ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 521 ดาวดวงน้อยกระแทกเจ้าให้ตาย
จักรพรรดิจื่อเวยไหว้วานอันหลินตั้งแต่ก่อนมาที่นี่แล้ว หากเห็นขุนเขาดวงดาวให้ช่วยเก็บผลดาราพรายผลหนึ่งจากขุนเขาดวงดาวให้เขา
ภูเขาลูกนี้น่าจะเป็นขุนเขาดวงดาวในตำนานนั่นแหละ เช่นนั้นเป้าหมายของอันหลินก็เริ่มชัดเจนแล้วเช่นกัน นั่นก็คือค้นหาผลดาราพราย!
อันหลินเหาะเหินรอบภูเขาช้าๆ เขาไม่รีบตรงดิ่งขึ้นยอดเขา แต่ตรวจสอบสถานการณ์รอบๆ สันเขาก่อน เพราะไม่ได้มีใครกำหนดว่าผลดาราพรายจะอยู่บนยอดเขาแน่นอน
ก้อนหิน ผาชัน เนินขาที่ปูดขึ้นมา…ทุกสิ่งทุกอย่างในขุนเขาล้วนแต่เป็นสีดำขลับ เป็นเพราะเหตุนี้เอง แสงสีขาวเหล่านั้นถึงได้เจิดจ้าปานนี้ ราวกับว่าภูเขาเป็นม่านรัตติกาลผืนใหญ่ และแสงเหล่านั้นก็คือหมู่ดาวเดียรดาษกลางม่านรัตติกาล พราวพรายงดงาม
อันหลินมายังตรงหน้าของแสงสีขาวจุดหนึ่ง พบว่าแสงสีขาวอยู่ภายในก้อนหิน
ก้อนหินสีดำมีสภาพกึ่งโปร่งแสง ดังนั้นแสงสีขาวจึงทะลุผ่านก้อนหินสาดประกายแสงออกมาได้
เขาสงสัยนิดหน่อย ใช้กระบี่พิชิตมารแงะหินก้อนนี้ออกแล้วเจาะอย่างระมัดระวัง
ครู่ใหญ่กว่าจะเจาะถึงส่วนที่เป็นแสงสีขาว เห็นเพียงว่าแสงสีขาวเป็นผงชนิดหนึ่ง ประกายแสงสว่างบางๆ เหมือนผงเรืองแสง
อันหลินลูบแล้วใช้วิชาญาณทิพย์แล้วข้อมูลท่อนยาวปรากฏขึ้นในสมอง
แก่นแท้แห่งดารา แก่นแท้ที่ก่อตัวจากพลังแห่งดวงดาวที่ขุนเขาดวงดาวดูดซึม
ข้อมูลเรียบง่ายมาก ไม่ได้บรรยายผงสีขาวนี้มากมายนัก ไม่เอ่ยถึงคุณสมบัติเลยด้วยซ้ำ
อันหลินครุ่นคิดเล็กน้อย สุดท้ายก็เก็บแก่นแท้แห่งดาราไว้ส่วนหนึ่ง เตรียมไว้เผื่อใช้ภายหลัง
เหาะเหินอยู่สักพักหนึ่ง เขาก็เห็นว่าเหมือนมีแสงสว่างเหนือที่ราบที่นูนขึ้นมาอยู่ไกลๆ
“เอ๊ะ แก่นแท้แห่งดารานี่เหมือนจะสว่างกว่านิดหน่อย!” อันหลินพูดด้วยความตกใจ
แต่เมื่อเขาก้าวเข้าไปใกล้และเห็นต้นกำเนิดแสงนั่นแล้ว กลับเบิกตากว้างราวกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น
มันใหญ่เท่าครึ่งตัวคน เป็นสีทองอ่อนๆ ทรงกลมทว่ามีรูปร่างคล้ายดวงดาวที่มีสิบกว่าแฉก ด้านล่างเป็นหนวดที่ใช้เดินเหินคล้ายเท้า ส่องแสงเบาบางทั่วทั้งกายประหนึ่งดาว ณ ขอบฟ้า…
มันใช่แก่นแท้แห่งดาราที่ไหนกัน นี่มันดวงดาวที่กลายเป็นภูตแล้วต่างหาก!
เสวี่ยจ่านเทียนก็ทำหน้าตะลึงเช่นกัน “คุณพระ! ไม่คิดเลยว่าปริธานที่อยากเด็ดดวงดาวของข้าจะกลายเป็นจริงไวปานนี้! ดวงดาวนี้ข้าจะจับเอง!”
อันหลิน “…”
อันหลินยังไม่ทันพูด เสวี่ยจ่านเทียนก็พุ่งไปหาภูตดวงดาวอย่างอดรนทนไม่ไหวแล้ว
ดาวดวงนั้นเห็นดังนั้น ดวงแสงสีทองสองจุดที่เหมือนดวงตาบนร่างกายก็สว่างวาบทันใด สัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม แผดร้องลั่นแล้วพุ่งใส่เสวี่ยจ่านเทียนเช่นกัน วิธีการโจมตีคล้ายคลึงกั บที่เสวี่ยจ่านเทียนใช้ เป็นการพุ่งชนเช่นกัน!
