ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 516 จะช่วยหรือไม่ช่วยกันแน่เนี่ย
หลิวฉู่ฉู่แบะปาก ไม่แยแสคำพูดโกรธแค้นของเสวี่ยจ่านเทียน แต่ละสายตากลับมามองที่วิญญาณสัตว์เหมันต์อีกสิบตัวที่เหลือ กล่าวด้วยความรู้สึกค่อนเสียดายว่า “วิญญาณสัตว์เหมันต์พวก นั้น เราไม่ต้องสนใจอย่างนั้นหรือ พวกมันดูน่ารักน่าชังมากเหมือนกันนะ ทิ้งพวกมันไว้ที่นี่ ข้ารู้สึกเสียดาย”
อันหลินยักไหล่ “ลงนามข้อตกลงไม่ได้ ก็พากลับไปที่แดนโบราณบรรพกาลไม่ได้ ทำได้แค่ปล่อยทิ้งไว้ที่นี่”
“เฮ้อ…” หลิวฉู่ฉู่มองวิญญาณสัตว์เหมันต์ด้วยอารมณ์อาลัยอาวรณ์ นางนั่งลงยองๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “พวกเจ้าต้องเติบโตอย่างสมบูรณ์นะ ขยันบำเพ็ญฌานและกลั่นยาวิเศษ อีกห้ าร้อยปีพี่จะกลับมาหาพวกเจ้า จากนั้นพี่จะพาพวกเจ้าไปกินของอร่อย ไปท่องเที่ยวดินแดนใหม่ๆ พวกเจ้าจะต้องรอข้านะ เข้าใจไหม”
อันหลินมองหลิวฉู่ฉู่ด้วยความรู้สึกพูดอะไรไม่ออก อีกห้าร้อยปี? ดีจริงๆ ที่นางคิดเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนานขนาดนี้ขึ้นมาได้
วิญญาณสัตว์เหมันต์เหล่านี้ต่างวนเวียนรอบตัวหลิวฉู่ฉู่ ส่งเสียง “อีอียายา” ไม่หยุด เสวี่ยเหมิงเหมิงเองก็ส่งเสียง “อีอียายา” ด้วยเช่นกัน สีหน้าแสดงออกถึงความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ คล้ายว่ากำลังบอกลา
มีเพียงเสวี่ยจ่านเทียนที่แสดงสีหน้าท่าทางแตกต่างออกไป ร่ายบทกวี “ใต้หล้ามีเพียงพวกเจ้าที่รู้ใจ แม้กายห่างไกล แต่มีใจส่งถึงกัน” หนึ่งท่อน ดูเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับยิ่งนัก
ได้สัตว์อสูรมาครอบครองเป็นสัตว์เลี้ยงประจำกายสำเร็จแล้ว หลิวฉู่ฉู่ปลดพลังสกัดกั้นให้กับวิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวอื่นๆ และกล่าวลากับพวกมัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง อันหลินกับหลิวฉู่ฉู่และคนอื่นๆ ตัดสินใจว่าจะเดินทางออกจากทะเลสาบเสวียนปิงหู เพราะถึงอย่างไรเสียสถานที่แห่งนี้ก็หนาวเหน็บเกินทนไหวจริงๆ ถ้าไม่ได้มีร่างกายที่ แข็งแรงพิเศษก็คงทนความหนาวเหน็บของสถานที่แห่วนี้ไม่ไหวจริงๆ
หลิงอิ่งใช้หนวดโอบรัดตัวหงโต้วที่หนาวจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งไว้แล้วลากออกมาจากถ้ำ
อันหลินใช้ไฟศักสิทธิ์หลอมละลายน้ำแข็งให้กับหงโต้วด้วยสีหน้าจำใจ
เนื่องจากหงโต้วออกมาดินแดนเหมันต์นั้นแล้ว พลังปกป้องตนเองของพลังไฟแห่งชีวิตจึงสลายไป สติสัมปชัญญะของหงโต้วฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง
เขามองอันหลินกับหลิวฉู่ฉู่ รวมทั้งวิญญาณสัตว์เหมันต์ที่ตัวกลมน่ารักน่าชังที่บินอยู่ข้างกายพวกเขาด้วยสีหน้างุนงง
“ข้าพลาดอะไรไปหรือเปล่า” เขาถามขึ้นด้วยความอยากรู้
อันหลินขี้เกียจอธิบายจึงส่ายหน้าพร้อมกล่าวขึ้นว่า “ไปกันเถอะ เรื่องมันจบไปแล้ว”
ด้วยเหตุนี้ทุกคนต่างก็เริ่มค้นหาแหล่งผลึกหินต้นกำเนิดต่อ
“ลำดับต่อไปพวกเราไปที่ยอดสูงสุดของภูเขาหิมะหุบสวรรค์ สถานที่แห่งนั้นอยู่ใกล้เทียนยวนมากที่สุด มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะพบแหล่งผลึกหินต้นกำเนิดที่นั่น” อันหลินกล่าวขึ้นหล ลังจากที่หยิบแผนที่ขนาดเล็กออกมา ทำสัญลักษณ์ลงบนสถานที่สำคัญไม่กี่แห่ง
