำให้วิญญาณสัตว์เหมันต์ทั้งสิบสองตัวพลันร้สึกยากจะคาดเดา
อันดับแรกเขาหยิบซาลาเปาออกมาสิบสองเข่ง แบ่งปันให้วิญญาสัตว์เหมันต์ทุกตัว
เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น ซาลาเปาก็ส่งกลิ่นก็หอมคลุ้งอบอวลไปทั่ว อย่าว่าแต่วิญญาสัตว์เหมันต์เลย แม้แต่พวกหลิวฉู่ฉู่ หลิงอิ่ง ต่างก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
“นี่คือซาลาเปาต้าไป๋เมิน พวกเจ้าลองชิมดูสิ!” เขากล่าวขึ้น
วิญญาณสัตว์เหมันต์จะไปทนกลิ่นเย้ายวนเช่นนี้ไหวได้อย่างไรกัน “อ้ำๆ งั่มๆ” กินลงไปทันที
ไม่กินก็ไม่รู้ พอได้กินเข้าไปเท่านั้นก็อร่อยติดใจจนยั้งไม่อยู่! เหล่าวิญญาณสัตว์เหมันต์กินซาลาทั้งเข่งจนหมดเกลี้ยง จากนั้นก็มองอันหลินด้วยสายตาอ้อนวอนอยากกินอีก
“อยู่กับข้า พวกเจ้าจะได้กินซาลาเปาเลิศรสเช่นนี้ทุกวัน!” อันหลินโยนประโยคผูกมิตรออกไป
ผลตอบลัพธ์ของวิธีดีมาก เพียงประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นก็มีวิญญาณสัตว์เหมันต์หลายตัวที่ส่งเสียงอีอียายาแสดงให้รับรู้ว่าพวกมันตกลง
แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่ ก็ยังมีตัวที่ลังเลกับตัวที่ปฏิเสธข้อเสนอนี้อยู่ เช่นเสวี่ยจ่านเทียนที่ปฏิเสธอย่างหนักแน่น
และในตอนนี้เอง อันหลินก็พูดขึ้นอีกด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบดุจสายลมเหมันต์ น้าเสียงราบเรียบเย็นชาไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดแฝงอยู่แม้แต่นิด “สวามิภักดิ์ต่อข้า มีซาลาเปากิน หรื อ….ตาย!”
วิชาแห่งอานุภาคบังเกิดขึ้น ณ ขณะนี้ นัยน์ตาของเขามีแสงสีทองแวบผ่าน คลื่นแสงสีทองแผ่ซ่านไปทั่วชั้นอากาศ อนุภาพมหาอำนาจอันสูงศักดิ์จู่โจมเข้าใส่วิญญาณสัตว์เหมันต์ทั้งสิบสองต ตัว
พลังของวิญญาณเหมันต์ถูกสกัดกั้น ดังนั้นสายตาที่พวกมันมองอันหลินในขณะนี้ ราวกับสายตาที่กำลังมองราชันเทวะผู้ยิ่งใหญ่ ราชันเทวะพระองค์นั้นกำลังทอดสายตามองลงมาที่พวกมัน ให้พวกมันเลือกว่าจะสวามิภักดิ์ต่อราชันเทวะหรือจะเลือกความตาย
วิญญาณสัตว์เหมันต์เหล่านี้หวาดกลัวจนปัสสาวะแทบราดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชื่นชอบการท้าชนออย่างเสวี่ยจ่านเทียน ตกใจหวาดในพลังอนุภาพมหาอำนาจอันสูงศักดิ์เกินกว่าจะหาสิ งใดเปรียบได้เข้าให้แล้ว มันแหงนมองอันหลินด้วยนัยน์ตากลมโต ขาดแค่ไม่ได้กล่าวคำว่า ‘ข้ายินยอม’ สามคำนี้ออกไปเท่านั้น
หลิวฉู่ฉู่เองก็ประหลาดใจกับสิ่งที่เห็นเช่นนี้ นางคิดไม่ถึงเลยสักนิดว่าอันหลินจะเหี้ยมยิ่งกว่านาง
วิญญาณสัตว์เหมันต์ที่น่ารักน่าชังขนาดนี้…ทำไมอันหลินถึงพูดจาโหดเหี้ยมขนาดนี้กับพวกมันได้ลงคอ?!