โครม ลำแสงสีน้ำเงินกับลำแสงสีทองประสานงากันประดุจเป็นการระเบิดที่รุนแรงที่สุด ทำให้ขุนเขาในรัศมีร้อยจั้งพังทลาย
ดวงดาวสีทองถูกชมจนถอยหลังหลายก้าว ร่างกายโงนเงนคล้ายว่าจะเสียเปรียบ แต่มันไม่ยอม ตะโกนลั่นแล้วพุ่งใส่เสวี่ยจ่านเทียนอีกครั้ง
ตูมๆ ๆ…
ประสานงาไม่หยุดเหมือนการระเบิดที่รุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่า
เสวี่ยจ่านเทียนเป็นผู้นำของวิญญาณสัตว์เหมันต์ อสูรระดับพลังเที่ยงแท้ขั้นสุดยอด ความสามารถแข็งแกร่งอย่างยิ่ง สำหรับมันดวงดาวสีทองก็ยังด้อยกว่าไม่น้อยอยู่ดี จึงชนไม่กี่ครั้ง ดวงดาวสีทองก็ตกลงไปกระทบกับภูผา หายใจหอบหนักเหมือนปลาเค็ม
เสวี่ยจ่านเทียนเห็นก็หัวเราะร่า ปีกกลายเป็นมือเล็กๆ ข้างหนึ่งแล้วหิ้วภูตดวงดาวมายังตรงหน้าอันหลิน พูดอย่างกระหยิ่มใจว่า “ฮ่าๆ นายท่าน ต้องการดวงดาวหรือไม่ ข้าจะเด็ดให้ท่ านเอง!”
มุมปากของอันหลินกระตุกน้อยๆ พยักหน้าพูดว่า “ขอบใจมาก!”
เขารับดวงดาวสีทองขนาดเท่าครึ่งตัวคนมาแล้วประเมินด้วยความสงสัย
ดวงดาวสีทองถูกเสวี่ยจ่านเทียนชนจนวิงเวียนศีรษะตาลาย กลายเป็นดวงดาวพิการไปแล้ว
ดวงดาวลูบแล้วอุ่นนุ่มเหมือนกำลังสัมผัสยางก้อนมหึมา ร่างกายแผ่แสงเรืองจางๆ แสงนุ่มนวลอย่างมาก มองดูแล้วสบายตาเหลือเกิน
ฐานของหนวดที่ใช้เดินเหินมีฝ่าเท้าคล้ายตีนเป็ด ส่วนหัวมีดวงตาแสงที่ค่อนข้างสว่างเจิดจ้าคู่หนึ่งกับปากรูปตัวโอ
“เจ้าดาวอ้วน ใช่เจ้าไหม” อันหลินกล่าว
ดวงดาวสีทอง “…”
อันหลินรู้สึกว่าเจ้านี่น่าจะเป็นอสูรดาราที่จักรพรรดิจื่อเวยเอ่ยถึง ตอนแรกเขานึกว่าอสูรดาราจะเป็นอสูรที่ดุร้ายโหดเหี้ยมอย่างยิ่ง ดูจากตอนนี้แล้ว…มีลักษณะพิเศษอย่างไม่คาดคิ ด!
“รีบปล่อยข้านะ หากเจ้ากล้าแตะต้องข้าก็รอรับการลงทัณฑ์จากดวงดาราได้เลย!” เสียงเย็นชวนฝันที่เป็นกลางอย่างยิ่งดังขึ้น ทำเอาอันหลินตกใจจนมือสั่น
อสูรดาราตัวนี้พูดได้ เป็นภาษาอนารยะโบราณ!