ภูเขาหิมะหุบสวรรค์อยู่ไม่ไกลจากตำแหน่งที่พวกเขาอยู่มากนัก ระยะทางห่างออกไปเพียงหนึ่งพันกว่าลี้ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงพอจะมองเห็นรอยแยกที่น่าสะพรึงกลัวกลางท้องฟ้าเหนือภูเขาห หิมะหุบสวรรค์จากตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ได้
ยิ่งระยะใกล้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยังสัมผัสได้ถึงรอยแยกสีดำทมิฬสุดลึกล้ำได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น
มองไม่ออกว่าภายในรอยแยกนั้นมีอะไรอยู่ ราวกับเป็นปากยักษ์ที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง แผ่ซ่านกลิ่นอายของความวุ่นวายโกลาหลกับความพินาศ
หลังจากที่บินไปได้ระยะทางหนึ่ง หลิวฉู่ฉู่เลือกภูเขาหนึ่งลูก ใช้วิชาเนตรวิหคทอดสายตามองออกไปยังบรรยากาศโดยรอบของยอดเขาสูงของภูเขาหิมะหุบสวรรค์ นางเป็นนักสำรวจที่ยอดเยี่ยมที สุดในกองทัพนี้ของอันหลิน สามารถสำรวจสภาพแวดล้อมวงกว้างได้ ค้นพบร่องรอยของศัตรูล่วงหน้า จัดการศัตรูได้อย่างอยู่หมัด
หลิวฉู่ฉู่ยืนสง่าอยู่บนยอดเขาสูง หลังจากที่กวาดตาสำรวจจากระยะไกลแล้ว นางก็เพ่งสายตาไปที่ยอดสูงสุดของภูเขาลูกนั้น สีหน้าแสดงออกถึงความประหลาดใจถึงขีดสุด
น้ำเสียงที่ระคนหยอกเย้าของนางดังขึ้น “อุ๊ย บนยอดเขาสูงมีการต่อสู้กับ ผีสู้กับผี”
อันหลินกะพริบตาปริบๆ “ผีสู้กับผีอะไรกัน”
“มีมังกรโกโมโดสี่ตัวกำลังสู้รบกับสาวหิมะหกนางใกล้ยอดเขาสูง จุ๊จุ๊จุ๊…มังกรโกโดพวกนี้เก่งกาจมากจริงๆ สาวหิมะไม่เหมาะจะเป็นคู่ต่อสู้ของพวกมันเลย…” สีหน้าของหลิวฉู่ฉู่แ แสดงออกถึงความสนุกเมื่อเห็นผู้อื่นตกที่นั่งลำบาก
อันหลินมีสีหน้างุนงง มังกรโกโมโดเป็นเผ่าพันธุ์มังกรแห่งดินแดนมังกรป่าตะวันตก สำหรับสรวงสวรรค์แล้วจัดว่าเป็นศัตรูกัน
พวกมันเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีภูมิหลังที่มั่งคั่งมาก อีกทั้งยังมีระบบสืบทอดที่สมบูรณ์ยิ่ง ดังนั้นพลังกายที่แสดงออกมาจึงแข็งแกร่งมาก พลังยุทธ์ระดับเดียวกัน ต่างก็สามารถที่ต่อส สู้กับศัตรูจำนวนมากได้ด้วยตัวคนเดียว
“เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็แค่รอให้มังกรโกโมโดใช้พลังสังหารสาวหิมะทั้งหกนางเสีย พวกเราแค่รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์โดยไม่ต้องเปลืองแรง! แหวนมิติตั้งหกวงเชียวนะ…” เมื่อพูดม มาถึงตรงนี้นัยน์ตาทั้งสองข้างของหลิวฉู่ฉู่ก็เปล่งประกายระยิบระยับ ไม่ต้องพูดเลยว่าตื่นเต้นดีใจขนาดไหน
อันหลินรู้ว่านิสัยที่ติดตัวหลิวฉู่ฉู่กำเริบอีกแล้ว
แต่ในครั้งนี้เขากลับไม่พูดอะไร เขามีความรู้สึกที่ไม่ดีนักกับสาวอหิมะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในเวลานี้ศัตรูทั้งสองกำลังต่อสู้กัน ในใจนอกจากจะรู้สึกค่อนข้างประหลาดใจแล้วก็ไม่รู้ส สึกอะไรอีก
แม้แต่ซ่างกวนอี้ที่เคยเป็นเพื่อนเขายังโดนสาวหิมะจับตัวไปเลย แล้วจะรู้สึกรู้สาอะไรกับสาวหิมะทั้งหกนางที่กำลังโดนมังกรจากดินแดนป่าตะวันตกสังหาร ไม่ปรบมือเชียร์ก็ดีแค่ไหน แล้ว
เดี๋ยวๆ…ซ่างกวนอี้?