“อันหลิน เจ้าทำเกินไปหรือเปล่า! วิญญาณสัตว์เหมันต์น่ารักน่าชังขนาดนี้ เจ้าทำไมถึงขู่ขวัญพวกมันได้ลงคอ!” หลิวฉู่ฉู่อดด่ากราดด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวไม่ได้
“ข้าจริงจังไม่ใช่แค่ขู่ พวกเจ้าจะเลือกอะไร” อันหลินมองวิญญาณสัตว์เหมันต์เหล่านั้นด้วยสีหน้าเย็นชา น้ำเสียงดังแว่วราวกับเป็นเสียงที่ดังมาเบื้องบน เสียงที่เลือนรางแต่น่าเกรง งขาม
“อีอียายา…” ฝูงวิญญาณสัตว์เหมันต์กลิ้งขลุกๆ เข้าไปห้อมล้อมอันหลิน ปีกจิ๋วกระพือไม่หยุด
“นี่คือการหลอกล่อเหยื่อด้วยวิธีขู่บังคับใช่ไหมเนี่ย…ข้า…ข้ายอม…” เสวี่ยจ่านเทียนกล่าวด้วยความรู้สึกค่อนข้างอัปยศอดสู แต่ก็มีความเคารพยกย่องระคนอยู่ในน้ำเสียง
“อีอียา!” วิญญาณสัตว์เหมันต์ทั้งสิบเอ็ดตัวเปล่งเสียง
ดวงตาที่งดงามของหลิวฉู่ฉู่ถลึงโต นางมองฝูงวิญญาณเหมันต์ด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
ตกลงแล้ว? คิดไม่ถึงว่าวิญญาณสัตว์เหมันต์เหล่านี้จะตอบตกลงแล้ว!
คิดไม่ถึงว่าพวกมันจะยอมรับคนโหดเหี้ยมแบบนี้เป็นเจ้าของ!
“แหะๆ คือว่าต้องเสียเลือดนิดหน่อย” อันหลินหัวเราะเจื่อน เริ่มทำมือประสานอินแล้วกรีดนิ้วของตนเอง
หยดเลือดสีทองสิบสองหยดล่องลอยไปหาวิญญาณสัตว์เหมันต์ทั้งสิบสองตัว
การลงนามข้อตกลงในการเลี้ยงสัตว์อสูรต้องอยู่ภายใต้ความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ถึงจะกำหนดข้อตกลงที่ค่อนข้างยุติธรรมขึ้นมาได้
ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดความขัดแย้งขึ้นภายในใจ ก็ไม่อาจทำข้อตกลงนี้ได้สำเร็จ
หยดเลือดสีทองสิบสองหยดล่องลอยไปตกลงบนศีรษะของวิญญาณสัตว์เหมันต์ภายใต้การกระตุ้นของอันหลิน ถ้าหยดเลือดแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของวิญญาสัตว์เหมันต์แล้ว นั่นก็หมายความว่าการทำ ำข้อตกลงเป็นอันเสร็จสมบูรณ์
อัรหลินมองวิญญาสัตว์เหมันต์เหล่านั้นด้วยความประหม่าเล็กน้อย ตามมาติดๆ ด้วยความรู้สึกเย็นเฉียบไปทั้งหัวใจ
เพราะเขาคาดไม่ถึงว่าจะเห็นว่าหยดเลือดที่อยู่บนศีรษะของวิญญาณสัตว์เหมันต์จะไม่ถูกดูดซึมเข้าไป! หยดเลือดสีทองเหล่านั้นลอยโชติช่วงสุกใสอยู่บนศีรษะของวิญญาณสัตว์เหมันต์ เป็น ภาพที่บาดตานัก สำหรับอันหลินแล้ว นี่คือการโจมตีอย่างรุนแรง!