“เจ้าเป็นอสูรดาราใช่ไหม” อันหลินถามด้วยความอยากรู้
“ข้าเป็นเผ่าพันธุ์ดาวนภาที่ยิ่งใหญ่ เจ้าพวกมนุษย์หน้าโง่ รีบปล่อยข้าด้วยความเจียมตัวเสีย! ไม่เช่นนั้นเจ้าจะถูกดวงดาวมากเหลือคณากระแทกจนตาย!” ภูตดวงดาวตวาดด้วยความโมโห
“อ้อ” อันหลินพยักหน้าแล้วคลายมือ
ภูตดวงดาวชะงักไป กะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เห็นได้ชัดว่าคิดไม่ถึงว่าปฏิกิริยาของอันหลินจะเป็นแบบนี้
ปล่อยตัวมันทั้งอย่างนี้จริงๆ เลยหรือ
มันกระแอมไอแล้วเอ่ยนิ่งๆ ว่า “นับว่าเจ้ายังเจียมตัว รู้ว่าเป็นปรปักษ์กับเผ่าพันธุ์ดาวนภาแล้วจุดจบไม่สวย ข้ามหาดารามีเมตตา ครานี้จะไว้ชีวิตเจ้า”
อันหลินพยักหน้าอย่างจริงจัง “เจ้าพูดถูก! ข้าแค่อยากถามสักหน่อยว่า เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่ไหนมีผลดาราพราย”
“ผลดาราพราย เจ้าคิดจะยุ่งกับผลดาราพรายของเผ่าพันธุ์ข้าหรือ! นั่นมันเจริญเติบโตอยู่บนยอดของขุนเขาแสงดาวของพวกเรา เป็นผลศักดิ์สิทธิ์บนต้นแสงดาว! หากว่าเจ้าเข้าใกล้ต้องถูกเ เผ่าพันธุ์ของเราสังหาร! ข้าไม่มีทางข้อมูลใดที่เกี่ยวข้องกับผลดาราพรายกับเจ้าเด็ดขาด!” ภูตดวงดาวพูดด้วยความโมโห
มุมปากของอันหลินกระตุกยิกๆ คำพูดของภูตดวงดาวเหมือนจะพูดข้อมูลที่เขาต้องการออกมาแล้วหมดแล้วสินะ
ที่แท้ผลดาราพรายก็อยู่บนยอดของขุนเขาแสงดาวจริงๆ ด้วย…
เยี่ยมไปเลย!
“หึหึ ข้าไม่เชื่อ เผ่าพันธุ์ของพวกเจ้ามีความสามารถอันใดกัน ถึงอาจหาญจะสังหารข้า!” อันหลินแสยะยิ้ม
“หึ! เผ่าพันธุ์ข้าปกปักรักษาต้นแสงดาว อสูรดาราที่แข็งแกร่งกว่าข้ามีร่วมร้อยกว่าตัว! ที่มีความสามารถเทียบเท่าเจ้าลูกสีขาวนั่นก็มีสิบกว่าตัวเหมือนกัน! เจ้าหาพวกเจ้าไม่ได้ไปรน นหาที่ตายหรือไง!” ภูตดวงดาวทำเสียงฮึดฮัด ดูหมิ่นอันหลิน
อันหลินมั่นใจกับคำตอบของภูตดวงดาวมาก
เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะหลอกถามภูตดวงดาวได้ง่ายดายแบบนี้ ความรู้สึกว่าเหนือกว่าด้านสติปัญญาเกิดขึ้นมาโดยปริยาย…
ภูตดวงดาวน่าจะมีความสามารถระดับแปลงจิตขั้นต้นถึงขั้นกลาง ซึ่งก็คือมีระดับแปลงจิตขั้นต้นหรือขั้นกลางหนึ่งร้อยกว่าตัว มีแปลงจิตขั้นสูงสิบกว่าตัว กองทัพแบบนี้ถ้าอันหลินทะเล่ อทะล่าบุกไป ไม่แน่ว่าอาจจะล้อมโจมตีจนตายก็ได้
ต้องคิดหาวิธีดีๆ จริงๆ
จริงสิ!
ดวงตาของอันหลินเป็นประกาย จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนออกเดินทางมายังแดนโบราณบรรพกาล จักรพรรดิจื่อเวยให้ชุดลวงดารากับเขาไม่ใช่เหรอ ว่ากันว่าสวมมันแล้วสามารถหลบหลีกการสำรวจข ของอสูรดาราได้ มีคุณสมบัติอำพรางที่ยอดเยี่ยมมาก อีกอย่างก็มีความสามารถในการปลอมแปลงพลังยุทธ์อีกด้วย ชุดแบบนี้ใช้ได้ที่นี่พอดีไม่ใช่หรือไง!
เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็เริ่มหยิบชุดลวงดาราออกจากแหวนมิติ มันเป็นชุดคลุมสีดำตัวหนึ่งที่ส่องแสงของดวงดาวจางๆ แลดูค่อนข้างลึกลับ
อันหลินสวมชุดลวงดารา ว่าไม่ได้เชียว พอดีตัวทีเดียว! อีกอย่างสีดำแซมด้วยแสงดาวเป็นจุดๆ กลมกลืนกับสีของขุนเขาดวงดาราอย่างยิ่ง มีคุณสมบัติอำพรางสีได้ด้วย
“ฉะนั้นข้าก็ขอให้เจ้ารีบไปจากที่นี่เสีย อย่าได้กระทำชั่ว กระทบหินด้วยไข่…” ภูตดวงดาวพูดพลางเบนสายตามองอันหลิน จากนั้นก็เบิกตากว้าง อ้าปากเป็นรูปตัวโอ “คนล่ะ”
“คุณพระ! ข้าบอกให้เจ้าไปจากที่นี่ เจ้ากลับเชื่อฟังหายไปในพริบตาแบบนี้เลยหรือ!” ภูตดวงดาวพูดด้วยสีหน้าตะลึง
อันหลินที่อยู่ตรงหน้าภูตดวงดาวยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงนั้นก็ตะลึงงันเช่นกัน
อันหลิน “…”