อันหลินชะงัก ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวอย่างไม่มีสาเหตุ
เขตเทพโบราณทำไมถึงอนุญาตให้สาวหิมะระดับแปลงจิตเข้ามาได้ แล้วซ่างกวนอี้ในฐานะผู้แข็งแกร่งระดับแปลงจิตขั้นปลายจะเข้ามาในเขตนี้ได้หรือเปล่านะ
ในเวลาเดียวกันนี้ ณ ยอดสูงสุดบนภูเขาหิมะหุบสวรรค์
มังกรนิลร่างกายำทมิฬ ขนาดตัวยาวราวสิบจั้ง รอบกายโอบล้อมด้วยพายุเฮอริเคนที่คมกริบดั่งคมกระบี่ อานุภาพอันน่าสะพรึงกลังทำลายผลึกน้ำแข็งปก้องการรุกรานของหนึ่งในบรรดาสาวหิ มะนางหนึ่ง มังกรนิลฉีกกระชากร่างสาวหิมะอย่างไร้ปราณี
“ฮ่าๆๆๆ…พลังของสาวหิมะนางนี้ ข้าไมลีย์ไม่เกรงใจละนะ” มังกรนิลกลืนกินร่างของสาวหิมะที่เสียชีวิตจากการต่อสู้ลงท้องไป ความโหดเหี้ยมปรากฎขึ้นบนใบหน้าของมัน
“ข้าสาบานว่าข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้” ปีกน้ำแข็งขนาดยักษ์ของเจ้าแห่งวังฉีพัดกระพือ นางพุ่งกายเข้าจู่โจมมังกรนิล ใช้มือเพียงหนึ่งข้างถือตราประทับโบราณไว้ด้วยระยะห่างจากมังกรนิล ช่วงระยะหนึ่ง ตราประทับโบราณสีนำเงินขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่องจนข้ามผ่านพายุเฮอริเคนที่โอบล้อมลำตัวของมังกรนิลเอาไว้ ปล่อยพลังโจมตีอย่างจังเข้าที่ลำตัวของมังกรนิล
เปรี้ยง! ลำตัวของมังก็นิลโดนตราประทับโบราณปล่อยพลังโจมตีจนเป็นหลุมลึก มันโดนโจมตีอย่างรุนแรงจนกระอักเลือด ร่างกายกระเด็นออกไปไกล
ในเวลานี้มีเสียงแหลมสูงของสาวหิมะนางหนึ่งดังขึ้น
สิ่งที่เห็นคือมีมังกรขาวถือกระบี่คู่สีทองฉวยโอกาสสับร่างของสาวหิมะขาดสะบั้นเป็นสองท่อน
“เจ้าแห่งวัง รีบหนีเถอะ ขืนยังสู้ต่อไปพวกเราคงต้องตายกันที่นี่” สาวหิมะนางรูปร่างอรชรนางหนึ่ง ตะโกนบอกเจ้าแห่งวังฉีด้วยสีหน้าอ้อนวอน
นางยังไม่อยากพลีชีพตนเอง ณ ที่แห่งนี้ ความหวาดกลัวความตายปกคลุมไปทั้วทั้งร่างกาย ความกระหายในการต่อสู้อีกไม่หลงเหลืออยู่ในตัวนางอีก
เมื่อเจ้าแห่งวังฉีได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของนางยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง “ลู่เวย อย่าลืมภารกิจอันยิ่งใหญ่ของพวกเรา จะทอดทิ้งซ่างกวนอี้ไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้ต้องตายก็ห้ามตายต่อหน้ าซ่างกวนอี้!”