“ทำไม่ถึงเป็นแบบนี้ไปได้…”อันหลินกล่าวพึมพำด้วยแววตาที่ไร้ชีวิตชีวา
เมื่อหลิวฉู่ฉู่เห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมา “ฮ่าๆ ผลลัพธ์ของการบีบบังคับไม่หวานหอมเหมือนที่หวังไว้สินะ! อาศัยวิธีการเช่นนี้ ไม่ทางที่จะได้รับความจงรักภักดีจากใจจริง”
หลิวฉู่ฉู่เพิ่งพูดจบ ก็ได้ยินเสียง ตี๊ด ดังขึ้น
อันหลินกับหลิวฉู่ฉู่เพ่งสายตามองไปต้นตอของเสียงที่ได้ยิน สายตาหยุดที่เสวี่ยจ่านเทียน แล้วทั้งสองต่างก็ถึงสูดลมหายใจเข้าทางปากอย่างกลั้นไม่อยู่ด้วยความตกตะลึง
“เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร…” เรือนร่างเพรียวบางของหลิวฉู่ฉู่สั่นไหวเล็กน้อย แววตาทั้งสองข้างไร้ซึ่งชีวิตชีวา นางกล่าวพึมพำออกมา
อันหลินแปรเปลี่ยนจากเหม่อลอยเป็นดีใจอย่างยิ่ง วิ่งเข้าไปอุ้มเสวี่ยจ่านเทียนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ฮ่าๆๆ…เสวี่ยจ่านเทียน ข้ารักเจ้าจังเลย!”
ขนสีขาวปุกปุยใบหน้ากลมดิ๊กของเสวี่ยจ่านเทียนแดงระเรื่อเล็กน้อย มันแยกเขี้ยวโชว์ฟันเสือน้อย แสยะปากกล่าวขึ้นว่า “เจ้าอย่าลำพองใจจนหลงระเริงนักเลย ข้า ข้าไม่ใด้คิดอยากได้เ เจ้าป็นเจ้าของจริงๆ แล้วข้าก็ไม่ได้โดนพลังของเจ้าสะกด แต่ข้าถูกบีบบังคับ!”
“อืม อืม…เจ้าน่ารักน่าชังขนาดนี้ เจ้าพูดถูกทุกอย่าง!”
อันหลินอุ้มเสวี่ยจ่านทียนขึ้นมา เอาหน้าถูไถขนปุกปุยของมันที่มีสีขาวราวหิมะไม่หยุด
หลิวฉู่ฉู่ “…”
หลิวฉู่ฉู่กอดอกที่แบนราบของตนเอง ความเศร้าโศกกับสิ้นหวังปรากฏขึ้นบนใบหน้านาง
แน่นอนว่านางรู้ว่าการที่เสวี่ยจ่านเทียนบอกว่า ‘ถูกบีบบังคับ’ นั้นไม่เป็นความจริง ถึงอย่างไรเสียการจะมีสัตว์อสูรในครอบครองต้องเกิดจากความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายจากใจจริงเท่านั นถึงจะทำได้
เฉกเช่นอันหลินที่ใช้วิธีป่าเถื่อนบีบบังคับในยินยอม ถ้าดูตาสถานการณ์แล้ว วิญญาณสัตว์เหมันต์ควรจะขัดขืนถึงจะถูกต้อง คิดไม่ถึงว่า…ภายในใจเสวี่ยจ่านเทียนจะไม่ปฏิเสธ สิ่งนี้เป็นเร รื่องที่น่าเหลือเชื่อ!
“เสวี่ยจ่านเทียน เจ้าพอจะโน้มน้าวใจน้องๆ ของเจ้าได้หรือไม่ ให้น้องๆ ของเจ้าเข้ามาอยู่ในกลุ่มสัตว์อสูรของข้า?” อันหลินอุ้มเสวี่ยจ่านเทียน เอ่ยถามด้วยความรู้สึกค่อนข้างฮึกเหิ ม
เสวี่ยจ่านเทียนกระพือปีก ตอบว่า “เรื่องนี้เจ้าอย่าเปลืองแรงเปล่าเลย วิญญาณสัตว์เหมันต์อย่างพวกข้าสติปัญญาพัฒนาค่อนข้างช้า เพราะพลังระบบรากน้ำแข็งที่แข็งแกร่งจนเกินไป อีกท ทั้งยังได้รับการหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณจากทะเลสาบเสวียนปิงหูอีก ส่งผลให้มีนิสัยโลกส่วนตัวสูงมากเกินไป ดังนั้นตอนที่สติปัญญายังไม่ก้าวไปถึงระดับสติปัญญาขั้นสูง ก็หมดหนทางที่จะลงนาม มข้อตกลงเป็นสัตว์อสูรของพวกเจ้า”
“อ๋อ…” เมื่ออันหลินได้ฟังเช่นนี้ก็เข้าใจในทันใด มิน่าเล่าหยดเลือดสีทองทั้งสิบเอ็ดหยดนั้นถึงล้มเหลว สาเหตุก็เพราะแบบนี้นี่เอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเรือนร่างเพรียวบางของหลิวฉู่ฉู่สั่นไหวอีกครั้งจนเกือบจะเสียการทรงตัว
ที่แท้สาเหตุที่อันหลินล้มเหลวไม่ใช่เพราะวิญญาสัตว์เหมันต์ขัดขืน แต่เป็นเพราะสาเหตุนี้?!
อันหลินหันไปมองหลินฉู่ฉู่ด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “ข้าขอโทษ…ข้าคิดไม่ถึงว่าผลจะเป็นเช่นนี้”
มุมปากของหลิวฉู่ฉู่เหยียดยกขึ้น ใบหน้าเรียวงามเผยให้เห้นถึงความงงงวย นางเกิดอาการพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าในจของตนเองในตอนนี้รู้สึกอย่างไร
สัตว์อสูรตัวที่นางอยากได้มากที่สุดคือเสวี่ยจ่านเทียน ตอนนี้นางหมดสิทธิได้เสวี่ยจ่านเทียนมาครอบครองแล้ว ความจริงวิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวอื่นๆ ที่เหลือนางก็รับได้ แต่ในตอนน นี้กลับได้รู้ในสิ่งที่คาดไม่ถึงว่า…วิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวอื่นไม่อาจลงนามข้อตกลงเป็นสัตว์อสูรได้!
ผลลัพธ์ที่เหมือนเอาตระกร้าไปตักน้ำเช่นนี้ ทำให้นางไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดี…
“ไม่ได้แล้วจริงๆ หรือเนี่ย ไม่มีวิธีอะไรที่จะช่วยยกระดับสติปัญญาของพวกมันได้แล้วหรืออย่างไรกัน ข้าก็อยากได้กลับบ้านสักตัวบ้างจัง…” หลิ่วฉู่ฉู่เบะปาก นัยน์ตาเอ่อล้นด้วย หยาดน้ำตาระยิบระยับ มองวิญญาณสัตว์เหมันต์ด้วยสีหน้าที่ชวนให้เวทนา
เสวี่ยจ่านเทียนหัวเราะเยาะ “เหอะ…ผู้หญิง เห็นแก่ที่เมื่อก่อนหน้านี้เจ้าคิดจะปลดเปล่อยวิญญาณสัตว์เหมันต์ที่เหลือให้ข้า ข้าซาบซึ้งในความเมตตาของเจ้ามาก ข้าจะบอกวิธีพลิกสถาน นการณ์ให้แก่เจ้า!”