เมื่อลู่เวยได้ยินเช่นนั้นนางก็เม้มริมฝีปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยอมกับความรู้สึกเสียใจในภายหลัง
ในเวลานี้ มังกรอัสนีที่ทั่วทั้งลำตัวปกคลุมไปด้วยลำแสงสายฟ้าสีน้ำเงิน แผดเสียงคำรามก้องพุ่งเข้ามาจู่โจมนาง
เมื่อไม่มี่เจ้าแห่งวังฉีคอยคุ้มกัน การวิ่งหนีของนางยังต้องอาศัยความหวังลมๆ แร้งๆ สิ่งที่รอคอยนางมีพียงความตาย…
หมดสิ้นหนทางจะถอยหนี ลู่เวยชูกระบี่ขึ้น แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ตวัดกระบี่กวัดแกว่งไปยังมังกรอัสนีอย่างสิ้นหวัง แต่กลับโดนลำแสงสายฟ้าเบื้องหน้าฟาดเข้าใส่กายาอย่าง ไม่หยุดยั้งจนร่างกายของนางกระเด็นออกไป
ลำแสงสายฟ้าสีน้ำเงินเหล่านี้ไม่เพียงแค่ทรงพลานุภาพยิ่ง ยังเพียบพร้อมด้วยพลังปิดกั้นชีพจร อีกทั้งทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตทั้งตัวอีกด้วย
นางโดนลำแสงสายฟ้าโจมตีจนเป็นแผลฉกรรจ์ นางมองมังกรอัสนีโกโมโดที่เข้าโจมตีนางอีกครั้ง ด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
นางยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกเศร้าระทมจับใจ รู้สึกปลงอนิจจังอยู่ในใจว่านางก็เป็นแค่เครื่องสังเวยของผู้อื่นเท่านั้นเอง
ทว่าในเวลานี้จู่ๆ ก็มีร่างๆ หนึ่งปรากฏกายขึ้นตรงหน้านาง กระบี่ยาวสีดำมีลำแสงสายฟ้าสีทองพันรอบ
เมื่อมังกรอัสนีโกโมโดเห็นเช่นนี้ก็แผดเสียงคำรามด้วยความเดือดดาล “พวกมนุษย์ เจ้ากล้าสอดเรื่องของข้างั้นรึ ไสหัวไป! มิฉะนั้นข้าใช้สายฟ้าผ่าเจ้าให้ตาย!”
ระหว่างที่พูดอยู่นั้น ลำแสงสายฟ้ารอบตัวเขาก็แผดเสียงสายฟ้าสายคำรามก้องพร้อมจู่โจมชายชุดขาว สายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวนั้นมาพร้อมกับเสียงที่ดังสนั่นสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ลำแสงสา ายฟ้าสว่างจ้าไปทั่วนภา
ชายชุดขาวยิ้มเยาะ “จะให้ฟ้าผ่าข้าให้ตาย? นี่เป็นเรื่องตลกที่สุดที่ข้าได้ยินในปีนี้…เจ้าไม่รู้สินะอะไรที่เรียกว่าสายฟ้าฟาดที่แท้จริง…”
ชายชุดขาวตวัดกระบี่ยาวสีดำกลางอากาศต่อหน้ามังกรอัสนีโกโมโด ลำแสงสีทองมีพลังทำลายห้วงความว่างเปล่า เขาตวัดกระบี่ผ่านอากาศ ในยามที่ตวัดกระบี่มาเจอกับลำแสงสายฟ้า ลำแสงสาย ยฟ้าเหล่านั้นก็เริ่มเปลี่ยนทิศทางอย่างน่าเหลือเชื่อราวกับมีไหวพริบปฏิภาณ จากนั้นก็ผนึกกำลังลำแสงสายฟ้าเข้าด้วยกัน แล้วพุ่งโจมตีมังกรอัสนีโกโมโด
“ไม่…เป็นไปได้อย่างไร!”
นัยน์ตาทั้งสองข้างของมังกรอัสนีโกโมโดเบิกโต สีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดผวากับไม่เข้าใจในสิ่งที่เจอกับตัว
เสี้ยววินาทีต่อมาลำแสงสายฟ้าสีทองก็สับร่างที่ทั้งหนาและแข็งแกร่งของมังกรอัสนีโกโมโดขาดสะบั้นเป็นสองท่อน เกิดแสงสายฟ้าสีทองเป็นวงโคจรตระการตาอยู่กลางอากาศ เลือดสดสาดกระจ จายไปทั่วท้องนภา
ลู่เวยเมื่อมองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เงาของชายคนนั้นที่แข็งแกร่งมาดมั่นทรงพลังผู้นั้นตราตรึงอยู่ในหัวนาง
“นี่..นี่คือมนุษย์…
…คิดไม่ถึงว่ามนุษย์จะช่วยข้าไว้”
ลู่เวยรู้สึกว่าตนเองกำลังหลับฝัน