นัยน์ตาของหลิวฉู่ฉู่เปล่งประกาย สีหน้ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รีบถามทันทีว่า “ทำอย่างไร”
เสวี่ยจ่านเทียนใช้ปีกชี้ไปที่วิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวหนึ่งในฝูง “นั่นเป็นน้องชายข้า เสวี่ยพั่วเทียน พลังยุทธ์อยู่ที่ระดับพลังเที่ยงแท้ขั้นปลาย ตอนนี้ใกล้ก้าวข้ามระดับนี้แล้ว ว ขอแค่ทำให้เขาก้าวข้ามไปอีกระดับ บรรลุเข้าสู่ระดับพลังเที่ยงแท้ขั้นสูงสุด สิติปัญญาของเขาจะต้องพัฒนาขึ้นแน่นอน เจ้าลองดูได้ ให้เขาเป็นสัตว์อสูรของเจ้า”
“ยกระดับศักยภาพที่แท้จริง…” หลิวฉู่ฉู่ขมวดคิ้วแน่น ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งนางก็หยิบผลไม้เซียนที่มีพลังเหมันต์แผ่ซ่านออกมาสามผล พูดกับเสวี่ยพั่วเทียนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “นี่คื อผลไม้เซียนระดับแปดที่ได้มาจากการสังหารสาวหิมะสองนาง เรียกว่าผลหมาป่าหิมะ ขอแค่เจ้าตกลงเป็นสัตว์อสูรของข้า ข้าก็จะให้เจ้ากินผลไม้นี้ เจ้าคิดว่าอย่างไร”
อันหลินกลืนน้ำลายหนึ่งอึก สตรีนางนี้แม่แต่สาวหิมะนางก็ฆ่ามาแล้วสองนาง…นางฆ่าคนในแดนโบราณบรรพกาลไปเท่าไหร่แล้วกันแน่…
เสวี่ยพั่วเทียนมองผลไม้เซียนระดับแปด สีหน้าเฝ้าปรารถนา เกลือกกลิ้งไปมาอยู่บนพื้น กระพือปีกพร้อมส่งเสียงว่า อีอียายา”
“ฮิฮิ…งั้นข้าจะถือว่าเจ้าตอบตกลงข้าแล้วนะ…” หลิวฉู่ฉู่ส่งผลหมาป่าหิมะหนึ่งผลให้เสวี่ยพั่วเทียน
เสวี่ยพั่วเทียนอ้าปากเล็กๆ ของมัน กัดกินผลไม้เซียนลงไป
หลังจากที่กินหมดแล้ว เสวี่ยพั่วเทียนมองหลิวฉู่ฉู่ด้วยนัยน์ตากลมโต ระลอกคลื่นสีฟ้าแวววาวเกือบจะล่องลอยออกมา
“เด็กดี…” หลิวฉู่ฉู่ลูบเสวี่ยพั่วเทียน สัญชาตญาณของความเป็นแม่อันโชติช่วงแผ่ซ่านออกมาจากตัวยนาง นางหยิบผลหมาป่าหิมะลูกที่สองให้เสวี่ยพั่วเทียน
เสวี่ยพั่วเทียนอดใจรอแทบไม่ไหวรีบรับผลหมาป่าหิมะมากินต่อทันที หลังจากที่กินหมดไปอีกผลแล้วก็ยังไม่หนำใจ
เมื่อหลิวฉู่ฉู่เห็นว่าระดับพลังยุทธ์ของวิญญาณสัตว์เหมันต์ไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด นางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ยื่นผลหมาป่าหิมะลูกที่สามให้ไป
เสวี่ยพั่วเทียนกัดกินผลหมาป่าหิมะลูกที่สามหมดไป รูปร่างอ้วนพลีกลมดิ๊กขนปุยเกลือกกลิ้งวนเวียนอยู่รอบๆ หลิวฉู่ฉู่ด้วยความตื่นเต้นดีใจ ในขณะที่หลิวฉู่ฉู่กลับรู้สึกปวดใจจนหายใ ใจลำบาก
ผลไม้เซียนสามผลป้อนให้สุนัขกินหรือไงกัน ทำไมวิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวนี้ถึงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด
เมื่ออันหลินเห็นสีหน้าของหลิวฉู่ฉู่ เขาก็กระแอมออกมาเบาๆ “แฮ่ม…เจ้าลืมปลดพลังสกัดกั้นหรือเปล่า วิญญาณสัตว์เหมันต์ถึงยกระดับพลังยุทธ์ไม่ได้”
“หืม! ทำไมข้าถึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ!” สีหน้าของหลิวฉู่ฉู่ราวกับค้นพบแสงสว่าง
นางรีบดีดนิ้วทันใด ทันใดนั้นรูปร่างกลมดิ๊กของเสวี่ยพั่วเทียนก็ระเบิดแสงสีทองออกมา ตามมาติดๆ ด้วยร่างกายที่เริ่มพองตัวขึ้น!
บูม!
เสวี่ยพั่วเทียนราวกับสลัดพ้นจากพันธนาการ พลังปราณเย็นยะเยือกเริ่มแผ่ซ่านออกมา!
“น้องชายข้าบรรลุระดับพลังเที่ยงแท้ขั้นสูงสุดแล้ว!” เสวี่ยจ่านเทียนกล่าวด้วยนัยน์ตาที่เปล่งประกายเล็กน้อย
นิ้วมือเรียวขาวผูดผ่องของหลิวฉู่ฉู่ทำท่าประสานอินราวผีเสื้อ นางกรีดนิ้วมือเค้นเลือดออกมาหนึ่งหยดอย่างไม่ลังเลใจ เลือดหนึ่งหยดล่องลอยไปหาเสวี่ยพั่วเทียน นางกล่าวด้วยน้ำเสี ยงอ่อนโยน “เสวี่ยพั่วเทียน อยู่กับพี่นะ พี่จะพาเจ้าไปฆ่าคน แล้วเจ้าก็จะได้กินผลไม้เยอะขึ้น!”
“บ้าอำนาจ!” เสวี่ยจ่านเทียนหยอกล้อด้วยความสนุก
อันหลินพยักหน้า แบบนี้ถึงจะเป็นหลิวฉู่ฉู่ที่เขารู้จัก
เห็นได้ชัดว่าเสวี่ยพั่วเทียนโดนผลไม้เซียนพิชิตใจไปแล้ว ดูดซึมเลือดของหลิวฉู่ฉูด้วยความฮึกเหิม การลงนามข้อตกลงสำเร็จ!
หลิวฉู่ฉู่อุ้มเสวี่ยพั่วเทียนขึ้นมาด้วยความรู้สึกดีใจยิ่ง “โอ๋…น่ารักน่าชังจังเลย ข้าจะต้องเลี้ยงดูเจ้าให้น่ารักบ้องแบ๊วกว่าเสวี่ยจ่านเทียนแน่นอน! เรามาเริ่มจากชื่อเลยแล้วก กัน ข้าจะต้องเปลี่ยนชื่อประหลาดๆ ของเจ้าใหม่ ไม่เอาชื่อเสวี่ยพั่วเทียนแล้ว นับจากนี้เป็นต้นไปเจ้าชื่อเสวี่ยเหมิงเหมิง!”
“อีอียายา…” เสวี่ยเหมิงเหมิงผงกศีรษะ ดูเหมือนว่าจะพอใจในชื่อใหม่มาก
อันหลิน “…”
เสวี่ยจ่านเทียนถึงกับคลุ้มคลั่ง “ใจกล้าห้าวหาญมากนักนะ! ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ! คิดไม่ถึงว่าจะกล้าทิ้งชื่อที่ข้าตั้งให้ อีกทั้งยังดีอกดีใจออกจนอาการขนาดนี้! ข้ารู้สึก เหมือนที่ผ่านมาข้าเลี้ยงน้องชายที่ไม่ใช่น้องแท้ๆ!”